Exclusive
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารวัตถุดิบในร้านอาหาร กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้อย่างน่าสนใจ แบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ การจัดซื้อ ใครมีหน้าที่ในการสั่งซื้อ ใครเช็กสต๊อก เช็กได้ถูกต้องกับความเป็นจริงไหม ใครเป็นคนทำนายการขายให้เหมาะสมกับการสต๊อกของ หรือการสั่งซื้อ มีงานสัมมนา งานจัดเลี้ยงกี่งาน แขกมาวันไหน ต้องสะสมของเมื่อไหร่ อะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เนื้อสัตว์ ผัก อะไรบ้าง จะสั่งซื้อที่ไหน หรือไปซื้อที่ไหนถึงได้ของดีราคาถูก หลายร้านจะเอาง่ายพ่อครัวเข้าว่า ขี้เกียจออกไปซื้อ ใช้วิธีสั่งอย่างเดียว และสั่งกับเจ้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยนเจ้า ได้ของราคาแพง คุณภาพไม่ดี คือไม่ยอมทำการบ้านเปรียบเทียบซัพพลายเออร์นั่นเอง หลายครั้งเจอว่าร้านนี้สั่งกุ้งร้านนี้ประจำอยู่เจ้าเดียว พอให้ลองไปเช็กดูเจ้าอื่นบ้าง รู้ราคาเข้า เจ้าของเอามือตบหน้าผากตัวเองเลย โอ้โห! ราคาต่างกันโลเป็นร้อย กุ้งชนิดเดียวกัน กี่ตัวโลเท่ากัน รู้งี้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่บางทีเหตุผลของการสั่งซื้อเจ้าประจำไม่เปลี่ยนเจ้าทั้งที่ราคาแพงกว่าตลาด อาจจะเป็นว่า ได้ความสะดวก ตรงเวลา คัดของ ไม่มีเสีย ราคาไม่ได้แพง
นารา กรุ๊ป (NARA GROUP) ผู้นำธุรกิจเครือร้านอาหารไทยพรีเมียม เดินหน้ารุกขยายตลาดโลก ส่งร้านอาหารไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ด แบรนด์ โค ลิมิเต็ด (CO LIMITED) ลุยเปิดแฟรนไชส์ต่างประเทศแห่งแรกที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาทั้งในไทย และต่างประเทศ ผลักดันยอดขายรวมโตทะลุ 100% ภายในปี 2569 พร้อมปั้นแบรนด์ โค ลิมิเต็ด สู่การเป็น “Leader of eat local go global” ‘โค ลิมิเต็ด’ แบรนด์ร้านอาหารในเครือ NARA GROUP ภายใต้การบริหารของสองผู้ร่วมก่อตั้ง นราวดี ศรีกาญจนา และ สิริโสภา จุลเสวก เจ้าของร้านอาหารไทยพรีเมียมอย่าง นาราไทย คูซีน โดยร้านอาหาร ‘โค ลิมิเต็ด’ เป็นการร่วมลงทุนกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา (หมู ASAVA) ดีไซเนอร์ชั้นนำ ภายใต้บริษัทโค รุ่งเรือง เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งสีสันให้กับร้านอาหารสตรีตฟู้ดของไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thai Premium Street Food Destination” นราวดี ศรีกาญจนา ประธานกรรมการบริหารนารา กรุ๊ป กล่าวว่า สำหรับ ‘โค ลิมิเต็ด’ เปิดบริการมา 6 ปี ตั้งแต่ปี 2563 มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารแบรนด์ไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ดช
ท่ามกลางคู่แข่ง สภาพเศรษฐกิจ และตัวเลือกมากมายของผู้บริโภค ร้านที่เคยเติบโต ต้องเผชิญกับยอดขายที่ตกลง “การปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของธุรกิจร้านอาหารในวันนี้ เช่นเรื่องราวของ ร้าน Ñam Ñam หรือ ยัมยัม พาสต้า ของ เชฟน้ำ-ปุณฑริก พงษ์พานิช แม้จะอยู่ในตลาดมานาน 6 ปี แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อยอดขายตก จากหลายปัจจัยทั้งคู่แข่ง และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เชฟน้ำต้องเริ่ม “ปรับตัว” ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดรายได้เพิ่ม 2 ทาง กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ Chickaletta (ชิกกาเลตต้า) ไก่ทอดกับข้าวผัดรสชาติไทย ที่ขายแบบดีลิเวอรีเพียงอย่างเดียว ถึงวันแรกจะขายได้ไม่ถึง 10 กล่อง แต่ด้วยแพชชันและความฮึดสู้ ทำให้วันนี้ กลับมีออร์เดอร์พีกสุด 300 กล่องต่อวัน ปรับตัว เพื่อไปต่อ เชฟน้ำ เปิดร้านยัมยัม พาสต้า มานาน 6 ปี กับ 6 สาขาที่เปิดให้บริการ เรียกว่าเป็นร้านแรกๆ ที่ทำพาสต้าเส้นสดขาย แต่ช่วงหลังเมนูนี้หาทานง่ายขึ้น จากร้านหน้าใหม่ที่เปิดในรูปแบบคล้ายกัน และการกระจายตัวของฐานลูกค้า ทำให้บางสาขายังขายได้ และบางสาขาขายได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เ
“การที่เราได้เมนูปาล์มมา มันเป็นจุดบังเอิญเหมือนกัน” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” แหล่งท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ เรียกตัวเองเป็น “เมืองในจินตนาการ” ที่มีทั้งศูนย์การเรียนรู้ ห้องประชุม ที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังถึงเมนู “เรียกแขก” ที่ไม่มีใครเหมือน อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ตามรอยเท้าพ่อ! สร้าง “เมืองในจินตนาการ” ดึงดูดนักท่องเที่ยว หวังปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อนเล่าต่อ ในพื้นที่รอยต่อป่า 5 จังหวัด มักมีช้าง ออกมาหากินตามไร่สวนของชาวบ้าน และ “ช้าง” นั่นเอง ที่เป็นต้นแบบของการกิน “ยอดปาล์ม” “ถ้าช้างกินได้ คนก็ต้องกินได้ ก่อนที่จะมาทำร้านอาหารในบ่อทองบุรีนี้ ผมกินยอดปาล์มมานานแล้ว เมนูแรกที่ทำคือ ยอดปาล์มผัดไข่ แล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนได้มา ต้ม ผัด แกงทอด ทำได้หมด” เจ้าของบ่อทองบุรี เล่ายิ้มๆ อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะรังสรรค์เมนูจาก “ยอดปาล์ม” ออกมาได้นั้น คุณสำรวย บอก ต้องผ่านการทดลองมาทุกขั้นตอนว่าทำแบบนี้กินได้ไหม ก่อนนำไปให้ทางสถานีวิจัย ทำการวิจัยคุณประโยชน์ของยอดปาล์ม ปรากฏมีข้อมูลชี้ชัด ยอดปาล์ม มีวิตามินเอ สูงมาก
จากร้านค้าส่งในตลาดสำเพ็ง สู่แบรนด์ Moshi Moshi (โมชิ โมชิ) ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์น่ารักที่เปิดให้บริการถึง 190 สาขาในปัจจุบัน โมเดลธุรกิจนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างทางการตลาด โดยทายาทเจน 3 ที่เข้ามาปรับธุรกิจของครอบครัวให้เติบโต ช่องว่างเล็กๆ สู่โมเดลธุรกิจใหม่ อชิระ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมพูดคุย ในงานสัมมนาประชาชาติ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ บนเวทีเสวนาพิเศษ ถอดบทเรียน…จุดเปลี่ยนธุรกิจ NextGen ไว้อย่างน่าสนใจ อชิระ เล่าว่า ก่อนมาเป็นโมชิ โมชิ ภาพจำในวัยเด็กของเขา คือวิ่งเล่นอยู่ในร้านค้าส่งของพ่อแม่ที่ตลาดสำเพ็ง บรรยากาศในช่วงนั้น ทั้งวุ่นวายและครึกครื้นเพราะเป็นย่านค้าส่งขนาดใหญ่ พอโตขึ้น พ่อกับแม่ก็เริ่มให้เข้ามาช่วยงานจัดร้าน และเป็นแคชเชียร์ “ตอนนั้นยังเด็กมาก ไม่ได้สนใจอะไร ผู้ใหญ่บอกให้ไปช่วย ก็ไป” อชิระ เล่าเสริม ก่อนเล่าย้อนกลับไปในปี 2016 ตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 พร้อมกับมีแผนในใจ “จะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน” แต่ผู้ใหญ่กลับไม่อยากให้เจเนอเรชัน 3 กลับมาสานต่อโดยตรง เพราะอย
ในขณะที่อุตสาหกรรมความงามเต็มไปด้วยผู้เล่นยักษ์ใหญ่ ทั้ง K-Beauty จากเกาหลีใต้ที่ครองกระแสมาอย่างยาวนาน, J-Beauty จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่ C-Beauty จากจีนที่กำลังเร่งทำคะแนนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด การแข่งขันใน ‘อุตสาหกรรมความงาม’ จึงทวีความร้อนแรงขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในทิศทางของปี 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ T-Beauty ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่กำลังผลักดันให้แบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับด้วยคุณภาพของสินค้า เพราะจุดเด่นของเครื่องสำอางไทย ต้องมีความเบาบาง ติดทน ไม่เหนอะหนะ กันน้ำ กันเหงื่อ และราคาที่จับต้องได้ ในคอลัมน์ #MadeinThailand เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART (คาร์มาร์ท) อาณาจักรแบรนด์บิวตี้มูลค่าพันล้าน ที่เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการผลักดันแบรนด์ไทยไปสู่เวทีโลก ผ่านการปรับตัว สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และกลยุทธ์ Collaboration ที่จะพาแบรนด์ไทยเติบโตไปพร้อมกัน สู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ก่อร่าง สร้างอาณาจักร ‘T-Beauty’ “KARMART เราเกิดมาในยุ
ATIPA จับมือ KARMART เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” รุกตลาดความงาม ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก “ชีทมาสก์ 4 สูตร” ในราคาจับต้องได้ เตรียมไลฟ์เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 12 ธ.ค. นี้ บนช่องทาง TikTok @atipashop โดยใช้สูตรการตลาดที่ผสมระหว่าง TikTok Commerce กับ Trend Beauty เข้าด้วยกัน หวังบุกตลาดเครื่องสำอางเต็มรูปแบบ ตั้งเป้า 8 หลักในปี 2026 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจเครื่องสำอางชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือกับ ATIPA Shop แบรนด์แฟชั่นที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นบนแพลตฟอร์ม TikTok จับมือรุกตลาดเครื่องสำอาง “แลกความเก่งของแต่ละฝ่าย” ผสานจุดแข็ง R&D รวมกับความเข้าใจ Insight ผู้หญิงบน TikTok และพลังของ Live Commerce เกิดเป็นแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก คือ “ชีทมาส์ก 4 สูตร” ได้แก่ Dewy Glass, Bright Glow, Sebum Control และ Wrinkle Away การร่วมมือกันครั้งนี้ นำโดย คุณพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) และ คุณอติภายิ์ คงคาลัย ผู้ก่อตั้ง ATIPA Shop ที่มีจุดมุ่งหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์คว
ใครจะเชื่อว่า “งานบ้าน” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นงานพื้นฐานธรรมดา จะกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีคิวจองยาวข้ามปี และพาให้หญิงสาวคนหนึ่งเติบโตมีรายได้มั่นคง เปลี่ยนชีวิตตัวเองและเปลี่ยนชีวิตลูกค้านับพันราย โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ คุณอิม–อิมยาดา เรือนภู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “แมวบิน” ธุรกิจจัดระเบียบบ้านระดับพรีเมียม ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นักจัดระเบียบบ้านเจ้าแรกของเมืองไทย” ในคอลัมน์ #YoungEntrepreneur “เติบโตมาในครอบครัวผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้คุ้นชินกับอาคาร บ้าน ห้อง และความเป็นระเบียบตั้งแต่เด็ก และความที่เป็นครอบครัวใหญ่ หลายชีวิต หลานสาวเยอะ และหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่สุดของคนจนในยุคนั้น คือ การสอนงานบ้าน ทุกวันจึงต้องทำงานบ้านเป็นวินัย ฝังเป็นเลือดเนื้อไปแล้ว” คุณอิม เกริ่นบทสนทนา ก่อนเล่าต่อ เมื่อถึงวัยมหาวิทยาลัย เธอเลือกเรียน คณะการโรงแรม ม.รังสิต เพราะหลงใหลสถาปัตยกรรม ความเนี้ยบ ความเรียบร้อยของพื้นที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว หลังเรียนจบ ทำงานในวงการอสังหาริมทรัพย์จนถึงช่วงโควิด ที่ทุกอย่างสั่นคลอน ทั้งงาน การเงิน และอนาคต “ตอนนั้นคิดว่า ต้องมีอาชีพเสริม ทำอะไรก็ได้ที่เป็นต
ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี แบรนด์เวชสำอางสัญชาติไทยอย่าง SKINPRO Rx สามารถสร้างยอดขายทะลุ 148 ล้านบาท ได้ด้วยเติบโตจากฐานสูตรเวชสำอางที่ใช้ใน ‘พรเกษม’ มายาวนานกว่า 40 ปี สู่แบรนด์ที่กำลังกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนว่าเป็น “เวชสำอางที่เข้าใจผิวคนไทยอย่างแท้จริง” เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของพรเกษม กับกลยุทธ์ธุรกิจที่ทันสมัยโดยทายาทรุ่นสอง คุณหั่ง-สัมมา ศรีปรัชญาอนันต์ จุดเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิก สู่แบรนด์เวชสำอาง ทายาทรุ่น 2 เล่าว่า จากการรักษาปัญหาผิวหนังมาตลอด 40 ปี ทำให้พรเกษมพัฒนาสกินแคร์ขึ้นมาเพื่อจ่ายให้คนไข้ในคลินิก ซึ่งขายดีชนิดที่ว่าคนไข้รักษาสิวหายแล้ว ก็ยังมาซื้อใช้ต่อ แต่ปัญหาคือ คนอยากซื้อ ต้องมาถึงคลินิกเท่านั้น ในจุดนี้เองทำให้ มองเห็นโอกาสว่า “แล้วทำไมเราไม่เอาของดีที่มีอยู่แล้วในคลินิก มาทำให้ซื้อได้ง่ายขึ้นล่ะ” จึงเป็นที่มาจากโจทย์การนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ใช้อยู่ในคลินิก มาทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ใช้บริการคลินิกก็หาซื้อได้ โดยหลังจากเรียนจบ MBA
สร้างรายได้เสริมได้ ไม่ต้องจ่ายแฟรนไชส์! จากเริ่มต้นขาย 20 กล่อง สู่ ‘สลัดไฮโซ’ ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี พร้อมส่งต่ออาชีพให้คนที่อยากมีรายได้ จากจุดเริ่มต้นน้ำสลัดโฮมเมดที่ทำให้เพื่อนบ้านทดลองชิม สู่ธุรกิจที่เติบโต ‘สลัดไฮโซ’ แบรนด์ที่เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังสร้างโอกาสสร้างอาชีพให้กับผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ นี่เป็นเรื่องราวของ คุณหนึ่ง-สิรีสุรีนันท์ จงศิริกุล ผู้บุกเบิกธุรกิจ สลัดไฮโซ โดยเริ่มจากการทำขายวันแรกเพียง 20 กล่อง และได้ส่งต่อให้ทายาทรุ่น 2 คุณแพร-ณัฏฐณิชชญา วงศ์วัชระกุศล จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้ 2,000 กล่องต่อวัน และขยายโอกาสให้คนอื่นได้มีอาชีพอย่างแท้จริง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของสลัดไฮโซ ที่ยังคงความโฮมเมด และยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นระบบ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จุดเริ่มต้นสลัดไฮโซ “ด้วยความที่เรารักในอาชีพนี้ เราก็ทำมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้เวลามีคนมาถามผ่านมา 20 ปีแล้วเหรอกับอาชีพนี้ เหมือนเพิ่งแป๊บเดียวเอง” คุณหนึ่ง เจ้าของร้าน กล่าวด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ก่อนจะเล่าต่อถึงจุดเ
