SMEs
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสภาวะ Quarter-life crisis หรือ วิกฤตหนึ่งส่วนสี่ชีวิต คือภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ความสงสัย และความผิดหวังในชีวิตที่มักเกิดขึ้นในช่วงวัย 20-30 ปี ที่มักจะตั้งคำถามกับชีวิตในวัยยี่สิบกลางๆ เช่นเดียวกับ คอลลีน แมคคาร์ธี (Colleen McCarthy) สาววัย 27 ปี ที่ตัดสินใจทิ้งโต๊ะทำงานในออฟฟิศ เพื่อมาจับกรรไกรตัดดอกไม้ จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ Colleen Rose Florals ที่กวาดรายได้กว่า 6 ล้านบาท (175,000 ดอลลาร์) ในปีแรก และได้รับเลือกให้จัดช่อดอกไม้ต้อนรับศิลปินระดับโลกอย่าง Sabrina Carpenter และ Katy Perry มาแล้ว จุดเริ่มต้นจาก “ความชอบ” สู่ “ทางที่ใช่” หลังจบด้านสิ่งแวดล้อมและการสื่อสารในปี 2020 คอลลีนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการหางานช่วงโควิด เธอลงเอยด้วยการทำงานในเอเจนซี่ PR แห่งหนึ่ง ซึ่งเธอมองว่าเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว จนกระทั่งความอึดอัดในสายอาชีพทำให้เธอต้องกลับมาถามตัวเองว่า “จริงๆ แล้วเราชอบอะไร เราเก่งเรื่องไหน” คำตอบนั้นอยู่ไม่ไกลตัว คอลลีนคือคนที่ชอบซื้อดอกไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตมาจัดใส่แจกันในอพาร์ตเมนต์อยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจลองลงเรียนคอร์สจัดดอกไม้พื้นฐาน
จากคาเฟ่ สู่การปรับโฉมรถกระป๊อ ให้เป็นร้านกาแฟ ที่เปิดมายาวนาน 5 ปี กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำหาดวอนนภา บางแสน ที่ลูกค้าต้องแวะมากินกาแฟตอนเช้า เพราะร้านเปิดตั้งแต่ 06.00-10.30 น. ของทุกวัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณไนน์-ราชา ตังสุรัตน์ เจ้าของร้าน Triple N เกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟรถกระป๊อ ที่เปิดขายเพียง 4 ชั่วโมงครึ่ง แต่สามารถขายได้เฉลี่ย 250-300 แก้ว จากคาเฟ่ สู่กาแฟรถกระป๊อ คุณไนน์เคยทำงานเป็นเซลส์ขายเครื่องจักร ก่อนเข้าสู่ธุรกิจคาเฟ่จากการชักชวนของพี่สาวและเพื่อนที่ชวนไปเปิดคาเฟ่อีกแห่งซึ่งตั้งอยู่ที่บางแสน ด้วยมีใจรักในงานบริการและชอบพูดคุยกับผู้คน เขาจึงเลือกทำธุรกิจนี้เรื่อยมา ธุรกิจดำเนินมาถึง 1 ปี ก็มีเหตุให้ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะเกิดโควิดระบาด การนั่งทานในร้านถูกจำกัด ขณะเดียวกันยังมีพนักงานที่ต้องดูแล เขาจึงนำทุนหนึ่งก้อนมาเปิดร้านกาแฟรถกระป๊อ เพราะอยากให้พนักงานทุกคนมีรายได้ต่อเนื่อง “เรามีรถกระป๊ออยู่แล้ว เลยเอามาทำเป็นรถกาแฟริมหาดวอนนภา เพราะเป็นทำเลหน้าคาเฟ่ ย้อนไป 5 ปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยมีใครทำรถกาแฟแบบนี้ที่บางแสน วันแรกขายได้ 2,000 บาท
แม้จะอยู่ในวงการบันเทิงมานาน แต่ในฐานะคนทำธุรกิจอาหาร ถือว่าเป็นบทบาทใหม่ของนักแสดงชื่อดังอย่าง อาเล็ก ธีรเดช ที่ล่าสุดหันมาจับธุรกิจอาหาร และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ‘คุณภาพของรสชาติ’ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาเพียง 6 เดือน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้สัมภาษณ์ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ ถึงจุดเริ่มต้นความเป็นมาของ NOOD’S (นู้ดส์) ธุรกิจบะหมี่คลุก ที่เกิดจากหุ้นส่วน 3 คนที่มีความหลงใหลในการกินก๋วยเตี๋ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเส้น “บะหมี่” จนเกิดคำถามขึ้นว่า “ทำไมเราถึงทำบะหมี่ในรูปแบบกล่องพร้อมกิน และรสชาติยังเป๊ะเหมือนกินที่ร้านไม่ได้” อาเล็กและหุ้นส่วนร่วมกันพัฒนาสูตรบะหมี่กันอยู่นาน เริ่มลองผิดลองถูกกันในครัวบ้านเพื่อน จนได้เป็นเมนู ‘บะหมี่ต้มยำ’ ในรสชาติที่ต้องการ โดยจะมีเส้นให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ บะหมี่เส้นกลม และ บะหมี่เป๊าะ (เส้นแบน) คลุกเคล้าด้วยหมูสับและหมูบะช่อ พร้อมโรยด้วยน้ำพริกหมูกระจก ที่มีให้เลือกทั้งรสออริจินัลและรสเผ็ดมาก “วันแรกทำขาย 100 กล่อง เรากลัวขายไม่หมดด้วยซ้ำ แต่ปรากฏว่ายอดสั่งซื้อถล่มทลายจนหมดภายใน 10 วินาทีแรก จนเรา
“เราอยากทำให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่นำอาหารแบรนด์ของคนไทยไปเปิดต่างประเทศได้ มีความตั้งใจสูงมาก อยากเป็นส่วนเล็กๆ เป็นตัวแทนในการนำเสนอรสชาติของอาหาร” ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ หรือ ปลา iberry กล่าวหลังจากพาแบรนด์ “ทองสมิทธ์” ไปเปิดสาขาที่ฮ่องกงมาหมาดๆ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี “เหมือนได้กลับไปเริ่มต้นเป็นสตาร์ทอัพใหม่อีกครั้ง เพราะว่ามีร้านหนึ่งสาขาและไม่มีกองทัพในการช่วยสนับสนุน ทุกคนต้องทำเองทุกอย่าง รวมทั้งพนักงานที่ต้องรับจำนวนจำกัดเพราะค่าจ้างแพง จะจ้างใครก็ต้องคิดให้ดีๆ เลยเลือกทีมงานตัวเต็งจากเมืองไทยไปเทรนด์ ซึ่งต้องใช้เวลาเหมือนกัน” โดยเธอเลือกแบรนด์ทองสมิทธ์ไปเปิดสาขาแรกในต่างประเทศ เพราะมองว่าแต่ละแบรนด์เหมาะกับแต่ละตลาด และทองสมิทธ์เป็นแบรนด์ที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าถึงได้ง่าย “รสชาติของทองสมิทธ์มีครบรส ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน มีความหอมของสมุนไพรซึ่งถูกจริตคนเอเชียมากๆ เลยเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มชาวต่างชาติ เห็นได้จากลูกค้าที่อุดหนุนเราในเมืองไทยตั้งแต่สาขาแรก เป็นคนฮ่องกงจำนวนมาก” ส่วนในปี 2569 นี้ ปลาเผยว่ามีแผนเปิดแบรนด์ใหม่อีก 2-3 แบรนด์ ซึ
นักศึกษาวัย 18 ปี เผลอส่งอีเมลไปหาเพื่อนร่วมสถาบันนับพันคนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่นั่นกลับทำให้ธุรกิจรับฝากดูแลสัตว์เลี้ยงของเขา กลายเป็นรายได้เสริมที่ทำกำไรมหาศาล Hector Gutierrez (เฮคเตอร์ กูเตียร์เรซ) กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน จากเหตุการณ์ระหว่างที่เขากำลังสมัครเข้าสมาคมเชิดชูเกียรติของโรงเรียน เขาได้เผลอส่งจดหมายแนะนำจากอาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ไปที่กลุ่มอีเมลของวิทยาลัยที่มีผู้รับหลายพันคน จนทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคน “ผมโดนกระหน่ำทั้งคนโทรศัพท์เข้ามา และข้อความที่ทักมาถามว่า “ส่งอีเมลมาหาฉันทำไม” ซึ่งหลังจากนั้น Outlook ของผมแทบจะระเบิด เพราะมีแจ้งเตือนเด้งรัวๆ” แม้ในตอนแรกเขาจะรู้สึกอับอายจนทำตัวไม่ถูกกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่กลายเป็นว่าการที่ผู้คนให้ความสนใจในครั้งนี้กลับกลายเป็นผลดีต่อธุรกิจเล็กๆ ของเขาเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้เขากลายเป็นคนดังในโซเชียล จนได้เข้าพบอธิการบดีของมหาวิทยาลัย และยังได้รับการตีพิมพ์เรื่องราวลงในหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของเขาได้เป็นอย่างดี เฮคเตอร์ กูเตียร์เรซ ในวัย 18 ปี เริ่มต้นทำธุรกิจรับเลี้ย
“ตับไก่ตอนจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือจะมีสีเหลือง แต่ถ้าคนไม่ได้ไล่เลือด แล้วต้มเลย จะเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนร้านพี่จะมาใช้วิธีการไล่เลือดออก แล้วต้มในอุณหภูมิที่ให้ตับสุกไปช้าๆ พอไล่เลือดหมด ตับจะไม่แข็ง และตับจะเป็นสีทองเหลืองอร่าม” เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินไวรัล “ตับทอง” กันมาบ้าง และคงตั้งข้อสงสัยตามๆ กันว่า ตับไก่สีทอง คืออะไร และเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร บ้างก็ว่า ไก่ป่วยหรือเปล่า เป็นตับที่ไม่ดีหรือเปล่า คุณหมึก-ฐิตาภัสร์ วีระปฐมศักดิ์ อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน หมึกมันไก่ ได้ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ถึงประเด็นดังกล่าว และพูดในอีกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมุมมองของธุรกิจอาหาร หรือแม้กระทั่งกรรมวิธีการทำให้ตับไก่เป็นสีทอง เธอเล่าว่า ก่อนหน้านั้นเคยเปิดโรงรับจำนำ แต่ต้องเลิกกิจการไป ชีวิตพลิกผันมาเปิดร้านอาหาร “กะเพราล้มยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ” อยู่ที่เพชรบุรี ซอย 5 เปิดได้ประมาณ 5-6 ปี ก็มาเจอกับโรคระบาดอย่าง โควิด-19 แต่ก็ยังคงสู้ชีวิตต่อไป เพราะทั้งร้านไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียว ยังมีลูกน้องอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล ก็สู้อยู่กับโควิด-19 ประมาณ 3 ป
ปิดฉากความสำเร็จ สำหรับกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน จัดโดยกองบรรณาธิการเส้นทางเศรษฐี สื่อเพื่อ SMEs ผสานพลังเครือข่ายในเครือข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชน และมติชนอคาเดมี โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank, ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่, นารา กรุ๊ป และบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) บรรยากาศวันแรก (28 มี.ค.) เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ประกอบการและแบรนด์ต่างๆ แห่เข้าร่วมจนที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน ก่อนเริ่มคลาสแรกด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้น “China Geopolitics 2026 ไทยอยู่ตรงไหนในสมรภูมิโลก? และโอกาสของสินค้าไทย” โดย ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ที่มาอัปเดตสถานการณ์โลกทั้งฝั่งจีน สหรัฐอเมริกา และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง รวมทั้งวิเคราะห์หมากกระดานโลกต่อท่าทีของจีนท่ามกลางความขัดแย้งทางอาวุธในตะวันออกกลาง สงครามการค้าและเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นใ
หากย้อนกลับไปประมาณ 8 ปีก่อนซึ่งเป็นช่วงที่ “หมาล่า” ยังไม่ได้เป็นสิ่งที่คุ้นหูสำหรับคนไทย แต่มีร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ค่อยๆ เติบโตท่ามกลางความไม่เข้าใจนั้น จนปัจจุบันกลายเป็นร้านที่ลูกค้ายอมต่อคิวยาวแทบจะทุกสาขาที่ไปเปิด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณยุ้ย เจ้าของร้าน Hotpot Man ถึงเบื้องหลังการปั้นแบรนด์หมาล่าให้มียอดขายเติบโต 300% แต่เดิม “คุณยุ้ย” เคยเป็นพนักงานประจำมาก่อน และแทบจะไม่มีประสบการณ์ด้านการทำอาหารมาก่อนเลย จนได้มาเจอกับ “คุณเจ” ที่เป็นชาวจีน และมีสูตรหมาล่าเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเกิดเป็น Hotpot Man (ฮอตพอต แมน) ร้านชาบูหมาล่าที่อยู่มานานกว่า 8 ปี เธอเล่าว่า ช่วงแรกที่เปิดร้านใหม่ๆ คนไทยหลายคนแทบจะไม่รู้จักหมาล่าเลย บวกกับตอนนั้นในไทยมีเพียงร้านหมาล่าเสียบไม้ และมีร้านชาบูหมาล่าเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ช่วงนั้นเป็นความท้าทายในการทำธุรกิจอย่างมาก และลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่ายค่าน้ำซุป “ในช่วงแรกลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย บวกกับการที่เราทำการตลาดไม่ค่อยเป็น ทำให้ร้านยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก” หลังจากนั้นไม่นานแบรนด์ก็เริ่มเป็นที่รู้จ
วัยรุ่นสองอาชีพ! วิศวกรโยธาปลูกผักขาย ทำตลาดยังไง ให้จับเงินเฉียดแสน ในปัจจุบันการมีอาชีพเดียวคงไม่เพียงพอ หลายๆ คนจึงเลือกมองหาอาชีพเสริม แม้ต้องแลกมากับการจัดสรรเวลาให้ดี แต่อย่างน้อยก็คุ้มค่ากับการมีรายได้เพิ่ม เพียงพอต่อการนำไปใช้จ่ายในส่วนต่างๆ เช่นเรื่องราวของ คุณเติ้ล-วิภู กรอบบาง แม้มีการงานอาชีพมั่นคง เป็นถึงวิศวกรโยธาเกี่ยวกับรถไฟฟ้า แต่เขายังแบ่งเวลา 1 ชั่วโมงหลังเลิกงาน และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดวันเดียวมาปลูกผักขาย อีกทั้งยังต่อยอดขายสลัดผัก รวมถึงชุดทดลองปลูก จนสามารถสร้างรายได้เดือนละเกือบแสนบาท “ทุกคนถามแบบนี้ มีงานดีอยู่แล้ว ทำไมยังต้องหางานเพิ่ม ผมคิดว่าถ้าเราสามารถหาเวลาเพิ่มสักนิดแล้วได้เงินเพิ่ม ผมว่าก็ควรทำ เพราะอาชีพเดียวตอนนี้อยู่ไม่ค่อยได้จริงๆ” คุณเติ้ล เล่าให้ฟังถึงเหตุผลในการทำ “ผักบ้านน้องอีฟ” มานานเกือบ 1 ปี และว่า “ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสนใจเลย เห็นพ่อปลูก ยังถามอยู่เลยว่าปลูกทำไมเลอะเทอะใหญ่แล้ว แต่พอพ่อปลูกแล้วทำเงินได้จริงๆ ผมก็อยากลองปลูกบ้าง ให้พ่อช่วยสอน เราปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ระบบน้ำนิ่ง ใช้กล่องโฟมเป็นภาชนะ แค่เติม
ใครจะเชื่อว่าความวุ่นวายในการจัดงานแต่งงาน จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำเงินได้จริง รู้หรือไม่ว่าการเตรียมงานแต่งงานแต่ละครั้งนั้นไม่ได้ง่าย บ่าวสาวจะต้องเจอกับปัญหาสารพัดที่บางครั้งทำให้กังวลจนหัวหมุน แต่ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ มีหนึ่งอาชีพที่สร้างขึ้นมาเป็นตัวช่วยลับ ในฐานะผู้ช่วยและเพื่อนเจ้าสาวที่ไว้ใจได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจน แกลนซ์ (Jen Glantz) สาววัย 37 ปี ผู้เปลี่ยนประสบการณ์การถูกเพื่อนชวนไปงานแต่งงานบ่อยๆ ให้กลายเป็น Bridesmaid for Hire ธุรกิจ“รับจ้างเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ที่พาเธอไปร่วมงานแต่งมาแล้วกว่า 100 งาน จุดเริ่มต้น ในปี 2010 เธอเล่าว่า ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไรดี ซึ่งก็ลองทำมาแล้วหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาชมรมสตรี ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้องค์กรไม่แสวงหากำไร ไปจนถึงการเป็น Copywriting ให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ กระทั่งต่อมาในปี 2014 เธอเริ่มสังเกตเห็นเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในชีวิตของเธอ นั่นคือการที่เพื่อนๆ มักจะขอให้เธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอมองเห็นโอกาสในครั้งนี้ และลองประกาศหางานในเว็บไซต์ Craigsli
