SMEs
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! สองเพื่อนซี้ลาออกจากงานค้าส่งเสื้อผ้า เปิดธุรกิจรถรับ-ส่งสุนัข ไม่กี่เดือน ทำรายได้เดือนละ 6 แสน ใครจะคิดว่าความรักที่มีต่อสัตว์จะสามารถเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลักล้านได้ภายในเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่จากโรคระบาดอย่างโควิด-19 แต่สำหรับ เท็ดดี้ ทาวิล และ เออร์วิง ฟายาส คู่ซี้จากนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์สามารถทำได้ ด้วยความผูกพันที่มีต่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งศูนย์ดูแลสุนัขที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษในน้องหมา จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้ และนี่คือเรื่องราวของทั้งคู่ จากอุตสาหกรรมค้าส่งเสื้อผ้าสู่เส้นทางแห่งความสุขของสุนัขและเจ้าของ เมื่อความรักที่มีต่อสัตว์เลี้ยงสามารถเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ เท็ดดี้ ทาวิล ชายวัย 32 ปี จากนิวยอร์ก และ เออร์วิง ฟายาส ชายวัย 33 ปี จากนิวเจอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Happy Tails ศุนย์ดูแลสุนัขที่ตั้งอยู่ในย่านไทรเบกา (Tribeca) ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ใน Side Hustle Spotlight ว่า ก่อนที่พวกเขาจะผันตัวมาทำ Happy Tails อย่างเต็มตัวได้เคยทำงานในอุตสาหกรรมค้าส่ง ผลิตเสื้อ
แอนโทนี่ ตัน (Anthony Tan) ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนสร้างเนื้อสร้างตัวเลยก็ได้ เพราะเขาเติบโตมาในฐานะลูกชายคนเล็กของหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในมาเลเซีย พ่อของเขาคือ ตัน เฮง ชิว ประธานบริษัท Tan Chong Motor ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แต่แทนที่จะเดินตามรอยเท้าที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขากลับเลือกทางเดินที่ต่างออกไป “คุณอาจจะเรียกผมว่าเป็นพวกที่ไม่มีจุดหมายก็ได้ แต่จริงๆ แล้วผมมีภารกิจที่อยากจะสร้างบางอย่างเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการทำความดี” ตันกล่าว วันนี้ในวัย 42 ปี แอนโทนี่ ตัน คือผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Grab ซูเปอร์แอปยักษ์ใหญ่ระดับโลก หลังจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2021 Grab ก็ทำรายได้ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ ราว 7 หมื่นล้านบาท ในปี 2023 โดยให้บริการครอบคลุมทั้งการเดินทาง, ส่งอาหาร, ส่งของ ไปจนถึงบริการทางการเงินใน 8 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเริ่มต้น เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 2009 ที่ Harvard Business School เขาได้พบกับ ฮุย ลิง ตัน (Hooi Ling Tan) เพื่อนร่วมชาติชาวมาเลเซีย ทั้งคู่เริ่มสนิทกันในวิชา Bu
ไม่ผิดเลยที่เราจะฝันว่าสักวันจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ความฝันนั้นต้องถูกวางลง แน่นอนคือเรื่องเงินทุนและความกลัว จริงๆ แล้ว หากเรารู้จักวางแผนก่อนลงมือทำ อาจทำให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจที่คิดต้องเป็นจริงได้ เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้หยิบมาเล่าผ่านไปยังผู้อ่านในวันนี้ เป็นเรื่องราวของ แอดดี้ โรเบิร์ตสัน (Addi Robertson) สาววัย 21 ปี จากรัฐหลุยเซียนา (Louisiana) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โต ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเป็นล้านแล้วถึงจะเริ่มได้ เธอเล่าว่า ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นแม่บ้านเฉยๆ สามีทำงานประจำ แต่ลึกในใจๆ แล้วมีความฝันมานานว่าอยากมีธุรกิจที่ทำเงินหลักล้านไว้ส่งต่อให้ลูกสาวได้ ด้วยที่เคยทำงานเป็นบาริสต้ามาก่อน ทั้งการชงกาแฟ การเรียนรู้ศิลปะต่างๆ เลยตัดสินใจว่า “เปิดร้านกาแฟเคลื่อนที่นี่แหละ” เริ่มต้นจากรถพ่วงเก่าๆ ในราคา 66,000 บาท เมื่อตัดสินใจแล้วเลยควักเงินเก็บมาลุยทันที โดยตั้งงบไว้เพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 330,000 บาท พอถึงเดือนมีนาคม เธอกับสามีก็ไปได้รถพ่วงเก่าที
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็
อดีตเจ้าของธุรกิจทำพื้นรองเท้า เป็นหนี้ 10 กว่าล้าน ตั้งหลักใหม่ ต่อยอดธุรกิจครอบครัว ผุด Tropicana น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คุณภาพระดับโลก หากพูดถึง มะพร้าว พืชผลทางการเกษตรมากประโยชน์นี้ สามารถนำมาต่อยอดเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคได้หลากหลาย แต่จะมีสักกี่อย่างที่โด่งดัง และจะมีผู้ประกอบการสักกี่ราย ที่ทำให้สินค้าจากมะพร้าวติดตลาดมายาวนาน ซึ่ง Tropicana Oil (ทรอปิคานา ออยล์) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ทำได้ ทรอปิคานา ออยล์ คือแบรนด์ที่เกิดจากความตั้งใจและความมุ่งมั่น ของครอบครัวชาวสวนมะพร้าวแห่งลุ่มน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี ที่ต้องการค้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่ดีที่สุด ผสานกับความรู้และประสบการณ์ที่มีมายาวนานกว่า 80 ปี จึงมาเป็น TROPICANA ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น โดยมีกรรมวิธีในการผลิตที่ใส่ใจคุณภาพ สิ่งแวดล้อม เกษตรกร ชุมชนรอบข้าง และลูกค้า ให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันตามวิสัยทัศน์ Growing together คุณณัฐ-ณัฐณัย นิลเอก ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด ได้เล่าที่มาที่ไปของบริษัท ให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ทรอปิคานา หรือชื่อเต็มๆ ทรอปิคานา ออยล์ นั้น เ
เริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่ผู้ประกอบการรายย่อยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นเรื่อง ‘ต้นทุน’ และ ‘คุณภาพ’ เพราะการจะปรุงอาหารให้อร่อยและได้กำไรนั้น วัตถุดิบที่ใช้ต้องดีในราคาจับต้องได้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ‘ครัวแม่เล็ก’ แบรนด์สินค้าสำหรับงานครัวและวัตถุดิบปรุงอาหาร ที่กำลังกลายเป็นตัวช่วยสำคัญของร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารขนาดเล็ก รวมถึงแม่บ้านยุคใหม่ ด้วยคอนเซปต์ที่เน้นความจริงใจและมอบความคุ้มค่าให้ผู้ประกอบการ ‘ครัวแม่เล็ก’ เพื่อนคู่คิดของทุกครัวเรือนและผู้ประกอบการ จากความเชื่อที่ว่า ‘มื้ออาหาร’ คือช่วงเวลาแห่งความสุขและความอบอุ่น ครัวแม่เล็กจึงคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเน้นรสชาติที่คุ้นเคย เหมือนมีคุณแม่มาช่วยเลือกของเข้าครัวให้เองกับมือ เสน่ห์ของครัวแม่เล็กคือความหลากหลายที่ทำให้คนซื้อของเข้าร้านไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหลายที่ เพราะเขาจัดมาให้ครบทุกหมวดหมู่ที่ต้องใช้จริงในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น หมวดเครื่องปรุงรสและน้ำจิ้ม มีให้เลือกครบทั้งซอสหอยนางรม ซอสปรุงรสฝาเขียว น้ำปลาแท้ ไ
นอกจากทุเรียนที่ครองตำแหน่งผลไม้เศรษฐกิจอันดับ 1 ของไทยแล้ว คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า “มะพร้าวน้ำหอม” คือผลไม้ที่สร้างรายได้มหาศาลเป็นอันดับ 2 ให้กับประเทศ ด้วยรสชาติหอมหวานชื่นใจอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของ NC coconut บริษัทส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สร้างรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ผ่านเรื่องราวของ คุณหนุ่ย-ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ผู้ก่อตั้งบริษัท เอ็นซี โค่โค่นัท จำกัด ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ เคล็ดลับ และมุมมองในการปั้นมะพร้าวน้ำหอมให้กลายเป็นขุมทรัพย์ของเกษตรกรไทย รากฐานจากผืนดินราชบุรี สู่ราชามะพร้าวไทย ธุรกิจ NC coconut เริ่มต้นจากใจรักและความภาคภูมิใจในผืนดินบ้านเกิดราชบุรี คุณหนุ่ยปลุกปั้นสวนมะพร้าวน้ำหอมบนพื้นที่ 30 ไร่ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของ “มะพร้าวน้ำหอมดำเนิน” หรือ “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” สายพันธุ์เอกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชามะพร้าวน้ำหอมไทย” ด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลและรสหวานธรรมชาติที่เหนือกว่าใคร ปัจจัยสำคัญคือดินปากแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์และอุณหภูมิที่เหมาะสมขอ
“ตอนที่จินตนาการที่ทำ “แม็คแวน” นี้ขึ้นมา เขาจะต้องไปอยู่ในโต๊ะอาหารของยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา เพราะฉะนั้น แพ็กเกจจิ้ง ดีไซน์ คุณสมบัติต่างๆ เราก็เตรียมมาเพื่อการนั้น” คำกล่าวของ คุณไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ Co-Founder และ CEO แห่งบริษัท ชิมไทย จำกัด ที่อยากจะทำผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสโดยใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยเป็นหลัก เพราะเล็งเห็นว่า ตลาดเครื่องปรุงในต่างประเทศมีการยอมรับในมุมที่กว้าง เป็นตลาดที่ใหญ่และมีโอกาสทางการตลาดสูง จึงมองหาแหล่งวัตถุดิบที่แตกต่างออกไปจากมุมเดิมๆ เพื่อไปท้าแข่งในตลาดระดับโลก และสิ่งที่คุณไอริณเลือกที่จะนำไปเสนอคือ มะแขว่น มะแขว่น สมุนไพรคู่ครัวทางเหนือที่ชาวบ้านนิยมนำผลและเมล็ดแห้งมาประกอบอาหาร เป็นที่รู้กันว่ากลิ่นหอมแรงและมีรสเผ็ดร้อนเฉพาะตัว ช่วยดับกลิ่นคาวและชูรสชาติอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม คุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์นี้เองที่จุดประกายให้ คุณไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ มองเห็น “โอกาสในการต่อยอด” มะแขว่น ให้เป็นเครื่องปรุงและซอสคุณภาพระดับโลก จึงได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ MAKVAN (แม็คแวน) จุดเริ่มต้นจากสัญญาณอันตรายในชุมชน คุณไอริณ เปิดเผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า แม้จะ
“แมวดิ้นเบเกอรี่” ธุรกิจที่เริ่มจากแพสชันอยากมีวิชาชีพใหม่ เพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคง พา “คุณเกรท-บัณฑิต เทียนรัตน์” ผันตัวจากบรรณาธิการข่าว สู่คนทำขนมปังซาวโดว์ ธุรกิจเล็กๆที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ใช้ความสนใจใคร่รู้ ลองผิดลองถูก จนสามารถเปิดเตารับออร์เดอร์มานาน 4 ปี มียอดขายเฉลี่ย 400-500 ก้อนต่อเดือน และเคยขายได้พีกสูงสุดถึง 600–700 ก้อนต่อเดือน ในบทสัมภาษณ์นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับคุณเกรทถึงผันตัวเป็นมาขายขนมปัง และการปรับตัวในวันที่ออร์เดอร์ลดลง จากคนข่าวสู่แมวดิ้นเบเกอรี่ คุณเกรทโลดแล่นอยู่ในวงการสื่อสารมวลชนมายาวนานในตำแหน่งบรรณาธิการข่าว จนรู้สึกว่าถ้าอยากร่ำรวยด้วยวิชาชีพนี้ เป็นไปได้ยากสำหรับตัวเขา จึงเริ่มมองหา “วิชาชีพ” ใหม่ ที่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง เขามองหาวิชาชีพใหม่อยู่นาน ทดลองทำหลากหลายอาชีพ ทั้งขายสินค้าออนไลน์ เป็นผู้ช่วยพยาบาลในต่างประเทศ เขียนหนังสือ พิธีกรรายการหนัง ประกวดร้องเพลง และนักแสดงโฆษณา จนมาลงตัวที่การทำขนมปังกล้วยหอมเกาลัดที่ฝึกทำจนได้รสชาติอร่อย คุณเกรทนำขนมปังไปแจกในม็อบหรือการชุมนุมทางการเมืองปี 2563 ผ่านแคมเปญประชาธิปไตยเดินด้ว
การเดินสายไฟในไซต์ก่อสร้างกับการทำขนมหวาน มีอะไรที่เหมือนกันบ้างหรือไม่? ถ้าคุณถาม เชฟ Richard Chew (ริชาร์ด ชิว) เขาจะบอกคุณว่าทั้งสองงานนี้ล้วนเกี่ยวข้องกัน เพราะต้องใช้ความแม่นยำ สมาธิ และการวางแผนที่รอบคอบแบบห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เขาตัดสินใจว่าจะเรียนต่อเพื่อเป็นเชฟทำขนมหวาน และตัดสินใจลาออกจากงานช่างเดินสายไฟในอุตสาหกรรมการก่อสร้างปัจจุบันในวัย 39 ปี เชฟริชาร์ด ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเชฟขนมหวาน (Executive Pastry Chef) ที่โรงแรม Conrad Singapore Marina Bay โดยเป็นผู้นำทีมดูแลร้านอาหาร งานเลี้ยง และโปรแกรมจิบชายามบ่ายของโรงแรม เปลี่ยนสายงาน…จากช่างไฟมาเป็นเชฟทำขนม ตอนที่ทำงานอยู่ย่านถนนออร์ชาร์ด ขณะที่กำลังทานขนมปังอยู่ เห็นคนเดินไปเดินมา ก็เริ่มถามตัวเองว่า ถ้ามีโอกาสเลือกอาชีพอีกครั้งอยากทำอะไร “ฉันนึกถึงการทำอาหารและขนม เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร แถมคุณแม่ก็ยังเป็นช่างทำขนมอีกด้วย ตอน 6 ขวบก็เริ่มทำข้าวผัดเองที่บ้าน แล้วทำงานพาร์ตไทม์แรกตอนอยู่ ป.6 คือการทำงานในร้านเบเกอรี ทำหน้าที่ช่วยบรรจุวัตถุดิบลงบรรจุภัณฑ์” ก่อนจะเล่าต่อว่า ตอนนั้นไปเรียนทำขนมอยู
