SMEs
จากกระแสความนิยม “ชาชีส” ของคนไทย ทำให้มีหลายแบรนด์กระโดดลงมาแข่งขันในสนามนี้ แต่หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่น เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือ “Nose Tea” หรือ ชาจมูกเขียว ธุรกิจที่ก่อตั้งโดย คุณกฤต–ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ และ คุณไผ่–กชณิชา ฐิติชนาโชติ เริ่มต้นจากความชอบ ก่อนหน้านี้ คุณไผ่เคยทำธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นทำให้เธอต้องบินไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ เพื่อดีลโรงงานผลิต ประกอบกับเป็นคนชอบหาของอร่อยๆ ทาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชานมและชาผลไม้ที่หลงใหลในรสชาติ แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยกลับหารสชาติในแบบที่ชอบไม่ได้ และจากการสำรวจตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า มีโอกาสและช่องว่างในการพัฒนาธุรกิจเครื่องดื่มชาผลไม้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอและคุณกฤตหันไปเรียนชงชา และนำมาพัฒนาจนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จนเกิดเป็นแบรนด์ Nose Tea เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 โดยมีโลโก้ จมูกเขียว สุดโดดเด่น มองแวบแรกก็ชวนให้สงสัยและยังสร้างความน่าจดจำ ซึ่งนำโลโก้มาจากผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยน Lively Nose ของแบรนด์ Nakiz อีกธุรกิจของคุณไผ่ อัดแน่นคุณภาพ และความคุ้มค่า โปรดักต์หลักของ
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
ในวงการขนมหวานชื่อดังเมืองเพชรบุรี หากพูดชื่อ “โรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์” ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะเรื่องความอร่อย สดใหม่ การชูวัตถุดิบดั้งเดิมในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย โจ้-ประวิทย์ เครือทรัพย์ ทายาทรุ่นที่ 3 ได้ผันตัวจาก “พ่อค้าขายขนมในออฟฟิศ” ปรับตัว คิดนอกกรอบ สร้างความต่าง มาต่อยอดธุรกิจครอบครัว และเคยได้รับรางวัล Inventor Awards จากเวที 7 Innovation Awards 2024 ล่าสุดพัฒนาสินค้าใหม่ “ขนมหม้อแกงกะทิสดเผือกหอม ลุงอเนก” ส่งขายเฉพาะร้านเซเว่นฯ และสามารถแจ้งเกิดหลังวางจำหน่ายได้ภายใน 2 เดือน กลายเป็นสินค้า SME ขายดี สร้างยอดขายกว่า 400,000 บาทต่อวัน โจ้-ประวิทย์ เครือทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพชรบุรี ไทยดีเสิร์ท จำกัด ผู้บริหารหนุ่มลูกหลานเมืองเพชร วัย 42 ปี เล่าถึงความเป็นมาว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากขนมไทยรสชาติต้นตำรับรุ่นคุณย่า ที่ได้รับการสืบทอดเรื่อยมาจนมีโรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์ ที่หมู่บ้านลาดโพธิ์ ต.สํามะโรง จ.เพชรบุรี เป็นโรงงานผลิตขนมไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น หม้อแกง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถ้วยฟู ฯลฯ ที่คงรสชาติแต่โบราณ และคงวัตถุดิบท้องถิ่น ส่
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองของปีนี้ สำหรับ “บุรามาลี (BURAMARIE)” แบรนด์น้องใหม่ ในเครือ iberry Group ของ คุณอัจฉรา บุรารักษ์ หรือ ปลา iberry ที่ได้โพสต์แนะนำร้านนี้ไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มต้นด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านบุรามาลีเป็นร้านอาหารไทยในโรงน้ำชา ที่ถ่ายทอดความงดงามของอาหารไทย ทั้งรสชาติและรูปลักษณ์ ผ่านการจัดวางในบรรยากาศร่วมสมัยที่งดงามและอบอุ่น เสิร์ฟทั้งสำรับกับข้าวรสเข้มข้น อาหารว่าง ขนม และชาเบลนด์พิเศษจากดอกไม้และผลไม้ไทย ในด้านความหมายของ บุรามาลี คำว่า บุรา แปลว่า เมือง ในภาษาสันสกฤต และยังเป็นนามสกุลของคุณปลาเอง ส่วน มาลี แปลว่า ดอกไม้ พ้องเสียงกับ Marie ในภาษาอังกฤษ และเป็นชื่อของคุณป้ามาลี ผู้เป็นหัวใจของครัวในบ้าน ทำอาหารอย่างพิถีพิถันและเต็มไปด้วยความรัก เมื่อ 2 คำมารวมกัน บุรามาลี จึงมีความหมายว่า เมืองแห่งดอกไม้ ที่เก็บรสชาติและความทรงจำของครอบครัว ถ่ายทอดสู่ร้านอาหารอันอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟเคียงคู่ชาที่เบลนด์จากดอกไม้และผลไม้ไทย สำหรับเมนูของร้านครอบคลุมทั้งอาหารจานหลัก เครื่องว่าง และของหวาน โดยรักษาความเป็นไทย แต่ปรับการนำเสนอให้ร่วมสมัยและละเมียดละไมยิ่งข
นาทีนี้เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ‘ซ้อการ์ด’ นักธุรกิจสาวเจ้าของแบรนด์ Love Potion และ Lip Oil ซ้อการ์ด ที่กำลังมาแรงบนโลกออนไลน์ ผู้สร้างสถิติ ไลฟ์สดขายของ 40 นาที สร้างยอดขายทะลุ 25 ล้านบาท และสร้างรายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ 154 ล้านบาท โดยได้มีการเปิดรายได้ของ Love Potion ในปี 2567 อยู่ที่ 454 ล้านบาท ซึ่งสามารถทำได้ในวัยเพียง 27 ปี พร้อมเผยเป้าหมายว่า Love Potion กำลังก้าวสู่บทใหม่ ที่ไม่เป็นเพียงสินค้าเพื่อความสวยงาม แต่กำลังขยายธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ปัจจัย 4 ของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง หรือสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ การ์ด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนาพร คือชื่อจริงของ ซ้อการ์ด ผู้เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ขายเคสมือถือเพื่อหารายได้มาจุนเจือตัวเองและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ แต่ด้วยความชื่นชอบในเรื่องความงามการดูแลตนเอง ทำให้คุณการ์ดตัดสินใจผลิตสบู่ Grape Soap ออกวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Love Potion หลังจากนั้นธุรกิจก็ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จ แต่จะขายของให้ปังแบบคุณการ์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณการ์ดสร้างแบรนด์ขึ้นมาผ่าน
“ภารกิจของ ‘กานเวลา’ ที่ทำมาตลอดและตั้งใจมากๆ คือ การยกระดับช็อกโกแลตไทย เราไม่อยากให้คนมองช็อกโกแลตไทย เป็นแค่สินค้าท้องถิ่น สินค้าพื้นบ้าน มาซื้อเพราะความรู้สึกอยากช่วยสนับสนุนชาวบ้าน เราอยากให้คนมองช็อกโกแลตไทย เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ทั้งรสชาติ คุณภาพการผลิต และความปลอดภัย แล้วผลพลอยได้จะส่งไปสู่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรไทย” คำบอกเล่าของ ‘คุณธนา คุณารักษ์วงศ์’ หรือ ท็อป หนุ่มเชียงใหม่ผู้ใช้เวลาศึกษาและคลุกคลีอยู่กับเกษตรกรไทยผู้ปลูกโกโก้ จนมองเห็นโอกาสที่ ‘โกโก้ไทย’ สามารถไปได้ไกล มากกว่าการเป็นเพียงสินค้าเกษตร ไม่ใช่แค่ปลูกมา ขายไป แต่นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตพรีเมียม ‘KanVela’ (กานเวลา) แบรนด์ที่อยากเห็นเกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุขขึ้น และอยากส่งต่อช็อกโกแลตให้คนทุกเพศทุกวัยทานได้ ในราคาเข้าถึง คุณท็อปและน้องสาว (นิรมล คุณารักษ์วงศ์) จึงช่วยกันพัฒนาสินค้า จากครัวเล็กๆ หลังบ้าน สู่สร้างรายได้เฉียด 50 ล้านบาท ในปี 2024 กว่าจะเป็น กานเวลา คุณท็อป เรียนจบปริญญาตรี ด้านฟู้ดไซน์ และปริญญาโท ด้านการเงิน จากนั้นทำงานในสายการเงินมานานกว่า 10 ปี จนรู้สึกถึ
จากเมื่อก่อนซีรีส์จีนมักจะมีภาพจำแนวพีเรียด-ย้อนยุค แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ซีรีส์จีนกลับมามีกระแส นั่นคือ “ละครสั้นจีน” หรือที่คนจีนเรียกกันว่า Duanju (短剧) ซึ่งเป็นมินิซีรีส์แบบคลิปสั้น ความยาวเฉลี่ยตอนละ 1-5 นาที แต่กลับสามารถดึงดูดผู้ชมให้อยู่หมัดแบบต่อเนื่องหลายสิบตอน โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีคนเสิร์ชคำว่า “ละครสั้นจีน” บนติ๊กต็อกเพิ่มขึ้นกว่า 300% ใน 1 ปี และแฮชแท็กจีนอย่าง #短剧 (Duanju) มีผู้ชมรวมมากกว่า 3 แสนล้านวิวในจีน และเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมละครสั้นมีรายได้พุ่งขึ้น 35% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 50,440 ล้านหยวน (ประมาณ 227,730 ล้านบาท) และพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่าพันล้านคนในจีนกว่า 1 ใน 3 คน มีการดูละครสั้นทุกวัน จุดเริ่มต้น “ละครสั้น” ในปี 2018 หลังจาก TikTok เปิดตัว ละครสั้นจีนได้รับความนิยมมากในประเทศจีน บริษัทต่างๆ เช่น Kuaishou Technology และ Tencent Holdings ได้ดึงดูดผู้ชมหลายสิบล้านคน ที่มักจะเลื่อนหน้าจอเพื่อดูเรื่องราวใหม่ๆ หรือดูคลิปที่กำลังเป็นไวรัล การเติบโตของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจีน ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสตรีมมิงภาพยนตร์และทีวี ต้อ
“หมอบิ้ว” ชื่อเรียกเล่นๆ ของ นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ ซึ่งเป็นศิษย์เก่ามากความสามารถ ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต รุ่น 18 ที่ปัจจุบันนอกจากจะเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา หรือ “หมอสมอง” แล้ว ยังทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าว และมีคาเฟ่เป็นของตัวเอง ชื่อว่า Beaker and Bitter (บีกเกอร์ แอนด์ บิตเตอร์) ย่านอารีย์ แม้ทั้ง 3 อาชีพ จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่ “หมอบิ้ว” สามารถทำทุกอย่างได้แบบลงตัว “ทั้งงาน หมอ พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ทำคาเฟ ทั้ง 3 อย่างนี้ อยู่กันคนละมุมเมืองเลย เราเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง จึงต้องพยายามทำทั้ง 3 อย่างให้ประสานกัน”หมอบิ้ว เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนคุยให้ฟังต่อ “หมอ ต้องมีความรับผิดชอบ บางครั้งมีการตามแบบฉุกเฉิน อดหลับอดนอน ต้องมีการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ ส่วนอาชีพพิธีกร-ผู้ประกาศ ต้องใช้ทักษะ ใช้ชั่วโมงบิน อัปเดตข่าวสาร ฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา และการทำธุรกิจคาเฟ เน้นงานบริหาร วางแผน คิดไอเดียต่าง ๆ เป็นเรื่องของมาร์เก็ตติงทั้งออฟไลน์และออนไลน์” “ 3 อาชีพนี้ มีความแตกต่างกันมาก แต่มีจุดร่วมกัน คือ สามารถทำทั้ง 3 อย่าง ภายใต้กรอบเวลาเดียวกัน เช่น
Uncloud Coffee หรือ อันคลาวด์ คอฟฟี่ คือชื่อของคาเฟ่แห่งหนึ่งอยู่ที่พื้นที่ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งแม้ทำเลที่ตั้งจะมองไม่เห็นทะเล อย่าง ชายหาดบางแสน แต่สามารถเรียกความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่ามีคนมา “คอยคิว” ตั้งแต่ร้านเปิดขายวันแรกกันเลยทีเดียว และล่าสุดคาเฟ่แห่งนี้ เพิ่งได้รับรางวัลตรารับรองผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ หรือ EEC Select Best Service ประจำปี 2025 ประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 2 ดาว มาครอบครองด้วยความภาคภูมิใจ อีกด้วย คุณปุ๊ย-พูนศักดิ์ ไตรทิพยวรากุล หุ้นส่วน Uncloud Coffee สละเวลามาให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟังว่า พื้นเพเป็นคนชลบุรี เคยผ่านงานด้านสถาปนิกและทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาหลายปี ขณะเดียวกันเป็นคนชอบไปเที่ยวชมความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมของคาเฟ่ในทำเลต่างๆ กระทั่งวันหนึ่งเห็นโอกาส จึงอยาก “เปิดคาเฟ่” เป็นของตัวเองบ้าง แต่ด้วยความที่คาฟ่ ในพื้นที่บางแสนและทำเลใกล้เคียง มีคาเฟ่หลายเจ้า เปิดอยู่ก่อนหน้า ดังนั้น ถ้าจะเข้ามาเป็น “หน้าใหม่” ในวงการ คงต้องหาจุดเด่นหรือเอกลักษณ
หากพูดถึงร้านอาหารสไตล์ “กุ๊กช็อป” ในประเทศไทย เชื่อว่าชื่อ “อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” ต้องเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ลูกค้าต่างให้ความไว้วางใจในเรื่องของคุณภาพอาหาร วัตถุดิบ และรสชาติต้นตำรับที่คงความดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน คุณหนึ่ง-ชุลีกร วรยิ่งยง ทายาทรุ่นที่ 3 วัย 54 ปี ได้มาบอกเล่ากับ เส้นทางเศรษฐี ถึงเส้นทางแห่งความอร่อยในตำนานกว่า 90 ปีที่ไม่เพียงแต่ขายอาหาร แต่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความทรงจำ เธอเล่าว่า ร้านมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณปู่ผู่ บุ้นห้วน และคุณย่า ที่เดินทางด้วยเรือจากเกาะไหหลำมายังประเทศไทย ในตอนแรกคุณปู่ยังไม่มีงานทำ แต่โชคชะตาพาให้ได้เข้าไปเป็นพ่อครัวที่สถานทูตฝรั่งเศส (ไม่แน่ชัดว่าประเทศใด) คุณปู่จึงได้นำองค์ความรู้ด้านการทำอาหารจีนไหหลำมาผสมผสานกับการทำอาหารสไตล์ตะวันตก และได้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ “ฟูมุ่ยกี่” สาขาแรก ใกล้กับโรงแรมโอเรียนเต็ล เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2475 หลังจากเปิดร้านไม่นาน ก็ได้รับการบอกต่อจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึง หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ผู้เป็นที่รู้จักจากการแนะนำและจัดอันดับความอร่อยของร้านอาหาร ได้มาชิมแ
