เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เมื่อไข้หวัดใหญ่ยังเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่สร้างความกังวลให้กับครอบครัวไทยทุกปี โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจึงจัดงาน “ไข้หวัดใหญ่ป้องกันง่ายไม่งอแง” เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 เปิดเวทีเสริมสร้างความรู้เรื่องการป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบองค์รวม ทั้งสุขอนามัยและนวัตกรรมวัคซีน พร้อมกิจกรรมสนุกสำหรับครอบครัว โดยมี พญ.กานต์ชนก สารบรรณ กุมารแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มาพร้อมกับ คุณนิวเคลียร์ หรรษา และน้องไทก้า เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ตรงกับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพของลูกเล็กให้แข็งแรง ห่างไกลไข้หวัดใหญ่ ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปีนี้อัตราการป่วยไข้หวัดใหญ่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนและวัยอนุบาล ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พบว่า มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 13 กันยายน 2568 ถึง 531,721 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 817.60 ต่อประชากรแสนคน มีผู้เสียชีวิต 59 ราย และคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีผู้ป่วยสูงถึงกว่า 9 แสนราย พญ.ชนิศา อินณชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และแพทย์ที่ปรึกษาด
ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรม เตรียมจัดบิ๊กอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “บรีส สูตรซักด่วน” ในงาน “BREEZE QUICK WASH : THE SPEED EXPERIENCE” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา โดยมาพร้อมเทคโนโลยี PRO-S สิทธิบัตรเฉพาะของยูนิลีเวอร์ นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้ผ้าสะอาด หอมไว แม้ในเวลาเพียง 15 นาที โดยยกขบวนกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในงาน ทั้งโซนพิสูจน์ประสิทธิภาพสินค้า และโซนเล่นเกมลุ้นของรางวัล พร้อมแท็กทีม 4 หนุ่มสุดฮอต จุง, อู๋, แซนต้า, ปอนด์ วง JASP.ER ที่เรียกได้ว่าเนื้อหอมสุดๆ ในตอนนี้ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ ซักด่วน กับนวัตกรรมใหม่ของ “บรีส สูตรซักด่วน” พร้อมเตรียมเซอร์ไพรส์สุดฟิน และ Special show มามอบให้เหล่าแฟนคลับได้กรี๊ดกันสนั่นงาน งานจัดขึ้น ในวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00–19.40 น. ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Breeze Thailand (บรีส ประเทศไทย) #BREEZEQUICKWASHxJASPER #บรีสสูตรซักด่วน
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี ชื่อเรียก “คน” ไปพ้องกับกิริยา “คน” หมายถึงคนของให้เข้ากัน บางทีก็คนจนเละเทะ เหมือนกับ “คน” ที่อยู่ที่ไหนกันเยอะๆ ตรงนั้นก็จะเละเทะไปหมด คนของร้านอาหาร มีทั้งเจ้าของกิจการ พนักงาน คู่ค้า และลูกค้า “คน” ไหนๆ ก็มีเรื่องวุ่นๆ ทั้งนั้นแหละครับ แต่เรื่องวุ่นของลูกค้า ต้องยกเทิดทูนไว้ “ลูกค้าคือพระเจ้า” เพราะฉะนั้น ต่อให้ลูกค้ากวนแค่ไหน ร้านอาหารมีหน้าที่ต้องสนองตอบหรือแก้ปัญหาให้ได้ เรื่องกวนๆ ของลูกค้า เช่นอะไรบ้าง – ง่ายๆ เลย สั่งไอ้ของที่ไม่มีอยู่ในเมนู แต่ขอให้ทำขึ้นมาใหม่จากวัตถุดิบที่ร้านมี เช่น มีเมนูไข่เจียวปู ขอเป็นไข่เจียวกุ้งได้ไหม ไปเจอพนักงานที่ขาดไหวพริบ จะตอบ “ไม่มีค่ะ” เพราะไม่รู้จะคีย์คำสั่งยังไง คิดราคาเท่าไหร่ ปูกับกุ้งราคาไม่เท่ากัน ขายไปเดี๋ยวเจ้าของมาด่า ถ้าเป็นเจ้าของอยู่เอง หรือผู้จัดการร้านที่มีอำนาจตัดสินใจ กล้ารับผิดชอบ สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ลูกค้าก็พอใจ – สั่งอาหารไม่เอาโน่น ไม่เอานี่ ข้อนี้คล้ายๆ กับข้อแรก การแก้ปัญหาไม่ได้ยาก พ่อครัวอย่ารำคาญแค่นั้นเอง – จองแล้วไม่มา ยุคใช
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน เทรนด์การเช่าสิ่งต่างๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก ทุกวันนี้ไม่เพียงแต่สิ่งของ แต่ยังมีบริการเช่าแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว-เจ้าสาว แฟนหลอกๆ หรือครอบครัวกำมะลอ เพื่อสร้างความสบายใจท่ามกลางสังคมที่โดดเดี่ยวและกดดันมากขึ้น “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศขึ้นชื่อในเรื่องบริการเช่าสุดแปลก ล่าสุด มีบริการให้เช่า “หนุ่มสายโหด” สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้ไม่ตก หลายๆ ภารกิจก็ลุล่วงไปได้ด้วยดีแบบไม่มีความรุนแรง “เซาท์ไชนา มอร์นิง โพสต์” ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสไวรัลในโลกโซเชียลญี่ปุ่นเกี่ยวกับบริการเช่าหนุ่มลุกส์โหดๆ มีรอยสักและแต่งตัวสไตล์น่าเกรงขาม ไปช่วยจัดการธุระส่วนตัวที่ทำคนเดียวได้ยาก หนุ่มสายโหดเหล่านี้ มีความสามารถในการเผชิญหน้าท่ามกลางสถานการณ์อันตราย แต่บริษัทที่ให้บริการยืนยันว่าจะไม่รับจ้างทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือจ้างคนจากแก๊งอันธพาล หากลูกค้าทำสิ่งผิดกฎหมาย พวกเขาก็จะยกเลิกรับงานทันที บริการนี้ได้รับความสนใจหลังจากผู้ใช้โซเชียล @yukitichqn โพสต์หน้าจอเว็บไซต์ https://rental-kowaihito.com/ เมื่อปลายเดือนสิงหาคม จากนั้นก็มียอดคลิ
ย่านนางเลิ้ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นตลาดเก่าแก่กว่าร้อยปีที่ขึ้นชื่อด้านอาหารและขนมไทยแล้ว ยังมีร้านขนมถ้วยชื่อดังที่เป็นเสมือน “หมุดหมาย” ของนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติ นั่นคือ “ขนมถ้วยตะไลมณฑา” ของหวานโบราณรสละมุน ที่สืบทอดสูตรชาววังต้นตำรับ 100 ปี ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทุกเช้าในตลาดนางเลิ้ง ร้านเล็กๆ แห่งนี้จะอบอวลด้วยกลิ่นหอมกะทิสดที่คั้นเอง ผสมความหวานหอมจากน้ำต้มใบเตยตามแบบฉบับสูตรดั้งเดิม เสิร์ฟมาในถ้วยตะไลเรียงราย สวยงามจนผู้ที่ผ่านไปมาต้องหยุดมอง คุณนก-จิราพรรณ คงเทียน ทายาทรุ่น 2 ในฐานะลูกสาวของ คุณมณฑา ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา เล่าว่า เธอขายขนมถ้วยมา 40 กว่าปี ความสำเร็จของขนมถ้วยไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการนึ่งเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่การ “คัดเลือกมะพร้าว” ซึ่งต้อง “ไม่เอือน” หรือมีแต่น้ำไม่มีเนื้อ “ไม่จาว” หรือไม่มีงอกมะพร้าวในลูก และ “ไม่ร้าว” เพราะจะทำขนมให้มีกลิ่นหืน ทุกวันจึงต้องสั่งมะพร้าวสดจากเจ้าประจำในตลาดเทเวศร์ แม้ราคาจะสูงกว่าแหล่งอื่น แต่เพื่อคงคุณภาพและรสชาติ จึงไม่ยอมลดทอนมาตรฐาน ขนมถ้วยตะไลมณฑา จึงยังคงเอกลักษณ์คว
เปิดฉากความยิ่งใหญ่ กับงาน Sustainability Expo (SX 2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจของงานนี้ ที่พลาดไม่ได้คือ โซน SX IDEA LAB Hall 2 กับเวิร์กช็อป “Paper Squishies การทำพวงกุญแจคลายเครียด จากเศษกระดาษ” โดยมี คุณภัทรีดา ประสานทอง นักวาดภาพประกอบที่ชอบกระดาษ เป็นวิทยากร คุณภัทรีดา กล่าวว่า การทำงานฝีมือ เปรียบเหมือนการบิดขี้เกียจทางใจ เช่น การทำพวงกุญแจคลายเครียด ที่จะนำมาสอนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทำกันในวันนี้ โดยมีอุปกรณ์ที่สามารถหาได้จากรอบตัว หาได้จากในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เศษกระดาษสีสันที่ชื่นชอบ ถุงพลาสติกที่สะอาด กรรไกร และกาว ก็สามารถนำมาทำงานฝีมือได้แล้ว เพราะสิ่งสำคัญในการทำงานฝีมือคือการดัดแปลง โดยในครั้งนี้ได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมทำเป็นรูปสัตว์ คุณภัทรีดา แนะนำขั้นตอนการทำ ให้เริ่มต้นพับกระดาษเป็นแนวยาว จากนั้นตัดตามแนวยาว และพับครึ่ง ต่อมานำสติกเกอร์มาติดเป็นลูกตา และตัดกระดาษสีสันอื่นๆ มาแปะให้เป็นหน้าตาของสัตว์ตามจินตนาการ และ
วันที่ 26 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงาน Sustainability Expo (SX 2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน กิจกรรมโซน SX IDEA LAB ในหัวข้อ “การสาธิตทำพวงกุญแจจากเศษผ้า” โดยคุณสุพัตรา แสงกองมี จากกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ จังหวัดบึงกาฬ กิจกรรมนี้เป็นการชวนทุกคนมาปรับตัวเพื่อรับมือความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลง (Adapting to challenges in a changing world) คุณสุพัตรา แสงกองมี กล่าวว่า การทำพวงกุญแจปลาจากเศษผ้า โดยเป็นการหมักผ้าจากโคลนแม่น้ำโขง เป็นการนำวัตถุดิบจากชุมชนมาสร้างคุณค่า เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชน โดยปลาวาฬ เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ซึ่งการนำเศษผ้าที่ใช้งานแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่ทำเป็นพวงกุญแจ อุปกรณ์ ขั้นตอนการทำ โดยวัตถุดิบที่ใช้นำมาจากเปลือกไม้ป่า ได้แก่ สีเทา มาจากต้นผลไม้พันปี แม่น้ำโขง, สีน้ำตาล มาจากชมพู่ป่า และสีเขียว มาจากคราม/กาผุด คุณสุพัตรา กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดนี้เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มอบให้กับเรา การช่วยรักษาต้นไม้เหล่านี้ เป็นการช่วยดูแลรักษาให้มีร่มเงาต่อไป
ซีพีเอฟ ผนึก สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม U Farm x Thai Red Cross วันที่ 25-27 ก.ย. 68 ดึงคุณแอน ทองประสม และหมอแล็บ แพนด้า อินฟลูฯ ดัง ร่วมบริจาคเลือด พร้อมแจกข้าวกล่อง 2 เมนูเด็ดจาก “ตับ” หมูชีวาไก่เบญจา ตรา U Farm เสิร์ฟคุณค่าทางอาหารพร้อมรสชาติแสนอร่อย วันที่ 25 กันยายน 2568 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม U Farm x Thai Red Cross ขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2568 โดยมี คุณศุภรา ศรีบูรณ์ ผู้อำนวยการค้าธุรกิจในประเทศ ซีพีเอฟ และคณะ พร้อมด้วย คุณจิราพร ศรีสอ้าน ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สภากาชาดไทย คุณปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กรศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ดาราและผู้จัดชื่อดังอย่าง คุณแอน ทองประสม และคุณภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือหมอแล็บ แพนด้า KOL และพนักงานซีพีเอฟเข้าร่วม คุณศุภรา กล่าวว่า แคมเปญ U Farm x Thai Red Cross เกิดจากนโยบายซีพีเอฟที่มุ่งชูจุดเด่นของ “นวัตกรรมอาหารเป็นยา” โดยมีผลิตภัณฑ์ U Farm ที่มีมาตรฐานปลอดสาร ปลอดภัย ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู จึงมั
มหาวิทยาลัยรังสิต นำโดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตระหนักถึงศักยภาพและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย แม้เกษตรกรจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ อาทิ ปัญหาความยากจน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา จึงริเริ่ม “โครงการบุญตะวัน” ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ถือเป็นต้นแบบใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความมั่นคงในอาชีพ โดย โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือจาก คณะเทคโนโลยีอาหาร ที่เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การวางกลยุทธ์ทางการตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างประสบการณ์ตรง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.วราพร ลักษณลม้าย คณบดีคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การเลือก
สถานการณ์ความไม่สงบทั้งในระดับโลกและภูมิภาค ทำให้หลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและอีกหลายชาติในยุโรป เร่งเตรียมระบบการแพทย์เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน ขณะที่ประเทศไทยเอง ก็มีความไม่ปกติในพื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก จึงถึงเวลาที่ต้องเสริมความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์จากภูมิปัญญาและสมุนไพรไทย เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้หารือร่วมกับ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเน้น การห้ามเลือดและการบรรเทาปวด ทั้งนี้ ทีมวิจัย ม.อ. เคยได้รับ รางวัลดีเด่นอันดับ 1 จากโครงการพัฒนา “ไมโครแคปซูลควบคุมการปลดปล่อยสารแคนนาบิมิเมติกส์และฟลาโวนอยด์” เพื่อหยุดเลือดและระงับปวด ในกิจกรรม วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2568 และมีแผนต่อยอดสู่ แผ่นแปะห้ามเลือดผสมสารสกัดกัญชงและสาบเสือ ซึ่งสารสกัดกัญชงมีส่วนช่วยสมานแผล โดยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้น Fibroblast และ Collagen จึงช่
