เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
‘ล้งเล้ง’ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าแก่กว่า 40 ปีในย่านบรรทัดทอง สืบทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข โดยร้านมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวทางฝั่งคุณแม่ ก่อนจะแยกมาเปิดร้านของตัวเองที่บริเวณตลาดสวนหลวงและได้ย้ายร้านมายังที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ เกี๊ยวปลาจัมโบ้ ที่โดดเด่นด้วยไส้แน่น แป้งบาง ทำสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น บะหมี่เย็นตาโฟ, เกาเหลาเส้นปลาน้ำใส, หนังปลากรอบสูตรล้งเล้ง และเกี๊ยวทอดไส้หมู ต่อมาได้ขยายสาขาที่ 2 ไปยังบริเวณริมถนนพระราม 4 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกัน โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขยายพื้นที่ครัวสำหรับการผลิตลูกชิ้น แม้จะได้รับการติดต่ออยู่หลายครั้ง แต่คุณมุกย้ำว่า “ยังไม่คิดจะขายแฟรนไชส์ เพราะต้องการควบคุมคุณภาพให้ได้มากที่สุด เพื่อคงมาตรฐานของร้านในระยะยาว” โดยเลือกต่อยอดธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มดีลิเวอรีและรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ประทับใจในรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ ในวันที่บรรทัดทอง กลายเป็นจุดเช็กอินของเหล่านักกินและนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่หลีก
เมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร หลายท่านอาจคุ้นเคยกับชื่อ “บางกอกไอดี ของดี มีดี ที่กรุงเทพฯ” ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของคนกรุงที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล โครงการนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานครให้โดดเด่นในสายตาผู้บริโภค แต่ยังสร้างโอกาสและความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการพัฒนาศักยภาพและขยายตลาดอย่างยั่งยืน กรุงเทพมหานคร พัฒนาผู้ประกอบการกรุงเทพฯ กว่า 600 ราย สู่มาตรฐานสากล “โครงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานครสู่สากล ภายใต้แนวคิด บางกอกไอดี ของดี มีดี ที่กรุงเทพฯ” ประสบความสำเร็จในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจครัวเรือน และ SMEs ในกรุงเทพฯ ให้สามารถพัฒนาศักยภาพและขยายโอกาสทางการตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกิจกรรมที่ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อเสริมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ การอบรมทักษะและแนวคิด Design Thinking การให้คำปรึกษาเชิงลึก การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การจัดการจุดจำหน่าย การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อสร้างการร
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ วันที่ 5 ต.ค. ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งร่วมจัดโดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ปรากฏวันนี้อากาศปลอดโปร่ง แดดไม่ร้อน ลมพัดเย็นสบาย ทำให้บรรดาผู้คนสายฟู้ดดี้ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทยอยมาเดินชม-ชิม-ช็อป ตั้งแต่ก่อนเที่ยง ร้านค้าทุกโซนได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงสินค้าทางการเกษตร และโซนการบินไทย พาวิเลียน มีผู้แวะเวียนมาชิมและจับจ่ายกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมวันสุดท้าย เริ่มเวลา 13.00–15.30 น. Workshop “สมูทตี้ 101 : จากแก้วสู่แบรนด์” คลาสเชิงปฏิบัติการที่ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ เทคนิคการทำ ไปจนถึงแนวทางต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์สมูทตี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือทดลองและชิมผลงานภายในคลาส วิทยากรโดย คุณซันนี่–วีรสรณ์ ลิ้มเจริญ, คุณไอซ์–จักรภัทร มุ่งจิตภิญโญ และคุณคิม–พงศ์กฤติ ลือกาญจนวนิช เจ้าของแบรนด์ WOOPS Smoothie ส่วนเวทีล้อมวงเล่า หัวข้อ เมื่อ “ทุน” เปลี่ยน “รสชาติ” เริ่มเวลา 13.00–15.30 น. เช่นเดียวกัน ซึ่งเวทีนี
เมื่อเวลา 16.00–17.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ลานสนามหญ้า เวทีกลางในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” ณ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้เข้าชมต่างให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม “รสชาติที่จับต้องได้” กันอย่างคึกคัก โดยในวันนี้มีการสาธิตเมนูประจำวัน คือ “ข้าวผัดผงกะหรี่กุ้ง” อาหารสร้างสรรค์ร่วมสมัย โดย เฮียจก โต๊ะเดียว เจ้าของร้านอาหารทะเลตำนานแห่งเยาวราช เฮียจก เชฟเทเบิลคนแรกๆ ของเมืองไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันกิจการร้าน “จกโต๊ะเดียว” ขยายเป็น 6 โต๊ะแล้ว คิวไม่ยาวเหมือนสมัยแรกๆ สำหรับเมนูสาธิต “ข้าวผัดผงกะหรี่กุ้ง” ได้แรงบันดาลใจมาตั้งแต่สมัยอายุ 40 ปี เมื่อครั้งเดินทางไปประเทศพม่าและได้ลิ้มรสข้าวผัดแบบท้องถิ่น จึงนำแนวคิดมาปรับดัดแปลงให้เข้ากับวัตถุดิบของไทย “ก่อนเปิดร้านอาหาร ผมค้าขายอาหารทะเลมาก่อน ทำให้ต้องเดินทางไปเสาะหาวัตถุดิบจากหลายประเทศ ทั้งพม่า บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน มาดากัสการ์ เพราะเมืองไทยมีทรัพยากรน้อยลง ปูและกุ้งดีๆ จึงมาอยู่ที่ร้านผม” เฮียจก เล่า สำหรับเคล็ดลับการทำข้าวผัดผงกะหรี่ เฮียจก เผยว่า ต้องใส่ใจจังหวะไฟ กระทะต้องร้อนพอดี เริ่มจากตีไข่จนสุก 70% แล้วใส่ข้าว ตามด้ว
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์และสื่อเครือมติชน ร่วมจัดงาน ”Food Carnival อร่อยเอาเรื่อง“ เทศกาลอาหารที่ดีที่สุด ชวนมาเปิดประสบการณ์ความอร่อย ทั้งกิน ฟัง เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น. ซึ่งวันนี้เป็นการจัดงานวันสุดท้าย เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ เข้ามาจับจ่ายซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และของฝากกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้คนจำนวนมากเริ่ม จับจองพื้นที่ เพื่อเตรียมเข้าร่วมฟัง ‘ล้อมวงเล่า’ และกิจกรรม Workshop ซึ่งเป็นไฮไลต์ในช่วงบ่ายของงาน นอกจากนี้ ภายในงานยังได้ คัดสรร ร้านอาหาร ชื่อดัง กว่า 50 ร้าน มาให้ประชาชนได้ ลิ้มลองอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ร้านเด็ดที่กำลังเป็นกระแสบนโซเชียล ร้านในตำนานที่ไม่เคยเผยโฉมนอกสถานที่ หรือร้านที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ พร้อมใจกันมาจัดเต็มในงานเดียว ในการนี้ ที่บูธ ‘การบินไทย’ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), น.ส.ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 4 ต.ค. ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นวันที่ 2 ของงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งร่วมจัดโดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ปรากฏฝนเทลงมาอย่างหนักตั้งแต่เช้า แต่พอเข้าช่วงบ่าย เริ่มมีผู้คนสายฟู้ดดี้ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลายวัยทยอยมาเดินชม-ชิม-ช็อป กันหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าทุกโซนได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงสินค้าทางการเกษตร และโซนการบินไทย พาวิเลียน ที่มีผู้แวะเวียนมาชิมและจับจ่ายกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ กิจกรรมวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. เริ่มต้นที่บรรยากาศห้องเสวนาล้อมวงเล่า มีผู้สนใจร่วมกิจกรรมหนาตา เริ่มต้นได้ตามกำหนดเวลา 13.00–15.30 น. หัวข้อ “ราษฎรสร้าง(รส)ชาติ” วิทยากรโดย คุณชาติชาย มุกสง ทำหน้าที่พาผู้เข้าร่วม ย้อนกลับไปสู่ช่วงหลัง พ.ศ. 2475 กับการใช้ “อาหาร” เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพลเมืองใหม่ เมนูพื้นฐานอย่างไข่เจียว ข้าวหน้าไก่ และนมหนึ่งแก้ว จึงไม่เพียงแต่เป็นอาหารประจำวัน แต่ยังสะท้อนบทบาทของรัฐในการสร้างชาติ และช่วงเวลา 16.00–17.00 น. ว่าด้วยเรื่องรสชาติจับต้องได้ มีการสาธิตเมนูป
เมื่อเวลา 16.00–17.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ภายในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งจัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ได้มีการสาธิตการปรุงเมนู “ผัดไทยในยุคหลัง 2475” โดย เชฟแมน–สราวุธ เนียรวิฑูรย์ เชฟผู้คร่ำหวอดในเวทีแข่งขันระดับประเทศ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต เชฟแมน กล่าวว่า “ผัดไทย” ถือเป็นเมนูคู่บ้านคู่เมืองที่สะท้อนบริบทสังคมไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในยุคนั้น รัฐสนับสนุนให้คนไทยประกอบอาชีพด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว ใช้วัตถุดิบง่ายๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ กุ้งแห้ง ซีอิ๊ว และซอสมะขาม ซึ่งหาได้ไม่ยาก ราคาย่อมเยา และสอดแทรกโปรตีนจากทั้งสัตว์และพืช เมื่อกาลเวลาผ่านไป รสชาติผัดไทยปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค บ้างหวานนำ บ้างเปรี้ยวหรือเค็ม แต่แก่นสำคัญยังคงอยู่ ขณะเดียวกันแนวคิด “การเพิ่มมูลค่า” ก็เข้ามามีบทบาท ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากกุ้งแห้งตัวเล็กเป็นกุ้งแม่น้ำเผา หรือแม้แต่ยกระดับถึงล็อบสเตอร์ รวมถึงการเลือกใช้เต้าหู้ออร์แกนิก ถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหาง แล
SILPIN คือชื่อแบรนด์ที่นำเสนอกลิ่นไทยในรูปแบบ Syrup หรือน้ำเชื่อม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้กับ อาหาร ขนม เครื่องดื่ม และสามารถปรุงให้สิ่งเหล่านั้นบ่งบอกอัตลักษณ์ไทยได้เด่นชัด ปัจจุบันมีกลิ่นรสแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ ดอกไม้ สมุนไพร ผลไม้ และ Thailand Signature อย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง “สินค้าของผมชื่อแบรนด์คือ ซิลพิน มาจากคำว่า ศิลปิน ได้แรงบันดาลใจมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงมีพระอัจฉริยภาพในทุกด้าน” คุณเมย์–ปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ CEO บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ SILPIN เปิดห้องทำงานในออฟฟิศย่านชิดลม เป็นสถานที่พูดคุยกันเมื่อวันก่อน เริ่มต้นบทสนทนา ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง ก่อนย้อนจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจในแบบของเขา “ช่วงที่ประเทศไทยมีการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัส ให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าทุกคนทำหน้าที่ได้ดีเท่ากับช่วยประเทศชาติเหมือนกัน พอได้ฟังแล้วก็กลับมาถามตัวเอง ว่าตัวเราทำอะไรได้ดีและจะช่วยประเทศชาติได้ ก่อนทบทวนในฐานะดีไซเนอร์ จะใช้ความรู้ด้านกลิ่นรส มาสร้างคุณค่าใหม่ให้ประเทศ” คุณเมย์ เล่าเสียงเรียบ และคุยให้ฟังต่อ ก่อนหน
บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี จํากัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมปังและเบเกอรี่ ภายใต้แบรนด์ “ฟาร์มเฮ้าส์” ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ 5 สถาบันการศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยี ได้แก่ 1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 5. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร การวิจัยและพัฒนา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ณ ห้องประชุมเสรีไทย 2 อาคารบางชัน โรงงานบางชัน เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 คุณอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อํานวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี จํากัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสําคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านการพัฒนากําลังคน งานวิจัยและพัฒนา รวมถึงการบริหารจัดการองค์ความรู้ อันจะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศให
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี คุณลักษณะของเจ้าของที่ทำให้ร้านเจ๊งได้อย่างรวดเร็วมีหลายประการ เท่าที่เจอมามีดังนี้ – เจ้าของไม่ว่างเลย ปล่อยผู้จัดการ พนักงานทำกันเอง คอยดูแต่ตัวเลขบ้าง แต่ก็ไม่ถี่ถ้วน ละเลยเกือบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องอาหาร ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ สั่งซื้อ การเก็บ การบริการ รักจะทำร้านอาหารยิ่งเป็นร้านเดี่ยวๆ ไม่ใช่ระบบเชน เจ้าของต้องลงไปดูคลุกคลีบ่อยๆ ไม่ลงมาเลย พนักงานก็สบาย ปล่อยปละทุกอย่าง ร้านเจ๊งแน่ในเวลาอันรวดเร็วครับ – เจ้าของบริหารงานไม่เป็น การทำร้านอาหารเจ้าของเก่งอยู่เรื่องเดียวไม่ได้ ต้องเก่งและรู้ทุกเรื่องของกระบวนการร้านอาหาร ตั้งแต่เรื่องแนวคิดการทำร้าน การวางผังร้าน ครัว อุปกรณ์ เครื่องมือที่ต้องใช้ การสร้างสูตรอาหาร การคิดต้นทุน การควบคุมต้นทุน การตั้งราคาขาย การบริการ การทำครัว งานบัญชี ถึงแม้ว่าไม่ทำเองแต่ต้องตรวจละเอียดถี่ถ้วน และมีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง ไม่งั้นต้องยืมจมูกคนอื่นเขาดมหมดครับ ไม่รู้เรื่องไหน ให้ถามคนอื่น หาที่ปรึกษา อย่าปล่อยละเลยสักเรื่องเดียว – เจ้าของจู้จี้ จุกจิก ขี้บ่น พูดไม
