เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
แอนโทนี่ ตัน (Anthony Tan) ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนสร้างเนื้อสร้างตัวเลยก็ได้ เพราะเขาเติบโตมาในฐานะลูกชายคนเล็กของหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในมาเลเซีย พ่อของเขาคือ ตัน เฮง ชิว ประธานบริษัท Tan Chong Motor ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แต่แทนที่จะเดินตามรอยเท้าที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขากลับเลือกทางเดินที่ต่างออกไป “คุณอาจจะเรียกผมว่าเป็นพวกที่ไม่มีจุดหมายก็ได้ แต่จริงๆ แล้วผมมีภารกิจที่อยากจะสร้างบางอย่างเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการทำความดี” ตันกล่าว วันนี้ในวัย 42 ปี แอนโทนี่ ตัน คือผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Grab ซูเปอร์แอปยักษ์ใหญ่ระดับโลก หลังจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2021 Grab ก็ทำรายได้ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ ราว 7 หมื่นล้านบาท ในปี 2023 โดยให้บริการครอบคลุมทั้งการเดินทาง, ส่งอาหาร, ส่งของ ไปจนถึงบริการทางการเงินใน 8 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเริ่มต้น เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 2009 ที่ Harvard Business School เขาได้พบกับ ฮุย ลิง ตัน (Hooi Ling Tan) เพื่อนร่วมชาติชาวมาเลเซีย ทั้งคู่เริ่มสนิทกันในวิชา Bu
ไม่ผิดเลยที่เราจะฝันว่าสักวันจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ความฝันนั้นต้องถูกวางลง แน่นอนคือเรื่องเงินทุนและความกลัว จริงๆ แล้ว หากเรารู้จักวางแผนก่อนลงมือทำ อาจทำให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจที่คิดต้องเป็นจริงได้ เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้หยิบมาเล่าผ่านไปยังผู้อ่านในวันนี้ เป็นเรื่องราวของ แอดดี้ โรเบิร์ตสัน (Addi Robertson) สาววัย 21 ปี จากรัฐหลุยเซียนา (Louisiana) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โต ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเป็นล้านแล้วถึงจะเริ่มได้ เธอเล่าว่า ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นแม่บ้านเฉยๆ สามีทำงานประจำ แต่ลึกในใจๆ แล้วมีความฝันมานานว่าอยากมีธุรกิจที่ทำเงินหลักล้านไว้ส่งต่อให้ลูกสาวได้ ด้วยที่เคยทำงานเป็นบาริสต้ามาก่อน ทั้งการชงกาแฟ การเรียนรู้ศิลปะต่างๆ เลยตัดสินใจว่า “เปิดร้านกาแฟเคลื่อนที่นี่แหละ” เริ่มต้นจากรถพ่วงเก่าๆ ในราคา 66,000 บาท เมื่อตัดสินใจแล้วเลยควักเงินเก็บมาลุยทันที โดยตั้งงบไว้เพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 330,000 บาท พอถึงเดือนมีนาคม เธอกับสามีก็ไปได้รถพ่วงเก่าที
อดีตเจ้าของธุรกิจทำพื้นรองเท้า เป็นหนี้ 10 กว่าล้าน ตั้งหลักใหม่ ต่อยอดธุรกิจครอบครัว ผุด Tropicana น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น คุณภาพระดับโลก หากพูดถึง มะพร้าว พืชผลทางการเกษตรมากประโยชน์นี้ สามารถนำมาต่อยอดเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคได้หลากหลาย แต่จะมีสักกี่อย่างที่โด่งดัง และจะมีผู้ประกอบการสักกี่ราย ที่ทำให้สินค้าจากมะพร้าวติดตลาดมายาวนาน ซึ่ง Tropicana Oil (ทรอปิคานา ออยล์) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ทำได้ ทรอปิคานา ออยล์ คือแบรนด์ที่เกิดจากความตั้งใจและความมุ่งมั่น ของครอบครัวชาวสวนมะพร้าวแห่งลุ่มน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี ที่ต้องการค้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่ดีที่สุด ผสานกับความรู้และประสบการณ์ที่มีมายาวนานกว่า 80 ปี จึงมาเป็น TROPICANA ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น โดยมีกรรมวิธีในการผลิตที่ใส่ใจคุณภาพ สิ่งแวดล้อม เกษตรกร ชุมชนรอบข้าง และลูกค้า ให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันตามวิสัยทัศน์ Growing together คุณณัฐ-ณัฐณัย นิลเอก ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด ได้เล่าที่มาที่ไปของบริษัท ให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ทรอปิคานา หรือชื่อเต็มๆ ทรอปิคานา ออยล์ นั้น เ
นอกจากทุเรียนที่ครองตำแหน่งผลไม้เศรษฐกิจอันดับ 1 ของไทยแล้ว คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า “มะพร้าวน้ำหอม” คือผลไม้ที่สร้างรายได้มหาศาลเป็นอันดับ 2 ให้กับประเทศ ด้วยรสชาติหอมหวานชื่นใจอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของ NC coconut บริษัทส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สร้างรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ผ่านเรื่องราวของ คุณหนุ่ย-ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ผู้ก่อตั้งบริษัท เอ็นซี โค่โค่นัท จำกัด ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ เคล็ดลับ และมุมมองในการปั้นมะพร้าวน้ำหอมให้กลายเป็นขุมทรัพย์ของเกษตรกรไทย รากฐานจากผืนดินราชบุรี สู่ราชามะพร้าวไทย ธุรกิจ NC coconut เริ่มต้นจากใจรักและความภาคภูมิใจในผืนดินบ้านเกิดราชบุรี คุณหนุ่ยปลุกปั้นสวนมะพร้าวน้ำหอมบนพื้นที่ 30 ไร่ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของ “มะพร้าวน้ำหอมดำเนิน” หรือ “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” สายพันธุ์เอกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชามะพร้าวน้ำหอมไทย” ด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลและรสหวานธรรมชาติที่เหนือกว่าใคร ปัจจัยสำคัญคือดินปากแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์และอุณหภูมิที่เหมาะสมขอ
“ตอนที่จินตนาการที่ทำ “แม็คแวน” นี้ขึ้นมา เขาจะต้องไปอยู่ในโต๊ะอาหารของยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา เพราะฉะนั้น แพ็กเกจจิ้ง ดีไซน์ คุณสมบัติต่างๆ เราก็เตรียมมาเพื่อการนั้น” คำกล่าวของ คุณไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ Co-Founder และ CEO แห่งบริษัท ชิมไทย จำกัด ที่อยากจะทำผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสโดยใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยเป็นหลัก เพราะเล็งเห็นว่า ตลาดเครื่องปรุงในต่างประเทศมีการยอมรับในมุมที่กว้าง เป็นตลาดที่ใหญ่และมีโอกาสทางการตลาดสูง จึงมองหาแหล่งวัตถุดิบที่แตกต่างออกไปจากมุมเดิมๆ เพื่อไปท้าแข่งในตลาดระดับโลก และสิ่งที่คุณไอริณเลือกที่จะนำไปเสนอคือ มะแขว่น มะแขว่น สมุนไพรคู่ครัวทางเหนือที่ชาวบ้านนิยมนำผลและเมล็ดแห้งมาประกอบอาหาร เป็นที่รู้กันว่ากลิ่นหอมแรงและมีรสเผ็ดร้อนเฉพาะตัว ช่วยดับกลิ่นคาวและชูรสชาติอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม คุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์นี้เองที่จุดประกายให้ คุณไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ มองเห็น “โอกาสในการต่อยอด” มะแขว่น ให้เป็นเครื่องปรุงและซอสคุณภาพระดับโลก จึงได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ MAKVAN (แม็คแวน) จุดเริ่มต้นจากสัญญาณอันตรายในชุมชน คุณไอริณ เปิดเผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า แม้จะ
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงลึกมากขึ้น การทำความเข้าใจร่างกายตัวเองอย่างแท้จริงได้กลายเป็นสิ่งสำคัญ WHOOP สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ไร้หน้าจอ คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของอุปกรณ์สวมใส่ทั่วไป สู่การวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพเชิงลึกที่แม่นยำระดับมืออาชีพ WHOOP อาวุธลับของนักกีฬาและนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับระดับโลก “WHOOP” พัฒนาขึ้นโดย Will Ahmed จากมหาวิทยาลัย Harvard ด้วยแนวคิดที่แตกต่าง การมุ่งเน้นการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและละเอียดลึก โดยปราศจากหน้าจอแสดงผลที่อาจรบกวนสมาธิ แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักกีฬาระดับโลกอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด และ รอรี่ แม็คอิลรอย ไว้วางใจ ไม่เพียงเท่านั้น WHOOP ยังเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพสหรัฐฯ และทำงานร่วมกับทีมชั้นนำในลีกกีฬาใหญ่ๆ ทั่วโลก เช่น NFL, NBA, NHL, MLB, MLS รวมถึงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และทีมนักกีฬาโอลิมปิกหลายประเทศ ความน่าเชื่อถือนี้ตอกย้ำด้วยรางวัล Red Dot Award : Product Design 2016 ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทรงเกียรติที่สุดในโลก สิ่งที่ทำให้ WHOOP แตกต่างจาก Smart Watch ทั่วไป
จริงอย่างว่า นึกอะไรไม่ได้ก็ขายของ เพราะเป็นอะไรที่ง่าย! แต่ขั้นตอนต่อจากนี้ไปสิ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การจะเป็นพ่อค้าแม่ขายแผงลอย มีสินค้าที่ถูกใจผู้บริโภคเท่านั้นอาจจะยังไม่พอ แต่จะทำอย่างไรให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น “ทำเล” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการมองหากลุ่มลูกค้า แต่ด้วยปัญหาในการจองพื้นที่การขายที่ยากและหลายขั้นตอน ไม่รู้ว่าจะผ่านพ่อค้าคนกลางกี่คน ปัญหาเหล่านี้กำลังจะถูกแก้ไขด้วย ThaiMarket แพลตฟอร์มจองพื้นที่ทำเลการค้าทั่วไทย นำทีมโดย คุณจู-พิชานันต์ คุปต์อัครภิญโญ CEO ThaiMarket คุณจูเล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า แพลตฟอร์ม ThaiMarket เป็นเสมือนมาร์เก็ตเพลส ตัวกลางจับคู่ระหว่างเจ้าของตลาดกับร้านค้าทั่วประเทศ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ เหมือนกับที่เจ้าของโรงแรมและนักท่องเที่ยวสามารถมาเจอกันได้บนแพลตฟอร์มอย่าง Agoda เหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจทำ ThaiMarket คือต้องการแก้ Pain Point ให้กับพ่อค้าแม่ขาย เพราะเชื่อว่าตลาดสดหรือตลาดชุมชนเป็นรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย หากตลาดมีความคึกคักจะเกิดการหมุนเวียนรายได้จากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรก็จะขายผลผลิตได้ ธุรกิจ
ท่ามกลางบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความกังวลสะสมของคนทำงานยุคใหม่ ทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน การงาน และเหตุไม่คาดคิด เคทีซีเปิดเวทีเสวนา “KTC FIT Talk 22: Because of Love – วางแผน วันนี้ ไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง” เพื่อชวนสังคมมอง “ความรักที่จับต้องได้” ผ่านการเตรียมพร้อมล่วงหน้าอย่างมีสติ ช่วยให้ทั้งตัวเราและคนข้างหลังไม่ต้องแบกรับภาระในยามคับขัน โดยเน้นมุมมองการวางแผนชีวิตที่ครอบคลุม ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ การเตรียมการล่วงหน้าและการจัดเตรียมเอกสารสำคัญในการใช้ชีวิต เวทีเสวนาครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทขององค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล “คน” แบบองค์รวม (Holistic Employee Care) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสู่ Happy & Safety Workplace ที่ทำให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำงานอย่างมีความสุข เพราะเมื่อคนมีชีวิตที่ดี องค์กรก็จะมีพลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และบริการที่มีคุณภาพ ส่งต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวให้แก่สมาชิกและสังคมโดยรวม “การเตรียมใจ” ทำให้ช่วงเปราะบางมีคุณภาพ เริ่มได้ตั้งแต่ยังแข็งแรง แพทย์หญิงนิษฐา เอื้ออารีมิตร ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล “คูน” โรงพยาบ
วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมจิตใจและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ที่คึกคัก โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดที่รายล้อมวัด ซึ่งดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย ด้วยทำเลที่โดดเด่น มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน ทำให้การได้จับจองพื้นที่ค้าขายบริเวณนี้เป็นความฝันของพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก โดยในทุกๆ ปี จะมีการจัดงานวัดไร่ขิง เทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหรือผู้มีจิตศรัทธาสามารถมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อวัดไร่ขิงจำนวนมาก หรือใครที่เป็นสายกิน ก็สามารถมาซื้อสินค้าและอาหารทั้งคาวและหวานได้ตลอด โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 ทั้งหมด 9 วัน 9 คืน แต่สามารถขายได้ตั้งแต่ก่อนงานและหลังงาน วันที่ 20 มีนาคม – 20 เมษายน 2569 อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความคึกคักและโอกาสในการทำกำไรที่ดึงดูดใจ ก็คือ “ต้นทุน” ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ หนึ่งในนั้นคือ “ค่าเช่าพื้นที่” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการอยู่รอดและผลกำไรของธุรกิจร้านค้าเล็กๆ การที่ค่าเช่าพื้นที่ขายของในบริเ
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ของไทย เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรป หลังไทยยื่นคำขอไว้เมื่อปี 2566 ด้วยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทย ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จากการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุ
