SMEs
จากคาแร็กเตอร์สนุก สดใส และจริงใจบนโลกออนไลน์ของ 4 สาวตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่อย่าง ‘ก้อย-นัตตี้-ดรีม’ สู่บทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง ร่วมกับ ทราย–ชนิกานต์ วัลลภศิริ หญิงเก่งผู้เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมกันก่อตั้ง Bitch With Brain หรือ BWB แบรนด์บิวตี้สัญชาติไทยที่น่าจับตามอง ด้วยแนวคิดที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความงาม แต่ตั้งใจสร้างนิยามใหม่ให้ผู้หญิงกล้าสวยในแบบของตัวเอง พร้อมครีเอตหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจสาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นบลัชฉ่ำคุมมันที่มีหลายเฉดสำหรับทุกสีผิว และสกินทินต์สำหรับวันเร่งรีบ ที่ช่วยให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย กลายเป็นสินค้าฮอตฮิตติดตลาดชิ้นแล้วชิ้นเล่า หลังเปิดตัวแบรนด์เป็นครั้งแรกที่ลาซาด้าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา Bitch With Brain เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น และเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมของสาวไทยสอดคล้องกับกระแส T-Beauty ที่กำลังมาแรง แต่พวกเธอมองภาพความสำเร็จของแบรนด์ที่ไกลกว่าการทำ “แบรนด์ของดารา” Bitch With Brain สร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้เฉลิมฉลองความเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ โดยเชื่อในความสวยที่หลากหลายและเคารพในทุกความแตกต่าง จุดยืนของพวกเธอสะท้อ
เรื่องราวของ “พริกแกงไทย “ ยังมีอีกหลากหลายประเด็น อย่าง น้ำพริกแกงคั่ว นอกจากจะนำไปทำ แกงคั่ว แกงเผ็ด ผัดเผ็ด ยำพริกแกง หมก นึ่ง ปิ้ง ทอด เป็นน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะก็ยังได้ แล้ว ยังเอาไปทำน้ำยำอีก มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “ยำทวาย” หรือ “ยำแดง” เพราะน้ำยำสีแดงเหมือนแกงเผ็ด ยำนี้ สืบเชื้อสายมาจากเมืองทวาย มาพร้อมกับคนทวายสมัยศึกสงคราม เป็นการเอาพริกแกงมาผัดกับกะทิใส่ปลาป่น กุ้งแห้งป่น แล้วปรุงรสให้เปรี้ยวนำด้วยน้ำมะขามเปียก เค็ม หวานตาม ซึ่งต่างจากอาหารอื่นๆ ที่ปรุงรสเค็มนำ ยำทวาย นั้น กินกับผักต้ม เช่น หัวปลี ถั่วงอก กะหล่ำ ถั่วฝักยาว มะเขือยาว ไก่ฉีก โรยด้วยงาคั่ว หัวกะทิ หอมเจียว บางคนตั้งชื่อให้ว่า “ยำคนแก่” เพราะเวลากินผักต้มไม่ต้องใช้ฟัน ผักมันนิ่มแล้ว ทีนี้ พริกแกงคั่ว เอามาเพิ่มเครื่องเทศคั่ว เช่น ลูกผักชี ยี่หร่า ได้เป็น “พริกแกงแดง” มีความหอมมากขึ้น มักแกงกับหมู ไก่ โรยใบโหระพาให้ความหอมผักสดไปเข้าคู่กับความหอมเครื่องเทศ ถ้าเป็นแกงเผ็ดเป็ดย่าง เพิ่ม “เปราะหอม” เป็นหัวสมุนไพรตากแห้งกลิ่นแบบยาจีน อยากให้แกงหอมมากขึ้นเพิ่ม ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ซึ่งก็คือ รกหุ้มเมล็ด กับเมล็ดตากแห้งของลูกจันทน
อาชีพที่ 2 ของคุณครู ใช้วันหยุดเปิดร้านกาแฟ บนเวสป้าคู่ใจ เริ่มต้นด้วยงบไม่เกินหมื่น ขายได้พีกสุดวันละ 80 แก้ว เพราะงาน คือ เงิน เพราะเงิน คือปัจจัยส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ ต่อการดำรงชีพ หลายต่อหลายคน เฟ้นหาอาชีพที่ใช่ งานที่ชอบ งานที่ตอบโจทย์กับชีวิต ความรู้สึก รวมไปถึงความสุขในทุกๆ ครั้งที่ได้ลืมตาตื่น ลุกขึ้นจากเตียงนุ่มๆ แล้วไปทำงานทุกวัน คุณเบ้น-ภาณุเดช บุญญิกา อายุ 31 ปี อาชีพประจำที่ทำอยู่ในตอนนี้คือ “ครูสอนดนตรีสากล” ส่วนอาชีพเสริมในวันหยุด วางมือจากกีตาร์ กลอง เบส แล้วมาจับเครื่องชงกาแฟ เปิดร้านที่ชื่อว่า Slow’s Coffee เริ่มจากชอบซื้ออุปกรณ์ ก่อนต่อยอดเป็นอาชีพเสริม ปกติเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว และอีกอย่างเลยที่ชอบ คือการไปท่องเที่ยวสไตล์แคมป์ เลยมักจะหาซื้ออุปกรณ์ในการทำกาแฟอยู่บ่อยๆ พอซื้อไปเรื่อยๆ เริ่มเยอะขึ้น เลยคิดว่าอยากจะนำอุปกรณ์เหล่านี้มาสร้างอาชีพเสริมให้เราได้ เมื่อประมาณปี 2565 ยังเป็นช่วงโควิด-19 กำลังระบาด ในตอนนั้นอาชีพประจำที่ทำคือการเป็นครู ทางภาครัฐมีนโยบายออกมาว่าให้เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ จึงทำให้พอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง เลยตัดสินใจเปิดขายกาแ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘แบรนด์ไทย’ กำลังได้รับความนิยม อย่างในกลุ่มเครื่องสำอาง มีหลากหลายแบรนด์ไทยโดดเด่นขึ้นมาในตลาด หนึ่งในนั้นคือ ‘RAN Cosmetic’ (รัน คอสเมติก) เครื่องสำอางแบรนด์ไทย ภายใต้ บริษัท ลอง 88 จำกัด ซึ่งเกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของสองพี่น้อง คุณเป้-ปิยาพร พิสิฐวุฒินันท์ และ ขวัญ-พิจารณา รุมรัตนะ สู่การสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความงามคนไทยในราคาจับต้องได้ โดยใช้เวลาพัฒนาสูตรนานหลายปี กว่าจะออกผลิตภัณฑ์แรก และยึดหลักการเดียวเสมอมา คือ ใช้ได้จริง เห็นผลจริง กับทุกสภาพผิว คุณขวัญและคุณเป้ เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงาม และรักการแต่งหน้าด้วยกันทั้งคู่ จึงได้ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ RAN Cosmetic ขึ้นเมื่อ 9 ปีก่อน หรือประมาณปี 2559 ด้วยเป้าหมายพัฒนาเครื่องสำอางคุณภาพสูงในราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ แบรนด์นี้เติบโตจากกลุ่มช่างแต่งหน้ามืออาชีพในไทย ที่ทดลองใช้และรีวิวต่อแบบปากต่อปาก จนกลายเป็นกระแสนิยมในวงการความงาม ไม่เพียงในไทย แต่ยังขยายอิทธิพลไปยังต่างประเทศ ทั้ง อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในกลุ่ม Influencer และ Make-up Artist ที่ยกให้เป็นแบรนด์ที่ห้ามพลาด โด
เคยเจ๊ง แต่โลกไม่แตก ตั้งหลักใหม่ จนได้ “แฟรนไชส์ไก่ทอด 120 สาขา” เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ เป็นหนุ่มวิศวะจุฬาฯ เคยทำงานในตำแหน่งผู้จัดการโรงงานใหญ่แห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นเคยถูกส่งไปศึกษาต่อที่ไต้หวันและญี่ปุ่น ถึง 2 ปี ต่อมาแต่งงานมีครอบครัว เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางไปทำงานประจำ เลยหันมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ผลลัพธ์ ไม่ดีอย่างที่หวัง “ด้วยความที่ว่าเราเปลี่ยนสายงาน ออกมาทำในสิ่งที่ไม่มีข้อมูล ไม่ได้ศึกษามาก่อน ไม่มีประสบการณ์ ตอนนั้นธุรกิจเลยไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่” คุณณัฐวุฒิ เนื่องสิกขาเพียร เจ้าของกิจการ แฟรนไชส์โทริมารุ คาราอาเกะ เล่าเสียงเศร้าเล็กน้อย ก่อนเผยประสบการณ์ “ตอนล้ม” ให้ฟัง ด้วยแววตาหม่น “ตอนนั้นเฟลสุดๆ เงินไม่เข้าเลย แล้วก็ใช้เงินทุนลดไปเรื่อยๆ ผมอยู่ในสภาพเหมือนคิดไม่ตก ไปคิดวนอยู่แค่จุดเดียว แบบทำไมร้านขายไม่ดี พรุ่งนี้จะไม่มีเงิน เดี๋ยวจบเดือนแล้วจะติดลบเท่านั้น เท่านี้ ตอนนั้นคิดวนอย่างนั้นอยู่ในอ่าง เหมือนโลกจะแตก” แต่เมื่อตัดสินใจเดินหน้าลาออกจากงานประจำมาเป็นผู้ประกอบการเต็มตัวแล้ว เขาจึงไม่ยอมแพ้ เพราะได้กำลังใจของครอบครัว เพื่อน และคนรอ
“น้ำพริกเอมโอชา” น้ำพริกไทยสไตล์โมเดิร์น คือ เจ้าของรางวัล SME ดาวรุ่ง ประจำปี 2568 จากการประกาศรางวัลของ เซเว่น อีเลฟเว่น เกิดมาจากความชอบทำอาหารกลายเป็นธุรกิจเต็มตัว มี คุณลดาวัลย์ เลห์มันน์ เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยเธอมองเห็นโอกาสใน “น้ำพริก” เมนูคุ้นเคยของคนไทย ที่ยังสามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อีกมาก ด้วยแนวคิด รสชาติอร่อย ตามเทรนด์อยู่เสมอ คุณภาพสินค้า สะอาด ปลอดภัย Packaging Design ที่ทันสมัย มีความคุ้มค่า คุ้มราคา ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารพื้นบ้านไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าใจ จึงเริ่มต้นพัฒนาสูตรน้ำพริกกรอบหลากหลายรสชาติ แพ็กเกจจิ้งหลากหลาย ทั้งรูปแบบถ้วย และรูปแบบซอง ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกน้ำย้อย น้ำพริกหมึกย่างสามรส น้ำพริกปลาแซลมอนคั่วกรอบ น้ำพริกฟองเต้าหู้หม่าล่า ไปจนถึงน้ำพริกปลาดุกฟูผัดพริกขิง และยังขยายไลน์ “น้ำพริกท็อปปิ้ง” ที่มีรสชาติแบบสากล เช่น ศรีราชา กรีนเคอรี่ และซอยการ์ลิก เจาะตลาดต่างประเทศได้อย่างลงตัว คุณลดาวัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของความสำเร็จอยู่ที่การ “ฟังลูกค้า” ทีมงานของเอมโอชาติดตามเทรนด์ผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ป
ใครจะคิดว่าผักสวนครัวบ้านๆ ผักธรรมดาๆ อย่าง กะเพรา โหระพา ใบแมงลัก สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย ผักชีลาว มะเขือ แตงกวา คะน้า ถั่วฝักยาว เห็ดหูหนู ฯลฯ จะสามารถสร้างรายได้มหาศาลหลักล้านต่อเดือนให้ คุณนภคสร สามงามไกร หรือ เจ๊นุ่น ผักสด เจ๊ใหญ่แห่งวงการขายผักสด “รายได้หลักล้านได้ไม่ยากถ้าเห็นโอกาส ที่พูดมาทั้งหมด ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก และอย่างน้อยทุกบ้านต้องมีผักเหล่านี้ 1-2 อย่างในตู้เย็น ตรงนี้แหละทำให้เราเห็นเงินล้าน” เจ้าของร้าน เจ๊นุ่น ผักสด กล่าว จุดเริ่มต้นอาชีพแม่ค้าของเจ๊นุ่น เริ่มตั้งแต่สมัยเด็ก เธอมั่นใจมาตลอดว่าอยากเป็นแม่ค้า เพราะชอบค้าขาย หลังเรียนจบจึงยึดอาชีพเป็นเเม่ค้าทันทีโดยไม่ได้ทำอาชีพอื่น “นุ่นชอบขายของ ชอบพูดคุยกับลูกค้า สร้างฐานลูกค้าด้วยสองมือกับความพยายามของตัวเอง ทำตรงนี้ใจต้องรัก เพราะไม่ได้ทำงานในออฟฟิศเย็นๆ ต้องตากแดดร้อนๆ อย่างตัวนุ่นเป็นเกษตรกรเองด้วย ไหนจะต้องคุมคนงานปลูกผักของตัวเอง ไหนจะต้องขับรถไปหาลูกไร่อื่นๆ เพื่อหาสินค้ามาเติมให้จำนวนเพียงพอกับออร์เดอร์ที่เข้ามาในแต่ละวัน” “ทุกคนเป็นแม่ค้าได้ แต่เป็นแม่ค้าที่มีลูกค้าประจำแ
จาก 1 โต๊ะ สู่ 18 โต๊ะ “อาม่งหม่าล่า” ทำอย่างไรให้ยอดขายโต 35% ในช่วงที่ตลาดหม่าล่าซบเซา? จากความหลงใหลในรสชาติหม่าล่าต้นตำรับ สู่ร้านอาหารที่ครองใจคนไทย “อาม่งหม่าล่า” ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นเรื่องราวการเดินทางของ คุณทอฝัน บัวคอม อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน อาม่งหม่าล่า หญิงสาวที่บินลัดฟ้าสู่ประเทศจีน เพื่อตามหารสชาติที่ใช่ และนำมันกลับมาสร้างสรรค์เป็นหม่าล่าสไตล์โฮมเมดที่ทุกคนต้องหลงรัก ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตในจีน ทำให้เธอได้เรียนรู้เคล็ดลับการกินหม่าล่าแบบต้นตำรับ และนำมาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนเกิดเป็น ‘อาม่งหม่าล่า’ ร้านอาหารที่เสิร์ฟความอร่อยแบบไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น วัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี หรือบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ อาม่งหม่าล่า กลายเป็นร้านหม่าล่าในดวงใจของใครหลายๆ คน บทความนี้จะพาคุณไปสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ ไปจนถึงเคล็ดลับความอร่อยที่คุณอาจไม่เคยรู้ จนถึงขั้นที่จะอยากมาลองด้วยตัวเอง สักครั้ง ออกจากงานประจำ ทำอาม่งหม่าล่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานประจำ ทำมาหลายอาชี
“30 ปีก่อน เป็นแค่ลูกจ้างในตลาดผักธรรมดา ขายผักไปเรื่อยตามที่มีขาย ไม่มีทุน ไม่มีชื่อ ไม่มีร้านกับเขา แต่วันนี้สามารถยืนอยู่แถวหน้าได้ ด้วยสองมือและหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ เรื่องราวของ เจ๊สอง-คุณรัตนมล แสงจันทร์ เจ้าของร้านนำโชค เจ๊สอง หรือที่หลายคนเรียก เจ๊สอง ท้อสีดา แผงขายมะเขือเทศที่ลูกค้าหลายเจ้า ตั้งแต่ร้านยำ ยันสายการบินให้ความไว้วางใจ เธอก่อร่างสร้างตัว จนตอนนี้สร้างอนาคตของตัวเองได้สำเร็จ เริ่มต้นจากขายผัก เจ๊สอง เป็นคนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ยึดอาชีพหาเช้ากินค่ำทั่วไป และเคยเข้ามาขายกะหล่ำปลี กับผักกาดขาว ที่ตลาดสี่มุมเมือง ทำได้ระยะหนึ่ง เธอตัดสินใจกลับบ้านไปตั้งหลัก ใช้ฝีมือเย็บผ้า มาเป็นอาชีพทำกิน แต่ชีวิตก็ถึงจุดเปลี่ยน เมื่อคนรู้จักสมัยขายผัก ชวนมาช่วยขายมะเขือเทศท้อกับมะเขือเทศสีดา แม้ตอนนั้นจะลังเล เพราะไม่ได้ขายผักมานาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาสู้ “ช่วงแรกงงทุกอย่าง ไม่รู้แม้แต่จะแยกพันธุ์มะเขือเทศ ขายได้แค่วันละ 75-100 กิโล หมดกำลังใจหลายครั้งที่คิดว่าจะเลิก แต่ก็กัดฟันสู้ เพราะในใจเชื่อว่า ยังมีทางของเราอยู่ตรงนี้ จากคนไม่รู้จักตลาด ก็ค่อยๆ เรียนรู้ จากลูกจ้า
ถ้าพูดถึงแบรนด์ไทยที่มาแรงสุดๆ ในตอนนี้ คงจะเป็น Love Potion (เลิฟโพชั่น) ธุรกิจที่เริ่มจากความตั้งใจของ ซ้อก้าด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนาพร ปัจจุบันอายุ 27 ปี มีผู้ติดตามใน TikTok กว่า 11.8 ล้านคน และ ซุง-ศตาวิน นาคทองเพชร ที่มีผู้ติดตามใน TikTok กว่า 7.8 ล้านคน จุดเริ่มต้นแบรนด์มาจากการที่ซ้อก้าดต้องการหารายได้จุนเจือครอบครัว จึงทำให้เธอผลิตสบู่ Grape Soap ภายใต้ชื่อแบรนด์ Love Potion (เลิฟโพชั่น) ก่อนจะค่อยๆ เติบโตกลายเป็นแบรนด์ที่มีจักรวาลเป็นของตัวเอง มีสมาชิกใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลิตสินค้าได้ตรงใจผู้บริโภคทุกเพศทุกกวัย หนึ่งในจุดเด่นของแบรนด์เลิฟ คือการตลาดแบบ Storytelling ที่จะชูตัวเจ้าของแบรนด์ ถ่ายทอดความจริงใจ ความสนุก ในสไตล์ที่เข้าถึงง่าย ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ โดยก่อนหน้านี้ Love Potion มักจะไม่ได้ใช้พรีเซนเตอร์ในการโปรโมตสินค้า แต่จะใช้ตัวเองในการรีวิว การบอกต่อ การทำคอนเทนต์เอง ขายเอง จนกระทั่งได้เจอกับ “พี่กร คนขายไม้กวาด” และได้ทำคอนเทนต์ร่วมกันจนมีคนดูทะลุ 42 ล้านวิว อีกทั้งยังมีการดึงพี่กรมาเป็นพรีเซนเตอร์น้ำหอม และต่อยอดให้ครอบค
