How to
จากสูตร ยำขาว ไทยๆ “1-1-ครึ่ง” 1 คือ น้ำปลา 1 ส่วน อีก 1 คือ น้ำมะนาว 1 ส่วน และครึ่ง คือ น้ำตาล บ้านเรายังมี “ยำดำ” ซึ่งก็คือน้ำยำขาวนี่ล่ะ แต่เพิ่มน้ำพริกเผาลงไป สูตรจะกลายเป็น น้ำปลา 1 น้ำมะนาว 1 น้ำพริกเผา 1 น้ำตาลครึ่ง ยำดำ นิยมทำเป็น ยำถั่วพู ยำหัวปลี ยำกระท้อน ยำผลไม้ ยำส้มโอ ยำเกสรชมพู่มะเหมี่ยว โรยหัวกะทิเคี่ยว ถั่วลิสงป่น มะพร้าวคั่วป่น ยำดำนี้ ตอนหลังร้านอาหารชอบเอามาทำเป็นพล่าใส่น้ำพริกเผา พล่าแบบตำรับเดิมๆ ไม่ได้ใส่น้ำพริกเผา ของที่เป็นพล่ามักทำกับของกึ่งดิบกึ่งสุก เช่น กุ้งเผา เนื้อปลาสดสับบีบน้ำมะนาวให้สุก (ซึ่งจริงๆ คือไม่สุก) เช่น พล่าปลาอินทรี พล่ากุ้งเผา พล่ากุ้งดิบ พล่าของทะเลลวก เครื่องพล่าเพิ่มเติมเครื่องขึ้นมา มี กระเทียมสับ ตะไคร้อ่อนซอย หอมแดงซอย ใบสะระแหน่ ใบมะกรูดซอย พล่า มักทำรสให้จัดมากกว่ายำ อาจจะเพิ่มน้ำมะกรูดลงไปในส่วนของเปรี้ยว สูตรกลายเป็น น้ำปลา 1 น้ำมะนาวครึ่ง น้ำมะกรูดครึ่ง น้ำตาลครึ่ง อีกขั้นของน้ำยำขาว ถูกพัฒนาขึ้นเป็นน้ำยำซีฟู้ดหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด สัดส่วนของน้ำยำยังคล้ายของเดิมคือ น้ำปลา 1 น้ำมะนาว 1 น้ำตาลครึ่ง น้ำกระเทียมดองครึ่ง เพิ่มกระเท
กลับมาอีกครั้ง กับโปรโมชันสุดไวรัลของสงคราม ‘หั่นราคาพิซซ่า’ โปรแรงหนึ่งปีมีครั้ง 7 พ.ค. 68 วันเดียวเท่านั้น The Pizza Company ส่งแคมเปญ “วันเดย์วันดีล พิซซ่า 97 บาท” ลงสนามอีกครั้งในปี 2568 หลังจากที่ปีที่แล้ว ที่ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม คนต่อคิวยาวเหยียดจนร้านแทบแตกทุกสาขากว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ซึ่ง Pizza Hut ก็ได้ทำการหั่นราคาเช่นเดียวกัน มาพร้อมโปรแรง 98 บาท แบบเฉือนกันบาทเดียว โดยมีการโพสต์คอนเทนต์ว่า “ของเราราคา 98 แถมไม่จำกัดถาด กินจนพุงแตกก็ไม่มีใครว่า ของเค้าราคา 9… แต่จำกัดใจมาก!” ทำเอาโซเชียลไฟลุก คนไลก์เกือบ 1 หมื่นคนเลยทีเดียว โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “Me Too Marketing” หรือแปลตรงตัวนั่นก็คือ เห็นเขาทำ เราก็ขอทำด้วย เป็นการทำการตลาดของแบรนด์ที่มีสินค้าคล้ายกัน จัดแคมเปญทำคอนเทนต์สู้กับคู่แข่ง เพื่อทำให้เกิดไวรัล และเป็นการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดอาหาร โปรแรงต่างกัน 1 บาท สะเทือนวงการ “ราคาหลักสิบ” แต่สะเทือนทั้งวงการฟาสต์ฟู้ด เพราะนี่ไม่ใช่แค่โปรโมชันธรรมดา แต่มันคือ “สงครามการตลาด” ที่ใช้ราคาในการดึงฐานลูกค้าหน้าใหม่ และดึงฐานลูกค้าเก่า
พูดถึงตลาดนัดที่กำลังมาแรง และได้รับความนิยมจากลูกค้า หนึ่งในนั้นคือ ‘ตลาดเซฟวันโก’ ของ ซุง-ศตาวิน นาคทองเพชร อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากความสามารถ ตลาดแห่งนี้ เปิดสาขาแรก ที่ ประตูกรุงเทพ หรือ ใกล้ สถานี BTS แยก คปอ. จากนั้นขยายสู่สาขาสอง โรบินสัน ศรีสมาน เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นอีกทำเลทองของคนค้าขาย ที่อยากสร้างรายได้ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้สินค้าของตัวเอง รวมถึงขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น ซึ่งหากร้านไหนอยากจองล็อก ก็สามารถทำได้ ตามขั้นตอนที่ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ รวบรวมมาให้แล้ว ดังนี้ ประเภทสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ขนมไทย เสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่น มือหนึ่งและมือสอง อาร์ตทอย และของเล่นต่างๆ ร้านทำเล็บ น้ำหอม อุปกรณ์โทรศัพท์ สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น หมายเหตุ สาขา ศรีสมาน มีเฉพาะของกินเท่านั้น วิธีการสมัครสมาชิก เริ่มต้น แอด LINE Official ตลาดเซฟวันโก ประตูกรุงเทพ ไลน์ https://lin.ee/YtOdOcW ตลาดเซฟวันโก ศรีสมาน ไลน์ https://lin.ee/jYURdRr แตะที่ปุ่ม ‘สมัครสมาชิกเดี๋ยวนี้’ ติ๊กถูกที่ช่องยอมรับ และแตะที่ปุ่ม ‘เข้าใจทั้งหมด’ กรอกข้อมูลส่วนตัว และรห
ของกินเล่นที่พบเห็นได้บ่อยๆ ที่เวียดนามโดยเฉพาะที่นครโฮจิมินห์อย่างหนึ่งคือ “บั๊นจร้างเนื้อง” (Bánh tráng nướng) ซึ่งมีความหมายว่า ใบเมี่ยงญวนย่าง บางทีก็เรียกว่า “บั๊นจร้างเนื้องดาลัท” (Bánh tráng nướng Đà Lạt) ตามชื่อเมืองดาลัด เมืองท่องเที่ยวบนภูเขาสูงทางภาคใต้ของเวียดนามที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี หรือชื่อเมืองอื่นๆ ตามแต่ที่มา ซึ่งแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียดของส่วนผสม แต่โดยหลักๆ แล้วแทบไม่ต่างกันค่ะ แม่ค้าขายบั๊นจร้างเนื้องมักจะหาบไปจอดขายตามสถานที่ท่องเที่ยว สวนสาธารณะ หรือหน้าโรงเรียน เพื่อขายให้เป็นของกินเล่น ในหาบนั้นมีจะเตาถ่านพร้อม เพราะขนมชนิดนี้ต้องย่างค่ะ หรือบางทีก็ยึดที่บนฟุตปาธริมถนนเปิดเป็นร้านมีโต๊ะเก้าอี้พลาสติกเตี้ยๆ ให้นั่งกินกันไปมองผู้คนกันไปตามแบบวิถีชีวิตของคนเวียดนาม การทำนั้นไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบเป็นของที่มักมีติดบ้านอยู่แล้ว ยกเว้นน้ำพริกซาเต้ หรือภาษาเวียดนามเรียกว่า “เอิ๊ตโคซาเต้” (Ớt khô satế) คือน้ำพริกผัดที่มีส่วนผสมของพริก กระเทียม ตะไคร้ โดยนำไปโขลกหยาบๆ แล้วผัดน้ำมันปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ทำนองเดียวกับน้ำพริกเผาของเรา เก็บใส่ขวดไว้ใช้ทำอาห
แชร์ไอเดียสร้างรายได้เสริมจากมือถือ ด้วย 7 แอป-เว็บไซต์ เริ่มต้นสมัครได้ง่ายๆ อยู่ที่ไหนก็ทำได้ สำหรับคนที่อยากสร้างรายได้เสริมเพิ่มเติมจากงานประจำ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่สามารถสร้างรายได้เสริมได้ไม่ยาก ทั้งงานที่เกี่ยวกับการขายสินค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ นักเขียน ช่างภาพ อินฟลูเอนเซอร์ ใครที่มีสกิลหรือชอบงานด้านไหน ลองสมัครดูได้เลย TikTok TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยม พื้นที่แห่งความบันเทิงที่เราสามารถสร้างรายได้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ไลฟ์ขายสินค้า เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นทั้งมือหนึ่งมือสอง ของกิน ของใช้ ของเล่น กิฟต์ช็อป แอกเซสซอรี และอีกมากมาย หรือ TikTok Affiliate เป็นนายหน้าขายสินค้า ด้วยการทำคลิปและปักตะกร้าสินค้า รับค่าคอมมิชชัน ไลฟ์ครีเอเตอร์ สร้างรายได้จากของขวัญและสติกเกอร์ที่ได้รับจากผู้ชมในไลฟ์ Fastwork Fastwork แพลตฟอร์มหางานฟรีแลนซ์ ไม่ว่าจะเป็น งานออกแบบโลโก้ ทำแบนเนอร์โฆษณา เขียนบทความ แปลภาษา การตลาดออนไลน์ พัฒนาเว็บไซต์ และงานอื่นๆ อีกกว่า 90 หมวดหมู่ โดยสามารถสมัครใช้งานได้ที่ https://fastwork.co/ readAwrite readAwrite เว็บไซต
TikTok เผยว่า 91% ของผู้ใช้ TikTok ในประเทศไทย พร้อมเปิดรับแบรนด์ใหม่ๆ และ 95% สนใจชม Live Shopping สะท้อนให้เห็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยสามารถพลิกวิกฤตสร้างเป็นโอกาส ปลดล็อกศักยภาพทำตลาดใหม่ๆ และใช้ประโยชน์จาก TikTok Ads Solutions เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคผ่านการเข้าร่วมเป็น Affiliates กับ TikTok For Business ในงานสัมมนา TikTok Songkran 2025 SMB Playground คุณสุธาสินี อรัญญเกษม Head of SMB, TikTok Thailand กล่าวว่า ปัจจุบัน TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับสร้างคอนเทนต์ไวรัล แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจทุกขนาดที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการสร้างการรับรู้แบรนด์ การสร้างยอดขาย และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์ที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน ทำให้เหล่าผู้ประกอบการ SMB จำเป็นต้องมีกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำและสามารถวัดผลได้ TikTok จึงได้พัฒนา TikTok Ads Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ซึ่ง Messaging Ads หรือฟีเจอร์การโฆษณาผ่านข้อความ เป็นจุดตั้งต้นสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ได้ เนื่องจากใช้ต้นทุนน้อ
สำหรับชาวลาวแล้ว ‘คั่วหมี่’ (ຂົ້ວໝີ່) เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดที่เป็นที่นิยมที่สุด มักขายกันตามตลาดและแผงริมถนน เป็นอาหารราคาถูกที่ใครๆ ก็ซื้อกินได้ หน้าตาของคั่วหมี่ คือเส้นเล็กผัดสีเข้ม มีรสหวานนำเค็ม มักผัดเส้นเปล่าๆ กับน้ำซอสโดยไม่ได้ใส่เครื่องอะไร อย่างดีก็มีไข่เจียวหั่นฝอยโรยหน้า และแกล้มกับถั่วงอกดิบ ใบสะระแหน่ ต้นหอม และผักชี อันที่จริงคั่วหมี่ของลาวนั้นก็เหมือนกับคั่วหมี่ของทางอีสานรวมถึงผัดหมี่โคราชที่เน้นความอร่อยของเส้นเป็นหลัก อาจมีไข่เจียวฝอย และสามารถใส่เนื้อหมูลงไปด้วย ส่วนผักที่ใช้นั้นหมี่โคราชนั้นหลากหลายกว่า ได้แก่ ถั่วงอก ต้นหอม ผักกุยช่าย แล้วยังผัดกับผักคะน้าได้ ซอสของผัดหมี่โคราชจะเพิ่มเต้าเจี้ยว น้ำมะขามเปียก และพริกป่นด้วย คั่วหมี่นี้กินเป็นอาหารจานเดียวก็ได้หรือกินแบบวิเศษสุดคือกินกับตำหมากหุ่ง (ส้มตำ) เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ลงตัวที่สุด เพราะตำหมากหุ่งอย่างที่ชาวลาวและชาวอีสานนิยมนั้นใส่พริกไม่ยั้งจึงมีรสเผ็ดไฟแลบ เมื่อกินแนมกับคั่วหมี่ที่มีรสหวานนำจึงเป็นการแก้เผ็ดได้อย่างดี และทำให้อิ่มท้อง วิธีทำคั่วหมี่นั้นไม่ยาก ฉันขอแนะนำให้ใช้หมี่ตะคุของปักธงชัยหรือ
ชาวขมุ เป็นชนพื้นเมืองที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ อยู่อาศัยมากในตอนเหนือของประเทศลาว โดยเฉพาะเมืองหลวงพระบาง คำว่า “ขมุ” อ่านว่า ขะ – มุ ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “ลาวเทิง” มีความหมายถึงลาวที่อยู่บนที่สูง ในประเทศไทยส่วนมากอยู่ที่จังหวัดน่าน บางจังหวัดในภาคเหนือและภาคกลาง แต่อย่าไปเรียกพวกเขาว่า “ข่า” เชียวนะ เพราะเป็นคำที่มีความหมายว่า ทาส ซึ่งคงไม่มีใครชอบให้เรียกเช่นนี้ เรื่องของขมุ นั้น ถือว่าไกลตัวมาก ยิ่งอาหารขมุ ฉันยิ่งไม่รู้จักเลย ข้อมูลต่างๆ ของชาวขมุก็มีอยู่น้อยนิด จนอยู่มาวันหนึ่ง มิตรผู้พี่ได้สูตรแกงขมุนี้มา ทำเอาฉันต้องเข้าครัวทันที เพราะแค่นึกภาพตามส่วนผสมก็รู้ว่ามันจะต้องอร่อยแน่ๆ ค่ะ “แกงขมุ” อธิบายง่ายๆ ได้ว่า ทำเหมือนต้มยำไก่น้ำใส ใส่ผักกาดดอง โรยด้วยใบโหระพา และพริกแห้งคั่ว ทำให้แกงน้ำใสชามนี้มีความหอมและรสชาติเค็ม เปรี้ยว แปลกไปกว่าเดิมแต่ยังคุ้นลิ้น เมื่อทำเหมือนต้มยำไก่ ดังนั้น จึงต้องมีไก่ จะให้ดีต้องเป็นไก่บ้าน สับทั้งกระดูกนี่แหละอร่อยที่สุด เครื่องต้มยำเตรียมให้พร้อมทั้งหอมแดง ข่า ตะไคร้ บุบใส่ลงไปต้มกับไก่และผักกาดดองแบบเปรี้ยว เมื่
กูรูด้านอาหาร อย่าง อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” มีเรื่องราวน่าสนใจสำหรับ “วงการยำ” มาให้เรียนรู้กัน ดังนี้ … “หนูทำยำไม่เคยอร่อยสักที เดี๋ยวเปรี้ยวไป เดี๋ยวหวานไป อาจารย์มีสูตรไหมคะ ขอหนูหน่อย” คำถามทำนองนี้ผมเจอมาหลายคน หลายครั้ง ทุกครั้งผมเลยให้คาถาสูตรสำเร็จไปท่องให้ขึ้นใจว่า “1-1-ครึ่ง” 1 คือ น้ำปลา 1 ส่วน อีก 1 คือ น้ำมะนาว 1 ส่วน และครึ่ง คือ น้ำตาล ถ้าผสมน้ำยำเริ่มต้นจากสูตรนี้ การปรับเพิ่มเติมอะไรอีกนิดหน่อย ทำให้ลงตัวง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตวงน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ก็ตวงน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนน้ำตาลทรายเหลือ 1 ช้อนโต๊ะ หรือยกตัวอย่างเป็นถ้วย น้ำปลา 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ถ้วย น้ำตาลครึ่งถ้วย ใช้เป็นชั่งน้ำหนักก็ได้ครับ เช่น น้ำปลา 50 กรัม น้ำมะนาว 50 กรัม น้ำตาลทราย 25 กรัม อาจจะต้องมีการยับยั้งชั่งใจกันเล็กน้อย เช่น ลดน้ำปลาลงนิดหน่อยก่อน เพราะน้ำปลาบางยี่ห้อโคตรเค็ม บางหน้ามะนาวเปรี้ยวมากก็ใส่น้อยลงนิดหนึ่งก่อน แต่ถ้าผสมแล้วเปรี้ยวไปหน่อย เค็มไปนิด ก็เติมส่วนผสมให้พอดีได้ตามใจ น้ำยำ แบบนี้ภาษาการครัวเรียกน้ำยำขาว เป็นยำพื้นฐานของยำไทยๆ เอาไปทำยำหมูยอ
จากเรื่องราวที่ผู้เขียนได้ไปพูดคุยกับเจ้าของร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเดิมใช้ดินสอปากกากันมาก แต่ปัจจุบันหันไปใช้ไอแพด เทคโนโลยีกันเกือบหมด จนทำให้ต้องวางมือและปิดตัวลง จากเรื่องราวที่สะท้อนใจนี้ ทำให้มองเห็นถึงประเด็นต่างๆ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงธุรกิจอะไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ และควรที่จะทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ สิ่งที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ คือการทำความเข้าใจในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจที่ไม่ว่าใครก็มักจะผันตัวเองมาทำกันมากที่สุด คือ การขายอาหาร เพราะมองว่าง่ายและน่าจะทำได้ แต่การเปิดร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ เสิร์ฟอาหารจานเดียว สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก คือการสร้างรสชาติที่อร่อยถูกปาก เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ร้านสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและสร้างผลกำไรได้ การทำความเข้าใจเรื่องต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนวัตถุดิบ (Food Costs)
