เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เอส แอนด์ พี ร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนใต้แสงจันทร์ เปิดตัว “3 คอลเล็กชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2025” มรดกแห่งรสชาติกว่า 30 ปี ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งตำนานจากวังบนดวงจันทร์ ความทรงจำของเจ้าหญิงจันทรา และ เรื่องเล่ากระต่ายแห่งจันทรา บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ นำโดย คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร พร้อมด้วย อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ดวงชื่อดัง เปิดตัว “3 คอลเล็กชันขนมไหว้พระจันทร์ปี 2025” สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ความสมบูรณ์พูนสุข และความมั่งคั่งยั่งยืน ขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี สูตรต้นตำรับกว่า 30 ปี ที่คงความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลงด้วยขั้นตอนการผลิตที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ทันสมัยกับฝีมืออันประณีต ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อรักษารสชาติความอร่อยของสูตรดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ พร้อมเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ปี 2025 ทั้ง 3 คอลเล็กชัน ได้แก่ S&P Moon Palace ขนมไหว้พระจันทร์รสชาติดั้งเดิมสูตรต้นตำรับกว่า 30 ปี เนื้อแป้งนุ่ม บาง อันเป็นเอกลักษณ์ ของ เอส แอน
ลาซาด้า ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การช้อประดับพรีเมียม พร้อมตอกย้ำจุดแข็งศูนย์รวมสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ล่าสุดจับมือ Kérastase (เคราสตาส) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียมบน LazMall ส่งแคมเปญพิเศษฉลองเปิดตัวไลน์อัป ‘Kérastase Gloss Absolu’ พร้อมกิจกรรมออนไลน์สู่ออฟไลน์เต็มรูปแบบระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2568 บนแอปลาซาด้าและที่งานอีเวนต์สุดแกลม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เติมเต็มประสบการณ์ที่ตอบรับทั้งเทรนด์ลักชูรีบิวตี้และแฟนด้อม ดันยอดขายแคมเปญบนลาซาด้าพุ่งกว่า 8 เท่า เมื่อเทียบกับวันปกติ ความร่วมมือครั้งนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าคุณภาพและประสบการณ์การช้อปที่เหนือกว่า สอดรับกับเทรนด์สินค้าบิวตี้ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในแคมเปญ 9.9 ที่ผ่านมา หมวดหมู่นี้สามารถกวาดยอดขายพุ่งกว่า 815% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ทั้งยังเห็นได้จากมูลค่าเฉลี่ยของคำสั่งซื้อในหมวดบิวตี้บน LazMall ที่เพิ่มขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่พร้อมลงทุนกับสินค้าในหมวดบิวตี้ และความเชื่อมั่นที่มีต่อ LazMall ใน
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) จัดงาน “CBS Pride Within – Together We Achieve Beyond” เชิดชูเกียรติและมอบรางวัลแก่คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตของคณะ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ มหาวิทยาลัย และคณะ อย่างต่อเนื่อง ณ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “นอกจากจะแสดงความยินดี และสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้รับ ที่สำคัญคือ ต้องการสร้างแรงบันดาลใจ ให้กำลังใจ ให้น้องๆ เพื่อนๆ นิสิต ว่าตนเองก็สามารถทำได้ เหมือน Role Models ที่เป็นแรงผลักให้ก้าวไปถึงจุดนั้นได้” ที่ผ่านมามีการจัดงานเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลแก่คณาจารย์และนิสิตอยู่แล้ว แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการมอบรางวัลให้แก่บุคลากรด้วย ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนองค์กร ที่ได้รับรางวัล “คนดี ศรีจุฬาฯ” ของมหาวิทยาลัยจาก โครงการ “CBS WE CARE” หรือ “โครงการพัฒนาเครือข่ายการดูแลและให้ความช่วยเหลือนิสิต” “คณะบัญชี เป็นคณะแรกที่ริเริ่มโครงการนี้ในรูปแบบเชิงรุก ดูแลสอดส่องนิสิต ให้คำแนะนำในปัญหาต่างๆ ร
“ผัดไทย” อาหารจานเดียวที่เป็นภาพจำของไทยในสายตาชาวโลก แท้จริงแล้วไม่ได้มีรากเหง้าเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ แต่ถือกำเนิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยรัฐบาลในยุคนั้น ต้องการส่งเสริมการบริโภคก๋วยเตี๋ยว และมีการต่อยอดให้เป็นอาหารที่มีความเป็นไทย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างชาติในช่วงเวลานั้น แต่กว่าผัดไทยจะมาอยู่ในจุดที่เป็น “เมนูแห่งชาติ” อย่างทุกวันนี้ ก็ผ่านการปรับเปลี่ยน ดัดแปลง และเพิ่มมูลค่ามาโดยตลอด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร อย่าง เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “การตีความผัดไทย ไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่การผัดแบบจีนที่ดัดแปลงด้วยรสเปรี้ยว หวาน เค็ม จนได้อาหารที่ลงตัว และถูกเรียกชื่อว่า ผัดไทย อันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานที่เรียบง่าย แต่โดนใจผู้คน” เชฟแมน เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนบอกต่อว่า สำหรับ “การเพิ่มมูลค่า” ผัดไทย สามารถทำได้หลายทาง หนึ่ง การเลือกสรรวัตถุดิบ เช่น ทั่วไปอาจใช้กุ้งแห้งเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าอยากยกระดับ สามารถเปลี
โตเกียว ขนมแป้งบางกรอบไส้หวานมันที่อยู่คู่กับความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคน อาจดูเป็นแค่ขนมธรรมดาๆ แต่สำหรับ คุณปัน-ปัญรญา หว่องวัชระมาริน วัย 35 ปี และ คุณซี-ฉัตรปวีณ์ ปัญญารพีวัชร์ วัย 41 ปี สองหุ้นส่วนเจ้าของร้าน 80eggs ขนมชิ้นนี้คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสำคัญ จากความทรงจำริมทางสู่การสร้างสรรค์ธุรกิจที่มีเอกลักษณ์และเติบโตอย่างรวดเร็ว ตามหา “โตเกียว” ในอุดมคติ คุณปันและคุณซีซึ่งเคยทำงานในสายสุขภาพและเวชภัณฑ์ ต่างเป็นคนชอบทานขนมโตเกียว แต่เมื่อพวกเขาเริ่มมองหารสชาติแบบที่คุ้นเคยในอดีต นั่นคือแป้งบางกรอบและหอมอร่อย กลับพบว่าส่วนใหญ่เป็นแป้งหนานิ่ม ความผิดหวังในครั้งนั้นได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ทั้งคู่ตัดสินใจลงมือค้นหาสูตรที่ใช่และสร้างสรรค์ร้านของตัวเองขึ้นมา เพื่อส่งต่อรสชาติแห่งความทรงจำให้กับคนรุ่นใหม่ 80eggs ไม่ได้โดดเด่นแค่ความอร่อย แต่ยังเป็นการ ยกระดับขนมโตเกียว ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์คนยุคใหม่ ทั้งด้วยการปรับสูตรให้ แป้งบางกรอบ ที่เป็นเอกลักษณ์ และการ ลดความหวาน ลงเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังนำเสนอ ไส้ที่หลากหลายกว่า 30 หน้า ทั้งคาวและหวาน ซึ่งเป็นไอเดียที่ม
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าปริมาณการใช้จ่ายเพื่อความสุขใจ (Emotional Spending) กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองในปี 2568 โดยเฉพาะใน 3 หมวดฮีลใจ ได้แก่ หนังสือ สัตว์เลี้ยง และกีฬา-เวลเนส ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของคนไทยในการดูแลจิตใจ สร้างพื้นที่ส่วนตัว และลงทุนกับสุขภาวะอย่างยั่งยืน สถิติชี้ชัด “Book-Lover” อ่านเฉลี่ยเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน “Pet Parent” พร้อมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว และ “Sports Wellness” กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ สะท้อนวิถีชีวิตที่ไม่ได้มุ่งเพียงสิ่งจำเป็น แต่คือการมองหาความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มใจได้ทุกวัน หนังสือ : อ่านเพื่อเติมใจ พื้นที่สงบในโลกที่วุ่นวาย แม้โลกดิจิทัลจะเต็มไปด้วยคอนเทนต์สั้นและรวดเร็ว เช่น TikTok หรือ Reels เข้ามามีบทบาท แต่การอ่านยังคงเป็นกิจกรรมที่คนไทยเลือกใช้เพื่อเยียวยาใจ เป็น “พื้นที่สงบใจ” ของคนยุคใหม่ ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ปี 2567 ชี้ว่า คนไทยอ่านเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน สวนกระแสความเชื่อว่า “ไม่อ่านหนังสือ” ด้วยสาเหตุหลักคือ ช่องทางการเข้าถึงที่ง่ายและหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น E-
คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า รถรับจ้างสาธารณะเป็นหนึ่งในบริการที่ช่วยตอบสนองการเดินทางในชีวิตประจำวันและมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยมาตรฐานของคนขับและคุณภาพการให้บริการถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะผู้บุกเบิกบริการเรียกรถผ่านแอป แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการเดินทาง ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยนอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของคนขับอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้แกร็บจึงได้จับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับทั้งในด้านบริการ การสื่อสาร และการดูแลยานพาหนะ เพื่อมุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการและช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนขับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy ซึ่งริเริ่มมาตั
เมื่อพูดถึง “ทอฟฟี่เค้ก” หลายคนคงคุ้นกับรสชาติหอมหวานของคาราเมลและความนุ่มของเนื้อเค้กที่เคยได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แต่ร้านขนมเล็กๆ สุดชิกในจังหวัดนครปฐมอย่าง “ย้อยหย่อย” กลับหยิบเมนูคลาสสิคนี้มาตีความใหม่ จนกลายเป็นเค้กที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างติดใจ และกลับมาซื้อซ้ำจนกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ของร้าน จุดเด่นของทอฟฟี่เค้กร้านนี้ อยู่ที่ความหอมกลมกล่อมของเนื้อเค้กรสกาแฟ ตัดกับหน้าคาราเมลหอมหวาน โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบจัดเต็ม แน่นเต็มกล่อง จนหลายคนบอกว่าเพียงกัดคำแรกก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคนทำที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ที่สำคัญ “ย้อยหย่อย” ยังสร้างเสน่ห์ใหม่ให้กับขนมเก่า โดยชูจุดขาย อร่อยได้ 2 สไตล์ใน 1 กล่อง หากแช่เย็นจะได้สัมผัสคาราเมลกรอบๆ เคี้ยวเพลิน แต่ถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง คาราเมลด้านหน้าจะกลายเป็นเนื้อฟัดจ์เยิ้มๆ หวานมัน ละลายใจสายขนมหวาน แม้ตลาดเบเกอรี่สมัยนี้ จะมีเค้กแฟนซี หน้าตาใหม่ๆ ออกมาให้เลือกไม่รู้จบ แต่ ทอฟฟี่เค้กย้อยหย่อย ยังคงครองใจลูกค้าด้วยความเรียบง่าย เข้าถึงได้ทุกวัย และที่สำคัญคือ ความอร่อยที่ไม่ธรรมดา จนใครได้ลองก็ติดใจ และกลับมาซื้อซ้ำกันเรื่อยๆ ส่วนร
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณวรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา และ คุณทวีวัฒน์ ปรุงพัฒนสกุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาดบริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จํากัด มอบรางวัลใหญ่ รถยนต์ NEW HONDA HR-V E:HEV RS มูลค่า 1,189,000 บาท ให้แก่ คุณวรมน โมฬีชาติ ผู้โชคดีจากแคมเปญ “MEGA MID-YEAR SALE” เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนเมกาบางนาด้วยดีเสมอมา รวมถึงรางวัลพิเศษอื่นๆ ภายในแคมเปญอีกมากมาย อาทิ ทองคำแท่งหนัก 1 บาท, หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้น IROBOT ROOMBA 205 DUSTCOMPACTOR COMBO และบัตรกำนัลแทนเงินสดจาก KT OPTIC รวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 1.8 ล้านบาท #เมกาบางนา #MEGABANGNA #YOUREVERYDAYMEETINGPLACE #MEGAMID-YEARSALE
คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล คือเจ้าของร้านน้ำแข็งไส “ย้อยหย่อย” กิจการเล็กๆ แต่คับแน่นด้วยคุณภาพที่รังสรรค์และพลิกโฉมเมนูน้ำแข็งไสธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเมนูสุดว้าว จนเป็นร้านขนมที่ “ชิก” ที่สุดแห่งนครปฐม ก็ว่าได้ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ บอกเลย “ไม่ง่าย” คุณออมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ทำอาชีพค้าขายลอดช่อง ในวัยเด็กเธอใฝ่ฝันเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยคิดจะค้าขายอาหารเหมือนแม่ อีกทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ไม่ค่อยสนับสนุนให้ค้าขาย เพราะรู้ดีว่าเหนื่อยสาหัสแค่ไหน เจ้าของกิจการ บอกอย่างนั้น แต่ด้วยความที่ชอบเข้าครัวเป็นทุนเดิม ทำให้เธอตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วหันเหจากการเรียนด้านภาษา มาเรียนทางด้านการทำอาหาร จนจบปริญญาตรีจากสาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร วิทยาลัยดุสิตธานี (ปัจจุบันคือ สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร) ทำให้มีทักษะด้านอาหารอยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว หลังเรียนจบ คุณออมไปหาประสบการณ์ในต่างแดนอยู่หลายปี กระทั่งหลังสถานการณ์โควิด-19 มีเหตุจำเป็นต้องกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เธอจึงตัดสินใจเปิด “ย้อยหย่อย” ร้านน้ำแข็งไสเล็กๆ 1 คูหา อยู่ในซอยแคบๆ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ โดยดัดแปลงบ้านที่อาศัยแต่เยาว์วัย
