ร้านอาหาร
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ในปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นผลหลักจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้แก่ ต้นทุนการทำธุรกิจที่เร่งตัวสูงขึ้น กดดันกำไรสุทธิลดลง ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่เร่งตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบทยอยปรับตัวขึ้น อาทิ ข้าวสาร อาหารสด ผักและผลไม้ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ทำให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มทยอยปรับขึ้นราคาเฉลี่ย 10-20% เทียบกับก่อนเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ รายได้ของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีแนวโน้มลดลงจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแรง ซึ่งแต่เดิมก็มีความเปราะบางอยู่แล้ว ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยคาดว่าจะลดลงจากปีก่อน จึงประเมินว่า มูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 จะโตเพียง 2.5% ชะลอตัวลงจากที่เติบโต 4.5% ในปีที่ผ่านมา และการเติบโตที่เกิดขึ้นเป็นผลด้านราคาเป็นหลัก สำหรับกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันตามประเภทและกลุ่มลูกค้า โดยมองว่ากลุ่มที่มีความเปราะบางท่ามกลางต้นทุนที่สูงได้แก่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ค
การเริ่มต้นทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมที่สุด หรือมีพื้นที่ใหญ่โตเสมอไป ดังเช่นเรื่องราวของ ลีเดีย โฮล์มส์ และ จอห์น คลาร์ก คู่รักจากแคลิฟอร์เนียที่เริ่มต้นธุรกิจในลานจอดรถของ Home Depot ที่มีขนาดเพียง 200 ตารางฟุต แต่กลับทำเงินได้มากกว่า 2.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 80 ล้านบาท) จุดเริ่มต้นในลานจอดรถ เส้นทางสายอาหารของลีเดียและจอห์น เริ่มต้นขึ้นในปี 2012 ทั้งคู่พบรักกันขณะทำงานที่ร้านอาหาร Seasons 52 ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้มีใครจบหลักสูตรด้านอาหารมาโดยตรง แต่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันคือ “ความหลงใหลในการกิน” ลีเดียเล่าว่า “สิ่งหนึ่งที่เราเข้ากันได้ดีมากคือความสนุกในการไปลองร้านอาหารใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ ลับๆ ตามหัวมุมถนน หรือร้านหรูหราอลังการ ขอแค่มีอาหารที่รสชาติดีจริงๆ เราก็มีความสุขแล้ว” ทุกครั้งที่ไปทานอาหารข้างนอก ทั้งคู่มักจะกลับมาลองทำเมนูเหล่านั้นกินเองที่บ้าน โดยใส่ไอเดียของตัวเองลงไป จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ว่า “หรือเราจะทำสิ่งนี้เป็นธุรกิจดีนะ?” ย้อนกลับไปในปี 2021 ทั้งคู่ตัดสินใจเปิดร้านอาหารแห่งแรกชื่อว่า LJ’s Lil’ Cafe ซึ่งทำเลของร้านตั้งอย
เอ็มเค เรสโตรองต์ (MK Restaurants) แบรนด์สุกี้ที่ครองใจครอบครัวคนไทยมายาวนานถึง 4 ทศวรรษ ชวนคนไทยร่วมรำลึกความทรงจำผ่านแคมเปญ 40 ปีเอ็มเค ภายใต้แนวคิด “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” ย้ำความเป็นที่หนึ่งด้วยความแตกต่างที่เชื่อมต่อช่วงเวลาสำคัญของลูกค้า ในแบบฉบับที่เฉพาะตัวของเอ็มเคเท่านั้น ผ่านการสื่อสารแบบ Nostalgia Marketing ที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อความทรงจำ พาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข รอยยิ้ม และความอบอุ่นที่เคยมีร่วมกับแบรนด์ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน พร้อมเปิดตัวเมนูสุดพิเศษและคอนเซ็ปต์สโตร์ที่รอให้ทุกคนกลับมาสัมผัส ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 นี้ คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงหัวใจสำคัญของแคมเปญว่า “เราภูมิใจที่สามารถสืบทอดความตั้งใจและคุณค่าของ MK Restaurants จากรุ่นสู่รุ่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แคมเปญ 40 ปีเอ็มเค ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อฉลองวาระครบรอบของแบรนด์ แต่สะท้อนถึงการที่แบรนด์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาต่างๆ ของคนไทย และร่วมสร้า
LINE MAN Wongnai ย้ำจุดยืนเคียงข้างร้านอาหาร ประกาศมาตรการช่วยเหลือเชิงรุกร่วมกับ Gracz (เกรซ) สนับสนุนร้านอาหารบนระบบ LINE MAN ทั่วประเทศ รับมือวิกฤตราคาเม็ดพลาสติกโลกพุ่งสูงและภาวะขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ ชูทางเลือก “ราคาถูกกว่าท้องตลาด สินค้าพร้อมส่งไม่ขาดตลาด” พร้อมยกระดับความปลอดภัยต่อสุขภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย ออกมาตรการบรรเทาภาระต้นทุนให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงต้นทุนเม็ดพลาสติก และมีแนวโน้มจะเกิดภาวะซัพพลายตึงตัวในระยะยาว ทำให้ร้านอาหารจำนวนมากต้องเผชิญความท้าทายทั้งในด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนในการจัดหาบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาใช้งาน LINE MAN Wongnai จึงได้ร่วมกับ Gracz กำหนดมาตรการช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างตรงจุด ด้วยการส่งมอบบรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% ไม่เคลือบพลาสติกที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาที่เข้าถึงได้จริงและต่ำกว่าในท้องตลาด โดยเริ
ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย ปัจจุบันนี้ ร้านอาหารไทยในต่างประเทศมีจำนวนเยอะมาก เพราะอาหารไทยค่อนข้างได้รับความนิยมชมชอบจากชาวต่างชาติมากขึ้น ทั้งในเรื่องเมนูที่โดนใจ และรสชาติที่ถูกปาก อย่างวันนี้ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับเจ้าของร้านอาหารไทยในประเทศออสเตรเลีย อย่าง คุณแชมป์-สัญชัย ตราชู เจ้าของร้าน MANA Thai Bistro ถึงเรื่องราวชีวิตของตน กว่าจะก้าวมาสู่เจ้าของร้านอาหารในต่างประเทศได้ต้องทำอย่างไรบ้าง และวิธีการเอาตัวรอดจากคู่แข่งต่างๆ คุณแชมป์มีกลยุทธ์อะไรให้สู้กับคู่แข่งได้ ชีวิตในเมืองไทย กับงานประจำที่เหมือนจะตอบโจทย์ ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็เริ่มทำงานอีเวนต์ออแกไนเซอร์ ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง Co-producer แต่ก็เป็นงานที่ทำได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น จึงตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศทันที เหตุผลก็เพราะว่าอะไรหลายๆ อย่างไม่ตอบโจทย์ความเป็นอยู่ เช่นเรื่องค่าแรง ที่มองว่าค่อนข้างน้อยมาก เงินเดือนที่ได้ไม่ถึง 15,000 บาท ด้วยค่าแรงที่ได้ในตอนนั้น ประจวบกับเนื้องานที่ต้องทำ เพ
เมื่อปี 2003 Amol Kohli (อมล โคลี) เริ่มต้นทำงานในเชนร้านอาหารชื่อดังอย่าง Friendly’s แถวฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะเด็กเสิร์ฟพาร์ตไทม์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 15 ปี เป็นแค่เด็กมัธยมที่อยากหาเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋า ในตอนนั้นเขาได้ค่าจ้างเพียงชั่วโมงละ 5 ดอลลาร์ ประมาณ 170-180 บาท Kohli เล่าให้ CNBC ฟังว่า เขาทำทุกอย่างที่ผู้จัดการสั่ง ตั้งแต่เป็นเด็กล้างจาน เก็บโต๊ะ ตักไอศกรีมขาย ไปจนถึงกุ๊ก เรียกได้ว่างานไหนขาด เขาเสียบแทนได้หมด ใครจะเชื่อว่า 20 ปีต่อมา Kohli จะเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ลงในเรซูเม่ของตัวเอง นั่นคือตำแหน่ง “เจ้าของกิจการ” เมื่อกลุ่มทุน Legacy Brands ของเขาได้ประกาศเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Friendly’s รวมถึงบริษัทแม่และแบรนด์อาหารอื่นๆ อีก 6 แบรนด์ โดยไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าการซื้อขาย ดีลนี้ถือเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของ Kohli ในวัย 37 ปี ผู้ซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับแบรนด์นี้ แม้แต่ช่วงที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยด้านการเงินและการตลาด เขาก็ยังใช้เวลาช่วงปิดเทอมทำงานที่ Friendly’s สัปดาห์ละ 5-6 วัน เพื่อเรียนรู้ระบบหลังบ้านอย่างจริงจัง “ผมเริ่มเข้าไปช่วยด
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ร้านอาหาร ไม่ทำเรื่องการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยก็ไม่ได้ แต่ถ้าทำผิดทิศผิดทางก็อาจจะพาลงเหวได้ง่ายๆ เหมือนกันครับ การตลาดที่เขาทำกันแล้วพลาดมีอะไร เรื่องแรกเลยคือ ทุ่มงบการตลาดมากเกินไป ผลที่ได้ไม่คุ้มเสีย ร้านอาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่งเห็นความสำคัญเรื่องการตลาดมาก ลงทุนจ้างบริษัทมืออาชีพมาทำการตลาดให้ งบประมาณทำทั้งปีหลักหลายแสน เหมารวมหมดทั้งเรื่องการวางทิศทางการตลาด จ้างอินฟลูเอนเซอร์ การทำโซเชียล ระบบสมาชิก แคมเปญโปรโมชัน สื่อโฆษณาต่างๆ ออกรายการทีวี ร้านต้องจ่ายเขาเป็นงวดๆ ผลเป็นไงหรือครับ ร้านนี้เปิดได้ 6 เดือนก็ม้วนเสื่อกลับ เพราะคิดเบ็ดเสร็จแล้วว่าขืนทนอยู่ต่อไป มีแต่เจ็บกับเจ็บ มีทั้งค่าเช่าสถานที่แพงโคตร ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบ น้ำ ไฟ จิปาถะ มาเจอค่าการตลาดเข้าไปอีก รายได้เข้ามาไม่คุ้มเสีย จึงจำเป็นต้องเลิกทำเสียก่อนจะหมดไปมากกว่านี้ การทุ่มงบการตลาดมากๆ จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับการทำร้านอาหาร อย่างที่เรารู้ๆ กันครับ ร้านอาหารที่จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ โฆษณาถึงคนมากิน แต่กินแล้วผิดหวัง อาหารไม่อร่อย ราคาแพง
จากธุรกิจทัวร์สู่ร้านเบอร์เกอร์สตรีตฟู้ด! ค้นหาชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ “Daddy Holmes Burger” เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส รายได้สูงสุดวันละ 8,000 บาท “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน” หากพูดถึงสภาพเศรษฐกิจไทยในเมื่อก่อน ดีกว่านี้มาก ดีเสียจนไม่คิดว่าจะมีวันที่หลายธุรกิจต่างต้องทยอยปิดตัวลง หรือต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เฉกเช่นเดียวกันกับสองสามีภรรยาคู่นี้ คุณวิวัฒน์ นราพัฒน์ อายุ 68 ปี และคุณลัดดา นราพัฒน์ อายุ 65 ปี อดีตเจ้าของกิจการทัวร์ที่เคยรุ่งเรืองจนติดอันดับทัวร์ยอดนิยม 1 ใน 5 ของหาดใหญ่ ต้องจำยอมต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แล้วกลับมาค้นหาตัวตนใหม่ในวัน 60 บวก คุณลัดดา เล่าว่า ทั้งคู่ทำทัวร์อยู่ที่หาดใหญ่มาเป็นเวลา 33 ปี แล้วมาเลิกทำตอนที่โควิดเข้ามา เพราะโควิดนี่แหละ คือจุดเปลี่ยนของชีวิตเลย เมื่อประเทศปิด นักท่องเที่ยวไม่มี การเคลื่อนไหวทางการเงินพูดได้สั้นๆ ว่า มันจบโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังมองไม่ออกเลยว่าประเทศจะเปิดเมื่อไหร่ และพอเปิดแล้วนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเหมือนเดิมหรือไม่ จากปัญหาต่างๆ จึงทำให้คิดกันว่า จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว อยู่เฉยๆ กันมา 2 ปีแล้ว เลยตัดสินใจหาทำของกินขาย ช่วงแรกไม่คิดว่
ในทุกสิ้นปีแต่ละเว็บไซต์จะมีการออกมาเผยอินไซต์ต่างๆ โดยทาง Google Trends ได้ทำการจัดอันดับคำค้นหาที่คนไทยเสิร์ชมากที่สุดประจำปี 2568 ทั้งหมด 18 หมวดหมู่ อาทิ คำค้นหายอดนิยม, ข่าว, บุคคล, สูตรอาหาร ฯลฯ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้หยิบยก หมวดหมู่ “ร้านอาหารและคาเฟ่” ที่ถูกค้นหามากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 ร้านเจ๊ไฝ อันดับที่ 2 ร้านบ้านเมี่ยงปู by ส้มตำกาแฟ อันดับที่ 3 ร้านศรณ์ อันดับที่ 4 ร้านพาข้าว บรรทัดทอง อันดับที่ 5 ร้านอาหารนายโซว อันดับที่ 6 ร้านระลึก Drink & Restaurant อันดับที่ 7 ร้านฤดูกาล อันดับที่ 8 ร้านเตี๋ยวติ๊ด อันดับที่ 9 ร้านติดอ่างคาเฟ่ อันดับที่ 10 ร้านพราว รัชโยธิน แต่ประเด็นเทรนด์การค้นหาร้านอาหารในปี 2568 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยอดการค้นหาอาจมาด้วย เรื่องเล่า หรือ กระแสข่าวของร้านอาหารนั้นๆ หรือภาพอาหารที่สวยแปลกตาบน TikTok และ บรรยากาศที่สนุกสนานเหมาะกับการทำคอนเทนต์กระตุ้นความสนใจของผู้คน
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารวัตถุดิบในร้านอาหาร กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้อย่างน่าสนใจ แบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ การจัดซื้อ ใครมีหน้าที่ในการสั่งซื้อ ใครเช็กสต๊อก เช็กได้ถูกต้องกับความเป็นจริงไหม ใครเป็นคนทำนายการขายให้เหมาะสมกับการสต๊อกของ หรือการสั่งซื้อ มีงานสัมมนา งานจัดเลี้ยงกี่งาน แขกมาวันไหน ต้องสะสมของเมื่อไหร่ อะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เนื้อสัตว์ ผัก อะไรบ้าง จะสั่งซื้อที่ไหน หรือไปซื้อที่ไหนถึงได้ของดีราคาถูก หลายร้านจะเอาง่ายพ่อครัวเข้าว่า ขี้เกียจออกไปซื้อ ใช้วิธีสั่งอย่างเดียว และสั่งกับเจ้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยนเจ้า ได้ของราคาแพง คุณภาพไม่ดี คือไม่ยอมทำการบ้านเปรียบเทียบซัพพลายเออร์นั่นเอง หลายครั้งเจอว่าร้านนี้สั่งกุ้งร้านนี้ประจำอยู่เจ้าเดียว พอให้ลองไปเช็กดูเจ้าอื่นบ้าง รู้ราคาเข้า เจ้าของเอามือตบหน้าผากตัวเองเลย โอ้โห! ราคาต่างกันโลเป็นร้อย กุ้งชนิดเดียวกัน กี่ตัวโลเท่ากัน รู้งี้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่บางทีเหตุผลของการสั่งซื้อเจ้าประจำไม่เปลี่ยนเจ้าทั้งที่ราคาแพงกว่าตลาด อาจจะเป็นว่า ได้ความสะดวก ตรงเวลา คัดของ ไม่มีเสีย ราคาไม่ได้แพง
