Featured
นาทีนี้ไม่ว่าจะเลื่อนฟีดไปทางไหนก็จะเจอกับภาพชุดไทยแบบใหม่ เป็นการนำสไบมาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ พร้อมกับหยิบเครื่องประดับไทย อย่าง สังวาล เข็มขัด กำไล และสร้อยแบบไทยๆ มาผสมร่วมด้วย เป็นการสลัดภาพจำแบบเดิมที่ว่าชุดไทยต้องใส่กับผ้าไทยเท่านั้น โดยเทรนด์นี้ได้กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ทั้งชาวไทยและต่างชาติแห่ทำคอนเทนต์กันอย่างล้นหลาม พร้อมเช็กอินแลนด์มาร์กสุดฮิต อย่าง วัดอรุณฯ หรือแลนด์มาร์กเด่นๆ ในกรุงเทพฯ พร้อมกับนั่งตุ๊กตุ๊ก ซิกเนเจอร์ของไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ร่วมสมัยกว่าเดิม ด้วยความเข้าถึงง่ายและจากความเก๋ของเทรนด์นี้ ทำให้เห็นถึงความครีเอตของคนรุ่นใหม่ ที่นอกจากจะนำสไบมาจับคู่กับ Baggy Jeans หรือยีนส์ฟอกเท่ๆ แล้ว ยังทำคอนเทนต์สร้างปรากฏการณ์ที่เกิดแรงกระเพื่อมจนอยากทำตาม เพราะเป็นเทรนด์ที่สร้างสรรค์ มีความเป็น Street Fashion ผลักดันเสน่ห์ของไทยในมุมมองคนรุ่นใหม่ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จุดกระแสนี้คือ กระแต KT KRATAE กับผลงานเพลงใหม่ล่าสุด Bangkok City ที่ตอนนี้มียอดรับชมใน Youtube ทะลุ 16 ล้านวิว โดยใน MV ได้มีการถ่ายทอดเสน่ห์ของกรุงเ
ใครจะไปคิดว่าในกระเป๋า Louis Vuitton ของแบมแบม เปิดออกมาจะพบกับไอเทมลับอย่าง “ยาอมกำกิกเผี่ยง” ล่าสุด แบมแบมได้มีการเปิดกระเป๋า “What’s in My bag?” ในงาน Paris Fashion Week FW26 ผ่านทางอินสตาแกรม dailyfashion_news ซึ่งชิ้นแรกที่หยิบออกมาจากกระเป๋า Louis Vuitton นั่นคือ “กำกิกเผี่ยง (Gumgig Pean)” ยาอมสมุนไพรแบรนด์ไทย ที่หาซื้อง่าย และราคาไม่แพง อยู่ที่ 45-60 บาท โดย “ยาอมกำกิกเผี่ยง” มีส่วนประกอบสำคัญหลักๆ คือ ชะเอม กิกเก้ ใบชา ใบสะระแหน่ สรรพคุณ ช่วยขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ เหมาะสำหรับอาการไอที่เกิดจากการระคายคอ คอแห้ง หรือไอมีเสมหะเล็กน้อย ช่วยทำให้ชุ่มคอและลดความถี่ของอาการไอ เบื้องหลังความสำเร็จนี้เกิดจากการบริหารงานของ 2 บริษัทหลัก คือ บริษัท อร่ามเวชเภสัช จำกัด และ บริษัท ชินต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด จดทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2531 โดย บริษัท อร่ามเวชเภสัช จำกัด จะเป็นเจ้าของสูตรและผู้ผลิต ส่วน บริษัท ชินต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะเป็นผู้ดูแลการตลาดและกระจายสินค้า จากข้อมูลผลประกอบการปี 2567 บริษัท อร่ามเวชเภสัช จำกัด สามารถสร้างรายได้รวมถึง 82.6 ล้านบาท และทำกำไรไปกว่า 5.6 ล้านบาท เล
เปิดร้านชำยุคใหม่อย่างไร? ให้ซื้อใจชุมชน ท่ามกลางร้านสะดวกซื้อครองเมือง ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับเลยว่าคนต้องการหันมาประกอบธุรกิจส่วนตัวกันเยอะขึ้น เพราะเป็นอาชีพที่ดูเหมือนจะสบาย สามารถบริหารจัดการเวลาได้เอง และสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ และหนึ่งในธุรกิจที่นิยม ต้องยกให้กับร้านชำ หรือร้านโชห่วย แต่รู้หรือไม่ว่า การเปิดร้านชำ ไม่ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะเปิดได้ แต่จะต้องประกอบไปด้วยขั้นตอน และวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยให้กิจการของคุณดำเนินต่อไปได้สวย แม้จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ตาม หากใครมีความคิดที่จะเปิดร้านชำ แต่ยังกังวลว่าต้องทำอะไรบ้าง กลัวว่ามีคู่แข่งเยอะ จะอยู่รอดหรือไม่ อีกทั้งมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ค่อนข้างมีความน่ากลัวไม่น้อย ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดความกังวลเหล่านั้น เพราะวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกวิธีการเปิดร้านชำ ทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยจากปลาใหญ่ มีอะไรบ้าง ไปดู 1. ศึกษาตลาด ต้องบอกว่า กิจการร้านชำ เป็นหนึ่งธุรกิจที่คู่แข่งเยอะและแข่งขันกันสูงมาก เพราะไม่ว่าจะไปตรงไหนก็จะเห็นร้านขายของชำอยู่เกือบทุกที่ แต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ร้านของเราแตกต่างจากร้านอื่นๆ
“ตลาดสี่มุมเมือง” คือหมุดหมายของการเลือกซื้อสินค้าเทศกาลตรุษจีน ทั้งผลไม้ไหว้เจ้าและของขวัญมงคลที่ครบครันที่สุด ด้วยบทบาทของการเป็นศูนย์กลางค้าส่ง-ค้าปลีกผัก ผลไม้ และวัตถุดิบอาหารชั้นนำของอาเซียน ตลาดสี่มุมเมืองเปิด อาณาจักรผลไม้ไหว้ตรุษจีน ตลาดสี่มุมเมือง ให้ทุกการจับจ่ายเต็มไปด้วยความหมาย ความสดใหม่ และคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดี สำหรับอาณาจักรผลไม้ไหว้ตรุษจีน ตลาดสี่มุมเมือง รวบรวมผลไม้ไทยตามฤดูกาลและผลไม้นำเข้าหลากหลายเกรด ไม่ว่าจะเป็นส้ม แอปเปิล องุ่น สาลี่ ส้มโอ หรือผลไม้มงคลยอดนิยม พร้อมตอบโจทย์ทั้งการไหว้เจ้า การมอบเป็นของขวัญ และการนำไปจำหน่ายต่อ โดยเฉพาะ “ตลาดส้ม” โซนไฮไลต์ที่รวมส้มสดจากสวนเกษตรกรไทย ทั้งส้มเขียวหวาน ส้มสายน้ำผึ้ง และส้มโชกุน จากแหล่งปลูกคุณภาพ อาทิ เชียงใหม่ กำแพงเพชร สุโขทัย และพื้นที่รังสิต–ปทุมธานี ภายใต้แนวคิด “อุดหนุนส้มไทย ส่งสุขให้คนไทย” เพื่อให้ทุกการซื้อคือการส่งต่อพลังใจถึงเกษตรกรไทย ตลาดสี่มุมเมืองตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่มองหาผลไม้สำหรับครอบครัว ผู้ที่ต้องการของฝากช่วงเทศกาล เจ้าของร้านอาหาร คาเฟ่ หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการรับไปขายต่
“เค้กคิดถึง” ร้านเค้กจากโคราชที่มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอทุกปี เพราะจะเปิดเตาเพียงปีละ 1 ครั้ง ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมกราคม ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2522 รวมเวลากว่า 40 ปี มีจุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจของ คุณแม่สุพัตรา โล่พิทักษ์อุดม ที่อยากทำขนมให้อาม่าได้ทาน จนค่อยๆ พัฒนากลายเป็นเค้กสูตรพิเศษที่ครองใจลูกค้ามาจนถึงทุกวันนี้ “เราเปิดปีละครั้ง ทุกคนจะกลับมาเจอกันทั้งทีมทำเค้ก ร้านวัตถุดิบ ลูกค้า และบริษัทรถทัวร์ที่คอยส่งเค้กให้เรา” คำบอกเล่าของ คุณฝ้าย-จิดาภา โล่พิทักษ์อุดม ลูกสาวที่เข้ามาช่วยสานต่อร้านเค้กคิดถึง ทั้งการรับออร์เดอร์ การจัดการหลังบ้าน และการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อพาร้านเค้กของแม่และครอบครัวให้เติบโตต่อไป ในคอลัมน์ #LegacyEntrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณแม่สุพัตรา และคุณฝ้าย ถึงเรื่องราวการเริ่มต้นร้านเค้กคิดถึง เริ่มต้นจากความตั้งใจ “ทำเค้กให้อาม่าทาน” คุณแม่สุพัตรา ในวัย 75 ปี ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์อย่างเป็นกันเองว่า ร้านเค้กคิดถึงไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากความคิดอยากเปิดร้าน แต่เกิดจากความตั้งใจของเธอที่อยากทำเค้กให้อาม่าทาน เพราะ
“เอกนิติ” ถกปัญหาธุรกิจ SMEs-สตาร์ตอัพ ชี้เป็นกำลังหลักของประเทศ เร่งเสริมทักษะไม่เน้นแจกเงิน ชูเมดอินไทยแลนด์-SMEs พลัส ดันสตาร์ตอัพสู่ตลาดโลก เสนอสูงวัยพลัส เปลี่ยนภาระเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชี้จีดีพีไตรมาส 4 ขยับขึ้น 1.8% ผู้สื่อข่าวประชาชาติรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ร่วมวงพูดคุยกับเหล่าตัวแทนเจ้าของธุรกิจ SMEs-สตาร์ตอัพ โดยเปิดเผยว่าวันนี้ได้มาฟังสตาร์ตอัพซึ่งเห็นว่าเป็นกำลังหลักของประเทศไทย เพิ่งไปที่การประชุมเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ครั้งที่ 56 หรือการประชุมดาวอส 2026 ซึ่งเป็นที่ที่ผู้นำของโลกมาเจอกัน และอยากมาเล่าให้ฟังว่าได้ไปเจอบริษัทลูกของดาวอส ที่อัพลิงก์เว็บ ที่ทำหน้าที่หาสตาร์ตอัพเก่งๆ และจับมาเจอกับผู้นำประเทศ รวมถึงนักธุรกิจ เพื่อให้เกิดการลงทุน อยากจะบอกว่าแบบนี้คือวิสัยทัศน์ ประเทศที่จะเจริญเติบโตต้องอาศัยสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ ผู้นำประเทศทั่วโลกก็เริ่มจากสตาร์ตอัพอย่าง อีลอน มัสก์ เองก็เริ่มจากสตาร์ตอัพ ตนจึงใช้โอกาสนี้ เพราะปกติประเทศไทยไม่ใช่ที่สนใจในเวทีโลก และในเดื
ในวันที่โลกการเงินเต็มไปด้วยความผันผวน และ “ทองคำ” กลายเป็นสินทรัพย์ยอดฮิตที่คนไทยแห่ลงทุนจนกราฟพุ่ง แต่เบื้องหลังตัวเลขกำไรมหาศาลนั้น กลับซ่อนส่งผลกระทบที่ตามมา ทั้งค่าเงินบาทและเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยอย่างคาดไม่ถึง คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในงาน “Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย” ถึงประเด็นเรื่องทองคำ ค่าเงิน ตลอดจนทุนเทา ซึ่งมีผลกระทบเชื่อมโยงกัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมประเด็นสำคัญ ดังนี้ กับดัก “ทองคำ” ที่กดดันค่าเงินบาท คุณวิทัยเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าตกใจว่า “วัฒนธรรมการสะสมทองคำ” ของคนไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่หุ้นตกต่ำ ได้ผลักดันให้คนแห่ไปลงทุนในทองคำผ่านแอปพลิเคชันจนวอลลุ่มการซื้อขายต่อวันสูงกว่าตลาดหุ้นหลายเท่าตัว แต่สิ่งที่ตามมาคือ “พฤติกรรมรวมหมู่” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาท เมื่อทองคำราคาพุ่งสูงขึ้น ทุกคนจะนำทองในแอปมาขายพร้อมกัน ร้านทองต้องนำทองไปขายในตลาดโลกเพื่อรับเงินดอลลาร์ จากนั้นก็นำดอลลาร์มาแลกกลับเป็นบาทเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า ในเดือนสิงหาคม 2568 พบว่าแรงก์เทขายดอลลาร์ที่ทำให้บาทแข็งค่านั้น มาจากธุรกรรมท
ราคาทองคำในประเทศวันนี้ (29 มกราคม 2569) สร้างความตกตะลึงให้กับตลาดอีกครั้ง หลังเปิดตลาดพุ่งขึ้นทันทีถึง 3,700 บาท โดยราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อที่ 81,360 บาท และขายออกที่ 81,450 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณขายออกแตะระดับ 82,250 บาท การทะยานขึ้นอย่างรุนแรงนี้สอดคล้องกับ “ราคาทองโลก” (Gold Spot) ที่ล่าสุดพุ่งไปแตะระดับ 5,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางกระแสการวิเคราะห์จากกูรูหลายสำนัก โดยเฉพาะทาง ฮั่วเซ่งเฮง ที่ชี้ให้เห็นถึง 2 ปัจจัยนัยสำคัญที่กำลังบีบให้กระแสเงินไหลเข้าสู่ทองคำอย่างไม่หยุดหย่อน ดังนี้ 1. ความเชื่อมั่นต่อ “ดอลลาร์” ที่เริ่มสั่นคลอน เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่วนหนึ่งมาจากสัญญาณของเฟดนิวยอร์กที่คาดการณ์ว่า ปธน.ทรัมป์ อาจยินดีให้ “เงินเยน” แข็งค่าขึ้นเพื่อแลกกับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง กลายเป็นที่พักเงินชั้นดี นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลเรื่องภาวะ Partial Shutdown ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 2. สงครามน้ำลายสู่ความเสี่ยง “ภูมิรัฐศาสตร์” สหรัฐฯ-อิหร่า
สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้การท่องเที่ยวไทย เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดึง“ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลกแห่งวง Blackpink มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์เมืองไทยให้ตราตรึงสู่สายตาชาวโลก พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่ Quality Leisure Destination โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ททท. ได้เปิดตัวลิซ่า ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาภายใต้แคมเปญ Feel All The Feelings ที่สะท้อนเสน่ห์อันหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวไทย เริ่มต้นที่ “ทะเลบัวแดง” ตั้งอยู่ที่บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีไฮไลต์คือทุ่งบัวแดงบานเต็มพื้นที่ 25,000 ไร่ โดยสามารถนั่งเรือชมบัวได้แบบใกล้ชิดเหมือนได้ลอยอยู่กลางทะเลดอกไม้ ซึ่งสามารถถ่ายคอนเทนต์ได้ทั้งมุมกว้าง และ Close Up อีกทั้งบรรยากาศยังปลอดโปร่ง โล่ง สงบ เหมาะกับสายพักผ่อนหย่อนใจ โดยแนะนำให้เที่ยวช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เวลา 06.00-11.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ดีที่สุด เพราะดอกบัวจะบานสวยที่สุด และพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมอยู่ที่ประมาณ 50,000
ทุกวันนี้การใช้ AI ในชีวิตประจำวันแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้คนย่นระยะเวลาในการทำงาน ลดต้นทุนได้หลายด้าน อย่าง OpenAI เป็นบริษัทที่สร้างขึ้นมาเพื่อวิจัยและพัฒนาระบบ AI ของ ChatGPT ส่วน ChatGPT เป็น AI ที่พัฒนาขึ้นจากโครงสร้าง GPT Sam Altman (แซม อัลต์แมน) CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ที่เป็นบริษัทผู้พัฒนา ChatGPT เผยว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจ API เพียงอย่างเดียว “คนส่วนใหญ่รู้จักเราในฐานะผู้พัฒนา ChatGPT แต่ทีมพัฒนา API ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน” เขากล่าว โดย API ของ OpenAI เป็นโมเดลที่ช่วยให้บริษัทและนักพัฒนาซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถฝังโมเดลของ OpenAI ลงในผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร ไปจนถึงเครื่องมือเขียนโค้ด แม้ว่ารายได้ของ OpenAI จะพุ่งสูงขึ้น แต่ทางบริษัทกลับต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง ทั้งค่าประมวลผล (Computing Power) และการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บริษัทอาจต้องใช้เงินลงทุนสู
