ลบภาพจำเดิมๆ ว่า “โคล่าต้องซ่า”
แล้วมาทำความรู้จัก “คราฟต์โคล่า” ของ “Oh! Avacola” แบรนด์เล็กแห่งย่านทรงวาด ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว
เรื่องราวของ “คุณเพียงพลอย-รุจิยาทร โชคสิริวรรณ” ผู้ปลุกสูตรโคล่าเมื่อ 100 ปีก่อนในร้านขายยา กลับมาเล่าใหม่ในแบบคนยุคนี้ ผ่านคราฟต์โคล่าที่ใช้สมุนไพร 12 ชนิดจากร้านอากงอาม่าในชุมชนทรงวาด พร้อมหยิบเรื่องเล่าของ “ถนนอบเชย” ในอดีต มาถ่ายทอดผ่านรสชาติ ที่ตั้งใจเติบโตไปพร้อมกับชุมชน
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_325096
Latest Posts
จากร้านข้าวสารเป็นที่รู้จักเพียง 3 อำเภอในจังหวัดชลบุรี ธุรกิจที่พ่อแม่สร้างขึ้นด้วยความขยันและอดทนมาตั้งแต่ปี 2527 แม้จะบอกกับลูกว่าเป็นงานหนัก งานร้อน และไม่ได้สร้างกำไรมากนัก แต่สำหรับ ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล หรือ “คุณกอล์ฟ” ทายาทรุ่นสองของ “ข้าวตราไก่แจ้” กลับมองเห็นโอกาสในธุรกิจที่ตัวเองคลุกคลีมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาจึงเลือกกลับมาสานต่อธุรกิจนี้หลังเรียนจบจากอเมริกา พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงจาก “ระบบเถ้าแก่” สู่ “การบริหารแบบมืออาชีพ” จนกลายเป็นแบรนด์ข้าวไทยที่ส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายเติบโตแตะ 2,500 ล้านบาท ในคอนเทนต์ชุด “โอกาส” ธุรกิจเกษตร พาไปพูดคุยกับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราไก่แจ้ ถึงเส้นทางการเติบโต การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้ายทาย และการต่อยอดธุรกิจที่ไม่หยุดแค่การจำหน่ายข้าสาร ร้านข้าวของพ่อแม่ จุดเริ่มธุรกิจพันล้าน คุณกอล์ฟเติบโตมาในร้านข้าวสารของพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ราวปี 2527 กิจการเล็กๆ นี้มี “สุนทร ธัญญวัฒนกุล และ นภา” ภรรยา เป็นผู้บุกเบิกในตำบลกุฎโง้ง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ภาพจำของคุณกอล์ฟ คือไปวิ่งเล่นปี
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นเมื่อตอนโควิด-19 เป็นช่วงที่ทำให้ คุณยุ้ย-อภิรดี นกสุวรรณ อยากปลูกผักกินเอง หลังจากนั้นเมื่อเริ่มปลูกเยอะขึ้นจนทำให้ทานไม่ทัน เธอจึงชวนรุ่นพี่ที่สนิทกันอย่าง คุณแหม่ม-พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา มาขยายความฝัน สร้างพื้นที่ปลูกให้ใหญ่ขึ้น แต่ทว่าหลังจากหาพื้นที่ได้แล้ว กลับต้องเผชิญกับปัญหาดินพระราม 2 ที่มีความเค็ม ทำให้เมื่อนำมารดน้ำผักแล้ว สลัดที่ได้มาจึงออกมารสชาติเค็ม จนทำให้ต้องแก้ไขปัญหานี้โดยการปรุงดินใหม่ทั้งหมด ปัจจุบันที่คาเฟ่แห่งนี้ได้ต่อยอดสร้างรายได้มากกว่า 1 ทาง ไม่ว่าจะเป็น การปลูกดอกไม้กินได้ การทำสวนเลม่อน การทำโรงเรือนต่างๆ และต่อยอดเป็นคาเฟ่ที่ให้ผู้คนแวะเวียนมาเช็กอิน รวมถึงการทำเวิร์กช็อป หรือแม้กระทั่งการเปิดให้แบรนด์เข้ามาเช่าสถานที่ถ่ายรูปได้ จนกลายเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันสุขภาพ ความรู้ และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่แวะมาเยือน #ทำสวนกับมาดาม #คาเฟ่ #พระราม2 #ที่เที่ยว #เกษตร #ปลูกผัก
จาก “ชาเย็น” สู่ “ชาเขียว” สร้างปรากฏการณ์ชาเย็นที่จริงใจเสร็จ แบรนด์ก็หันมาปั้นชาเขียวต่อ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” คือแบรนด์ชาไทยที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตบนหน้าฟีดโซเชียลมาแล้ว โดยช่วงนั้นชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่กำลังอยู่ในกระแส คนกำลังนิยมอย่างมาก หันไปทางไหนก็เจอเมนูชาไทย ทั้งเค้กชาไทย ไอศกรีมชาไทย ชานมไข่มุกชาไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ทำให้คนรักชาไทยต้องพูดถึงบ่อย ๆ คือ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วยการทำชาเย็นที่เข้มข้นถึงรสชาเย็นแท้ ทำให้คนรักเมนูนี้ต่างก็ยกให้แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” (everyday.thai.tea) เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดี ทั้ง ‘สลัชชี่ชาไทย’ และ ‘ชาเย็นรสเข้มข้น’ ดำเนินการโดย บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งไปเมื่อ 13 ก.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในปี 2566 รายได้รวม 14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาท แต่นอกจากฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ปีที่ผ่านมายังได้แตกแบรนด์โกโก้-กาแฟ แบรนด์ “เข้ม” เสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ กระทั่งเมื่อ April Fool’s Day แบรนด์ได้ร่วมล้อไปกับกระแสแกล้งผู้บริโภคว่าจะเปิดแบรนด์น้องใหม่ “ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน
