Exclusive
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน และไม่กี่วันก่อน เชฟนาย เปิดบ้านพักซึ่งอยู่ละแวกเดียวกันกับร้านอาหารของเธอ เชิญสื่อจำนวนหนึ่ง รวมถึง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ให้ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ รับประทานมื้อกลางวัน ในแบบของ “Immune Table” หรือ “อาหารกระตุ้นภูมิ” “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ อาหารเซตนี้ เป็นการสนทนาแห่งสุขภาพ ที่เริ่มต้นตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย โดยคัดสรรวัตถุดิบพื้นบ้าน สมุนไพร เครื่องเทศ และกระบวนการหมักดองที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ที่ดี มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน” เชฟนาย บรรยายมาอย่างนั้น สำหรับ “เมนูเสิร์ฟ” กระตุ้นภูมิ โดยเชฟนาย ครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย เครื่องดื่มเปิดต่อมร
“ไม่เน้นเอากำไร ขอแค่ลูกค้าอิ่ม” ร้านข้าวมันไก่เปิด 24 ชม. ให้เยอะล้นจาน ขวัญใจคนกินดึก “ไม่ต้องไปเน้นเอากำไรเยอะขายของทุกวันนี้ เพราะว่าเงินหายาก ไม่ต้องไปรวยไปสร้างตึกสร้างอะไรขนาดนั้นหรอกนะ” เจ๊เก้า กล่าว คำพูดที่ตรงๆ ของแม่ค้าข้าวมันไก่ที่ชื่อว่า เจ๊เก้า-จุฑาภรณ์ ธัญญาหาร อายุ 48 ปี ที่กระแทกใจคนฟังไม่น้อย ด้วยยุคข้าวยากหมากแพงนี้ หากขายของหวังจะเอากำไรอย่างเดียว นี่ไม่ใช่แนวคิดของเธอเลย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับเจ๊เก้า เจ้าของร้านเจ๊เก้าข้าวมันไก่ หน้าวัดสะพานสูง บางซื่อ ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เธอมีต่อครอบครัว ลูกน้อง และที่สำคัญเลยคือ ลูกค้า เรื่องราวก่อนขายข้าวมันไก่ ย้อนไปเมื่อตอนที่เธอเรียนจบ ม.6 มาใหม่ๆ ได้มาทำงานออฟฟิศอยู่ประมาณเกือบ 7 ปี และมีความรักกับคนคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลูกเจ้าของ แต่ก็เกิดเหตุนอกใจ จนทำให้เธอตัดสินใจลาขาดจากจุดจุดนั้น ความรักที่เป็นรักครั้งแรก ก็ผิดหวัง เธอจึงตัดสินใจโทรหาพี่สาว ซึ่งตอนนั้นพี่สาวของเธอก็ขายข้าวมันไก่อยู่ที่จุฬาฯ “คราวนี้เจ๊ก็เลยโทรไปหาพี่สาวว่า เนี่ยจะไปอยู่กับพี่สาว พี่สาวก็เลยว่าเออ
การเติบโตของ SMEs ไทย ยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการฟังเสียงของลูกค้า การมองเห็นปัญหา เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ดังเช่นเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ FULL FISH ที่เริ่มต้นจากกิจการครอบครัวในท้องถิ่น แต่ต้องสร้างสินค้าให้แมสเข้าถึงผู้บริโภคทุกวัย จนในวันนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีบนเชลฟ์ เซเว่น อีเลฟเว่น SMEs ไทย สายสแน็ก FULL FISH (ฟูฟิช) เกิดจากธุรกิจครอบครัวที่ขายปลาเส้นในรูปแบบของฝากท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2547 การเปลี่ยนผ่านสำคัญคือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และสร้างแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้สินค้ามีอายุเก็บรักษานานขึ้น และจดจำง่าย โดย คุณอำพูล เอื้อจงมานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาสมุทร จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่กลับมาช่วยต่อยอดธุรกิจครอบครัว ด้วยการพลิกวิธีคิด เพียงต้องการสร้างแบรนด์จริงจัง มีแพ็กเกจจิ้งที่ได้มาตรฐาน FULL FISH จึงเป็นแบรนด์ปลาเส้นแบรนด์แรกของโรงงานที่มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัย เก็บรักษาได้นาน และสร้างความจดจำให้ลูกค้าได้อย่างง่ายดาย FULL FISH โดดเด่นในฐานะขนมขบเคี้ยวที่ใช้การอบแทนการทอด ปริมาณคุ
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ ในฐานะกูรูวงการอาหาร เผยถึง “ตัวอย่างไม่น่าทำตาม” เกี่ยวกับการลงทุนทำร้านอาหารในยุคปัจจุบัน กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้น่าสนใจว่า “ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาจะทำเมนูอาหาร ลงทุนจ้างช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปอาหารหมดไป 50,000 บาท แต่ลืมคิดไปว่าร้านตัวเองไม่ได้ใหญ่และทุนหนาอย่างนั้น ถึงเสร็จแล้วรูปที่ได้ก็สวยอยู่สมราคา แต่เอาไปใช้แค่ในเฟซบุ๊ก ส่วนเมนูออนไลน์ ทำไม่เสร็จสักที จนร้านเปิดไป 3-4 เดือนแล้ว เมนูเล่มยังไม่ได้ทำ ทำแค่กระดาษพรินต์ตัวอักษรในปกหนัง “งบประมาณถ่ายรูปนั้นจึงค่อนข้างสูญเปล่า ทั้งที่ยังมีวิธีที่จะหาเจ้าที่ถูกกว่า หรือไหว้วานเพื่อนฝูงให้ช่วยทำให้ หรือถ่ายเองซะเลย กล้องมือถือเดี๋ยวนี้คุณภาพล้นเครื่อง ไปสั่งซื้อตู้ไฟถ่ายภาพมาใช้ได้ภาพอาหารใสปิ๊งแล้ว ลงทุนแค่ไม่กี่พัน” กูรูวงการอาหาร กล่าว ก่อนเผยถึง เรื่อสำคัญในการทำร้านอาหาร นั่นคือ “การวางแผนธุรกิจ” “ก่อนเปิดร้านต้องลงทุนอะไรบ้าง มีตั้งแต่ ค่าเช่า ค่าทดลองอาหาร พนักงานทดลองทำงาน ค่าถ่ายรูป อุปกรณ์ จานชาม โต๊ะ เก้าอี้ ค่าพาหนะ ฯลฯ เหล่านี้จดลงบัญชีไว้อย่างละเอียด ซื้ออะไรมาเท่าไหร่ วันท
คุณตั้ม–จิตติศักดิ์ ศิลป์ทอง วัย 35 ปี เจ้าของเพจ “ไปกับเรารูปสวยนะ” คุยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยรอยยิ้มถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก จากเด็กช่างดีไซน์กราฟิกที่ถูกกรอบร้านไวนิลจำกัดความคิด สู่วิถีช่างภาพอิสระที่วันนี้ มีงานเข้าตลอดๆ ชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราว ย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ปวส. สาขาดีไซน์กราฟิก ที่เทคโนโลยีชลบุรี ก็เริ่มต้นทำงานออกแบบป้ายไวนิล แต่ทำได้เพียง 2 เดือนรู้สึกอึดอัดกับข้อจำกัดของงาน จึงตัดสินใจลาออกมาใช้ชีวิตอิสระในฐานะ “ไบเกอร์” แต่โชคชะตาพลิกผัน เมื่อแม่ของเขา ไม่อยากให้ลูกเสี่ยงอันตรายบนท้องถนน เขาจึงขายมอเตอร์ไซค์ แล้วขอกู้เงินจากแม่ มาก้อนหนึ่งเพื่อซื้อกล้องถ่ายรูป หวังมาใช้ในงานอดิเรกที่ชอบ คือ การถ่ายรูป แต่สุดท้าย กล้องตัวนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางช่างภาพ อาชีพเลี้ยงตัวมาถึงทุกวันนี้ โดยราวปี 2559 คุณตั้ม ได้ส่งผลงานภาพของเขาเข้าประกวดในเวทีของ “แคนนอน” มีเป้าหมายแค่หวังกระเป๋ากล้องเป็นรางวัลเล็กๆ แต่สุดท้ายกลับได้ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมทริปบินไปรับรางวัลที่อิตาลี นับเป็นก้าวแรกทำให้ครอบคร
แม้สนามการแข่งขันสกินแคร์จะดุเดือด การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพคือสิ่งที่ยืนยาวที่สุดในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยเติบโตและขยายฐานได้กว้างขึ้นผ่าน Shopee โดยแบรนด์ Moleculogy ไม่ได้มองแค่ปัญหาที่อยู่ในกระแส แต่เลือกหยิบปัญหาที่คนมองข้าม มาคิดค้นทางออกที่จับต้องได้จริง Moleculogy by Diamond Grains หากเอ่ยถึง Moleculogy by Diamond Grains หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์นี้เริ่มต้นจากการทำสกินแคร์ แต่ความจริงแล้วจุดกำเนิดมาจาก Supplement ภายใต้ร่มใหญ่ของ Diamond Grains ที่เริ่มธุรกิจด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ขนม และสแน็ก ก่อนจะแตกไลน์มาสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การทำงานกับ Health Food และ Supplement ทำให้ทีมคุ้นเคยกับความซับซ้อนของการดูแลสุขภาพจากภายใน และนั่นนำไปสู่การมองเห็นโอกาสต่อยอดสู่ Skincare โดยมี คุณอูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เธอมองว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ดี ต้องไม่ใช่เพียงแค่ “สูตรสวยหรู” แต่ต้อง “ดีจริง ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และแก้ปัญหาเชิงลึกที่ตลาดยังขาด” ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Whitening ที่คุณอูนต้องการ ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูสว่
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “เงิน” เป็นปัจจัยหลักของร้านอาหาร ทำร้านอาหารก็เพราะอยากได้เงิน แต่จะได้เงินคนอื่นเขามาต้องออกเงินตัวเองไปก่อน การทำร้านอาหารไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จึงต้องมีแผนธุรกิจ อย่าใช้ตำรา “เข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา” เพราะไปๆ มาๆ มันควักวุ่นวายซ้ายขวาไปหมด ยิ่งเป็นคนที่มีหลายกิจการต้องใช้จ่ายเสมอ เอาอันโน้นไปใส่อันนี้ เอาอันนี้ไปใส่อันนั้น เลยไม่รู้ว่าอันไหนกำไรขาดทุนยังไง แผนธุรกิจเล็กๆ แค่ตั้งไว้ในใจว่า จะเปิดร้านอาหารหรือแค่แผงลอยจะใช้เงินทุนสักเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ถึงจะคืนทุนหรือมีกำไร “อย่าลงทุนเกินตัว” “อย่าจมไม่ลง” และรู้จักคำว่า “ประหยัด” อะไรที่เราทำเองได้จงทำ อะไรที่ทำไม่ได้ ต้องเสาะแสวงหาแหล่งที่ให้ข้อเสนอดีที่สุดก่อน คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ถ้าได้จ่ายน้อยแต่ได้ประโยชน์สูงยิ่งดี ตัวอย่างของการใช้จ่ายเกินตัว เกินงบประมาณ จมไม่ลง ไม่รู้จักประหยัดมีเยอะ เพื่อนผมคนหนึ่งก่อนเปิดร้านให้คนครัวทำอาหาร ทดลองอาหาร ชิม เบ็ดเสร็จกว่าจะทดลองเสร็จหมดไป 30,000 บาท ผมรู้เข้าต้องอ้าปากค้าง “หา!” อุแม่เจ้ารายการอาห
จากอดีตนักโทษ เรียนทำอาหารในเรือนจำ สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารชื่อดัง 7 สาขาในอเมริกา เรื่องราวของ Ali Elreda เริ่มต้นในเมืองเบลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งชีวิตของเขาต้องพลิกผันเมื่อถูกตัดสินจำคุกในคดีค้ายาเสพติดในปี 2007 ทำให้เขาต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในเรือนจำ แต่แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เขากลับใช้เวลาในคุกเพื่อพัฒนาทักษะการทำอาหาร โดยเริ่มทำอาหารให้เพื่อนนักโทษในโรงอาหาร ก้าวใหม่บนเส้นทางสายอาหาร หลังจากพ้นโทษในปี 2011 Ali ไม่ได้ย่อท้อต่ออุปสรรค เขาเริ่มต้นใหม่ด้วยการทำงานในร้านขายเนื้อของลูกพี่ลูกน้อง และด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถ เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารร้านในปี 2012 หลังจากสั่งสมประสบการณ์มา 4 ปี Ali ก็ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการขายร้านเดิมในราคา 125,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) เพื่อนำเงินทั้งหมดมาลงทุนในความฝันของตัวเอง นั่นคือการเปิดร้านอาหารที่มีชื่อว่า “Fatima’s Grill” ในปี 2016 สูตรลับความสำเร็จ การผสมผสานที่ลงตัว Ali นำภูมิหลังของตัวเองมาเป็นจุดแข็ง โดยผสมผสานอาหารเม็กซิกันซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เขาเติบโตมาเข้ากับอาหารเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์เลบานอนที่เป็
จากอดีตผู้กำกับโฆษณา สู่บทบาท “ลุงชงชา” เจ้าของคาเฟ่สุดฮิตย่านห้วยขวาง พี่เอ๊ง-สาโรจน์ สุวัณณาคาร ผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งชาที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมานั่งชงชาเช่นนี้ แต่เมื่อทุกอย่างต้องเปลี่ยนก็พร้อมที่จะลองทำดู แม้จะเหนื่อยบ้างในบางครั้งแต่ก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งที่รัก พี่เอ๊ง บอกว่า การชงชาแต่ละแก้วไม่ต่างจากการสร้างสรรค์งาน Production ที่เคยทำ และส่งมอบให้ลูกค้า เขาเชื่อว่า “ตราบใดที่คุณตั้งใจทำมันทุกแก้วๆ ผมเชื่อว่าคนดื่มจะรู้สึกกับคุณ” จุดเริ่มจากภูเก็ต “ลุงเกิดและโตที่จังหวัดภูเก็ตในยุคที่ยังไม่มีโรงแรมริมหาด เราจึงได้สัมผัสความงามของท้องฟ้า ทะเล สายลม แสงแดด ที่กระทบกับคลื่นและพระอาทิตย์ยามเย็น” พี่เอ๊ง เล่าถึงบรรยากาศความโรแมนติกของภูเก็ตสมัยก่อน ที่แม้ว่าในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย แต่ความรู้สึกในวันนั้นยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงาม และพิเศษสุดๆ ความรู้สึกของความซนที่เกิดขึ้นในวัยนั้นเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้เอาแต่เรียน แต่มันคือประสบการณ์ที่สั่งสมมา ตั้งแต่ไม่มีข้าวกินกระทั่งกินของอร่อย แล้วก็เมากันตั้งแต่เช้ายันเย็น นั่นคือชีวิตเหลวแหลกที่ผ่านมา แต่สำหร
เริ่มจาก 0 สู่ 50 ล้าน! สิชลเดลี่เฟรช ปูพาสเจอไรซ์ ไม่มีทายาทสานต่อ จึงยกให้พนักงานรับช่วงต่อแบบฟรีๆ “สิชลเดลี่เฟรช” เป็นโรงงานผลิตเนื้อปูม้าแปรรูปเจ้าดังในจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดย คุณอธิยุตว์ หาญมนตรี ซึ่งธุรกิจนี้เริ่มต้นจากประสบการณ์การทำงานในบริษัทที่นำเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์มาแปรรูปปูม้า และต่อยอดออกมาเป็นธุรกิจของตัวเอง เริ่มจาก 0 สู่ยอดขายหลักล้าน คุณอธิยุตว์ เล่าว่า ตนนั้นเคยทำงานให้กับบริษัทที่นำเทคโนโลยีพาสเจอไรซ์เกี่ยวกับปู ที่เข้ามาเผยแพร่ในไทย ซึ่งทำอยู่ประมาณ 5 ปี และได้ไปเป็นลูกจ้างที่บริษัทอื่นในไลน์ผลิตเดียวกันอีก 2 ปี หลังจากลาออกจากงานประจำ คุณอธิยุตว์ ได้ไปเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองที่จังหวัดตราดกับเพื่อน แต่แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากที่ตราดต้นทุนสูง สู้ไม่ไหว จึงกลับมาก่อตั้งธุรกิจของตัวเองที่ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นจาก 0 เริ่มแรกมีเพียงแค่เขาและเพื่อนชาวต่างชาติเพียง 2 คน เริ่มตั้งแต่การหาลูกค้า หาโรงงาน หาซัพพลายเออร์ และได้เสนอข้อตกลงขอแบ่งใช้พื้นที่กับซัพพลายเออร์ แลกเปลี่ยนกับการแบ่งหุ้นให้ส่วนหนึ่ง สิชลเดลี่
