SMEs
จากแอร์โฮสเตส สู่ตัวตึงวงการกาแฟฝ่ายหญิง ด้วยไวรัลติ๊กต็อก ‘วิธีดื่มลาเต้’ ดันยอดขายดีลิเวอรีโตขึ้น 100% ยังจำกันได้ไหม กับคอนเทนต์ไวรัลดังติ๊กต็อก “วิธีการดื่มลาเต้ที่ถูกต้อง” ที่มียอดวิวสูงถึง 8.1 ล้านครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาทุกคนไปพูดคุยกับเจ้าของคอนเทนต์ คุณกานต์ชนิต สุรินทร์สภานนท์ หรือ อาร์ม แอร์โฮสเตสสาวและเจ้าของร้าน goodsunday Coffee Bar ที่ไม่เคยหมดพลังในการครีเอตคอนเทนต์ จนทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้โดดเด่นขึ้นมา กลายเป็นร้านที่นอกจากส่งมอบความอร่อย ยังส่งมอบความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับลูกค้าทุกคน ถึงขนาดว่าอยู่ไกล ยังต้องแวะมาอุดหนุนถึงหน้าร้าน แอร์โฮสเตส กับการเปิดร้านกาแฟ หลายๆ คนอาจรู้จักคุณอาร์มในฐานะเจ้าของร้านกาแฟ ในอีกอาชีพเธอคือแอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟร่วมกับพี่ชาย และได้เริ่มเปิดร้านของตัวเองเมื่อเกือบ 2 ปีก่อนแถวสะพานนวลฉวี จ.นนทบุรี เธอเล่าให้ฟังว่า ร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงหรือเป็นเรดโอเชียน หลายๆ ร้านมักมีเมนูเหมือนกัน อีกทั้งรสชาติอาจไม่ได้แตกต่างกันมาก ซึ่งเม
หนุ่มจุฬาฯ เปิดร้าน “บ้านบัวลอย” จากวันแรกขายได้ไม่ถึง 10 ถ้วย ใช้ ChatGPT ช่วยปรับสูตรจนปัง ที่สี่แยกวังหิน มีร้านขนมหวานเล็กๆ ชื่อว่า “บ้านบัวลอย” ที่กลายเป็นไวรัลในเวลาเพียงข้ามคืน ร้านนี้เกิดจากความชอบกินบัวลอยของ คุณวิน-ธนวัฒน์ จันทร์กระจาย อายุ 28 ปี หนุ่มนิเทศฯ จุฬาฯ ที่ยืนหยัดอยากทำธุรกิจของตัวเอง แต่เมื่อพอมาทำจริงๆ ก็พบว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จากคนที่ไม่เคยทำขนมเลยแต่ต้องมาปั้นแป้ง ทำสูตรบัวลอยเอง แต่คุณวินเลือกที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหา เขาใช้ AI อย่าง ChatGPT เป็นที่ปรึกษาในการปรับสูตร โดยทดลองใส่ส่วนผสมตามคำแนะนำจนได้รสชาติที่ลงตัว แต่ทว่าพอแก้ปัญหาเรื่องสูตรได้ ก็มีปัญหาให้เข้ามา นั่นคือ ร้านไม่มีคนรู้จัก บางวันขายได้แค่ถ้วยเดียวก็มี จนกระทั่งเพื่อนของเขาเข้ามาช่วยรีวิวลงโซเชียล ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “บ้านบัวลอย” กลายเป็นไวรัลชั่วข้ามคืน ยอดขายพีกสุด 175 ถ้วยต่อวัน จุดเริ่มต้นของธุรกิจ “เรารู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ชอบทำงานประจำ ไม่ชอบกิจวัตรการตื่นเช้าไปตอกบัตร เลยเป็นฟรีแลนซ์รับตัดต่อวิดีโอ ทำงานอยู่ที่บ้านเป็นหลักครับ” เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว
ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น หลายแบรนด์มีการนำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน หรืออย่างในวงการไลฟ์ขายของก็ได้มีการนำ AI มาใช้เช่นกัน โดยล่าสุด SUNSU แบรนด์ไทยชื่อดัง ที่มีขนมยอดฮิตอย่าง เยลลี่ ซันซุ และหมึกกรุบ เจ้าของคือ คุณซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์-อรรถกร รัตนารมย์ ที่เขานั้นได้สร้างความฮือฮาครั้งใหม่บนโลกโซเชียล ด้วยการเปิดตัว AI Avatar จำลองตัวตน “ซารต์” มาทำหน้าที่ไลฟ์ขายของแทนคนจริงเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ผ่านช่องทางติ๊กต็อก Sunsuofficial ซึ่งการไลฟ์ครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งแรก จึงเป็นความท้าทายและอะไรใหม่ๆ ให้กับทางแบรนด์เป็นอย่างมาก รับชมคลิปเต็มของ AI ซารต์ได้ที่ : https://www.instagram.com/reel/DNFNwQmTFU4/?igsh=MWgweDN1cDZwMDd1MA== แม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นเทรนด์ AI ไลฟ์ขายของจากที่จีนมากันบ้างแล้ว โดยใช้ AI Avatar จำลองร่างเสมือนจริงที่มาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายอย่างถล่มทลายในเวลา 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว เบื้องหลังการสร้าง “AI ซารต์” ในคลิปเบื้องหลังที่คุณซารต์ได้โพสต์บน TikTok ช่อง Sunbeary นั้น
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดตำราโบราณ ใช้ศาสตร์แห่งอโรมาเทอราปี โดยการนำสมุนไพรหลากชนิดช่วยบรรเทากลิ่นศพ ที่กำลังเป็นปัญหากับทหารและชาวบ้านบริเวณชายแดนหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ที่เผชิญปัญหารุนแรงที่สุด ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กลิ่นมีผลต่อระบบประสาทโดยตรงมากกว่ารูป รส หรือเสียง และส่งผลรวดเร็วที่สุด ด้วยกลไกเฉพาะที่เรียกว่า เส้นทางการประมวลผลกลิ่นที่ไม่ผ่านสมองส่วน Thalamus (โดยสมองส่วนนี้จะเป็นตัวแปลงสัญญาณของอายาตนะไปสู่ระบบประสาทส่วนอื่น) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของระบบประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนลิมบิกโดยตรง (Limbic System) จึงมีพลังสูงต่ออารมณ์และความทรงจำ โดยกลิ่นไปมีผลต่อสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความกลัว ส่วนที่เกี่ยวกับความทรงจำ ส่วนที่ควบคุมฮอร์โมน “กลิ่นส่งผลรวดเร็วแบบสะท้อนอารมณ์ทันที เช่น กลิ่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ เช่น ความสุข ความเศร้า หรือความกลัวได้ โดยไม่ต้องใช้เหตุผล กลิ่นเชื่อมโยงความทรงจำ ซึ่งเป็นสมองส่วน Hippocampus ที่ประมวลกลิ่น เป็นศูนย์กลางของความทรงจำระยะยาว กลิ
จากเรื่องราวของวัยรุ่นสร้างตัวที่เดินตามความฝัน “อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง” ทำให้ ซันนี่–วีรสรณ์ ลิ้มเจริญ และ ไอซ์–จักรภัทร มุ่งจิตภิญโญ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาปั้นธุรกิจสมูทตี้ดีลิเวอรี ที่เริ่มต้นจากยอดขายเพียง 1 แก้ว สู่การเปิดหน้าร้านในซอยสาทร 11 ภายใต้ชื่อ WOOPS ถึงปัจจุบันธุรกิจของพวกเขาเติบโตครบ 1 ปี สามารถขยายสาขาได้ถึง 4 แห่ง และยังได้ร่วม Collab กับแบรนด์ระดับพรีเมียมมากมาย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า WOOPS ไม่ใช่แค่แบรนด์สมูทตี้ที่ขายน้ำผลไม้ปั่นธรรมดา แต่คือแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจน กับความฝันที่ใหญ่กว่าเดิม คือการเป็น “Global Thai Smoothie Brand” ที่คนทั่วโลกรู้จัก และในวันนี้ WOOPS สามารถสร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน เปิด 4 สาขา ใน 1 ปี บน “ทำเลที่ใช่” WOOPS เป็นแบรนด์สมูทตี้ที่คุณซันนี่และคุณไอซ์ร่วมกันเปิดบนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี แม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ทั้งคู่กลับมองเห็นศักยภาพในการเติบโต และพร้อมที่จะมีหน้าร้านสาขาแรกที่ตึกเอ็มไพร์ แต่เพราะขาดประสบการณ์และความรู้ ทำให้มีปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งโดนรื้อแบบ มีปัญหากับผู้รับเหมา จึงได้ขยับมาเปิดสาขาแรกในซอยสาทร
เมื่อวันก่อน กรุณาสละเวลาเป็นเงินเป็นทอง มาพูดคุยแบบกันเอง กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำหรับ เชฟหนุ่มคนดัง-เจ้าของตำแหน่งเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย อย่าง เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในบ้านเรา ในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า ให้ฟังว่า ถ้าพิจารณาในเรื่องของ Cuisine คาดว่าจะกลับไปสู่ Traditional หรือ ความดั้งเดิม ส่วน ความทันสมัย โมลิกูลาร์หรือความเป็นวิทยาศาสตร์ จะหายไป ผู้บริโภคจะแสวงหาสิ่งเดิมๆ ซึ่งนับเป็นวงจรปกติ ที่เคยเป็นแบบนี้มาแล้ววงหนึ่ง แล้วกลับไปเป็นอีกวงจรหนึ่ง อีก 5-10 ปี ความนิยมความดั้งเดิมจะค่อยๆ หายไป ความทันสมัยในรูปแบบใหม่กลับมาอีก เชฟอาร์ บอกต่อ สำหรับในส่วนของพืชพันธุ์นั้น โปรตีนทางเลือก จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ที่จริงพวกโปรตีนเกษตร โปรตีนทดแทน หรือ เทรนด์ Food Waste เข้ามาในตลาดอาหารก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังโตช้ามาก หากนับจากนี้ ความต้องการจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ อีกประมาณ 3-5 ปี กระแสจะยิ่งแรงขึ้น เพราะโลกจะไม่ไหวแล้ว เมื่อพูดคุยมาถึงในแง่ธุรกิจอาหาร เชฟอาร์ ชี้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีแซงคน ไปแล้ว อีกไม่นาน ร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจที่เป็น B2
ในยุคที่การดูแลสุขภาพกลายเป็นไลฟ์สไตล์ระดับโลก กระตุ้นให้วงการ SMEs ไทย โชว์พลังคิด พลังทำ! หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์ พาสต้าถั่วเขียวออร์แกนิก จาก ข้าวดินดี ที่ช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดบ้านเกิด พร้อมใส่นวัตกรรมยกระดับคุณค่าทางอาหารให้ผู้บริโภค และยกระดับถั่วพื้นบ้านสู่ซูเปอร์ฟู้ดระดับโลก จนสามารถคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2025 ด้านสังคม มาครองได้สำเร็จ คุณวัชรากร กิจตรงศิริ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท ข้าวดินดี จำกัด เล่าว่า พื้นเพเป็นคนอุบลราชธานีที่ย้ายไปอยู่อำเภออำนาจเจริญตั้งแต่ยุคที่ยังไม่แยกตัวออกมาเป็นจังหวัด ได้มีโอกาสเห็นปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากไม่มีชลประทาน จึงทำนาน้ำฝนได้เพียงปีละครั้ง ปีไหนฝนดีก็ได้ผลผลิตดี ปีไหนฝนไม่ดีก็ได้ผลผลิตไม่ดี แถมราคาข้าวก็ถูกกำหนดโดยผู้ส่งออกว่าจะรับซื้อที่ราคาเท่าไหร่ เขาจึงอยากหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการทำสินค้าแปรรูป และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยไม่ต้องอิงราคาที่ใครสั่งมา “แรกเริ่ม เราเริ่มด้วยพาสต้าจากข้าว จากนั้นค่อยๆ นำนวัตกรรมมาจับ แล้วพัฒนาเป็นพาสต้าถั่วเขียวออร์แกนิกในปี 2561 เพราะเรามองว่าถั่วเขี
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแห่งวงการแฟรนไชส์ ในโลกของธุรกิจแฟรนไชส์ มีหลักการอยู่ข้อหนึ่งที่ทุกคนรู้ดี “แฟรนไชส์ทำงานได้ดีในพื้นที่สงบ” เพราะระบบนี้ต้องการเสถียรภาพ ความน่าเชื่อถือ และการควบคุมคุณภาพแบบเหมือนกันทุกที่ แต่เมื่อเกิดความขัดแย้ง แฟรนไชส์ กลับกลายเป็นสิ่งแรกๆ ที่สั่นสะเทือน และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นกรณีตัวอย่างชัดเจนที่สุด Starbucks ในรัสเซีย : เมื่อแบรนด์ใหญ่ตัดสินใจถอยปี 2022 หลังรัสเซียรุกรานยูเครน โลกตะวันตกเริ่มคว่ำบาตรอย่างหนัก Starbucks แบรนด์กาแฟจากสหรัฐอเมริกา ประกาศถอนตัวจากรัสเซียโดยสมบูรณ์ แม้จะมีสาขากว่า 100 แห่ง และพนักงานกว่า 2,000 คน บริษัทแม่เลือกที่จะปิดกิจการ หยุดใช้แบรนด์ และจ่ายเงินชดเชยให้พนักงาน ถือเป็นการแสดงจุดยืนทางจริยธรรมในฐานะองค์กรระดับโลก แต่ความว่างเปล่าในธุรกิจไม่เคยอยู่นาน ไม่กี่เดือนถัดมา แบรนด์ใหม่ชื่อ Stars Coffee ก็ถือกำเนิด ดำเนินกิจการในสถานที่เดิม ใช้ระบบเดิม คล้ายชื่อเดิม และแม้แต่โลโก้ ก็ยังคล้ายอย่างตั้งใจ ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นสิ่งเดียว ไม่มี Starbucks อีกต่อไป Café Amazon ในกัมพูชา : เมื่อแฟรนไชซีกลายเป็นฝ่
บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ gettgo แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ ร่วมกับ 1:2 Coffee Company ร้านกาแฟขวัญใจชาวออฟฟิศ ที่เริ่มต้นจากจังหวัดเชียงรายและเติบโตสู่เมืองกรุง พร้อมชวนคนทุก Generation มาดื่มกาแฟชิลๆ รับสิทธิ์ส่วนลดผ่านแคมเปญ “ประกันสักแก้วมั้ย?” และทำความรู้จักกับประกันในบรรยากาศสบายๆ ผ่านประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ร้าน 1:2 Coffee กาแฟที่พรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้กับประกันที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้เช่นกัน คือจุดร่วมสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง gettgo และ 1:2 Coffee Company แม้จะมาจากคนละวงการ แต่ทั้ง 2 แบรนด์มีแนวคิดเดียวกัน คือ การทำให้สิ่งที่เคยดูซับซ้อน กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นประกันหรือกาแฟแก้วโปรดของคุณ การจับมือกันครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การข้ามจาก “วงการประกันสู่วงการกาแฟ” แต่ยังเป็นการเปลี่ยนภาพจำ ของประกันให้กลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนการเลือกเมนูที่ชอบในร้านโปรด ดัง Key Message ที่ว่า “เปรียบเทียบประกันออนไลน์ ง่าย เหมือนเลือกเมนูที่ชอบ” ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “Everyday Coffee” ที่ 1:2 Coffee Company ยึดถือมาโดยตลอด เม
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่ากระแส Plant-based Food มาแรงมาก อย่าง “นมโอ๊ต” ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งนมชนิดนี้จะมีความครีมมี่มากกว่านมทางเลือกอื่นๆ สามารถตีฟองได้ดีกว่า ทั้งยังควบคู่ไปกับการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งในช่วงนี้หลายคนคงเห็นไวรัล “Oatside Barista Blend ขนาด 1 ลิตร” ที่มีการปรับราคาลงถึง 50% โดยทางเพจ ผู้บริโภค ได้มีการโพสต์รูปภาพ OATSIDE ที่ปรับราคาลงถาวร จากปกติ 112 บาท เหลือเพียง 56 บาท โดยระบุข้อความว่า “ร้านกาแฟถูกใจสิ่งนี้ ถาวรครึ่งต่อครึ่งเลยนะ รับทราบนะ ผู้บริโภค” โดยทางเพจ Oatside Thailand ได้มีการคอมเมนต์ถึงการลดราคาถาวรนี้ว่า “ขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุน Oatside มาโดยตลอด การปรับราคานี้เป็นราคาปกติ ปรับทุกห้าง สาเหตุที่ปรับลดราคาลง เนื่องจากตอนนี้เราสามารถลดราคาได้เพราะเราขยายธุรกิจไปทั่วโลก ทำให้ต้นทุนลดลง เราก็เลยอยากแบ่งปัน ส่วนลดนี้ให้ลูกค้า เพื่อเข้าถึง Oatside ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทางแบรนด์ขอยืนยันว่า รสชาติ ความอร่อยยังคงเดิม” ชวนรู้จัก Oatside (โอ๊ตไซด์) 
