SMEs
หลายคนยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย และปล่อยให้สุขภาพค่อยๆ ถดถอยโดยไม่รู้ตัว คำถามสำคัญคือ “จะดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรก” ทำให้ โป้ง – ปรมะ อินทศร และหมอโบ๊ต – นพ.พลพงศ์ ชยางศุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ร่วมกันก่อตั้ง Iwelty แพลตฟอร์มค้นหา จอง และเข้าร่วมอีเวนต์ คลาส และกิจกรรมสุขภาพ ที่ต้องการทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน จุดเริ่มต้นของ Iwelty แพลตฟอร์ม Iwelty เริ่มต้นเมื่อ 3 ปีก่อน จากเทรนด์ Wellness ที่กำลังมาแรง ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งการนอนดึก ตื่นสาย ไม่ออกกำลังกาย และเกิดความเครียดสะสม หากใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ จึงอยากให้ทุกคนเริ่มดูแลตัวเองเชิงป้องกันมากกว่ารอรักษาเมื่อเกิดโรค ทำให้โป้งและหมอโบ๊ต ก่อตั้ง Iwelty ขึ้นมา เพราะอยากให้ผู้คนเริ่มดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อม Vision สำคัญคือ “อยากให้ทุกคนเข้าถึง Wellness” ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพศไหน หรืออยู่กลุ่มใดก็ตาม เขาเริ่มจากการ “สร้างมีเดีย” เพื่อสื่อสารให้คนรู้ว่า Wellness คืออะไร และให้ความรู้เรื่องการปรับพ
จากยาดมหลอดเล็กที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 90 ปี วันนี้“ยาดมตราโป๊ยเซียน” กำลังก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโต ด้วยการวางหมุดหมายสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีในอีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “100 ปีแห่งความยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ยาดมตรา “โป๊ยเซียน” เปิดเผยว่า การก้าวผ่านวาระครบรอบ 90 ปี และเข้าสู่ปีที่ 91 ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งหมุดหมายของธุรกิจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษใหม่ของแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การเติบโตของแบรนด์เกิดขึ้นได้จากความไว้วางใจของผู้บริโภค พนักงาน คู่ค้า และสังคมรอบข้าง แบรนด์เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากตัวเลขทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนถึงคุณค่าที่องค์กรสามารถส่งมอบกลับคืนสู่สังคมได้ด้วย” ปัจจุบัน ยาดมตรา “โป๊ยเซียน” สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยยอดขา
หลายธุรกิจเริ่มต้นมาจากความชอบ เช่นเดียวกับเรื่องราวของ “Ariel Tang” เธอชื่นชอบการทำขนมมาตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มหัดทำเล่นๆ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ความชอบนี้จริงจังมากขึ้น เมื่อเธอตัดสินใจลงเรียนหลักสูตรวิทยาศาสตร์การประกอบอาหาร พร้อมหารายได้เสริมจากการขายคัพเค้กและบราวนี่ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษจีนและคริสต์มาส และใช้เวลา 2 ปี หาประสบการณ์ในร้านเบเกอรีหลังเรียนจบ อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นคงในชีวิตทำให้ Ariel เบนเข็มไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านการสื่อสารมวลชนแทน และทำงานในสายประชาสัมพันธ์ (PR) ที่มีความเครียมสูง ทำให้เธอหันมาทำขนม โดยหาแรงบันดาลใจและดูสูตรในอินเตอร์เน็ต ขนมที่ Ariel เลือกทำคือ บอมโบโลนี หรือโดนัทสไตล์อิตาเลียน รูปทรงกลม ผิวกรอบสีเหลืองทอง ซึ่งได้ปรับสูตรดั้งเดิมมาใช้ยีสต์ธรรมชาติ ทำให้ขนมมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และเพื่อนๆ ก็กลายเป็นแฟนคลับกลุ่มแรกที่ขอให้เธอเริ่มขายขนมนี้ โดยเปิดขายออนไลน์จากครัวในบ้าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของร้าน The Fat Kid Bakery ขายออนไลน์จากครัวในบ้าน แต่กระแสตอบรับดี ในตอนแรก Ariel พยายามแบ่งเวลาทำงานประจำควบคู่ไปกับกา
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงิน
“ผู้ใหญ่หลายคนก็แค่ต้องการอะไรบางอย่างไว้กดเล่นระหว่างวันเพื่อคลายเครียดเช่นกัน” ทุกคนทำอะไรกันเวลาที่ต้องการคลายเครียด สำหรับคนหลายพันคนทั่วสหรัฐอเมริกา คำตอบคือการหยิบชิ้นส่วนพลาสติกสีสันสดใสที่เมื่อกดแล้วจะส่งเสียง “คลิก” เบาๆ ที่ทำให้รู้สึกดี วิกตอเรีย บอมันน์ วัย 32 ปี และ ชาลี มอร์ตัน วัย 51 ปี สองพ่อลูกผู้ก่อตั้งแบรนด์ Victoria Essie Studio พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวในการกระโดดเข้าสู่ตลาดของเล่นกดแก้เครียดจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แถมยังกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ที่มีคนดูกว่าล้านครั้งจากคลิปแนว ASMR จนสามารถสร้างรายได้ 428,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 14.5 ล้านบาท) พลิกเกมของเล่นแก้เครียด ให้เป็นงานศิลปะสุดน่ารัก ของเล่นประเภทนี้เรียกว่า Fidget Clickers มีกลไกภายในคล้ายกับแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ทำให้เวลากดจะให้ความรู้สึกแน่นและมีเสียงคลิกที่เพลินมือ ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่าของเล่นประเภทนี้ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะวิตกกังวล, สมาธิสั้น (ADHD) หรือออทิสติก สามารถควบคุมอารมณ์และโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น จุดเด่นของแบรนด์นี้คือความน่ารัก สดใส และกลิ่นอายความคิดถึงยุค Y2K พวกเขาเริ่มต้นจากของเล่นรูปทรงก้อ
ท่ามกลางการแข่งขันในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ แบรนด์ไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการสร้างความแตกต่างและก้าวข้ามสงครามราคา ลาซาด้า (Lazada) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยความสำเร็จของโปรเจ็กต์ ‘Sanrio Characters: The Exclusive Collection at Lazada’ ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ให้หลายคอลเล็กชันจากแบรนด์ไทยจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที และผลักดันยอดขายรวมแตะหลักร้อยล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ IP Economy (เศรษฐกิจทรัพย์สินทางปัญญา) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ยกระดับแบรนด์ และขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล ความร่วมมือในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับซานริโอ้ (Sanrio) ในครั้งนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์ IP ทั่วไป แต่เป็นการลงทุนครั้งสำคัญของลาซาด้าในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่สร้างอิมแพกต์ เพื่อผลักดันให้แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทยก้าวไปสู่การเติบโตอีกขั้น โดยเปิดโอกาสให้ 5 แบรนด์ไทยชั้นนำ ได้แก่ Endless Holiday, LOOKBOOKLOOKBOOK, HAPPY SUNDAY, Stylist Shop และ O&B นำคาแรกเตอร์ระดับโลกที่มีพลังในการเข้าถึง
เป็นภาพที่เห็นจนชินตากับการเห็นกองเชียร์ชาวญี่ปุ่นก้มลงเก็บขยะในสนามหลังการรับชมกีฬาจบ ภาพนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 สื่อหลายสำนักต่างชื่นชมพฤติกรรมนี้ของชาวอาทิตย์อุทัย เอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวญี่ปุ่นที่แฝงไว้ด้วยความสุภาพและความมีน้ำใจมักถูกชื่นชมจากต่างประเทศอยู่เสมอ การเก็บขยะหลังชมกีฬาจบไม่ได้เพิ่งจะทำในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก คนญี่ปุ่นมักจะแสดงการกระทำเช่นนี้หลังจบการชมกีฬามาโดยตลอด นั่นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็กแล้ว หากจะถอดแนวคิดที่ฝังอยู่ในนิสัยนี้ของชาวญี่ปุ่น ต้องเริ่มไปตั้งแต่การปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก ที่เริ่มตั้งแต่ในโรงเรียน ในโรงเรียนจะไม่ค่อยจ้างแม่บ้านทำความสะอาดโรงเรียนเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะสอนให้เด็กนักเรียนเป็นคนช่วยกันรับผิดชอบทำความสะอาด และเมื่อโตมาก็มีแนวคิดที่คนญี่ปุ่นถูกสั่งสอนมาเรียกว่า Omotenashi (おもてなし) อ่านว่า โอะโมะเตะนะชิ หากแปลตรงตัวจากรากศัพท์ อาจจะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น Omote แปลว่า “เบื้องหน้า” หรือ “ด้านนอก” (สิ่งที่แสดงออกมา) ส่วน Nashi แปลว่า “ไม่มี” เมื่อรวมกันแล้ว Omotenashi จึงหมายถึง “ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องห
กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก เมื่อแฟนๆ รายการอาหารชื่อดังต่างเซอร์ไพรส์กับการปรากฏตัวบนหน้าจอซีรีส์ของ “เชฟอิน็อค” (Enoch Teo) เชฟชาวสิงคโปร์สุดฮอต ผู้เข้าแข่งขันจากรายการ Top Chef Thailand 2023 และ The Next Iron Chef Thailand Season 2 ล่าสุดกับการพลิกบทบาทมารับงานแสดงเรื่องแรกในซีรีส์ดราม่ากฎหมายสุดเข้มข้นเรื่อง ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) บน Netflix โดยเชฟอิน็อคได้รับบทเป็น “Andy (แอนดี้)” นักธุรกิจทุนจีนสายเทา ที่แสดงออกมาได้ดีมากจนได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลาม ซึ่งผู้ชมและนักวิจารณ์ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาสามารถ “ตีบทแตก” ถ่ายทอดอินเนอร์ความเจ้าเล่ห์ สร้างคาริสมา และสามารถคีพคาแรกเตอร์มาดความร้ายของตัวละครแอนดี้ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนแทบไม่เหลือคราบของเชฟอารมณ์ดีเลยทีเดียว ทำความรู้จักกับเชฟ เชฟอิน็อคเริ่มต้นก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาหารตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ที่ประเทศสิงคโปร์เขาผ่านการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Restaurant André และ Les Amis ในปี 2019 เชฟอิน็อคตัดสินใจย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ และสร้างสรรค์ผลงานอาหารในสไตล์ของตัวเอง จนกลายเป็นที่รู้จ
ถ้าวันนี้คุณอายุ 40 ปี แล้วรู้สึกว่าเป็นวัยที่แก่เกินไป สายเกินเรียน ช้าเกินจะวิ่งไล่ตามฝัน ลองอ่านเรื่องราวของชายผู้นี้ วัย 40 ถ้ามองในมุมวิชาชีพอื่นอาจจะยังไม่มากเกินไป แต่ถ้ามองในสายอาชีพฟุตบอล วัยนี้ถูกมองว่าเป็นนักกีฬาที่ผ่านจุดพีกของชีวิตไปแล้ว ถ้าคุณเป็นนักกีฬาวัย 40 แล้วคิดเช่นนั้น ก็คงไม่มีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตได้อีก นี่คือหนึ่งในไฮไลต์ของฟุตบอลโลกปีนี้ เรื่องราวของ โจซิมา ดิอาส หรือ “โวซินญ่า” ผู้รักษาประตูทีมชาติเคปเวิร์ด ประเทศเกาะเล็กๆ เรื่องราวของเขาอาจเป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดของคำว่า “ความฝันไม่มีวันหมดอายุ” จุดเริ่มต้นไวรัล หลังจบเกมที่เคปเวิร์ดเสมอสเปน 0-0 ในฟุตบอลโลกนัดประวัติศาสตร์ นอกจากภาพจังหวะเซฟอันยอดเยี่ยมของเขาที่ถูกแชร์ต่อทั่วโลก ยังมีภาพของชายผู้นี้ยืนร้องไห้อยู่กลางสนามด้วย หลายคนคิดว่าเขากำลังดีใจที่คว้ารางวัล Man of the Match แต่เรื่องราวเบื้องหลังหยดน้ำตานั้นมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่ามาก โวซินญ่า เล่าว่า จังหวะนั้นเขาคิดถึงคุณตาและคุณยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่จากโลกนี้ไปแล้วก่อนที่จะได้เห็นวันที่หลานชายได้เล่นฟุตบอลโลก เขาคิดถึงแ
หากเอ่ยถึง “นมออร์แกนิกแบรนด์ไทย” เชื่อว่าหลายคนนึกถึงชื่อ “แดรี่โฮม” ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากความตั้งใจของ คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น ที่อยากช่วยให้เกษตรกรโคนมไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการทำฟาร์มออร์แกนิกอย่างยั่งยืน จนกลายเป็น ฟาร์มโคนมออร์แกนิกแห่งแรกของไทย เขาได้นำน้ำนมคุณภาพมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิกหลากหลายรูปแบบ ด้วยนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ แดรี่โฮม กลายเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นในตลาด และครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 26 ปี เส้นทางการเติบโต และกลยุทธ์ ของแบรนด์นี้เป็นอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จุดเริ่มต้นของ “แดรี่โฮม” คุณพฤฒิ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในฟาร์มโคนมยักษ์ใหญ่ หลังจากเรียนจบสาขาสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอ ประกอบกับวงการโคนมมีปัญหามากมาย จึงผันตัว ออกมาทำธุรกิจเกี่ยวกับโคนม ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า “อยากช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม” เขายอมรับว่า ธุรกิจแรกล้มลุกคลุกคลานเป็นอย่างมาก เพราะจับธุรกิจใหญ่ของวงการโคนม อย่าง
