SMEs
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) สานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ คุณปิ๊ง-เปี่ยมรัก หัตถกิจโกศล เจ้าของแบรนด์ Chonky Goods by Ping Hatta Studio ที่ไม่เพียงแต่เป็นผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานผ่านสินค้าที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่น ซึ่งสะท้อนความคิดสร้างสรรค์อย่างชัดเจน ทำให้สินค้าเป็นที่จดจำและน่าจับตามอง ทุกชิ้นงานของแบรนด์ Chonky Goods by Ping Hatta Studio ล้วนเป็นผลงานออกแบบโดยคุณปิ๊ง โดยมีลวดลายหลักเป็นน้องแมวในอิริยาบถต่างๆ เช่น การ์ดน้องแมวอวยพร, สติกเกอร์น้องแมวกระดาษ, ตลอดจนเ
กลับมาเป็นปีที่ 2 สำหรับ “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 – FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” เทศกาลที่อยากชวนคนกรุง มาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมตื่นตาไปกับแฟชั่นโชว์กลางแจ้งสุดพิเศษจาก 6 แบรนด์ดีไซเนอร์แดนใต้ ได้แก่ Clothear Vestiare, D’Arcy the Designs, Keziah, Spybrand, Yabulan และ Yayee ที่จะนำแรงบันดาลใจของ “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” จากผ้าภาคใต้ มาสะบัดบนรันเวย์บริเวณลานจอดเครื่องบินขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานที่จัดงานสุดครีเอต อย่าง “ช่างชุ่ย” โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีเรื่องราวเบื้องหลัง-เบื้องหน้าน่าทึ่ง จาก “หัวเรือใหญ่” ของอีเวนต์สุดสร้างสรรค์ ที่ผ่านพ้นไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นี้เอง “เมื่อปีที่แล้ว ฟลายนาว 3 มีโอกาสทำงานกับงานศิลปวัฒนธรรมและผ้าผืน โดยเฉพาะผ้าปาเต๊ะของภาคใต้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งแล้ว แต่ปีนี้มีความท้าทายใหม่ คือการต้องไปส่งเสริม น้องๆ รุ่นใหม่ ซึ่งผ่านการเลือกเฟ้นมาแล้ว มีแววจะเป็นกำลังที่ดีของวงการแฟชั่น”คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของ FLYNOW (ฟลายนาว) เสื้อผ้าแบรนด์ด
ประเทศจีน ถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสินค้าทำกำไรในตลาดอีคอมเมิร์ซมากมาย ล้วนมีต้นทางมาจากจีนแทบทั้งนั้น ด้วยกำลังการผลิตมหาศาล และราคาที่แข่งขันได้ จึงทำให้จีนกลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ประกอบการในการต่อยอดธุรกิจ แต่การเข้าไป ‘ดีลโรงงานจีน’ เพื่อสั่งผลิต สั่งซื้อสินค้าหรือค้นหาวัตถุดิบต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามีกูรูแนะนำทางที่ใช่ บอกขั้นตอนที่ชัด ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก วันนี้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จะพาไปพูดคุยกับ ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU เกี่ยวกับการดีลโรงงานจีน จากประสบการณ์จริงที่เคยลองผิดลองถูกมาก่อน พาไปรู้จัก ดร.ไอซ์ ในอีกบทบาทของ ดร.ไอซ์ คือเจ้าของธุรกิจ ‘SOdA OEM.’ ที่ทำร่วมกับ คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ (น้องชาย) รับผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทของขวัญ ด้วยจุดขาย มีชิ้นเดียวในโลก ไม่มีขั้นต่ำ ทั้งภาพพิมพ์แคนวาส ภาพตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น อย่าง เสื้อยืด กระเป๋าผ้า และแมสก์ผ้า เป็นต้น สินค้าของ SOdA OEM. เรียกว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อย่างในช
ในปัจจุบันถือว่า AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของใครหลายคน บางคนอาจจะใช้สำหรับช่วยในการทำงานให้เร็วมากขึ้น หรือให้ AI ช่วยทำรูป ช่วยพากย์เสียงให้ แต่สำหรับเด็กวัย 16 ปี เขาใช้ AI ในการทำคลิปสั้นลง TikTok และสามารถทำเงินได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 324,000 บาท) ด้วยการสร้างวิดีโอ AI ผ่านเครื่องมือสร้างวิดีโอ Veo3 ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่ใช้งานง่าย เพียงแค่พิมพ์ข้อความที่ต้องการและให้ AI สร้างวิดีโอให้ นอกจากนี้ การเจาะกลุ่มตลาดที่ต้องการและสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ ก็สามารถช่วยให้ทำเงินได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งเขาใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ในการปั้นช่อง impossibleais ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปในรูปแบบ ASMR เกี่ยวกับการตัดผลไม้แก้ว พร้อมเสียงตัดแบบฟินๆ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก มียอดวิวเกือบ 60 ล้านวิวเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ก็มีหลายคนหันมาใช้ AI ในการทำคลิป สร้างช่องขึ้นมาใหม่ อย่างของไทยเองที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ ได้แก่ หลวงตาบุญจริง ที่มีความสมจริงที่เน้นสอนเรื่องธรรมะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันมีผู้ติดตามหลักแสน ยอดวิวรวมกว่า 12 ล้านวิว ซึ่งตอนนี้ TikTok มีโครงการ Creativity Prog
ไวรัลพลิกชีวิต! จากคลิปช่วยพี่เขยขอแต่งงาน ต่อยอดเป็นธุรกิจ กวาดรายได้สูงถึง 7 แสนบาทต่อเดือน จากความไม่ได้ตั้งใจ แต่กลายป็นไวรัล และต่อยอดมาเป็นธุรกิจเสริม สร้างรายได้ให้กับครอบครัว เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ Lexi Tobin (เล็กซี โทบิน) อายุ 27 ปี อาศัยอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ เธอเป็นคนที่ชอบวางแผนในครอบครัวและเพื่อนๆ เสมอ ในปี 2019 เธอช่วยว่าที่พี่เขยวางแผนการขอแต่งงาน โดยสั่งกรอบรูปมาแล้วแขวนไฟไว้ตามซุ้มประตู นำเทียนใส่ในถุงกระดาษแล้วนำไปจัดวางไว้ที่บ้านริมชายหาดของครอบครัว ในรัฐนิวยอร์ก และวันนั้น เธอก็ได้ถ่ายวิดีโอบรรยากาศในวันนั้น 1 ปีต่อมา เธออัปโหลดวิดีโอดังกล่าวลง TikTok แต่เกิดเหตุไม่คาดคิด เพราะว่าภายในเวลา 30 นาที มีผู้คนมากกว่า 100,000 คนรับชมวิดีโอที่มีความยาวเพียง 41 วินาที เธอกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ฉันรู้สึกทึ่งมากกับความตื่นเต้นที่กลายเป็นกระแสไวรัล เพราะมีคนดูกว่า 9 ล้านคนภายใน 48 ชั่วโมง” @lexitobin Engagement #2019 #fyp #foryourpage ♬ Surrender – Natalie Taylor สิ่งนี้กลายเป็นอาชีพเสริม การวางแผนขอแต่งงานของคนอื่นและโพสต์ปฏิกิริยาของว่าที่เจ้าสาวบน Tik
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเรามักจะเห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะวงการ “บิวตี้และสกินแคร์” ที่ไม่ได้เติบโตเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่หลายๆ แบรนด์ยังสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปไกลถึงตลาดต่างประเทศ โดยใช้ภาพลักษณ์แบรนด์ที่แตกต่างและสินค้าดีมีคุณภาพ ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำยอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาท ในปี 2567 ที่ผ่านมา นั่นคือแบรนด์สกินแคร์คนไทย Mizumi (มิซึมิ) ที่มีอายุกว่า 10 ปี เจ้าของคือ คุณหนุย-วริษฐา สืบพันธ์วงษ์ CEO & Founder, MizuMi ช่วงแรกของแบรนด์ Mizumi ในช่วง 5 ปีแรกของแบรนด์ Mizumi มีการเติบโตมาอย่างช้าๆ เพราะเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่คุณหนุยใช้เงินตัวเองในการเติบโตมาเรื่อยๆ เธอเล่าว่า “จากปีแรกมีรายได้ 2 ล้านบาท แต่ประมาณ 4 ปีให้หลัง แบรนด์ก็เริ่มเติบโตเยอะมากขึ้น โดยปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายไปกว่า 2,000 ล้านบาท โดยในปี 2568 ทางแบรนด์ตั้งเป้าโต 30%” โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดแบรนด์ไทยโตขึ้น นั่นก็เพราะ คนไทยหันมาใช้แบรนด์ไทยกันมากขึ้น ทำให้แบรนด์เติบโตได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Mizumi จะเน้นไปที่กลุ่มกันแดดและสกินแคร
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ “ไอเดียต่างแดน” การได้ “กอด” ใครสักคนในโมงยามที่รู้สึกแย่ๆ หรือเหนื่อยล้า น่าจะช่วยปลอบประโลมจิตใจให้ดีขึ้นได้บ้างในเวลาเพียงไม่กี่นาที บางทีอ้อมกอดนั้นอาจจะไม่ใช่คนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แต่เป็นคนแปลกหน้าที่เราต้องยอมจ่ายแลกกับการฮีลใจ “เซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์” หยิบยกเรื่องราวในจีนที่กำลังเกิดกระแสฮิตในหมู่สาวๆ ที่พร้อมจ่ายเงิน 20-50 หยวน หรือราวๆ 100-200 กว่าบาท เพื่อแลกกับการได้กอดหนุ่มๆ เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นใจ หนุ่มๆ ที่ให้บริการ “เงินแลกกอด” ถูกเรียกว่า Man Mum ซึ่งเดิมทีหมายถึงผู้ชายที่แข็งแรงและหุ่นล่ำบึกบึน แต่หลังๆ นับรวมถึงความใส่ใจและอ่อนโยนด้วย เมื่อไม่นานมานี้ นักศึกษาสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า เธอรู้สึกเครียดจากการทำวิทยานิพนธ์ และอยากจ่ายเงินเพื่อให้มีหนุ่มสักคนที่แข็งแรงและน่ารักมากอดเธอเอาไว้ ซึ่งโพสต์นี้มีผู้ร่วมแสดงความเห็นอย่างคึกคักกว่า 100,000 ข้อความ นักศึกษาสาวรายนี้ เล่าว่า เธอเคยถูกกอดเพียงครั้งเดียวเมื่อครั้งเรียนชั้นมัธยมต้น และรู้สึกปลอดภัยมากในตอนนั้น ทำให้เธออยากถูกกอดแค่สัก 5 นาที บริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน นั่น
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ในงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ บนเวทีช่วง Food Therapy : “สุกียากี้รสดีเด็ด” การกลับมาอีกครั้งของเมนูสูตรลับของทางร้าน ที่สูญหายไปกว่า 70 ปี โดย “เฮียนพ รสดีเด็ด” หรือ คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล คุณนพ กล่าวตอนหนึ่งว่า กิจการก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดรุ่นคุณพ่อของเขา เปิดมาได้ราว 60-70 ปี โดยประสบความสำเร็จจากเมนู อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ข้าวราดหน้าไก่ ฯลฯ แต่ความเป็นจริงก่อนหน้านั้น คุณพ่อของเขา เคยขายสุกียากี้ มาก่อน มีร้านอยู่ที่ท่าพระจันทร์ “สูตรน้ำจิ้มสุกี้ ที่คุณพ่อทำขายเมื่อ 70 ปีก่อน คุณแม่ผมยังไม่รู้เลย ซึ่งวันนี้ผมจะเอามาเผยให้ฟังแบบไม่กั๊ก ทุกท่านมาอยู่ในที่นี้ถือว่าโชคดีกว่าแม่ผมอีกนะ” คุณนพ กล่าวบนเวที เรียกเสียงครื้นเครงได้เป็นอย่างดี ก่อนจะเผยสูตรน้ำจิ้มในแบบของเจ้าตำรับรสดีเด็ดให้ฟังว่า วัตถุดิบหลักของน้ำจิ้มสุกี้สไตล์แต้จิ๋ว สูตร 70 ปี แบ่งออกเป็น 3 หมวด หมวดหนึ่งของสด พวกพริก กระเทียม หมวดสองคือ ซอส หมวดสามคือ กลิ่น โด
การสร้างยอดขายทะลุ 1,600 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาของ “ศรีจันทร์” แบรนด์แป้งม่วงในตำนาน ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่เป็นแบรนด์ไทยที่อยู่มานานกว่า 76 ปี แต่ความสำเร็จครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการเดินหมากอย่างมีกลยุทธ์ในทุกก้าว และมีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ว่าวันหนึ่งจะต้องเป็น “แบรนด์ไทยระดับสากลที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย” โดย คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด ได้สรุป 4 ความสำเร็จของแบรนด์นับตั้งแต่ ปี 2021-2025 ไว้ดังนี้ 1. แข็งแกร่งในทุกประเภทผลิตภัณฑ์ 2. ออกแบรนด์ “ศศิ” จับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ 3. เติบโตระดับ Double Digit ทุกปี และแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ได้สำเร็จ 4. ขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ ตลาดลาวและญี่ปุ่น ศรีจันทร์มีการขยายตลาดสู่ สปป.ลาว โดยมีการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ตั้งแต่ 2021-2024 อยู่ที่ 112.5% ต่อปี สินค้าที่ได้รับความนิยมอยู่ในหมวดสกินแคร์ เช่น Moisture Burst Series, Sunscreen แป้งฝุ่นและรองพื้น โดยสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านการสนับสนุนกิจกรรม เช่น สนับสนุนการประกวด Miss Universe Laos ในปี 2022-2024 การจัดงานและสนับสนุน Laos Fashion Week 2024
สินค้า “ทุเรียนกรอบ” (ฟรีซดราย) สีเหลืองนวลตาดึงดูดผู้คนแวะเวียนพาวิลเลียนไทยภายในงานแสดงสินค้าจีน-เอเชียใต้ ครั้งที่ 9 ในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันอังคาร กัญจน์ ศรีวรรณวัฒน์ ผู้จัดแสดงสินค้าของไทย กล่าวว่า เขาเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกและนำผลิตภัณฑ์ทุเรียนกรอบหรือทุเรียนฟรีซดราย รวมถึงมังคุดฟรีซดราย มาจำหน่ายมากกว่าสิบกล่อง ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีจากเหล่าผู้บริโภคชาวจีน เบื้องหลังรสหวานหอมนี้คือ “ทางรถไฟจีน-ลาว” ที่ขนส่งทุเรียนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทางรถไฟฯ ได้ขนส่งสินค้ามากกว่า 60 ล้านตัน เมื่อนับตั้งแต่เปิดบริการจนถึงเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นสินค้าข้ามพรมแดนมากกว่า 13 ล้านตัน ระบบขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิครบวงจร เส้นทางจีน-ลาว-ไทย ช่วยให้การขนส่งผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่จีนใช้เวลาไม่เกิน 40 ชั่วโมง ขณะรถไฟสินค้าระหว่างประเทศ เส้นทางล้านช้าง-แม่โขง ใช้เวลา 26 ชั่วโมง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ร้อยละ 30-50 หน่วยงานการรถไฟท้องถิ่น ระบุว่า มีการขนส่งผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุดผ
