Exclusive
เปิดเทคนิค ของว่างไทยสุดคลาสสิค ข้าวตังหน้าตั้ง ทำกิน ทำขาย ได้ทั้งนั้น ของว่างฝรั่งเขาเรียก Appetizer ถ้าเป็นพวกเคี้ยวๆ กรอบๆ มักจะเรียกว่า Snack ไทยเรามีชื่อให้ใช้เฉพาะว่า “อาหารยั่วน้ำย่อย” หรือ “ของว่าง” แต่ไม่ได้ว่างตามชื่อ กินเรื่อยๆ เล่นเอาอิ่มได้ ของว่างไทยมีทั้งประเภทของทอด นึ่ง ปิ้ง อาหารยำเราจัดให้เป็นได้ทั้งอาหารว่างหรือกับข้าว ของว่างมักจะเป็นของคาว ถ้าพอมีรสหวานเรามักจะจัดเข้าเป็นพวกขนมไม่เรียกของว่าง แต่ถ้าเอาความว่าเป็น Snack คือของขบเคี้ยวระหว่างมื้อ ก่อนมื้อ ขนมหลายอย่างก็น่าจะจัดเป็นของว่างได้ เช่น ข้าวตังนางเล็ด ทองม้วนรสเค็ม รสหวาน มันฝรั่งทอด เผือกทอดรสหวาน รสเค็ม ฯลฯ เทคนิคการทำอาหารว่างแต่ละประเภทแต่ละอย่างแต่ละจานมียิบย่อยเลยครับ ต้องลงมือปฏิบัติ มีคนสั่งคนสอน ถึงจะได้ของว่างไทยตามตำรา – ข้าวตังหน้าตั้ง ที่จริงก็คือหลนอย่างหนึ่ง วิธีการทำเหมือนกัน คือต้องเคี่ยวกะทิให้แตกมันเป็นขี้โล้ งวดลง หลนถึงจะข้นและมัน ถ้าใช้กะทิคั้นสดจะเป็นขี้โล้ได้ แต่ถ้าเป็นกะทิกล่องได้แค่งวดๆ ลง ขี้โล้ เป็นยังไง คือเมื่อเคี่ยวไป น้ำมันในกะทิจะแยกชั้นออกจากเนื้อกะทิ ตัวเนื้อจะกลา
สวัสดิการเกินต้าน เอาใจสายแอลฉ่ำ ทำงานไปกรึ๊บไป แฮ้งก็ลาได้เลย ทุกวันนี้ องค์กรธุรกิจต่างสรรหาสวัสดิการหลากหลายรูปแบบเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เบี้ยขยัน สมาชิกศูนย์ฟิตเนส คูปองอาหารฟรี หรือการทำงานแบบยืดหยุ่น แต่ถ้ายังไม่โดนใจ ลองพิจารณาไอเดียสุดแหวกแนวของบริษัทในญี่ปุ่นที่นำเสนอให้พนักงานดื่มในเวลางานได้ พร้อมจัดหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ให้ฟรี แถมยังมีสวัสดิการลาหยุดแปลกใหม่อีกด้วย เว็บไซต์ odditycentral.com ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็ก “ทรัสต์ ริง” (Trust Ring) ในย่านมิโดริบาชิของโอซาก้า เป็นเจ้าของไอเดียนอกกรอบนี้ โดยเจ้านายจะนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเอง และดื่มฉลองกับพนักงานอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการสุดล้ำที่มุ่งดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ร่วมงานกันไปยาวๆ ยิ่งไปกว่านั้น หากพนักงานดื่มหนักเกินไป ก็สามารถยื่นใบลากรณีเมาค้างแล้วเข้างานได้สายกว่าปกติ ไม่ต้องเนียนลาป่วย ลากิจ พนักงานสาวรายหนึ่ง เล่าว่า เธอยื่นใบลาเมาค้าง แล้วเข้าออฟฟิศไปเริ่มงานตอนเที่ยง ซึ่งทำให้มีเวลานอนพักเพิ่มขึ้น 2-3 ชั่วโมง ช่วยให้รู้สึกสมองปลอดโปร่ง และทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซีอีโอของ “
‘บรรทัดทอง’ ปรับตัวสร้างฐานรากมั่นคง หวังปั้น “Food Experience” ดึงดูดนักท่องเที่ยว บรรทัดทอง ถนนสายสตรีตฟู้ดเส้นใหม่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยองค์ประกอบที่หลากหลาย เช่น เป็นแหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะร้านอาหารสตรีตฟู้ด ที่หลายๆ คนมองว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสตรีตฟู้ด บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและคึกคักในยามค่ำคืน และอยู่ในย่านใจกลางเมืองเดินทางสะดวก แต่นอกจากองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีทางด้านของผู้ที่สวมหมวก 2 ใบ หมวกใบแรกในฐานะ สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารย่านบรรทัดทอง และ เจ้าของร้านอาหารในย่านบรรทัดทอง ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมให้ถนนเส้นนี้เข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปเพื่อดึงดูดผู้บริโภคจากที่ต่างๆ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้ ย้อนความในช่วงแรก ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน จนทำให้ “บรรทัดทอง” ถูกขนานนามว่า “เยาวราช 2” จนกลายเป็นถนนสายสตรีตฟู้ดชื่อดังของกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่พ้นที่จะกลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ จากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความสั่นคลอนต่อภาพลักษณ์ของถนนสายนี้ ถึงจะเคยถูกขนานนามว่าเป็น เยาวราช 2 ก็ต
คุยกับ ‘ยืดเปล่า’ เปิดสูตรปั้นแบรนด์ ‘ครีเอทีฟ-เข้าใจลูกค้า-ราคาเข้าถึง’ พาธุรกิจยอดขาย แตะ 1 พันล้าน! ในงานสัมมนา PRACHACHAT FORUM : NEXT MOVE Thailand 2025 #ตามหาโอกาส…โลกป่วน เกมเปลี่ยน ได้รับเกียรติจาก คุณทนงศักดิ์ แซ่เอี้ยว เจ้าของแบรนด์ ‘ยืดเปล่า’ มาร่วมแชร์มุมมองการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจาก ‘ศูนย์’ สู่ยอดขายพันล้านบาท เจ้าของแบรนด์ ยืดเปล่า กล่าวในหัวข้อ โอกาสที่เริ่มต้นจาก ‘ศูนย์’ ว่า ตนเป็นลูกพ่อค้าแม่ค้า อีกทั้ง บ้านยังเจอปัญหาล้มละลาย ขณะเรียนมหาวิทยาลัย จึงต้องลองไปทำงานอาร์ตเพื่อหาเงิน สุดท้าย ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง แต่ ‘การค้าขาย’ ต่างหากที่ใช่ สมัยเรียน ปี 1 จึงเริ่มต้นขายกางเกงบ็อกเซอร์มือสอง แถวมหาวิทยาลัยรามคำแหง ราคา 3 ตัว 100 บาท และขายได้เพียง 200 บาท ในวันแรก หักต้นทุน 100 บาท ค่าแผง 50 บาท แทบไม่เหลือ ต่างกับทำงานอาร์ตที่ได้วันละเป็นพัน แต่เป็นเพราะชอบค้าขาย จึงเลือกทำต่อ เข้าวันที่ 2 ได้เริ่มปรับหน้าร้าน โชว์สินค้าให้มากขึ้น ติดไฟให้สว่าง ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 300 500 ถึง 1,000 บาท จากนั้นได้ย้ายไปขายที่จตุจักร โดยมองว่า ‘เป็นศูนย์รวมแห่งการเรียนรู้’ จากเริ่
ออกจากมหา’ลัยพร้อมหนี้ พลิกชีวิตปลดหนี้ด้วยออนไลน์ ทำงาน 4 ชม. ต่อวัน แต่สร้างรายได้ 6 หลักต่อเดือน! จะพูดไป การสร้างรายได้แบบพาสซีฟเป็นเป้าหมายที่ใครหลายๆ คนต้องการ การสร้างรายได้แบบพาสซีฟ (Passive Income) คือ รายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะไม่ได้ลงแรงทำงานในปัจจุบันแล้วก็ตาม เป็นเหมือนกับการสร้างระบบหนึ่งขึ้นมาแล้วปล่อยให้ระบบนั้นทำงานสร้างรายได้ให้คุณเอง Amy Landino เป็นผู้หญิงที่มีหลายบทบาทในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนหนังสือ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ผู้ประกอบการ และครีเอเตอร์ แต่กว่าจะมีหลายบทบาทในชีวิต เธอก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจและคิดว่าจะเป็นเรื่องราวที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านได้ เมื่อปี 2007 เธอตัดสินใจที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัย ซึ่งมีหนี้ที่กู้ยืมเพื่อใช้ในการศึกษาอยู่ราวๆ 1.7 ล้านบาท เธอต้องพยายามค้นหาเส้นทางที่จะเป็นทางรอดได้ และสามารถนำพาชีวิตของเธอไปได้ไกลกว่านี้ เธอคิดว่าการสร้างรายได้แบบพาสซีฟจะช่วยให้อยู่รอดได้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ไม่ได้หมายถึงว่า จะสามารถสร้างเม็ดเงินแล้วรวยได้ในพริบตา ดังนั้น เมื่อคิดว่าจะหารายได้แบบพาสซีฟแล้ว ก็กลับมาคิดอีกว่า เนื้
เดอะมนต์รักแม่กลอง โชห่วยชุมชน รวมสินค้าปลอดพิษ สร้างรายได้คนท้องถิ่น “มนต์รักแม่กลอง” คือ ชื่อของสื่อชุมชน รูปแบบวารสารรายสะดวก มี คุณหนู-ภัทรพร อภิชิต และ คุณโจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล สองสามีภรรยาและพรรคพวก ร่วมกันก่อตั้งขึ้น ด้วยเหตุผลสั้นๆ อยากตอบแทนถิ่นที่เปิดโอกาสให้ได้ทำมาหากิน “ผมเป็นคนฝั่งธนฯ แฟนเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไปแต่งงานกันที่อัมพวา เลยมานั่งคุยกัน เราได้มาทำมาหากินที่อัมพวา จึงอยากตอบแทนถิ่นที่อยู่ของเราบ้าง ประกอบกับแฟนทำงานด้านสื่อ ส่วนผมถนัดทำงานกับชุมชน เป็นช่างภาพ และทำงานศิลปะด้วย เลยใช้ความสามารถและความถนัด มาทำวารสารมนต์รักแม่กลอง กับกลุ่มเพื่อนๆ” คุณโจ ให้ข้อมูลเริ่มต้น กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ วัตถุประสงค์ของมนต์รักแม่กลอง ต้องการสื่อสารความเป็นแม่กลอง ความเป็นจังหวัดสมุทรสงคราม ให้คนที่จะมาท่องเที่ยวอ่านหนังสือของเราแล้ว จะมีความเข้าใจซาบซึ้ง ในบ้านเมืองนี้ผ่านสื่อชุมชน หรือคนในแม่กลอง ถ้าได้อ่านจะภูมิใจในบ้านตัวเอง หลังดำเนินกิจการสื่อชุมชนได้ราว 17 ปี มีวารสารตีพิมพ์ออกมา 10 เล่ม ปัจจุบันหยุดการพิมพ์ไปแล้ว แต่พวกเขายังไม่ยุติบทบาท “ทำ
ย้อนรู้จักผู้ก่อตั้ง Happy Munchy แบรนด์เล็กๆ ที่เริ่มต้นจาก 3 แม่คนดัง สู่ดราม่าโลกออนไลน์ ‘ออมุก’ ในเซเว่นฯ จากเรื่องราวของ ‘Happy Munchy (แฮปปี้มันช์ชี่)’ แบรนด์ไทยเจ้าของสินค้าตัวดังอย่าง ‘ออมุก’ สไตล์เกาหลี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียล รู้หรือไม่ แบรนด์นี้เป็นธุรกิจ SMEs จากความร่วมมือของ 3 คุณแม่คนดัง ตุ๊ก-นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์ แห่งเพจเลี้ยงลูกชื่อดัง Little Monster, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และแตน-ธันยวดี วะสีนนท์ นักธุรกิจหญิงผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ อย่างการแก้ปัญหา “ลูกทานยาก” จนเกิดเป็นสินค้าอาหารสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน เดินหน้าแตกไลน์สินค้าและขยายตลาดสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กับสินค้า “ออมุก” สไตล์เกาหลี อาหารง่ายๆ ที่เพียบด้วยคุณประโยชน์ เหมาะกับคนทุกวัย ก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน เส้นทางของ Happy Munchy เริ่มต้นจากปัญหาของ ตุ๊ก นิรัตน์ชญา ที่พบปัญหาลูกสาวไม่ยอมทานอะไรเลย นอกจากหมูฝอย เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการตามช่ว
หนุ่มจุฬาฯ ปิ๊งไอเดียจาก ‘รถเช่า’ เพียงคันเดียว ที่ให้เพื่อนยืมไปขับ สู่ ‘ธุรกิจเช่ารถหรู’ Richcars Rental มูลค่าหลักร้อยล้านบาท Richcars Rental (ริชคาร์ เรนทัล) คือ บริษัทเช่ารถหรู รถสปอร์ต และรถซูเปอร์คาร์ ที่ประสบความสำเร็จแบบยืนหนึ่ง ด้วยยอดขายเติบโตขึ้นทุกปี ปัจจุบัน ถือเป็นแบรนด์ที่ใหญ่สุดในตลาดเช่ารถหรู กับการให้บริการที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และล่าสุด ได้ตั้งเป้าพาธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ใครจะรู้บ้างว่า ธุรกิจรถเช่าสุดหรูมูลค่าหลักร้อยล้านแบรนด์ดังนี้ มีจุดเริ่มมาจาก “รถเช่า” เพียงแค่คันเดียว! รุ่นพี่ รุ่นน้อง คู่แข่ง หุ้นส่วน คุณช้าง-สหดล จรัสสุริยพงศ์ หุ้นส่วนคนสำคัญ ในฐานะผู้บริหาร Richcars Rental เริ่มต้นให้ข้อมูลว่า ตัวเขาจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ส่วน คุณเอ-กิตติคุณ หงษ์รัตนคุณ หุ้นส่วนอีกท่าน เป็นรุ่นพี่จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ รั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ช่วงเรียนจบใหม่ๆ ต่างคนมีธุรกิจของตัวเอง แต่เป็นการขายสินค้าแบบเดียวกัน นั่นคือ “ข้าวปั้นสามเหลี่ยม” สไตล์ญี่ปุ่น พูดง่ายๆ คือเป็นคู่แข่งทางตรง อย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็สามารถม
ว่างจากงานประจำ ขาย “ผลไม้พร้อมทาน ดีลิเวอรี” ลงทุน 3 พันบาท สร้างรายได้เสริม พีกสุด 2 แสนบาท/เดือน มีเงินผ่อนบ้านได้สบาย! ยุคนี้ใครๆ ก็อยากมีรายได้เสริม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น อาจจะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น หรือมีเวลาว่างอยากหาอาชีพเสริมมาลองทำดู ซึ่งการขายผลไม้พร้อมทาน เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ ดังเช่น เรื่องราวของ คุณโบว์-รวิวรรณ เตจ๊ะวงศ์ อายุ 27 ปี ที่เป็นพนักงานประจำ แต่อยากหารายได้เสริม เนื่องจากมีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามามากมาย จนเกิดเป็นร้าน “Finger Fruits (ฟิงเกอร์ ฟรุต) ผลไม้พร้อมทาน” เกิดจากความที่เธอชอบทานผลไม้อยู่แล้ว จึงลองเปิดร้านขายในแอปดีลิเวอรี ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาด จากวันแรกที่ใช้เงินลงทุนเพียง 3,000 บาท จนปัจจุบันอาชีพเสริมนี้ สามารถสร้างรายได้ให้กับเธอพีกสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000 บาทต่อเดือน อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง จบปริญญา มาเป็นแม่ค้า “ขายอาหารบนคอนโด” พื้นที่ 30 ตร.ม. กับโต๊ะ 1 ตัว รายได้หลักแสนต่อเดือน ว่างจากงานประจำ มาใช้ครัวคอนโดฯ ทอดไก่ขาย ไม่มีหน้าร้าน แต่สร้างรายได้ 40,000 บาท/เดือน ทิ้งเงินเดือนสูง ตามฝันวัยเด็ก ขายข
เคล็ดไม่ลับ-บริหารลูกน้อง ของร้านหมูกระทะดัง “ผิดพลาดได้ แต่อย่ามีครั้งที่ 3” “หมูกระทะ” เมนูฮิตตลอดกาล ปัจจุบันมีร้านหลากหลายแบรนด์กระจายอยู่ในหลายทำเล แต่ก็ใช่ว่าทุกร้านจะประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด ที่ต้องม้วนสื่อพับไปก็มีมาก ที่ยังสามารถดำเนินธุริจด้วยดี ก็มีไม่น้อย “เจ๊โรสหมูกระทะ” คือแบรนด์หมูกระทะเจ้าดัง เปิดมานานหลายปี มีแล้ว 4 สาขา และทีท่าจะไปไกลถึงขายแฟรนไชส์ มี คุณโรส-มันทนา เหมาะดี เป็นผู้ก่อตั้ง เรื่องเกี่ยวข้อง : เจ๊โรสหมูกระทะ ครวญ ไม่เคยเจอ พริกโล 500 ขึ้นราคาเหมือนมือใครยาวสาวได้สาวเอา เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามถึงเทคนิค “บริหารลูกน้อง” ที่ในแต่ละสาขามีจำนวนหลายสิบชีวิต คุณโรส หัวเราะร่วน ก่อนตอบ ใช้ทั้งพระเดช ทั้งพระคุณ ทั้งขู่ ทั้งปลอบ คนไหนแข็ง เราให้โอกาส ผิดพลาดให้โอกาส แต่ก็จะบอกเขาว่าผิดพลาดได้ไม่เยอะ โอกาสมีไม่เยอะ ครั้งที่ 1 ผิดพลาดเพราะไม่รู้ ครั้งที่ 2 อาจผิดพลาดซ้ำ แต่ถ้าครั้งที่ 3 ตั้งใจทำ ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ก่อนบอกอีกว่า ลูกน้องในร้านของเธอ สู้งานกันแทบทุกคน เวลางานทุกคนทำเต็มที่ พอร้านเลิก จะมีทิปพิเศษให้คนละร้อย คือต้องมีน้ำใจกับพวกเขา แต่ถ้า
