Exclusive
ในปัจจุบัน ปัญหากองขยะมหาศาล กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คน ซึ่งปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดมลพิษทางดิน น้ำ และอากาศ ส่งผลเสียต่อสุขภาพและระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ยังแฝงไว้ด้วยโอกาส ที่ทำให้หลายๆ ธุรกิจเริ่มหันมาต่อยอดไอเดียเพิ่มมูลค่าจากขยะเหล่านี้ อย่างเช่น การแปรรูปสินค้า เป็นต้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ คุณภู-ภูชิต มิ่งขวัญ เจ้าของวิสาหกิจชุมชนเพียวพลัสฟาร์ม ฟาร์มโคพันธุ์ดีปากน้ำโพ ที่มองเห็นปัญหา “เปลือกทุเรียน” ที่มีเยอะมาก จึงเกิดไอเดียทำเป็นอาหารให้วัวกิน และยังมีการเลี้ยงดูที่ดี ทำให้ช่วงชีวิตของวัวมีความสุข ส่งผลให้เนื้อมีคุณภาพดี อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง เลี้ยงด้วงไม่สำเร็จ ต่อยอดอาชีพสู่ ผักกะละมัง งานเสริมรายได้ดี เฉลี่ยเดือนละ 6 หมื่น รายได้เดือนละหลักหมื่น! ครูทำเกษตร เพาะต้นอ่อนทานตะวัน 7 วันได้เงิน ลงทุนน้อย ใช้ภาชนะใกล้ตัว เลิกเป็นลูกจ้าง อดีตสาวแบงก์ ทิ้งเงินเดือนหลายหมื่น ทำเกษตรอินทรีย์ จุดเริ่มต้นของ Do Beef คุณภูเรียนจบบัญชี จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ และมีพี่ชายที่เรียนด้
“สนใจเรื่องเมือง เพราะตอนเรียนสถาปัตย์ มีวิชาเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง รู้สึกชอบเป็นพิเศษ แต่พอเข้าโหมดชีวิตจริง รู้สึกว่าสถาปัตย์ไม่ได้ทำเพื่อสังคมเลย เราใช้วิชาไปทำบ้านให้คนมีเงินกันมากกว่า ผมว่ามันย้อนแย้งอยู่เหมือนกัน” คุณชัช-ชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์ สถาปนิกหนุ่มในวัยสามสิบกว่า เริ่มบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ ดีกรีปริญญาตรี จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประกอบอาชีพสถาปนิกเป็นงานหลัก ชอบงานขีดเขียน เคยออกพ็อกเก็ตบุ๊กของตัวเองมาแล้ว 2 เล่ม ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจรับออกแบบ ใช้ชื่อว่า Everyday Architect & Design Studio “เป็นสถาปนิกที่ชอบเขียนหนังสือเรื่องสังคม เรื่องคนจนเมือง ช่วงที่ออกจากงานประจำ ได้ไปทำงานชุมชน แนวสถาปนิกชุมชนลงพื้นที่คล้ายๆ เอ็นจีโอ แต่ไม่เข้มข้นขนาดนั้น โดยจะมีโจทย์สำรวจไปตามพื้นที่ต่างๆ แล้วคิดหาวิธีออกแบบเพื่อแก้ปัญหา สุดท้ายมีหนังสือตีพิมพ์ออกมา 2 เล่ม เล่มแรก ชื่อ อาคิเต็ก-เจอ และ สถาปัตยกรรม คณะเรี่ยราด” คุณชัช ย้อนประวัติให้ฟัง กระทั่งช่วงทำธุรกิจของตัวเอง เขาเริ่มนำงานเขียนที่สนใจเกี่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “มัทฉะ” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จากเดิมที่อาจเป็นที่รู้จักในวงจำกัด ปัจจุบันมัทฉะได้แทรกซึมเข้าไปในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้ที่มองหาเครื่องดื่มที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มชาแบบญี่ปุ่น ความนิยมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เครื่องดื่ม แต่ยังขยายไปสู่ขนมหวาน เบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีส่วนผสมของมัทฉะอย่างแพร่หลาย ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์มัทฉะในไทยนั้นมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นกระแสรักสุขภาพหรือความชื่นชอบในรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย จนทำให้มัทฉะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มของผู้บริโภคชาวไทยไปแล้ว เรื่องราวของ คุณวิน-นนท์นิพัทธ์ เสถียรบำรุงกิจ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของหนุ่มรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสและหลงใหลในเสน่ห์ของมัทฉะอย่างแท้จริง ที่แม้จะเติบโตในแวดวงธุรกิจของครอบครัว แต่เสน่ห์อันลุ่มลึกของมัทฉะกลับตรึงใจเขาไว้อย่างแนบแน่น ความชื่นชอบนี้ได้จุดประกายความมุ่งมั่นอันแรงกล้า จนนำไปสู่การก่อตั้ง K
70 ปี ดีไซน์เดิม แต่ขายได้! เปิดกลยุทธ์ นันยาง เปรียบตัวเองเป็นปลาตามซอก ว่ายในเรดโอเชียน ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้ขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ “ถอดวิธีคิด เส้นทาง กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของโทฟุซังและนันยาง” พร้อมกับ คุณสุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โทฟุซัง จำกัด พร้อมเผยเคล็ดลับการทำธุรกิจในงานสัมมนา “Thailand 2024 : beyond RED OCEAN” ที่จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ย้อนไปเมื่อประมาณ 100 ปีกว่า คุณวิชัย ซอโสตถิกุล มาจากเมืองจีน อายุได้ 10 ปีกว่าๆ อพยพจากเมืองจีนมากับครอบครัว ได้ทำอาชีพต่างๆ จนครั้งหนึ่งได้ทำกิจการซื้อมาขายไป หนึ่งในนั้นได้มีการนำเข้ารองเท้าจากประเทศสิงคโปร์ มีชื่อว่า หนำเอี๊ย เป็นภาษาแต้จิ๋ว เมื่อแปลมาเป็นภาษากลาง คือ นันยาง มาถึงในช่วงที่สอง คือช่วงก่อนปี 2500 ประเทศไทยมีการส่งเสริมการทำสินค้าไทย แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศสิงคโปร์เริ่มเปลี่ยนจากการไม่ผลิต จึงมีการเจรจาและเริ่มผลิตนันยางในประเทศไทยเมื่อปี 2496 เป็นปีแรก จนมาถึงปัจจุบัน 70 ปี ยุคเปลี่ยน แต่ นันยาง ไม่เปลี่ยน
จากสูตร ยำขาว ไทยๆ “1-1-ครึ่ง” 1 คือ น้ำปลา 1 ส่วน อีก 1 คือ น้ำมะนาว 1 ส่วน และครึ่ง คือ น้ำตาล บ้านเรายังมี “ยำดำ” ซึ่งก็คือน้ำยำขาวนี่ล่ะ แต่เพิ่มน้ำพริกเผาลงไป สูตรจะกลายเป็น น้ำปลา 1 น้ำมะนาว 1 น้ำพริกเผา 1 น้ำตาลครึ่ง ยำดำ นิยมทำเป็น ยำถั่วพู ยำหัวปลี ยำกระท้อน ยำผลไม้ ยำส้มโอ ยำเกสรชมพู่มะเหมี่ยว โรยหัวกะทิเคี่ยว ถั่วลิสงป่น มะพร้าวคั่วป่น ยำดำนี้ ตอนหลังร้านอาหารชอบเอามาทำเป็นพล่าใส่น้ำพริกเผา พล่าแบบตำรับเดิมๆ ไม่ได้ใส่น้ำพริกเผา ของที่เป็นพล่ามักทำกับของกึ่งดิบกึ่งสุก เช่น กุ้งเผา เนื้อปลาสดสับบีบน้ำมะนาวให้สุก (ซึ่งจริงๆ คือไม่สุก) เช่น พล่าปลาอินทรี พล่ากุ้งเผา พล่ากุ้งดิบ พล่าของทะเลลวก เครื่องพล่าเพิ่มเติมเครื่องขึ้นมา มี กระเทียมสับ ตะไคร้อ่อนซอย หอมแดงซอย ใบสะระแหน่ ใบมะกรูดซอย พล่า มักทำรสให้จัดมากกว่ายำ อาจจะเพิ่มน้ำมะกรูดลงไปในส่วนของเปรี้ยว สูตรกลายเป็น น้ำปลา 1 น้ำมะนาวครึ่ง น้ำมะกรูดครึ่ง น้ำตาลครึ่ง อีกขั้นของน้ำยำขาว ถูกพัฒนาขึ้นเป็นน้ำยำซีฟู้ดหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด สัดส่วนของน้ำยำยังคล้ายของเดิมคือ น้ำปลา 1 น้ำมะนาว 1 น้ำตาลครึ่ง น้ำกระเทียมดองครึ่ง เพิ่มกระเท
CEO ‘ศรีจันทร์’ เผยเคล็ดลับสร้างแบรนด์ กลยุทธ์สำคัญที่ SMEs ไทย ไม่ควรมองข้าม ที่งาน BOOTCAMP DAY 2025 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO บริษัท ศรีจันทร์ และ Mission To The Moon ร่วมแชร์ประสบการณ์ในหัวข้อ ‘การสร้างแบรนด์เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม’ ว่า แบรนดิ้งมีความจำเป็นต่อ SMEs มาก เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง จากการเข้ามาของแบรนด์จีน ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของแบรนด์ไทย อีกทั้งซัพพลายยังมากกว่าดีมานด์ในเกือบทุกตลาด ซึ่งในตลาดที่มีตัวเลือกมากมาย ลูกค้าตัดสินใจเลือกแบรนด์ที่ตัวตน เช่น ยอมซื้อสินค้าที่แพงกว่านิดหน่อย เพราะเชื่อว่าแบรนด์นี้น่าไว้ใจ ไม่ทอดทิ้ง หรือ เครื่องสำอาง ราคาถูกสุดไม่ได้แปลว่าขายดีที่สุด เพราะลูกค้ากลัวใช้แล้วหน้าพัง จะต้องมีความเหมาะสมในเรื่องราคาและความน่าเชื่อถือ ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง มีโอกาสเสมอ ที่จะมีของใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ยังมีโอกาสสร้าง ‘จุดแตกต่าง’ และการสร้างแบรนดิ้งไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ ยกตัวอย่าง After You ร้านขนมหวานชื่อดัง เริ่มต้นจากอยากเปิดร้านขนมหวานเจ้าแรก อยากทำขนมที่คนหลงรัก แ
“ในตอนแรกเราอยากเก็บเงินเอาไว้ทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่พอมีคุณกิ๊งเข้ามาก็เหมือนมีเขาเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเริ่มทำอะไรสักอย่าง” คำบอกเล่าของ คุณเน-ณัฐติกา รักดี ที่ร่วมเปิดร้านเค้กตัก ‘หาเงินแต่งเมีย’ กับ คุณกุ๊งกิ๊ง-ชนนิกานต์ ศิริมงคลมิตร วัย 30 ปี จนกลายเป็นเค้กตักสุดน่ารัก ขวัญใจชาวต๊อกๆ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบที่ทำเองกับมือ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าที่ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ค้ากับลูกค้า แต่เป็นครอบครัวที่เติบโตไปด้วยกัน พร้อมเป้าหมายสูงสุดอย่างการเก็บเงินให้ได้ 4 ล้านบาท เพื่อขอแฟนแต่งงานตามชื่อร้านและการเปิดโรงงานขนมของตัวเอง จุดเริ่มต้นร้าน ‘หาเงินแต่งเมีย’ เดิมทีคุณเนมีประสบการณ์กว้างขวางในสายอาหาร ไม่ว่าจะเป็น อาหารเกาหลี โรงแรมโซนจัดเลี้ยง ไปจนถึงงานขายเสื้อวินเทจที่เป็นอีกหนึ่งงานอดิเรก แต่ที่สุดแล้วก็ได้ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบทำขนม อีกทั้งยังเคยมีประสบการณ์จากการเรียนเชฟมา 4 ปี ทำให้เริ่มมาทำสายขนมเต็มตัว ทั้งคู่เริ่มจากร้าน ‘พรสวรรค์ Bakery’ เป็นร้านแรก ซึ่งเน้นทำ ชีสพาย เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น ชีสพายทุเรียนหมอนทอง ชีสพายบลูเบอร์รี ชีสพ
ขนมไทยใครว่าเฉิ่ม! “ขนมเทียนแก้วเนื้อเจลลี่” อาชีพเสริมนักศึกษา ขายหมด 1,000 ลูก ใน 15 นาที สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน จากเมนูขนมเทียนธรรมดาๆ ที่ใครหลายคนอาจจะเคยเห็นเฉพาะช่วงเทศกาล แต่สาวน้อยวัย 22 ปีคนนี้ กลับนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจ ‘ขนมเทียนแก้วเนื้อเจลลี่’ ที่ถูกนำมาปรับแต่งให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น และทำคอนเทนต์จนประสบความสำเร็จได้อย่างน่าทึ่ง นี่เป็นเรื่องราวของ คุณครีม-นลินพร กกรัมย์ อายุ 22 ปี เจ้าของร้าน เทียนแก้ว ที่ขายขนมเทียนแก้วเนื้อเจลลี่เป็นอาชีพเสริม เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หลังจากว่างจากการเรียน โดยจะเปิดเป็นล็อกเล็กๆ มีเพียงโต๊ะ 1 ตัว ซึ่งเธอใช้ระยะเวลาเพียง 5 เดือนในการตีตลาด และดึงดูดความสนใจของลูกค้า จนสามารถทำสถิติขายหมด 1,000 ลูก ภายในเวลา 15 นาที สร้างยอดขายพีกสุด 5,000 บาทต่อวัน หรือประมาณหลักหมื่นต่อเดือน “ขนมไทยใครว่าเฉิ่ม วัยรุ่นลองแล้วจะรู้ว่าคล้ายโมจิ” คุณครีม เล่าว่า จุดเริ่มต้นที่อยากนำขนมเทียนแก้วมาตีตลาดวัยรุ่นนั้น มาจากการที่ครอบครัวของแฟนเธอทำขนมเทียนแก้วขายอยู่แล้ว และเธอนั้นก็ได้ไปช่วยทำอยู่บ่อยๆ ทำให้เกิดไอเดียที่ว่า “ขนมไทยมี
กว่า 60 ปี ของ ‘NIKOYO Rubber Parts’ ยืนหยัดในวงการผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ช่วงล่างรถ ด้วยคุณภาพยอดเยี่ยม มาพร้อมบริการรวดเร็ว ทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับ สามารถส่งออกสินค้าไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก คุณโสภณ เลิศรัตนปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ที.รับเบอร์ แฟคตอรี่ จำกัด ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่ช่วงล่างสำหรับรถยนต์ ซึ่งผลิตจากยางธรรมชาติ เช่น ลูกหมาก เหล็กแท่น เครื่องยนต์ ฯลฯ ภายใต้แบรนด์ NIKOYO Rubber Parts ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 60 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ที่เริ่มต้นจากเคยเป็นลูกจ้างร้านอะไหล่รถยนต์ ด้วยความมุ่งมั่นและพยายาม สามารถผลักดันสร้างตัวเองจนเป็นผู้ประกอบการ มีโรงงานเป็นของตัวเอง ขณะที่ส่วนตัวเข้ามาช่วยกิจการคุณพ่อ ตั้งแต่อายุ 19 ปี เรียนรู้งานทุกด้าน ทั้งการวางแผน การผลิต การสั่งวัตถุดิบ นอกจากนั้น ยังนำระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิต ทำให้กิจการขยายและเติบโตมาตามลำดับ จากคนงานประมาณ 20 กว่าคน ปัจจุบันเพิ่มกว่า 200 คน “ลูกยางช่วงล่างในยานยนต์ ทั้งรถยนต์ทั่วไป รถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องใช้ลูกยาง เปรียบเหมือนเป็นข
“ข้าวส้ม” ของชาวไทใหญ่นั้นคือ การหุงข้าวเจ้าให้สุกแล้วนำไปคลุกกับมะเขือเทศลูกเล็กๆ ที่เรียกว่ามะเขือส้ม เพราะมีรสเปรี้ยวกว่ามะเขือเทศพันธุ์อื่นๆ โดยใช้รสเปรี้ยวหวานธรรมชาติจากมะเขือเทศ เพิ่มโปรตีนด้วยการใส่เนื้อปลาแม่น้ำลงไปคลุกให้เข้ากัน หรือจะใส่มันฝรั่งต้มสุกแล้วบดลงไปด้วยกันก็ได้ แล้วปั้นเป็นลูก เป็นข้าวปั้นเวอร์ชั่นไทใหญ่ที่ให้คุณค่าทางอาหารพร้อมสรรพทั้งความเก๋เข้ากับยุคสมัย วิธีทำ เริ่มจากการเจียวกระเทียมให้เหลืองหอม แล้วใส่ผงขมิ้นลงไปผัดให้มีสีสัน ตักเอากระเทียมแยกออกมา แล้วใส่มะเขือเทศและเนื้อปลาหรือหมูสับลงไปผัดในน้ำมันกระเทียมเจียว ตรงนี้ถ้าใครไม่สะดวกในการใช้เนื้อปลาจะใส่กุ้งแห้งป่นแทนก็ได้หรือจะใส่ทุกอย่างก็ยิ่งอร่อย สำหรับคนกินมังสวิรัติยังสามารถพลิกแพลงใส่เห็ดแทนได้ด้วย เติมน้ำนิดหน่อย ปรุงรสด้วยเกลือหรือน้ำปลา ผัดจนมะเขือเทศและเนื้อปลาสุก จึงตักเอาเนื้อปลามาแกะเอาก้างและลอกหนังออก จากนั้นหาชามโคมมา 1 ใบ ตักข้าวสวยใส่แล้วใส่มะเขือเทศและเนื้อปลาลงไปคลุกให้เข้ากัน ถ้าจะใส่มันฝรั่งบดด้วยก็ใส่ลงไปคลุกตอนนี้ พร้อมกับน้ำจากการผัดเครื่อง ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมรสตามชอบ เมื่อได้รสชาต
