เปิดลิสต์! 10 อันดับแฟรนไชส์โลกแห่งปี 2024 โดยเว็บไซต์ Entrepreneur แฟรนไชส์อาหารยังครองใจนักลงทุน
เว็บไซต์ Entrepreneur เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีเนื้อหาที่หลากหลายครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดธุรกิจใหม่ๆ เทคนิคการบริหารจัดการ การตลาด การเงิน และเรื่องราวความสำเร็จของผู้ประกอบการรายอื่นๆ
โดยได้จัดอันดับแฟรนไชส์ยอดเยี่ยมประจำปี 2024 ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 500 แฟรนไชส์ ที่สะท้อนถึงความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนใคร และใน 10 อันดับแรก แฟรนไชส์ร้านอาหารมีมากถึง 6 อันดับเลยทีเดียว
10 อันดับ แฟรนไชส์ชั้นนำแห่งปี 2024
1. Taco Bell

ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 และเริ่มเปิดแฟรนไชส์ 2 ปีต่อมา Taco Bell เป็นร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันในราคาประหยัด และเป็นร้านอาหารเม็กซิกันรายใหญ่ที่สุดในโลก ในฐานะแฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชั้นนำ ปัจจุบัน Taco Bell มีสาขากว่า 7,000 สาขาใน 30 ประเทศ
ค่าแฟรนไชส์ 25,000-45,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 850,000-1,500,000 บาท
2. Jersey Mike’s Subs

เป็นแฟรนไชส์ร้านแซนด์วิชยอดนิยม ก่อตั้งเมื่อปี 1987 ขึ้นชื่อในเรื่องแซนด์วิชที่มีความสดใหม่ ดีต่อสุขภาพ และมีรสชาติดี โดยใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพจนเป็นแซนด์วิชที่ไม่เหมือนใคร ปัจจุบันมีมากกว่า 2,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา
ค่าแฟรนไชส์ 18,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 600,000 บาท
3. Popeyes

แฟรนไชส์ไก่ทอดรสเลิศ ราคาไม่แพง ก่อตั้งเมื่อปี 1972 เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดชั้นนำของสหรัฐฯ ที่มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนออาหารฟาสต์ฟู้ดแสนอร่อยเพื่อให้ผู้คนติดใจกลับมาอีกครั้ง โดยมีแฟรนไชส์มากกว่า 600 แห่งทั่วโลกและมากกว่า 200 แห่งในแคนาดาเพียงแห่งเดียว
ค่าแฟรนไชส์ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท
4. The UPS Store

เป็นแฟรนไชส์บริการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ การจัดการพัสดุ ตู้ไปรษณีย์ การพิมพ์ แฟกซ์ การทำลายเอกสาร การรับรองเอกสาร ก่อตั้งเมื่อปี 1980 ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 5,500 แห่งในอเมริกา
ค่าแฟรนไชส์ 9,500-29,950 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 300,000-1,000,000 บาท
5. Ace Hardware

Ace Hardware Corporation เป็นแฟรนไชส์ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน ที่มีการเติบโตและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1924 และเริ่มต้นทำแฟรนไชส์เมื่อปี 1976 ปัจจุบันมีสาขา 5,813 แห่งในอเมริกา
ค่าแฟรนไชส์ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 170,000 บาท
6. Dunkin’

Dunkin’ เป็นแบรนด์อาหารระดับประเทศ และดังสโลแกนที่ว่า “America running on Dunkin'” Dunkin’ เริ่มต้นมาจากที่ โรเซนเบิร์ก เปิดร้านกาแฟในเมืองควินซี รัฐแมสซาชูเซตส์ ชื่อว่า The Open Kettle มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เรียบง่ายด้วยเมนูราคาถูก จนปี 1950 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Dunkin’ Donuts และเริ่มขายแฟรนไชส์ในอีก 5 ปีต่อมา ในปี 1965 มีสาขามากกว่า 100 แห่ง ปัจจุบันมีแฟรนไชส์มากกว่า 9,400 แห่งในสหรัฐอเมริกา และอีกมากกว่า 3,400 แห่งในต่างประเทศ
ค่าแฟรนไชส์ 40,000-90,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,400,000-3,150,000 บาท
7. Culver’s

เป็นแฟรนไชส์ร้านขายคัสตาร์ดแช่แข็งและเบอร์เกอร์สูตรพิเศษ แฟรนไชส์ของ Culver’s นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมาในฐานะผู้ให้บริการอาหารจานด่วน ก่อตั้งปี 1984 และเริ่มขายแฟรนไชส์เมื่อปี 1988 ภายใต้การบริหาร Culver Franchising System LLC ปัจจุบันมีสาขา 918 แห่งในอเมริกา
ค่าแฟรนไชส์ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท
8. Hampton by Hilton

Hampton by Hilton เป็นแฟรนไชส์อสังหาริมทรัพย์หนึ่งเดียวที่ติดอันดับ ก่อตั้งปี 1983 เป็นแฟรนไชส์โรงแรมชั้นนำแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา Hampton by Hilton มีแฟรนไชส์มากกว่า 2,200 แห่งในสหรัฐฯ มากกว่า 50 แห่งในแคนาดา และมากกว่า 250 แห่งทั่วโลก
ค่าแฟรนไชส์ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท
9. Arby’s

เป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของเมนูแซนด์วิชเนื้อวัวรมควัน ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ อาร์บี้ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมาย ทั้งไก่ ไก่งวง และเมนูสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารมังสวิรัติ
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1964 และเริ่มขายแฟรนไชส์เมื่อปี 1965 โดยเป็นแฟรนไชส์อาหารจานด่วน ดำเนินกิจการร้านอาหารที่มีความยืดหยุ่นและทำกำไรได้ทั่วประเทศ
ค่าแฟรนไชส์ 37,500 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท
10. Kumon

เป็นศูนย์การเรียนเสริมที่เน้นการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์และภาษา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ด้วยตนเองในระดับที่เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน ทำให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก่อตั้งในปี 1954 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มขายแฟรนไชส์ในปี 1958
Kumon Math & Reading Centers มีขนาดใหญ่มากในต่างประเทศ โดยมีสาขาแฟรนไชส์มากกว่า 24,000 แห่ง และยังเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย โดยมีสาขามากกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ
ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 68,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้หมดเพียง 10 อันดับนี้เท่านั้น แต่ยังมีมากถึง 500 แบรนด์ที่ติดอันดับ อย่าง KFC ในปี 2023 อยู่ในอันดับที่ 13 โดยในปี 2024 ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 12 ในส่วนของ McDonald’s ปี 2023 อยู่ในอันดับที่ 14 และปี 2024 ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 18 ทางด้านของ 7-Eleven เดิมอยู่ในอันดับที่ 18 โดยปี 2024 ถูกจัดอันดับใหม่อยู่ที่อันดับที่ 25 นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายแบรนด์ โดยสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ entrepreneur
