ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งขนาดครอบครัวที่เล็กลง พื้นที่อยู่อาศัยที่จำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องวางแผนรอบคอบทั้งด้านเวลาและงบประมาณ ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคและการจับจ่ายถูกมองผ่านมุมใหม่ที่ลึกกว่าเดิม โดยให้ความสำคัญกับ “ความพอดี” ความคุ้มค่า และการใช้ทรัพยากรอย่างมีความหมายมากขึ้น
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ซึ่งสะท้อนว่าหลายครั้ง การบริโภคหรือแม้แต่การเฉลิมฉลองในเทศกาลสำคัญอาจก่อให้เกิดอาหารเหลือทิ้งโดยไม่จำเป็น รายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารราว 10 ล้านตันต่อปี โดยขยะอาหารเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนภาพเชิงสิ่งแวดล้อม แต่ยังทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มทบทวนพฤติกรรมการกิน การซื้อ และการจัดการอาหารในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนชัดในช่วงเทศกาลสำคัญอย่าง “ตรุษจีน” จากเดิมที่ภาพจำของความเป็นสิริมงคลผูกโยงกับโต๊ะไหว้ที่จัดเต็มด้วยของคาว ของหวาน และผลไม้นานาชนิด วันนี้แนวคิดเรื่องความเฮงกำลังถูกตีความใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทชีวิตจริง ไม่ใช่การเน้นปริมาณมากที่สุด แต่คือการเลือกอย่างตั้งใจให้ครบถ้วนตามพิธี พร้อมคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ต่อหลังจบการไหว้
อินไซต์ผู้บริโภคช่วงตรุษจีนปี 2569 ของท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พบว่า 63% ของผู้บริโภคตั้งใจจัดการปริมาณของไหว้ให้เหมาะสมเพื่อลดอาหารเหลือทิ้ง ขณะที่ 18% มีความกังวลเกี่ยวกับของเหลือหลังเทศกาล และอีก 15% มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่าแนวคิด “Conscious Consumption” หรือการบริโภคอย่างมีสติ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ แม้ในเทศกาลที่มีรากทางวัฒนธรรมยาวนาน
Post-Ritual Thinking-เฮงต่อ…หลังจบพิธี
อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญคือผู้บริโภคเริ่มคิดไกลไปถึง “ชีวิตหลังจบพิธี” ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อของไหว้ เพราะความยั่งยืนของเทศกาลไม่ได้อยู่ที่ความอลังการของโต๊ะไหว้เท่านั้น แต่สะท้อนจากการจัดการอาหารหลังพิธีอย่างมีความหมาย
ท็อปส์ จึงชวนทุกบ้านบริหารจัดการของไหว้ผ่าน วงจร 4 ขั้นของความมงคลอย่างยั่งยืน
: Eat – Share – Feed – Return to Earth
1. Eat-กินให้หมดอย่างมีแผน วางแผนเมนูตั้งแต่ก่อนซื้อผ่านแนวคิดการใช้ให้คุ้มนำของไหว้มา Creative Upcycling เปลี่ยนเป็ดและไก่ไหว้เจ้าเป็นคั่วกลิ้งไก่ฉีกหรือกะเพราเป็ดพะโล้กรอบ นำหมูสามชั้นไปทำหมูกรอบคั่วพริกเกลือ หรือแปรรูปขนมเข่งเป็นขนมเข่งชุบไข่ทอด การออกแบบการบริโภคตั้งแต่ต้นทางช่วยยืดอายุวัตถุดิบและลด Food Waste ได้จริง
2.Share-แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า ผลไม้และขนมที่ยังคงคุณภาพดีสามารถส่งต่อให้เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม รวมถึงการแปรรูปเปลือกส้มมงคลเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากธรรมชาติ การแบ่งปันช่วยเปลี่ยนเทศกาลจากเรื่องของครอบครัวเดียวให้กลายเป็นพลังของความเอื้อเฟื้อในระดับชุมชน
3.Feed-เลี้ยงชีวิตอื่นในระบบ เศษอาหารบางประเภทสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ในระบบที่ถูกสุขลักษณะ ลดขยะอินทรีย์และตอกย้ำว่าอาหารไม่เคยหมดค่า เพียงเปลี่ยนบทบาทจากเลี้ยงคนไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นในระบบนิเวศ

4.Return to Earth-คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ เปลือกผลไม้และเศษผักสามารถนำไปทำปุ๋ยหมัก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร การแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นจุดเล็กที่สร้างผลลัพธ์ใหญ่ในระยะยาว
การจัดการอย่างเป็นระบบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหา Food Waste แต่ยังเปลี่ยน “ของเหลือ” ให้กลายเป็น “ความมงคลที่ยั่งยืน” ที่ส่งต่อคุณค่าได้ทั้งต่อชีวิตประจำวัน สังคม และสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้การเฉลิมฉลองตรุษจีนปีนี้เป็นเรื่องของความสุขที่พอดีกับชีวิตจริง ท็อปส์ยังชวนทุกคนสนุกกับการช้อปอย่างมีสติ ผ่านโปรโมชัน “ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน” ภายใต้แคมเปญ The Great Chinese New Year 2026 ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยวางแผนการจับจ่ายได้ง่ายขึ้น เลือกได้ตรงใจ และไม่ต้องซื้อเกินจำเป็น
สมาชิก The 1 รับคูปองส่วนลดสูงสุด 15% ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% หรือการรับและแลกคะแนนเพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
พบกับชุดไหว้มงคลได้ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์, ท็อปส์ เดลี่ (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) และท็อปส์ ออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 17 กุมภาพันธ์ 2569
