Exclusive
“การท่องเที่ยวที่มันน้อยลง ไม่ใช่เพราะเอกชนเลยนะ เอกชนทำดีที่สุดแล้ว แต่คิดว่าคนที่บอกว่าเป็นผู้นำหรือรัฐบาล เขาไม่โฟกัสกับปัญหา ทั้งที่ต้องทำอะไรที่ชัดเจนกับนโยบายการท่องเที่ยว เพื่อที่ให้ทุกคนเดินต่อไปได้” คือประโยคสนทนา เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ตั้งประเด็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยเวลานี้ จากคุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ผู้บริหารหญิงแห่งเทิฟฟานี่ โชว์ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ของไทย จากนั้นเธอจึงขยายความต่อ “พวกเขาไม่โฟกัส ว่าปัญหาคืออะไร แล้วมันควรไปแก้ที่ปลายเหตุหรือต้นเหตุ แล้วต้นเหตุคืออะไร การแก้ปัญหาปลายเหตุ ด้วยการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ มันไม่ใช่ ต้นเหตุมันคือความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า หนึ่ง ไทยไม่ปลอดภัย สองคือ ไทยทำไมแพง ขณะที่ประเทศคือเราควบคุมตัวเองไม่ได้ ในเรื่องของเงินเฟ้อ ประชาชนรายได้ไม่พอ” นักธุรกิจหญิงคนดัง กล่าวต่อว่า ถึงเวลานี้แล้ว ผู้นำ ควรไปโฟกัสการลดรายจ่ายของประชาชน เพราะทางแก้มีอยู่ 2 ด้าน ในเมื่อเพิ่มรายได้ไม่ได้ ก็ต้องไปลดรายจ่าย จึงคิดว่าผู้นำแก้ปัญหาไม่ถูกจุด อีกทั้งยังจะทำแต่เรื่องที่ไม่จำเป็
‘ขนมแม่เอย’ หนึ่งในแบรนด์ OTOP ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการขนมไทย และได้ก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัว การตัดสินใจขยายช่องทางจำหน่ายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และทำให้แบรนด์ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จากสูตรขนมครอบครัว สู่แบรนด์ ‘ขนมแม่เอย’ คุณเอย-พิราภรณ์ มาริษชัย ทายาทรุ่น 2 ของแบรนด์แม่เอย เล่าให้ฟังว่า แบรนด์ ขนมแม่เอย เริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่ทดลองทำขนมเปี๊ยะในยุคเศรษฐกิจยากลำบาก ช่วงปี 40 โดยใช้สูตรที่ได้จากนิตยสารและนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้า จากนั้นนำไปขายที่ร้านของฝาก ก่อนขยายธุรกิจไปสู่ห้างสรรพสินค้าและออกบูธงานอีเวนต์ต่างๆ จนมาถึงการเปิดโรงงานผลิตที่จังหวัดนครปฐม โดยมีการนำนวัตกรรมมาใช้ควบคู่กับวัฒนธรรมไทย ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และตอบโจทย์ตลาดได้อย่างครบถ้วน ความหลากหลายของขนม มีทั้ง ขนมเปี๊ยะหลากหลายรสชาติ ที่ใช้ผลไม้สด เช่น กล้วย ลำไย สตรอเบอร์รี สับปะรด มะตูม และมันม่วง รวมถึงขนมไทยพร้อมทานหลากหลายชนิด และขนมสำเร็จรูปส่งออก ที่มีอายุการเก็บรักษานานถึง 1 ปี สามาร
บรรทัดทอง ตั้งต้นจากการไม่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวยุโรป แต่ดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและเอเชีย ช่วงพีกมีนักท่องเที่ยววันหนึ่งนับหมื่น ซึ่งประเมินว่านักท่องเที่ยว 1 คนน่าจะมีการจับจ่ายราว 250-500 บาท แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ซิงซิง ดาราจีน หายตัวไปช่วงมาประเทศไทย นักท่องเที่ยวหลักของบรรทัดทอง คือคนจีน ก็หายไปอย่างน่าใจหาย และหลังเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม ทำให้นักท่องเที่ยว ยกเลิกการมาเมืองไทยกับบริษัททัวร์แทบเป็นศูนย์เลยทีเดียว ข้อมูลดังกล่าว คือส่วนหนึ่งจากปาก คุณสิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ซึ่งเคยให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ และวันเดียวกันนั้น เขาได้เชิญฝ่ายการเมือง นำโดย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” มาร่วมสำรวจสภาพจริงบนถนนบรรทัดทอง ที่จากเคยขายดิบขายดีกันทุกร้าน กลายสภาพมาเป็นเงียบเหงา ห้องเช่าแขวนป้าย “เซ้ง” กันเป็นแถว “สตรีตฟู้ดเมืองไทย เป็นที่ขึ้นชื่อในหมู่ชาวต่างชาติ และยังช่วยส่งเสริการการท่องเที่ยวได้ดีมาก แถมมีเสน่ห์อย่างแรง แต่ยอมรับว่าของค้าขายในย่านใจกลางเมือง มักมีราคาแพง ถ้ายังมีถนนสายอาหาร ที่ราคาจั
จากนักเรียนไทยในแดนมังกร สู่นักไลฟ์สดมือโปร เรื่องราวของ คุณเปรมวดี อมราภรณ์พิสุทธิ์ หรือ คุณบีบี เจ้าของช่อง Chinbebe บนแพลตฟอร์ม TikTok ไทย และ ช่อง 泰国BB บนแพลตฟอร์ม Kuaishou, Douyin และ Xiao Hong Shu มีผู้ติดตามรวมกันกว่าครึ่งล้าน! เธอไม่ได้เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจด้วยแผนการที่ชัดเจน แต่ด้วยความตั้งใจเพียงแค่ “อยากเรียนรู้ภาษาจีน” จึงตัดสินใจบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในประเทศจีน ในช่วงแรก เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนจีนให้ความสนใจสินค้าจากเมืองไทยมากแค่ไหน จนกระทั่งอาจารย์และรุ่นพี่ชาวจีนเริ่มเข้ามาถามหา “ครีมหอยทาก” สินค้ายอดฮิตในเมืองไทย แต่เป็นไอเทมสุดฮอตในสายตาชาวจีน จากคำถามเล็กๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดีย “บุกตลาดจีน” ด้วยสินค้าจากไทย และใช้เครื่องมือทรงพลังอย่าง ไลฟ์สด บนแพลตฟอร์มจีน จนสามารถสร้างยอดขายและฐานลูกค้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากนักศึกษาไทย สู่นักไลฟ์สด คุณบีบีเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน เพราะตั้งใจอยากเรียนภาษาจีนอย่างจริงจัง โดยที่ยังไม่รู้ว่าสินค้าไทยได้รับความนิยมในกลุ่มชาวจีนมากแค่ไหน แต่หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้สักพัก เธอเริ่มได้รับคำถามจากอาจารย์ รุ่นพี
บทความโดย : อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ #ตู้จดหมายพลศรี ในโซเชียลเขาบอกกันว่า “ถ้าเราโกรธใคร เกลียดใคร จงยุให้เขาทำร้านอาหาร เป็นกิจการปราบเซียน เจ๊งแน่นอน” “ทำร้านอาหารยากจริงไหม” ตอบว่า “จริงครับ” เป็นสัจธรรมที่หลายคนรู้ดี แต่ก็แปลกทั้งๆ ที่รู้ คนก็อยากเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟสวยๆ กันไม่ขาดสาย เปิดใหม่สักพักเจ๊ง ก็มีคนมาเปิดใหม่อีก เข้าทำนองคำคมเปรียบเทียบประชดประชันโบราณเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ผมเกี่ยวข้องแวะเวียนเป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก เป็นที่ปรึกษา จัดอบรม ตรวจร้านอาหาร นับเป็นร้อยร้าน ผ่านกลับไปมีทั้งที่ยังอยู่ กิจการก้าวหน้า และอีกหลายสิบเลิกกิจการไปแล้ว บางร้านผมไปช่วยตั้งไข่ให้ตั้งแต่ต้น ไล่ไปตั้งแต่ช่วยออกแบบพื้นที่ สร้างครัว ทำร้าน สร้างเมนู ออกแบบอาหาร ทดลองอาหาร แนะนำการบริหารงาน การจัดการต้นทุน การตั้งราคาขาย การโปรโมต โฆษณา เรียกว่าทำกันถ้วนทั่วทุกกระบวนความ มีร้านที่ลงทุนจ้างอินฟลูเอนเซอร์ โฆษณาในโซเชียล หมดเป็นแสนก็ยังเจ๊งอยู่ดี ร้านที่รอดก็มีเยอะครับ เดี๋ยวจะโดนนินทาว่า ผมไปให้คำปรึกษาใครเขาเจ๊งหมด องค์ประกอบที่ทำให้กา
มากกว่าการช้อปปิ้ง คือ การเติบโตไปด้วยกัน เปิดเส้นทางแห่งการเชื่อมร้อยหัวใจของชุมชนของ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) หนุนคนตัวเล็ก ผลักดันสินค้า OTOP และ SMEs เสริมรายได้ผู้สูงวัย และสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เพราะการเป็น “พันธมิตรของชุมชน” อย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การ “ตั้ง” อยู่ในชุมชนเท่านั้น แต่คือการจับมือเพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน นี่คือพันธกิจที่ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ยึดมั่นมาตลอดการดำเนินธุรกิจตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และยังคงตอกย้ำบทบาทของ “การเชื่อมร้อยหัวใจของชุมชน” ผ่านการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมไปถึงโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิดหลัก “ครบ ถูก คุ้ม” ที่เป็นมากกว่าแค่เรื่องของราคาหรือสินค้าภายในร้าน แต่คือการร่วมเติบโตไปกับชุมชน เปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กได้ก้าวต่อ และสร้างพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมให้ไปต่อได้อย่างมีคุณค่า เปิดเวทีของคนตัวเล็กได้มีโอกาสเติบโตอย่างมีคุณค่า ซีเจ มอร์ ได้ขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธร
หนึ่งในคนไทยที่รู้จัก “ตลาดจีน” อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ในฐานะนักธุรกิจ แต่ยังเป็นผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้บริโภคชาวจีนมายาวนานกว่า 20 ปี คุณเปี๊ยก-บุญชัย ลิ่มอติบูลย์ CEO Moomall / Co-Founder ของ PUNDAI – ปันได้ และเจ้าของช่อง TikTok พี่เปี๊ยกจัดให้, พี่เปี๊ยกบ้านอยู่จีน ผู้ติดตามหลักแสน เริ่มต้นจากการเป็นนักเรียนไทยที่ไปเรียนต่อที่จีน สู่การเป็นนักขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับชาวต่างชาติในช่วงยุคบูมของจีน ก่อนจะหันมาเรียนรู้โลกออนไลน์ และเริ่มเข้าใจ “วิธีขาย” ให้ถูกจริตผู้บริโภคแดนมังกร จากนักเรียนไทย สู่การบุกตลาดจีน คุณเปี๊ยกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนมายาวนานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการไปเรียนต่อปริญญาโท และหลังจากนั้นได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทเกี่ยวกับไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ย้อนกลับไปช่วงปี 2010 ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของอสังหาฯ ในจีน โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งที่มีชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนกันอย่างคึกคัก “เพราะฉะนั้น คนก็เลยนิยมซื้อเพื่อลงทุน โดยเป็นการปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติ ทำให้ผมเข้าไปอยู่ในพวกอาคาร คอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จ เนื่องจากคนที่ซื้อไปเขาไม่ได้ซื้อเพื่อความสวยงาม แต่ทำยังไงก็ได้
แบรนด์ ‘Merge’ ถือเป็นแบรนด์แฟชั่นของคนไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยก่อตั้งขึ้นจาก 2 พาร์ตเนอร์ คุณกลด-อธิศ ทิพย์ชัยเชษฐา และ คุณพรปวีณ์ ด่านมิ่งเย็นวงศ์ เมื่อปี 2563 เริ่มต้นด้วยการขาย ‘กางเกงยีนส์’ ที่ผลิตมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน อกเล็ก หรือสะโพกใหญ่ ก็สามารถใส่กางเกงยีนส์ได้อย่างมั่นใจ โดยผ่านการพัฒนาแพตเทิร์นมามากกว่า 10 ครั้ง จนกลายเป็นกางเกงยีนส์คุณภาพที่มีให้เลือกถึง 10 ไซซ์ จากนั้นได้มีการออกกางเกงอีกหลายคอลเล็กชัน ซึ่งมีดีไซน์โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ‘Merge’ ยังผลิตสินค้าแฟชั่นวางจำหน่ายหลากหลาย ทั้ง เสื้อ เดรส กระโปรง แอกเซสซอรี เช่น กิ๊บ เข็มขัด และที่ได้รับความนิยมสุดๆ คือ กระเป๋า โดยออกรุ่นแรกๆ Merge A-Day Bag กระเป๋า Tote ผลิตจากผ้าทอเทคนิค Flyknit เนื้อหนาพิเศษ น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ในราคา 2,590 บาท จากนั้นก็ตามมาอีกหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Merge A Day Bag Brown Dart ผลิตจากผ้า Flyknit สี Light Beige เกรดพิเศษ ตัดกับหนังวีแกนสีน้ำตาล ในราคา 2,790 บาท หรือจะรุ่นต้อนรับวันวาเลนไทน์ อย่าง MERGE A DAY BAG X SUPE
เพราะอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ทำให้ คุณป๊อป-ณรงค์สักก์ พันธุปรีชารัตน์ ที่ขณะนั้นทำงานในฝ่ายการตลาดให้กับบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม เริ่มต้นสร้างธุรกิจน้ำส้มคั้นในแบบฉบับของตัวเอง ในชื่อ Codesom (โค้ดส้ม) โปรเจ็กต์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เขาใช้เวลากว่า 1 ปีเต็ม ในการวางแผนธุรกิจ และพัฒนาสูตรชิมน้ำส้มมาแล้วกว่า 40 แบรนด์ เพื่อค้นหารสชาติที่ ‘ใช่’ ที่สุดสำหรับแบรนด์ของตัวเอง ด้วยความตั้งใจ “อยากให้เป็นแบรนด์น้ำส้มในใจของคนไทย” ถึงปัจจุบัน Codesom เดินทางมานานกว่า 4 ปี สร้างรายได้รวมกว่า 10 ล้านบาท ในปี 2567 เรื่องราวการปั้นแบรนด์เป็นอย่างไร ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์ของ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จุดเริ่มต้นของ ‘Codesom’ น้ำส้มคั้นสด เจ้าของแบรนด์ เล่าให้ฟังว่า Codesom เริ่มต้นขึ้นก่อนเกิดโควิดระบาดได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น แม้จะต้องเจอกับผลกระทบและปัญหามากมายในช่วงวิกฤต แต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ จากช่วงแรกที่ขายผ่านการออกบูธ ก็ได้ปรับกลยุทธ์มาสู่ช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว รวมถึงส่งน้ำส้มไปให้เหล่าดารา อินฟลูเอนเซอร์ ได้ลองชิม เพราะน้ำส้มดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมวิตามิน จึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค
ย้อนไปราวปลายปี 2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 11 ด้าน โดยหนึ่งในนั้นได้มอบหมายให้ นายชุมพล แจ้งไพร หรือ “เชฟชุมพล” คนดังแห่งวงการอาหารไทย เป็นประธานอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลและจัดทำนโยบายและแผน พร้อมทั้งแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านอาหาร ผ่านไปเกือบ 2 ปี การทำหน้าที่ของอนุกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติไปถึงไหน ระหว่างทางต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคอะไร และอีกไกลแค่ไหนจะถึงเป้าหมาย วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ชวนมาหาคำตอบ “เป้าหมายของการขับเคลื่อน Soft Power อาหารไทย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่หนึ่ง พัฒนาคน-ผลิตภัณฑ์ สอง พัฒนาธุรกิจ และ สาม พัฒนาการตลาด” เชฟชุมพล เกริ่นอย่างนั้น ก่อนขยายความให้ฟัง การพัฒนาคน คือคนที่ทำอาหารไทย หากจะเป็นมืออาชีพ นอกจากทำอาหารเป็นแล้วต้องบริหารเป็นด้วย ซึ่งประเด็นจะทำอย่างไรให้พวกเ
