How to
ของกินเล่นที่พบเห็นได้บ่อยๆ ที่เวียดนามโดยเฉพาะที่นครโฮจิมินห์อย่างหนึ่งคือ “บั๊นจร้างเนื้อง” (Bánh tráng nướng) ซึ่งมีความหมายว่า ใบเมี่ยงญวนย่าง บางทีก็เรียกว่า “บั๊นจร้างเนื้องดาลัท” (Bánh tráng nướng Đà Lạt) ตามชื่อเมืองดาลัด เมืองท่องเที่ยวบนภูเขาสูงทางภาคใต้ของเวียดนามที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี หรือชื่อเมืองอื่นๆ ตามแต่ที่มา ซึ่งแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียดของส่วนผสม แต่โดยหลักๆ แล้วแทบไม่ต่างกันค่ะ แม่ค้าขายบั๊นจร้างเนื้องมักจะหาบไปจอดขายตามสถานที่ท่องเที่ยว สวนสาธารณะ หรือหน้าโรงเรียน เพื่อขายให้เป็นของกินเล่น ในหาบนั้นมีจะเตาถ่านพร้อม เพราะขนมชนิดนี้ต้องย่างค่ะ หรือบางทีก็ยึดที่บนฟุตปาธริมถนนเปิดเป็นร้านมีโต๊ะเก้าอี้พลาสติกเตี้ยๆ ให้นั่งกินกันไปมองผู้คนกันไปตามแบบวิถีชีวิตของคนเวียดนาม การทำนั้นไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบเป็นของที่มักมีติดบ้านอยู่แล้ว ยกเว้นน้ำพริกซาเต้ หรือภาษาเวียดนามเรียกว่า “เอิ๊ตโคซาเต้” (Ớt khô satế) คือน้ำพริกผัดที่มีส่วนผสมของพริก กระเทียม ตะไคร้ โดยนำไปโขลกหยาบๆ แล้วผัดน้ำมันปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ ทำนองเดียวกับน้ำพริกเผาของเรา เก็บใส่ขวดไว้ใช้ทำอาห
แชร์ไอเดียสร้างรายได้เสริมจากมือถือ ด้วย 7 แอป-เว็บไซต์ เริ่มต้นสมัครได้ง่ายๆ อยู่ที่ไหนก็ทำได้ สำหรับคนที่อยากสร้างรายได้เสริมเพิ่มเติมจากงานประจำ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่สามารถสร้างรายได้เสริมได้ไม่ยาก ทั้งงานที่เกี่ยวกับการขายสินค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ นักเขียน ช่างภาพ อินฟลูเอนเซอร์ ใครที่มีสกิลหรือชอบงานด้านไหน ลองสมัครดูได้เลย TikTok TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยม พื้นที่แห่งความบันเทิงที่เราสามารถสร้างรายได้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ไลฟ์ขายสินค้า เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นทั้งมือหนึ่งมือสอง ของกิน ของใช้ ของเล่น กิฟต์ช็อป แอกเซสซอรี และอีกมากมาย หรือ TikTok Affiliate เป็นนายหน้าขายสินค้า ด้วยการทำคลิปและปักตะกร้าสินค้า รับค่าคอมมิชชัน ไลฟ์ครีเอเตอร์ สร้างรายได้จากของขวัญและสติกเกอร์ที่ได้รับจากผู้ชมในไลฟ์ Fastwork Fastwork แพลตฟอร์มหางานฟรีแลนซ์ ไม่ว่าจะเป็น งานออกแบบโลโก้ ทำแบนเนอร์โฆษณา เขียนบทความ แปลภาษา การตลาดออนไลน์ พัฒนาเว็บไซต์ และงานอื่นๆ อีกกว่า 90 หมวดหมู่ โดยสามารถสมัครใช้งานได้ที่ https://fastwork.co/ readAwrite readAwrite เว็บไซต
TikTok เผยว่า 91% ของผู้ใช้ TikTok ในประเทศไทย พร้อมเปิดรับแบรนด์ใหม่ๆ และ 95% สนใจชม Live Shopping สะท้อนให้เห็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยสามารถพลิกวิกฤตสร้างเป็นโอกาส ปลดล็อกศักยภาพทำตลาดใหม่ๆ และใช้ประโยชน์จาก TikTok Ads Solutions เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคผ่านการเข้าร่วมเป็น Affiliates กับ TikTok For Business ในงานสัมมนา TikTok Songkran 2025 SMB Playground คุณสุธาสินี อรัญญเกษม Head of SMB, TikTok Thailand กล่าวว่า ปัจจุบัน TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับสร้างคอนเทนต์ไวรัล แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจทุกขนาดที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการสร้างการรับรู้แบรนด์ การสร้างยอดขาย และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์ที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน ทำให้เหล่าผู้ประกอบการ SMB จำเป็นต้องมีกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำและสามารถวัดผลได้ TikTok จึงได้พัฒนา TikTok Ads Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ซึ่ง Messaging Ads หรือฟีเจอร์การโฆษณาผ่านข้อความ เป็นจุดตั้งต้นสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ได้ เนื่องจากใช้ต้นทุนน้อ
สำหรับชาวลาวแล้ว ‘คั่วหมี่’ (ຂົ້ວໝີ່) เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดที่เป็นที่นิยมที่สุด มักขายกันตามตลาดและแผงริมถนน เป็นอาหารราคาถูกที่ใครๆ ก็ซื้อกินได้ หน้าตาของคั่วหมี่ คือเส้นเล็กผัดสีเข้ม มีรสหวานนำเค็ม มักผัดเส้นเปล่าๆ กับน้ำซอสโดยไม่ได้ใส่เครื่องอะไร อย่างดีก็มีไข่เจียวหั่นฝอยโรยหน้า และแกล้มกับถั่วงอกดิบ ใบสะระแหน่ ต้นหอม และผักชี อันที่จริงคั่วหมี่ของลาวนั้นก็เหมือนกับคั่วหมี่ของทางอีสานรวมถึงผัดหมี่โคราชที่เน้นความอร่อยของเส้นเป็นหลัก อาจมีไข่เจียวฝอย และสามารถใส่เนื้อหมูลงไปด้วย ส่วนผักที่ใช้นั้นหมี่โคราชนั้นหลากหลายกว่า ได้แก่ ถั่วงอก ต้นหอม ผักกุยช่าย แล้วยังผัดกับผักคะน้าได้ ซอสของผัดหมี่โคราชจะเพิ่มเต้าเจี้ยว น้ำมะขามเปียก และพริกป่นด้วย คั่วหมี่นี้กินเป็นอาหารจานเดียวก็ได้หรือกินแบบวิเศษสุดคือกินกับตำหมากหุ่ง (ส้มตำ) เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ลงตัวที่สุด เพราะตำหมากหุ่งอย่างที่ชาวลาวและชาวอีสานนิยมนั้นใส่พริกไม่ยั้งจึงมีรสเผ็ดไฟแลบ เมื่อกินแนมกับคั่วหมี่ที่มีรสหวานนำจึงเป็นการแก้เผ็ดได้อย่างดี และทำให้อิ่มท้อง วิธีทำคั่วหมี่นั้นไม่ยาก ฉันขอแนะนำให้ใช้หมี่ตะคุของปักธงชัยหรือ
ชาวขมุ เป็นชนพื้นเมืองที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ อยู่อาศัยมากในตอนเหนือของประเทศลาว โดยเฉพาะเมืองหลวงพระบาง คำว่า “ขมุ” อ่านว่า ขะ – มุ ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “ลาวเทิง” มีความหมายถึงลาวที่อยู่บนที่สูง ในประเทศไทยส่วนมากอยู่ที่จังหวัดน่าน บางจังหวัดในภาคเหนือและภาคกลาง แต่อย่าไปเรียกพวกเขาว่า “ข่า” เชียวนะ เพราะเป็นคำที่มีความหมายว่า ทาส ซึ่งคงไม่มีใครชอบให้เรียกเช่นนี้ เรื่องของขมุ นั้น ถือว่าไกลตัวมาก ยิ่งอาหารขมุ ฉันยิ่งไม่รู้จักเลย ข้อมูลต่างๆ ของชาวขมุก็มีอยู่น้อยนิด จนอยู่มาวันหนึ่ง มิตรผู้พี่ได้สูตรแกงขมุนี้มา ทำเอาฉันต้องเข้าครัวทันที เพราะแค่นึกภาพตามส่วนผสมก็รู้ว่ามันจะต้องอร่อยแน่ๆ ค่ะ “แกงขมุ” อธิบายง่ายๆ ได้ว่า ทำเหมือนต้มยำไก่น้ำใส ใส่ผักกาดดอง โรยด้วยใบโหระพา และพริกแห้งคั่ว ทำให้แกงน้ำใสชามนี้มีความหอมและรสชาติเค็ม เปรี้ยว แปลกไปกว่าเดิมแต่ยังคุ้นลิ้น เมื่อทำเหมือนต้มยำไก่ ดังนั้น จึงต้องมีไก่ จะให้ดีต้องเป็นไก่บ้าน สับทั้งกระดูกนี่แหละอร่อยที่สุด เครื่องต้มยำเตรียมให้พร้อมทั้งหอมแดง ข่า ตะไคร้ บุบใส่ลงไปต้มกับไก่และผักกาดดองแบบเปรี้ยว เมื่
กูรูด้านอาหาร อย่าง อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” มีเรื่องราวน่าสนใจสำหรับ “วงการยำ” มาให้เรียนรู้กัน ดังนี้ … “หนูทำยำไม่เคยอร่อยสักที เดี๋ยวเปรี้ยวไป เดี๋ยวหวานไป อาจารย์มีสูตรไหมคะ ขอหนูหน่อย” คำถามทำนองนี้ผมเจอมาหลายคน หลายครั้ง ทุกครั้งผมเลยให้คาถาสูตรสำเร็จไปท่องให้ขึ้นใจว่า “1-1-ครึ่ง” 1 คือ น้ำปลา 1 ส่วน อีก 1 คือ น้ำมะนาว 1 ส่วน และครึ่ง คือ น้ำตาล ถ้าผสมน้ำยำเริ่มต้นจากสูตรนี้ การปรับเพิ่มเติมอะไรอีกนิดหน่อย ทำให้ลงตัวง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตวงน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ก็ตวงน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนน้ำตาลทรายเหลือ 1 ช้อนโต๊ะ หรือยกตัวอย่างเป็นถ้วย น้ำปลา 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ถ้วย น้ำตาลครึ่งถ้วย ใช้เป็นชั่งน้ำหนักก็ได้ครับ เช่น น้ำปลา 50 กรัม น้ำมะนาว 50 กรัม น้ำตาลทราย 25 กรัม อาจจะต้องมีการยับยั้งชั่งใจกันเล็กน้อย เช่น ลดน้ำปลาลงนิดหน่อยก่อน เพราะน้ำปลาบางยี่ห้อโคตรเค็ม บางหน้ามะนาวเปรี้ยวมากก็ใส่น้อยลงนิดหนึ่งก่อน แต่ถ้าผสมแล้วเปรี้ยวไปหน่อย เค็มไปนิด ก็เติมส่วนผสมให้พอดีได้ตามใจ น้ำยำ แบบนี้ภาษาการครัวเรียกน้ำยำขาว เป็นยำพื้นฐานของยำไทยๆ เอาไปทำยำหมูยอ
จากเรื่องราวที่ผู้เขียนได้ไปพูดคุยกับเจ้าของร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเดิมใช้ดินสอปากกากันมาก แต่ปัจจุบันหันไปใช้ไอแพด เทคโนโลยีกันเกือบหมด จนทำให้ต้องวางมือและปิดตัวลง จากเรื่องราวที่สะท้อนใจนี้ ทำให้มองเห็นถึงประเด็นต่างๆ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงธุรกิจอะไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ และควรที่จะทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ สิ่งที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ คือการทำความเข้าใจในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจที่ไม่ว่าใครก็มักจะผันตัวเองมาทำกันมากที่สุด คือ การขายอาหาร เพราะมองว่าง่ายและน่าจะทำได้ แต่การเปิดร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ เสิร์ฟอาหารจานเดียว สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก คือการสร้างรสชาติที่อร่อยถูกปาก เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ร้านสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและสร้างผลกำไรได้ การทำความเข้าใจเรื่องต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนวัตถุดิบ (Food Costs)
“เครือสหพัฒน์” เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่สุดในไทย โดยอยู่คู่คนไทยมากว่า 80 ปี ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2485 เป็นกิจการเล็กๆ ขายของเบ็ดเตล็ด ชื่อว่า “เฮียบเซ่งเซียง” และเริ่มจำหน่ายสินค้าอุปโภค นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และในปี พ.ศ. 2495 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด” ปัจจุบันมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แบ่งเป็นร้านค้าปลีก ค้าส่ง แบบดั้งเดิม (Traditional Trade) กว่า 84,000 ร้านค้า อีกทั้งปัจจุบันมีการเพิ่มช่องทางออนไลน์เข้ามา เรียกว่า Sahapat Delivery ซึ่งสินค้าในเครือก็มีมากมาย อาทิ มาม่า, เกลือปรุงทิพย์, ซื่อสัตย์, Calbee, อสร., แม่ประนอม, EURO, Mont Fleur, ดอยคำ, เปา, SALZ, Kirei Kirei, Shokubutsu, Systema ฯลฯ โดยทางสหพัฒน์ได้เพิ่ม Affiliate Program เป็นการแชร์สินค้าผ่านลิงก์ และรับค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชัน ซึ่งใช้งานง่าย ไม่ยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม เพียงแค่แชร์ลิงก์สินค้า ขั้นตอนการใช้งาน Sahapat Delivery Affiliate อ่านรายละเอียดคู่มือการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.shorturl.asia/vXCNl
ในยุคที่ไม่ว่าใครก็สามารถขายของได้บนโลกออนไลน์ ทำให้การมี “สินค้าที่ดี” อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะเกิดการแข่งขันสูง ลูกค้ามีตัวเลือกมากมาย และสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายกว่ายุคก่อน ทำให้สิ่งที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขายของออนไลน์ในตอนนี้ คือ การสร้างตัวตน หรือ Personal Branding นั่นเอง เพราะเมื่อแบรนด์มีเอกลักษณ์ ลูกค้าจดจำได้ ก็จะยิ่งขายได้ง่ายมากขึ้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปไขเคล็ดลับ “เทคนิคการปั้นแบรนด์โดยการสร้าง Personal Branding” ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้ซื้อของแค่จากร้านค้า แต่ซื้อจากเพื่อนที่รู้จักและไว้ใจ และยิ่งตัวตนชัดเจน แตกต่างจากคู่แข่ง จะสามารถเพิ่มยอดขายได้ในระยะยาว ทำไมต้องมี Personal Branding? อย่างแรกการสร้างตัวตนให้ชัดเจน จะเกิดความ “แตกต่างจากคู่แข่ง” ซึ่งไม่ต้องแข่งขันกันที่ราคาอย่างเดียวเท่านั้น ต่อมาเป็นการ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ให้กับแบรนด์ ทำให้ลูกค้ากล้าซื้อเพราะรู้จักกับเรามากขึ้น และสุดท้ายก็จะกลับมาที่เรื่องของ “ยอดขาย” เมื่อผู้ติดตามเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดการซื้อขายกันต่อได้ในระยะยาว เทคนิคสร้างคาแร็กเตอร์ให้แตกต่าง 1. กำหนดบุคลิก เ
“ช่วงเวลาที่คนกรุงเทพฯ เข้างานมากที่สุดคือ 10 โมงเช้า ในขณะที่เชียงใหม่ ขอนแก่น อยู่ที่ 8 โมง การเดินทางไปทำงานไกลกว่า และอาจเสียเวลารถติดหรือเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งก็นำไปสู่แนวคิดการสร้างย่านละแวกหรือนโยบาย ‘เมือง 15 นาที’ ที่ช่วยให้ผู้คนได้ทำงาน หรือมีบริการที่จำเป็นในย่านละแวกบ้าน ลดเวลาการเดินทางเพื่อนำไปใช้ชีวิตที่ต้องการได้” ‘คนส่วนใหญ่เข้างานเช้าแค่ไหน เลิกงานกันกี่โมง และมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นมากน้อยแค่ไหน’ ‘เมืองใหญ่มีพื้นที่ให้กับกิจกรรมแบบไหน มีเพียงพื้นที่ทำงาน หรือมีพื้นที่หลากหลายให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ’ ‘คนสูงวัยใน 4 เมืองใหญ่ใช้ชีวิตกันอย่างไร กระจายตัวทั่วเมืองหรือไม่ หรือกระจุกตัวอยู่ในย่านที่คุ้นเคย’ นี่คือตัวอย่างของคำถามที่นำไปสู่การค้นหาและเปิดโลกเรื่อง ‘เมือง’ ในโปรเจ็กต์ชื่อว่า ‘Dynamic Cities via Mobility Data หลากชีวิตในเมืองที่โลดแล่น’ โปรเจ็กต์ที่ใช้ข้อมูล Mobility จากทรู โดยมีหมุดหมายในการศึกษาชีวิตผู้คนและเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยข้อมูลระดับ Big Data ที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่าโปรเจ็กต์นี้มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ 3 แง่มุม คือ ห
