เคล็ดลับผู้ประกอบการ
ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่จะต้องอัปเดตข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในปีหน้า ทางสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นและรวบรวมข้อมูลเพื่อหาเทรนด์ว่า ในปี 2026 ที่จะถึงนี้ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนักการตลาด ผู้ประกอบการ หรือแบรนด์ต่างๆ จะต้องติดอาวุธหรือใช้กลยุทธ์อะไรเพื่อสอดรับกับเทรนด์นั้นๆ โดย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้กล่าวในวงเสวนาครั้งนี้ว่า ปี 2026 โลกของเรามีความฉลาดล้ำ ด้วยความก้าวหน้าในทางเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI ที่ถูกนำมาปรับใช้ในทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม หรืออะไรต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันความฉลาดล้ำนี้ ก็มีความเปราะบางในประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ ที่มีความวุ่นวายจากความไม่สมดุล สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย คาดหวังว่า ในปี 2026 จะเป็นปีที่ The Unbalanced Intelligent World หรือ โลกที่ฉลาดล้ำ เปราะบาง ไร้สมดุล ดังนั้น เมื่อเห็นว่าปีหน้าโลกของเราจะเผชิญกับภาวะเหล่านี้ ปรากฏการณ์ที่จะเห็นในเชิงของการตลาดนั้น จะมีอะไรบ้างและกลยุทธ์ที่ควรใช้ในการรับมือควรจะเป็นอย่างไร ในแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2026 จากการติดตามมาตั้งแต่ปี 2025 รายละเอียดดังต่อไปนี้
ถ้าใครชอบเล่นโซเชียลหรือไถฟีดติ๊กต็อกบ่อยๆ อาจจะเคยตกเป็นทาสการตลาดกดสินค้าลงตะกร้าอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่บางคนก็กลายเป็นครีเอเตอร์ปักตะกร้ารับค่าคอมมิชชันจากการทำคลิปป้ายยา โดยในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า มีผลิตภัณฑ์แบรนด์บิวตี้แท้กว่า 1,000 แบรนด์เข้าร่วม TikTok Shop Mall และคอมมูนิตี้สายบิวตี้บน TikTok เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดันคลิปวิดีโอสั้น #รีวิวบิวตี้ (#BeautyReview) ทะลุ 8 ล้านคลิป และมี ‘ครีเอเตอร์’ ติดตะกร้าในไทยมากถึง 5 ล้านราย ในคอลัมน์ #KhowHow “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเข้าร่วมงาน #TikTokShopThaiRisers Beauty Trendsetter ที่จัดขึ้นเพื่อชูพลังคอมมูนิตี้ โดยมีการเชิญเหล่า Beauty Creator, เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย, เจ้าของแบรนด์ Health & Wellness และ TikTok Expert มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ ขับเคลื่อนเทรนด์ TikTok Shop คุณอาย-ณัฐธิดา สิงห์โท เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย Sureeporn Cosmetics เล่าว่า “เราอยากให้สุรีพรย์เป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงไทยใช้แล้วมั่นใจในทุกๆ วัน และเราเลือกที่จะแข่งกับตัวเอง คิดว่าจะทำยังไงให้ดีที่สุด ทำให้ดีกว่าเมื่อวาน ไม่เคยเอาตัวเองไปวัด
ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้คือยุคแห่งการแข่งขันที่สูงลิ่ว ธุรกิจทุกขนาดต้องหา “ทางรอด” และ “ทางโต” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ที่เป็นคนตัวเล็ก ซึ่งต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่สังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว เครื่องมือรับชำระเงินจึงไม่ได้มีไว้เพื่อรับเงินเท่านั้น แต่คือสะพานเชื่อมระหว่างร้านค้ากับโอกาสในการขายที่ใหญ่ขึ้น เป็นทางเลือกให้ลูกค้าสะดวกสบาย และเป็นทางรอดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับร้านค้า โดยทาง เคทีซี ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นโซลูชันการรับชำระเงินสำหรับธุรกิจร้านค้า (Merchant Payment Solutions) อย่าง KTC Merchant ที่จะมาขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม (Financial Inclusion) ตอบโจทย์ร้านค้า SMEs รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code บัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และ Thai QR พร้อมเพย์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปถึง KTC Merchant ว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านค้า SMEs ที่ไม่เคยรับบัตรเครดิตมาก่อนอย่างไรบ้าง สรุป KTC Merchant โซลูชันที่ขับเคลื่อน SMEs ไทย สู่ยุคไร้เงินสด เคทีซี (KTC) นำโดย นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหา
มหกรรมความอร่อยที่ทุกคนรอคอย! FOOD CARNIVAL “อร่อยเอาเรื่อง” เส้นทางเศรษฐีและเครือมติชน พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็ม ณ มิวเซียมสยาม ตั้งแต่วันที่ 3-5 ตุลาคม 2568 เวลา 12.00-21.00 น. พบกับเวที “รสชาติที่จับต้องได้” พาทุกคนไปชมการ “สาธิตเมนูตำรับชาววัง” ผ่านเมนูน้ำพริกชาววังและเครื่องเคียง (สูตรแม่ครัวหัวป่าก์) โดย เชฟเบลล์-รศิกาญจน์ รุ่งลักษมีโรจน์ แชมป์รายการ The Restaurant War Thailand วันนี้เชฟเบลล์มาสาธิตเมนู น้ำพริกส้มมะขามเปียก โดยเชฟ เล่าว่า น้ำพริกจะมีรสเปรี้ยวนำจากมะขาม เค็มนัวและมีความมันจากเยื่อเคย ซึ่งในสมัยก่อนคนไทยไม่นิยมทานเผ็ดจัด โดยจะเป็นความเผ็ดร้อนจากภายใน วัตถุดิบที่ใช้ในเมนูนี้ ได้แก่ มะขามเปียกเนื้อล้วน, พริกแห้งที่ให้ความหอมกว่าพริกสด, เยื่อเคยที่ยังเป็นตัว, กุ้งแห้ง, น้ำตาลโตนด และเกลือ ขั้นตอนการทำ 1. นำพริกแห้งและกุ้งแห้งไปแช่น้ำให้นิ่ม และนำมาตำจนละเอียด ให้ได้เนื้อที่มีความหนืดเป็นเอกลักษณ์ 2. ใส่เยื่อเคยผสมน้ำแล้วตำต่อ เพื่อให้ได้ความเค็มกลมกล่อมจากเคยและเกลือ 3. เติมน้ำตาลโตนด ใช้ปริมาณประมาณ 450 กรัม เพื่อปรับสมดุลกับความเปรี้ยวของมะขาม เครื่องเคีย
TikTok Shop ผู้นำเทรนด์ Discovery E-Commerce มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งให้คอมมูนิตี้บนแพลตฟอร์มได้ค้นพบสินค้าที่โดนใจผ่านไลฟ์และวิดีโอสั้น ล่าสุดเปิดฉากเทศกาล Mega Sales ปล่อยแคมเปญ “TikTok Shop 9.9 วันไลฟ์แห่งชาติ” เสริมพลังแบรนด์ไทยชั้นนำที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน Live Economy ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม สินค้าความงามและแฟชั่น อาหารและเครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนของใช้ภายในบ้าน ซึ่งช่วยให้ผู้ขายชาวไทยเปลี่ยนยอดเข้าชมให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้ เจาะลึกความสำเร็จ แคมเปญ TikTok Shop 9.9 วันไลฟ์แห่งชาติ • คนไทยช็อปเก่ง! ตลอดแคมเปญ TikTok Shop 9.9 นักช็อปไทยเข้ามาชมสินค้าผ่าน LIVE และวิดีโอสั้นทะลุ 3.57 พันล้านครั้ง ที่สำคัญ กว่า 88% ของการเข้าชมหน้าเพจเป็นการเข้าชมสินค้าของผู้ขายชาวไทย • แม่ค้าไทยขยันไลฟ์! ภายใน 4 วัน มีไลฟ์พุ่งกว่า 4.4 แสนครั้ง • แคมเปญ TikTok Shop 9.9 ดึงดูดยอดชมไลฟ์มากกว่า 440 ล้านวิว เปลี่ยนการมีส่วนร่วมในไลฟ์เป็นยอดขายที่วัดผลได้ • +14,000% ร้านค้าที่ไลฟ์บน TikTok Shop มียอดขายดีกว่าร้านค้าที่ไม่ได้ไลฟ์ • นักช็อปไทยมีส่วนร่วมในไลฟ์จนวันสุดท้ายของแคมเปญ TikTok S
ในยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ AI (Artificial Intelligence) หลายๆ คนเริ่มใช้ AI กันมากขึ้น ทั้งในชีวิตประจำวัน รวมถึงในการทำงาน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้ทำการรวบรวมเครื่องมือ AI มาไว้มากกว่า 40 ตัว ไม่ว่าจะเป็น โมเดลที่ใช้สำหรับการพูดคุย ประมวลผลข้อมูลต่างๆ หรือจะเป็นการสร้างรูปภาพด้วย AI อีกทั้งยังมีโมเดลที่ช่วย Generate เสียงและวิดีโอ ที่เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ต่างๆ เริ่มที่อย่างแรก LLMS (Large Language Models) เป็นแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ ที่ใช้ประมวลผลข้อมูลต่างๆ และถูกสร้างขึ้นผ่านการจำลองสมองการเรียนรู้ของมนุษย์ และสามารถตอบคำถาม แปลภาษา และคาดเดาศัพท์ได้เอง โดย LLMS ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ – ChatGPT เป็นระบบ AI ในรูปแบบ Chatbot ที่พัฒนาโดยบริษัท OpenAI ให้สามารถตอบคำถามและแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ทุกข้อสงสัย และใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติคล้ายกับมนุษย์ – Claude AI เป็นโมเดลที่พัฒนาโดย Anthropic ออกแบบให้มีการโต้ตอบแบบธรรมชาติ ปลอดภัย ช่วยในการประมวลข้อมูล และการสร้างเนื้อหาได้ดี – Gemini เป็น AI แบบ Multimodal Transformer ที่พัฒนาโดย Google
ในปัจจุบันการมีอาชีพเดียวอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้ตอนนี้หลายคนมักจะหาอาชีพที่ 2 ในการหารายได้เสริม ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ง่ายและสะดวกต่อการหางานอยู่มากมาย สมัครได้ไม่ยาก สามารถเลือกทำได้ตามเวลาที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น งานพาร์ตไทม์หรือฟรีแลนซ์ที่ทำงานที่ไหนก็ได้ เพราะยืดหยุ่นในการเลือกเวลาทำงานได้เอง อีกทั้งยังมีช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ อีกเพียบ อาทิ การทำแบบสอบถามออนไลน์, การทำ Affiliate หรือการแปะลิงก์สินค้า, การสตรีมเกมออนไลน์, การไลฟ์ขายของออนไลน์ หรือการปักตะกร้า โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้า เป็นต้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวม 8 ไอเดียหางานเสริม ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน-นักศึกษา หรือพนักงานประจำที่ต้องการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ก็สามารถทำได้ 1. TEMP แพลตฟอร์มสำหรับหางานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารและคลังสินค้า โดยสามารถเลือกเวลาที่สะดวกในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็น การสมัครงานเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงที่มีเวลาว่าง เมื่อทำงานเสร็จแล้วระบบจะทำการโอนเงินให้ในวันถัดไป สมัครไม่ยาก ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็สามารถหางานกับ TEMP ได้แล้ว นอกจากนี้ มีงานให้เลือกกว่า
เรื่องโดย พลชัย เพชรปลอด เจอรุ่นน้องถามผมว่า มีสินค้าที่เหมือนชาวบ้าน ขายยังไงดี? อืม…คำถามที่ผมเชื่อว่าหลายคน คงมีอาการเดียวกันคือ สินค้า ที่ตัวเองมีอยู่ เหมือนๆ กับชาวบ้าน แล้วจะขายยังไงดี เพราะลูกค้าก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากเจ้าอื่น คำถามนี้ถามง่ายๆ ตอบก็ง่าย แต่ทำจริง อาจไม่ง่ายครับ หันดูรอบตัว ใครที่คิดอยากทำธุรกิจ ซึ่งก็ต้องมีสินค้ามาขาย คงจะมีอาการเดียวกันว่า “จะขายอะไรดี” การเริ่มธุรกิจสมัยนี้คงไม่ง่าย เพราะสินค้าออกมามากมาย ซ้ำๆ กัน แทบไม่แตกต่าง เรื่องคิดจะหาสินค้าที่แปลกใหม่แหวกแนว คงไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะสินค้าที่จีนผลิตออกมา เราคงหาความแตกต่างลำบากมาก ย้อนกลับมา เอาเป็นว่า เริ่มต้นจากคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว มีสินค้าอยู่แล้ว แต่การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เราพอจะยับยั้ง บรรเทาอาการรุนแรงจากการแข่งขันได้อย่างไรบ้าง เล่าให้ฟัง 3 แนวทางใหญ่ๆ ละกัน แนวทางแรก “สร้างมูลค่าเพิ่ม” คำว่ามูลค่าเพิ่ม ชื่อบอกชัดๆ ว่า มันเพิ่มมูลค่าเข้าไป จะเพิ่มให้อะไร เพิ่มให้สินค้าปกติของเรา ดูว่ามี “มูลค่า” เหนือกว่าชาวบ้าน ซึ่งมูลค่าในที่นี้ มีทั้งมูลค่าจาก
กระแส T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทย กำลังเป็นดาวรุ่งที่เติบโตอย่างร้อนแรง และถูกจับตามองว่าจะขึ้นแท่นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากล ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 2.58 แสนล้านบาท โดยพบว่า ราวครึ่งหนึ่งของหญิงไทย (47.1%) เลือกซื้อสินค้าความงามผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 70% กลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดความงามออนไลน์ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก การขยายตัวของตลาดส่งผลให้การแข่งขันทวีความดุเดือดไม่แพ้กัน และบนสังเวียนนี้เองที่แบรนด์ไทยอย่าง JOURNAL ได้พิสูจน์ความสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นแถวหน้าของวงการบิวตี้ไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือการเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผสานกับกลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับการตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในสมรภูมิ “เรดโอเชียน” แห่งตลาดความงาม การได้เป็นหัวแถวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์บิวตี้อย่าง JOURNAL ที่แม้เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 7 ปี แต่กลายเป็นดาวรุ่งที่สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด ‘Scent with Story’ เล่าเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมที่หยิบแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างลงต
ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดเล็กๆ อีกต่อไป แต่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดในยุคนี้ ด้วยมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านบาทต่อปี ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ไปรษณีย์ไทย ได้ร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” เพื่อแก้ปัญหาให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องเดินทางมารับยาสำหรับสัตว์ป่วยเรื้อรังทุกเดือน โดยโครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดภาระทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School มองว่า หากถอดรหัสโครงการนี้จะพบว่า นี่ไม่ใช่แค่การทำในสิ่งที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในหลากหลายมิติ ซึ่งรายละเอียดการวิเคราะห์ได้มาจากการบรรยายในรายการ biz genius ทางช่องยูทูบ Chula Radio Plus “สัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย X ไปรษณีย์ไทย” กับกลยุทธ์ Co-Branding เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้น ลองมองถึงเหตุผลว่าทำไม 2 หน่วยงานจึงมีความเห็นตรงกันที่จะทำเรื่องนี้ คำตอบคือ การที่แบรนด์จะมาร่วมมือกั
