Exclusive
เรื่องโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านโถสุขภัณฑ์มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นระบบฉีดน้ำทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่เลือกให้เหมาะกับการถ่ายหนัก-เบา การปรับอุณหภูมิน้ำให้อุ่นขึ้นในฤดูหนาว และเปิดเสียงกลบขณะทำภารกิจหนัก แม้จะประสบความสำเร็จกับการออกแบบให้โถสุขภัณฑ์ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่บริษัทญี่ปุ่นก็ไม่ได้หยุดพัฒนา ล่าสุดแบรนด์ “โตโต้” (Toto) เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ที่เปลี่ยนจากความสะดวกสบาย มาเป็นการใส่ใจกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี “ไมนิจิ” สื่อญี่ปุ่น ระบุว่า “โตโต้” เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ “นีโอเรสต์” (Neorest) รุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีระบบตรวจสอบ “อุจจาระ” และบันทึกข้อมูลในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพจากการขับถ่ายได้ โถสุขภัณฑ์สุดล้ำนี้จะติดตั้งเซนเซอร์ไว้ใกล้กับหัวฉีดน้ำ หลักการทำงานก็คล้ายกับการสแกนบาร์โค้ด โดยจะฉายแสงไปยัง “อึ” ที่ตกลงในโถเพื่อวัดค่าต่างๆ เมื่อผู้ใช้นั่งบนฝาชักโครก ฝาเครื่องสแกนจะเปิดออกและระบบเริ่มทำงาน หลังจากวัดค่าเสร็จแล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมั
‘พริกแกงต้องตำสด’ รสมือที่มาจากความตั้งใจ ในยุคที่อาหารไทยส่วนใหญ่ หันไปใช้พริกแกงสำเร็จรูป เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่งร้าน แกงสด กลับหยิบ “ครก” ขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของร้านอาหารไทยแห่งใหม่ที่ชื่อว่า “แกงสด” พร้อมชูจุดเด่นด้วยการโขลกพริกแกงสดๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความพิถีพิถันแบบครัวไทย กว่าจะเป็น “เชฟต้น” เรื่องราวของเชฟต้น เริ่มต้นจากการไป Work & Travel ที่สหรัฐอเมริกา ทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่รัฐเนวาดา ในตอนนั้นเขายังไม่คิดเป็นเชฟ แต่เมื่อได้ลองทำงานในครัว กลับรู้สึกชอบความเป็นระบบ ความกดดัน และความท้าทายในงานครัว ที่ไม่ใช่แค่การทำงานแลกเงิน แต่เป็นเส้นทางที่เขาหลงใหล เมื่อกลับมาไทย เชฟต้นเริ่มแน่ใจว่าอยากเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากสายเศรษฐศาสตร์ สู่สายอาหาร เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำอยู่ไม่ถึงเดือน แล้วเดินทางไปเรียนที่ Culinary Institute of America (CIA) นิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำของโลก และเลือกที่จะทุ่มเทจนกลายเป็นเชฟไทยรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย และเป็นหนึ่งในกรรมการรายการ Top Chef Thailand ซึ่งเป็นร
ขึ้นชื่อว่า “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง” จะมีความรู้สึกของเลือดนักสู้เข้ามาผสมอยู่ในคำคำนั้น เฉกเช่นเดียวกับ คุณบัว-นูลนี บุญมากาศ อายุ 26 ปี เจ้าของร้านขายนขนมปังอยู่หน้าบ้าน ที่เป็นไวรัลในโซเชียล คนต่อแถวยาวเหยียดจนทำแทบไม่ทัน แต่เส้นทางของความน่าภาคภูมิใจของเธอ จะต้องแลกมาด้วยความท้าทาย ความกดดันอย่างไรบ้าง เธอได้เล่าให้เราฟังว่า เส้นทางของ “1 Recipe Bake” เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ด้วยร้านเล็กๆ ที่ต้องปิดตัวลงชั่วคราวเมื่อเจ้าของร้านตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง แต่ด้วยใจรักในการทำขนม เธอก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หันมาทำขนมส่งขายตามคาเฟ่ต่างๆ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเมื่อเธอเริ่มทำ TikTok วิดีโอสั้นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวและเสน่ห์ของขนมโฮมเมดของเธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากเริ่มรู้จัก “1 Recipe Bake” และถึงขนาดเดินทางมาที่บ้านเพื่อลิ้มลองขนมสดใหม่จากเตา นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอกลับมาเปิดร้านเล็กๆ อีกครั้งที่หน้าบ้านของตัวเอง เมื่อตัดสินใจเปิดร้านที่หน้าบ้าน ผลตอบรับเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่คอนเทนต์บน TikTok กลายเป็นไวรัล ลูกค้าห
แม้จะเรียนจบด้านดนตรี และมีแพชชันแรงกล้าว่าจะไม่ทำธุรกิจครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ในวันที่บริษัทตุ๊กตาย่ำแย่ ช่องทางการขายหลักอย่างห้างสรรพสินค้าเริ่มไม่ตอบโจทย์ และตุ๊กตายังถูกมองว่าเป็นแค่ “ของเล่น” สำหรับเด็กที่ใครๆ ก็ขายกัน ทำให้ คุณทอย-กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ ลูกสาวคนโต ลุกขึ้นมาพลิกชีวิตบริษัทให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ที่หลายคนหลงรักในวัยเด็กมาผลิตเป็นตุ๊กตา พวงกุญแจ และสินค้าหลากหลาย จนกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมีติดตัว ซื้อมาห้อยกระเป๋าได้อย่างไม่เคอะเขิน คุณทอย เจ้าของ Codec Creation ทำธุรกิจอย่างไรและทำการตลาดแบบไหนให้คาแร็กเตอร์สุดน่ารักครองใจลูกค้า “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาทุกคนไปหาคำตอบ บริษัทตุ๊กตา ธุรกิจจากรุ่นแม่ คุณทอย เล่าให้ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจตุ๊กตามาตั้งแต่รุ่นแม่ โดยเริ่มจากขายการ์ดดินปั้นที่ได้กำไรเพียงชิ้นละ 2-3 บาท ไม่คุ้มกับความเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาขายตุ๊กตาที่รับจากสำเพ็งแล้วนำมาติดโบว์ ติดปีกให้น่ารักจนขายดิบขายดี แต่วันหนึ่งก็มีคนเลียนแบบ จึงได้เปลี่ยนมาผลิตตุ๊กตาเอง โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ชาวเกาห
กับสถานการณ์โลกปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงชะลอความร้อนแรง แต่คงต้องยอมรับ “ตลาดจีน” ยังเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ดร.เบญจรงค์ เกริ่นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัว แต่ระดับ “ความเข้มข้น” ในการฟื้นตัวนั้นไม่เท่ากันในแต่ละเมือง 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ถูกจัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน เป็นตลาดที่เติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันมีอีก 15 เมือง ที่ทางรัฐบาลจีน มีนโยบายพัฒนา ให้เป็น “New First-Tier Cities” เพื่อกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปี 2050 ดังนั้น หากอยากเข้าไปค้าขายในจีน ต้องเลือกเมืองที่เหมาะกับสินค้าของเรา และต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย สาหรับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีน ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า ได้แก่ สินค้าออร์แกนิกและสุขภา
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) การสานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ จุดเริ่มต้น Acaseyshop คุณเบนและคุณออย จาก Acaseyshop ผู้ประกอบการวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มจากการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในตลาดออฟไลน์ จนทั้งคู่ได้มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่าน Shopee ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันร่วมกว่า 10 ปี แบรนด์ Acaseyshop ของพวกเขาเติบโตต่อเนื่องและมั่นคงพร้อมๆ ไปกับ Shopee จนปัจจุบันร้านมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และโอกาสล่าสุด ที่ทั้งคู่พาแบรนด์ ขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมไปยังป
ถูกยกให้เป็น “ไอดอลเชฟ” ของใครหลายคน สำหรับ เชฟอาร์ – ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอให้ชี้แนะแนวทางสู่สายอาชีพให้กับคนที่อยากเจริญรอยตามเขาบ้าง เชฟหนุ่ม อารมณ์ดี บอกว่า “อาชีพเชฟ ไม่ใช่อาชีพที่ขี้เหร่ นะ ปัจจุบันกระแสดีอยู่แล้ว ผมว่าเป็นอาชีพที่รายได้สูง แต่ก่อนจะรายได้สูง ก็คงเหมือนกับทุกอาชีพ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างตัวเองให้มีคุณค่าพอ หรือมี Value ที่เพียงพอกับรายได้ที่คุณจะได้รับก่อน เพราะสิ่งนี้มันเป็นกฎของธรรมชาติ” ก่อนบอกอีกว่า “เส้นทางของอาชีพเชฟ นี้ มีเยอะมากนะตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องของ Part โรงแรม ที่คุณจะต้องเริ่มต้นเงินเดือนตั้งแต่ 1.2 หมื่นบาท ไปจนกว่าจะถึง Executive Chef คุณต้องใช้เวลา 15 ปี ถึงจะได้เงินเดือนแสนกว่า ตัดไปก่อนนะ ธุรกิจอาหาร ก็สามารถเข้าไปได้ แต่วงการร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านกาแฟ เปิดง่าย แค่มีทุนมีเงิน ทำอาหารอร่อย ก็เปิดได้แล้ว แต่เปิดแล้วทำให้อยู่ได้ อยู่ให้ลูกค้าติด ไม่ขาดทุน อยู่ยังไงให้ยั่งยืน อันนี้เรื่องยากมาก” “นอกจากนี้ ก็เหลือการเป็นที่ปรึกษา เป็นคนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ส
บทความโดย : อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี แรงบันดาลหนึ่งที่ทำให้คนอยากเปิดร้านอาหารคือ ชอบทำอาหาร ทำอาหารอร่อย ใครกินก็ชมเปาะ มีสูตรของคุณย่า คุณยาย หรือตกทอดมาจากซัวเถา มีสตอรี่ อย่ากระนั้นเลย เมื่อประสบโอกาสดี ขอเปิดร้านอาหารซะเลย เห็นคนอื่นเขาเปิดร้านอาหารแล้วประสบความสำเร็จ แต่อร่อยสู้ของเราไม่ได้ แล้วเรามีฝีมือขนาดนี้ ลูกค้าจะไม่ติดตรึมรึ เปิดแล้วช่วงแรกๆ ดูดี มีลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย ช่วงนี้เขาเรียกกันว่า “ลูกค้าหลอก” หรือ “ไม่ใช่ของจริง” เพราะเมื่อแรกเปิดเราจะมีแรงหนุนจากเพื่อนฝูง ญาติ ครอบครัว ชวนกันมาอุดหนุนหลายๆ สาย ใครมากินก็ชม อร่อยอย่างโน้น อร่อยอย่างนี้ แล้วจะชวนเพื่อนกลับมากินอีก แต่พอเปิดไปประมาณ 6 เดือน 1 ปี นี่แหละจะพบกับ “ของจริง” ลูกค้าที่เคยหมุนเวียนมาหายไปไหนหมด ที่เคยบอกว่าจะชวนเพื่อนกลับมาอุดหนุนก็หาย จะเหลือลูกค้าประจำๆ อยู่ไม่กี่ราย เป็นอย่างนี้อีกสัก 6 เดือน ทุนหมด ก็ชักถอยแล้วครับ อยากทำร้านอาหารให้เจ๊ง แค่หลงตัวเองไว้เยอะๆ ว่า “ฉันทำอาหารอร่อย ฝีมือดี ขายดีแน่นอน” ถ้าไม่ดวงดี เจ๊งสมใจครับ การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเ
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ครบ–จบ–ต่อยอดได้จริง ผู้ประกอบการแห่ร่วม คอนเทนต์แน่น ไอเดียสด สร้างยอดขาย-ขยายตลาด กิจกรรม 3 วัน ของงานสัมมนา งาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ ก่อนปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยมีผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และผู้สนใจจำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน สำหรับหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ เวิร์กช็อปสุด Exclusive “T-Brand to China” จัดโดย เส้นทางเศรษฐี ที่เปิดประตูสู่ตลาดมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย คลาสเรียนเข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง โดยวันแรก (12 ก.ค.) เปิดฉากคลาสด้วยความคึกคัก มีผู้ประกอบการแห่จองที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน คือ เวิร์กช็อป “รู้จัก RED NOTE เครื่องมือการตลาดทรงพลัง เจาะเทคนิคสื่อสารให้คนจีนรัก” โดย คุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ หรือ “พี่เปี๊ยก จัดให้” เจ้าของช่อง TikTok ชื่อดัง ที่บอกเล่าแนวทางสร้างแบรนด์ไทยให้ดังในหมู่คนจีนที่มาเที่ยวไทย ก่อนต่อยอดสู่ตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน ก่อนไปต่อที่ ด้าน
