How to
หากจะพูดถึงพริกในครัวไทย หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่เครื่องปรุงพื้นฐาน ในงาน “Thai Culture Excellence ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย” ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หนึ่งในเวทีเสวนาสำคัญ อย่าง “ตามรอยรสพริก จากหนังสือ ในรอยรสพริก” โดย อาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์ Food Activist และนักเขียนผู้เขียนหนังสือ “ในรอยรสพริก” ได้ร่างถึงการเดินทางที่สะท้อนเรื่องราวของ “พริก” ในวัฒนธรรมอาหารจากทั่วทุกมุมโลกมาบรรจบกันที่สำรับไทย จากเชฟลอนดอน สู่การตามหา “หัวใจ” ของวัตถุดิบ จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ย้อนกลับไปในช่วงปี 1999-2003 ขณะที่อาจารย์ต้นใช้ชีวิตเป็นเชฟที่ลอนดอน ในยุคที่ “Fusion Food” กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด อาจารย์ต้นเล่าถึงประสบการณ์ในร้านอาหารชื่อดังอย่าง Tsunami ว่ายุคนั้นคือการหยิบจับวัตถุดิบข้ามสายพันธุ์มาผสมกันอย่างอิสระ การทำอาหารอย่าง Fusion Food มีคำนิยามง่ายๆ ว่า “เอาอาหารพื้นถิ่นมาผสมกับวัตถุดิบข้ามสายพันธุ์” เช่น การใช้ “วาซาบิ” มาแทนพริกเพื่อสร้างเลเยอร์ความเผ็ดที่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่อาจารย์ต้นได้รับกลับมาไม่ใช่แค่สูตรอาหาร แต่วิธีคิดเรื่อง Terroir (แตรัว) จากเชฟชาวญี่ปุ่น “อาหารไม่ใ
หลายๆ คนอาจจะรู้จักการทำ Shopee Affiliate หรือการแปะลิงก์ป้ายยาให้คนซื้อสินค้าผ่านลิงก์เรา แต่รู้หรือไม่ว่า Shopee สามารถหารายได้เสริมได้อีกหนึ่งวิธี โดยเป็นการลงคลิปใน Shopee Video ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่อยู่ในแพลตฟอร์ม ไม่ต้องโหลดแอปฯ เพิ่ม วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจจาก Shopee มาแนะนำกัน นั่นคือ Shopee Video เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอแนะนำสินค้า เพื่อสร้างรายได้จากการปักตะกร้า เหมาะสำหรับคนที่อยากหารายได้เสริมจากการทำ Affiliate และทำได้ไม่ยากเพียงแค่ถ่ายคลิปสินค้า พร้อมพากย์เสียง ไม่ต้องออกกล้อง รับค่าคอมมิชชันแบบจุกๆ ขั้นตอนการสมัคร1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Shopee และทำการสมัคร Shopee Affiliate 2. สมัคร Shopee Video Creator Program เมื่อมีวิดีโอที่ผ่านเกณฑ์ วิธีการสร้างและโพสต์วิดีโอ 1. เลือกปุ่ม Live & Video 2. เลือกสัญลักษณ์ + ที่มุมด้านขวาบนของหน้าจอ 3. เมื่อเข้าสู่หน้าถ่ายวิดีโอแล้ว สามารถกดปุ่ม บันทึก เพื่อเริ่มถ่ายวิดีโอใหม่ 4. เลือกที่ เพิ่มเพลง เพื่อเลือกเพลงประกอบสำหรับวิดีโอ 5. เลือกที่ ความเร็ว เพื่อปรับความเร็วของวิ
ในโลกปัจจุบันนี้ GEN Z เริ่มเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญในด้านของการเป็นผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยความสำคัญอย่างนั้นเอง ผู้ประกอบการ แบรนด์ หรือนักการตลาด ต่างต้องมีการปรับตัวและปรับกลยุทธ์ให้ทันเพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ในงาน “GEN Z TOP BRAND 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” เมื่อวันที่ 8 เมษายน จัดโดย BrandBuffet.in.th สื่อด้านธุรกิจและการตลาด ร่วมกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listening ภายในงานได้มีการประกาศรางวัล 10 แบรนด์ที่เป็น TOP BRAND ในใจคน GEN Z ซึ่งแบ่งเป็น 10 หมวดสินค้า นอกจากนี้ยังมีเวทีสรุปภาพรวมอินไซต์เจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และมีการแนะนำกลยุทธืสำหรับนักการตลาดในการปรับตัวเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน โดยมี ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wisesight และคุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ ถอดรหัส “ชาตรามือ” แบรนด์คนไทยที่ครองใจ GEN Z อย่างที่บอกว่า G
เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม เคยกล่าวถึงเรื่องราวของ “วิทยุ” ไว้ว่า การกระจายเสียงทางวิทยุเพื่อบริการสาธารณะ ถือฤกษ์อย่างเป็นทางการถือเอาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 อันเป็นวันฉัตรมงคลในรัชกาลที่ 7 เป็นจุดเริ่มต้นของ “การกระจายเสียง” แต่พัฒนาการของวิทยุไทยเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นเกือบ 30 ปี เป็นพัฒนาการที่ตามติดวิวัฒนาการของวิทยุโลกแบบทันทีทันใดเช่นเดียวกับการพัฒนาทางด้านอื่นๆ ของสยามในรัชกาลที่ 5 กำเนิดวิทยุตรงกับรัชกาลที่ 5 จุดกำเนิดของวิทยุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจมส์ คล้าค แมกซ์ เวลล์ (James Clerk Maxwell) ชาวสกอตแลนด์ ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปี 2407 ต่อมาอีก 22 ปี คือในปี 2429 รูดอล์ฟ ไฮน์ริช เฮิรตซ์ (Rudolph Heinrich Hertz) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน จึงคิดผลิตเครื่องที่เอาคลื่นไฟฟ้าในอากาศของแมกซ์เวลล์มาใช้ประโยชน์ได้ โดยตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบนี้ว่า Hertzain Waves และต่อมาการเรียกคลื่นวิทยุก็ใช้ชื่อ เฮิรตซ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ ต่อมาในปี 2438 กูกลิเอลโม มาร์โคนี (Guglielmo Marconi) ชาวอิตาเลียน ได้นำเอาทฤษฎีของเฮิรตซ์มาทดลองถ่ายทอดกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งสัญญาณ เครื่องมือทดลองในเบื้องต้นมีเพียงแบตเ
“วันนี้เป็นวันสงกรานต์” ขึ้นเดือนเมษายนมาสักพัก เวลาไปเดินตามห้าง หรือสถานที่ต่างๆ เชื่อว่าต้องได้ยินเสียงเพลงเปิดแว่วมา ทำเอาให้นึกถึงบรรยากาศของเทศกาลอันแสนสนุก แต่ปี 2026 ภาพของเทศกาลสงกรานต์อาจจะเปลี่ยนไป อันเนื่องมาจากปัญหาราคาน้ำมันแพง ภาพของการรวมตัวสาดน้ำแบบยกแก๊ง อาจเปลี่ยนไปเป็นภาพของนักเดินทางที่นั่งจิบกาแฟถ่ายในมุมสงบๆ เพราะนี่คือยุคของ “Solo & Comfort” ที่ความคล่องตัวและความสบายถูกยกให้เป็นที่หนึ่ง เปิด Insight ใครคือตัวจริงบนรันเวย์การเดินทาง? จากข้อมูลของ AirAsia MOVE ระบุอินไซต์ “Songkran Travel Trends (2567-2569)” วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปีนี้มีจุดที่น่าสนใจมาก ดังนี้ – Gen Y คือกลุ่มทรงอิทธิพล เพราะ Gen Y ครองแชมป์นักเดินทางเบอร์หนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และมียอดจองเติบโตพุ่งสูงขึ้นเกือบ 30% เพราะคนกลุ่มนี้มองว่าการเที่ยวคือการ “ชาร์จพลัง” มากกว่าแค่การตามประเพณี – Solo Traveler พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้อ
สงกรานต์นี้ ไม่หยุดรวย! เปิดเมนูทำขายรับสงกรานต์ ลงทุนน้อย กำไรดี โอกาสสร้างรายได้ในวันหยุดยาว “สงกรานต์ บ้านเรา หยอกเย้ากันแบบไทยๆ” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ขายที่จะสร้างรายได้เสริมอีกด้วย งบลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักพัน ยิ่งขายอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ออกมาเล่นน้ำคลายร้อน ยิ่งมีโอกาสคว้ารายได้มากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเมนูอาหารขายดีในช่วงสงกรานต์ ไม่ต้องไปไหนแล้วจ้า เพราะ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปดูว่า มีเมนู และ สินค้าอะไรน่าขายบ้าง มาเริ่มกันที่ ข้าวไข่เจียว เมนูง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ชอบ และรวดเร็ว สามารถเพิ่มท็อปปิ้งต่างๆ เช่น หมูสับ กุ้ง หรือผักต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ โดยเงินลงทุนขายข้าวไข่เจียวจะอยู่ประมาณ 3,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ หากมีกระทะ เตาแก๊สอยู่แล้ว ก็จะช่วยลดต้นทุนในส่วนนั้นไปได้ มาต่อกันที่ ของทอด เมนูทานเล่นสุดฮิต จะเทศกาลไหนๆ บอกเลยว่า ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเฟรนช์ฟรายด์ ไส้กรอก ลูกชิ้น กินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดๆ ใช้งบลงทุนไม่เกิน 3,000 บาท เป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งอย่างให้กับคนที่มาเ
รับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า ! อยากทำธุรกิจ ตั้งสถานีชาร์จรถ EV ต้องรู้อะไรบ้าง? ความแพร่หลายของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะ รถยนต์อีวี หรือ รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในบ้านเราในปัจจุบัน ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลประกาศเป้าหมาย นโยบายส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ (EV) นอกจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แหล่งชาร์จพลังงานไฟฟ้า หรือ สถานีตั้งชาร์จ ก็ถือเป็นธุรกิจควบคู่เพื่อรองรับความต้องการ ที่เนื้อหอมตามๆ กันมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ต่างเร่งมือเพื่อโอกาสและช่องทางการให้บริการ ทั้งในรูปแบบสาธารณะ รวมทั้งการขยายธุรกิจ การจัดจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าไปยังที่พักอาศัย เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่มีสถานีชาร์จค่อนข้างมาก อย่าง EA Anywhere ถือเป็นแบรนด์ที่คนที่อยากทำธุรกิจเกี่ยวกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้าให้ความสนใจไม่น้อย โดย EA Anywhere คือ ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่เสียบชาร์จไฟได้ เริ่มให้บริการปี 2560 จากการติดตั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และจุดสำคัญๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้ากลุ่ม Plug-in Hybrid ที่ในช
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ Consumer Insight 2026 เจาะลึกพฤติกรรมคนจีน และโอกาสตลาดเมืองรองที่กำลังโต โดย ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder แมงโก้ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ ดร.เฟิร์นแชร์กลยุทธ์การเจาะตลาดจีน ต้องเริ่มต้นจาก “รู้เขารู้เรา” เพราะจีนมีเป็นร้อยๆ เมือง จึงต้องรู้ว่าเมืองไหนสนิทกับไทย เมืองไหนเชื่อว่าสินค้าไทยดีมีคุณภาพ และเมืองไหนที่พูดคำว่าสินค้าไทยไปแล้วรู้จัก ซึ่งมีวิธีการเช็กคือ ให้ดู “Direct Flight” ที่เข้าเมืองไทยเยอะที่สุด อันดับหนึ่ง คือ เซี่ยงไฮ้ รองลงมาคือ กว่างโจว ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเฉิงตู เมืองนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ มีความ Work Life Balance มากที่สุดในจีน ลึกไปกว่านั้นต้องดูว่า “ผู้คนแต่ละเมืองชอบอะไร” ปักกิ่งชื่นชอบอาหารรสหวาน, เซี่ยงไฮ้ชอบสินค้าหรูหรา เช่น เครื่องหอมต่างๆ และชอบสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก, กวางตุ้งชอบกินน้ำชาไปด้วยคุยการค้าไปด้วย เลยชอบซื้อผลไม้ของไทยเพ
หนึ่งในหัวข้อน่าสนใจในเวิร์กช็อป T-Brand to China 2.0 พาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน คือ “Smart Supply Chain : OEM & QC Update 2026 รู้แหล่งผลิต เทคนิคหาโรงงาน OEM จีน และเจรจาต้นทุน” ที่ได้ ผศ.ดร.ไอซ์ ธีรศานต์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ โดย ผศ.ดร.ไอซ์ ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า “จีน” มีวัตนธรรมที่ใกล้เคียงกับ “ไทย” แล้วแพลตฟอร์มที่เราใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือยูทูบ นั้นทำมาเพื่อประชาสัมพันธ์ แต่แพลตฟอร์มของจีนทำมาเพื่อ “ค้าขาย” โดยเฉพาะ หลายคนมองว่าจีน “ล้าหลัง” แต่เมื่อเดินทางไปจีน จะพบว่าเป็นประเทศที่ปรับเปลี่ยนทุกเดือนและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ถ้าจะไป “ตามหาของที่จีน” ผู้ประกอบการต้องมีของที่อยากได้ มีรูปและมีจินตนาการ ไม่อย่างนั้นจะเหนื่อยฟรี โดยมีแหล่งในแต่ละเมือง แบ่งเป็น กว่างโจ เด่นเรื่องผ้าและสิ่งทอ, เซินเจิ้น เด่นเรื่อง Gadget โทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อี้อู เด่นเรื่องของใช้จิปาถะและใช้ในชีวิตประจำวัน, ซัวเถา เด่นเรื่องของเล่นและพลาสติก และ
แกงไทยหลายๆ แกง เอ่ยชื่อไป หรือถามว่าเคยกินมั้ย จำนวนคนตอบว่ารู้จัก เคยกินน้อยลงทุกที ยิ่งเป็นคนรุ่นใหม่ๆ ทำหน้าเป๋อเหลอเลย อาหารจานหนึ่งที่บรรจุอยู่ในรายการเรียนอาหารไทยของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยคือ แกงร้อนวุ้นเส้น ต่างจากแกงจืดวุ้นเส้นปกติ ตรงที่โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย เป็นสามเกลอ แล้วเอาไปผัดกับเครื่องแกงจืดวุ้นเส้น คือ วุ้นเส้น เห็ดหูหนู ดอกไม้จีน ฟองเต้าหู้ เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ ผัดให้หอมค่อยเติมน้ำซุป แกงจะมีกลิ่นหอม และรสเผ็ดพริกไทย บางทีก็ต่อยไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง ก่อนเสิร์ฟ ตำรับแกงร้อน (โรงเรียนแม่บ้านทันสมัย) เนื้อหมูหั่นแฉลบ 1/2 ถ้วย วุ้นเส้นแช่น้ำตัดท่อน 1 ถ้วย ดอกไม้จีนแช่น้ำ 1/4 ถ้วย เห็ดหูหนูหั่น 2 ช้อนโต๊ะ ฟองเต้าหู้แช่น้ำ 1/4 ถ้วย พริกไทยขาวเม็ด 2 ช้อนชา รากผักชีหั่น 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุปหรือน้ำเปล่าหรือกลางกะทิ 4 ถ้วย น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1-2 ฟอง ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่ายหั่น (หรือใส่ใบโหระพาแทน) โขลกพริกไทย รากผักชี กระเทียมให้ละเอียด ใส่น้ำมันในกระทะผัดเครื่องให้หอม ใส่เครื่องแกงวุ้นเส้นลงผัด เติมน้ำซุป ปรุงรส รอน้ำเ
