เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ห้างเซ็นทรัล ผนึกกำลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่กว่า 72 แบรนด์ จัดแคมเปญ “Shop & Win” ที่สุดแห่งปี แจกสนั่นกว่า 30,000 รางวัล รวมมูลค่ากว่าหลายสิบล้านบาท เอาใจนักช้อปทั่วโลก ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลัง 72 พันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์เหนือระดับ จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “Shop & Win” เพื่อส่งมอบความสุขให้นักช้อปจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงลูกค้าต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ผ่านของรางวัลกว่า 30,000 รายการ พร้อมต้อนรับฤดูกาลการท่องเที่ยวไตรมาส 3-4 ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ถึง 8 ตุลาคม 2568 โดยแคมเปญ “Shop & Win” ที่จัดขึ้นโดยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและกลุ่มพันธมิตรในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมพลังให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี ผ่านการส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและส่งมอบความสุขให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยวป
เคทีซี เผยพฤติกรรมการใช้จ่ายหมวดแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะนิทรรศการคาแร็กเตอร์เฉพาะกลุ่มและประสบการณ์แบบแฟนด้อมที่ได้รับความนิยมสูง สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Emotional Value หรือการใช้จ่ายเพื่อซื้อความรู้สึกและความทรงจำ แทนการครอบครองสิ่งของ เพื่อเดินหน้ากลยุทธ์สร้าง เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ (Experience Economy) เคทีซีจึงได้จับมือคลูก (Klook) ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวชั้นนำ มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก พร้อมพาแฟนอนิเมะย้อนรอยตำนาน “Dragon Ball” ผ่านนิทรรศการระดับเอเชีย Dragon Ball Heroes Rise : Asia Tour Exhibition นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียล กำลังเปลี่ยนจากการซื้อสิ่งของ มาเป็นการลงทุนกับประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน เชื่อมโยงกับคนที่มีความชอบเหมือนกัน และสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าทางใจ สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก KTC ไฮไลต์ในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกิจกรรมอินเตอร์แอ๊กทีฟ เช่น การจำลองฉากดังจากโลก Dragon Ball
นาราไทย คูซีน ร้านอาหารไทยระดับพรีเมียม สร้างปรากฏการณ์สำรับไทยแห่งฤดูกาล ผ่านแคมเปญ “THE CULINARY EXPERIENCE OF THAI SEASONAL SAMRAB” ร่วมกับ เชฟเบนซ์ อัครเดช เตชะเกสรี จากร้าน Seasoning 36 เชฟรุ่นใหม่ที่มีฝีมือด้านอาหารไทยดีไซน์เก๋ ร่วมปรุงเมนูสุดพิเศษ รังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบหายากจากทั่วภูมิภาคของไทย พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่เติมเต็มความทรงจำมื้อพิเศษ นำเสนออาหารในรูปแบบ “สำรับ” กับข้าวหลากหลายประเภท ครบรสทุกมิติ ยูกิ ศรีกาญจนา ผู้บริหารนารากรุ๊ป กล่าวว่า เป็นโอกาสดีในการได้ร่วมงานกับเชฟรุ่นใหม่มากฝีมือ เพื่อสร้างสรรค์อาหารจานใหม่ที่มีรสชาติถูกปากนักชิมหลากหลายกลุ่ม โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสำรับอาหารไทยโบราณไว้ ผสมผสานกับการนำเสนอนวัตกรรมอาหารผ่านเมนูใหม่ โดยเชฟคนดังในยุคปัจจุบัน เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าเป็นพิเศษ ‘สำรับแห่งฤดูกาล’ ประกอบด้วยกับข้าว 12 รายการ คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ได้แก่ เมี่ยงปลามง สลัดกะหล่ำดาวคอหมูย่าง น้ำพริกกุ้งผัดพริกไทยอ่อน ยำกุ้งลายเสือย่างส้มซ่า ต้มโคล้งปลากุดสลาดย่าง แกงปูใบชะอม ซุปสวรรค์ บวบผัดแหนมและไข่ข้นสองสหาย พอร์คช
การเติบโตของ SMEs ไทย ยุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการฟังเสียงของลูกค้า การมองเห็นปัญหา เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน เช่นเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ MIZUMI SME ไทยยืนหนึ่งเรื่องการเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่เริ่มต้นจาก “ปัญหาเล็กๆ ส่วนตัว” จนในวันนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีบนเชลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น ที่มุ่งสนับสนุน SMEs ไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกันและต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ จุดเริ่มต้นของแบรนด์ MIZUMI ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 คุณวริษฐา สืบพันธ์วงษ์ CEO&Founder บริษัท มิซึฮาดะ กรุ๊ป จำกัด อายุเพียง 26 ปี ตอนนั้นเธอมีปัญหามีผิวแพ้ง่ายมาก แพ้กันแดดแทบทุกยี่ห้อในท้องตลาด มองไม่เห็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนผิวแพ้ง่ายในตลาดกันแดด จึงตัดสินใจพัฒนาสูตรเอง โดยใช้เวลาเกือบ 2 ปี ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต พัฒนาสูตรที่ทั้งอ่อนโยนและปกป้องได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมส่งตรวจสอบและทดสอบความปลอดภัยในระดับสากล จนออกมาเป็น กันแดดหลอดฟ้า-ฮีโร่ของแบรนด์ หรือ&
TikTok Shop โซลูชันอีคอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มความบันเทิงระดับโลก ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับประเทศ #TikTokShopThaiRisers ฉลอง 50 แบรนด์ไทย ที่มีผลประกอบการโดดเด่น เล่าเรื่องสินค้าและแบรนด์ได้อย่างสร้างสรรค์ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชนและคืนกำไรให้สังคมไปพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของภาคอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย หัวใจของแคมเปญนี้คือการสปอตไลต์แบรนด์ไทย ที่ไม่เพียงสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าทึ่ง แต่ยังสามารถเปลี่ยนสินค้าให้กลายเป็นกระแสไวรัลที่ทุกคนต้องพูดถึง และที่สำคัญคือ เมื่อเติบโตแล้วก็ไม่ลืมที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกคืนสู่สังคม ตั้งแต่การสร้างอาชีพให้คนในชุมชน ไปจนถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ฯลฯ และเพื่อนำเรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้มาให้ทุกคนได้รู้ TikTok Shop จึงได้เปิดตัว ‘ThaiRisers Hub’ ขึ้นเป็นครั้งแรก นี่คือพื้นที่พิเศษบนแอปพลิเคชันที่จะเป็นเวทีให้แบรนด์เหล่านี้ได้เฉิดฉาย เพิ่มการมองเห็น สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ซื้อโดยตรง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นางสาวกรณิการ์ นิวัติศัยวงศ์, Head of FMCG, E-Commerce, TikTok Shop
ถ้าจะบอกว่าของเล่นกล่องสุ่มตัวไหนฮอตที่สุดในนาทีนี้ คงไม่มีใครไม่นึกถึง ลาบูบู้ (Labubu) เจ้าเอลฟ์ตัวจิ๋วที่มาพร้อมรอยยิ้มสุดกวนและหูแหลมที่ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก ปรากฏการณ์ของลาบูบู้ไม่ได้อยู่แค่ในโลกออนไลน์ เพราะเราได้เห็นภาพผู้คนทั่วโลกยอมยืนต่อแถวเป็นชั่วโมง เพียงเพื่อจะได้ลุ้นว่าจะได้เจ้าลาบูบู้ตัวที่อยากได้มาครอบครองหรือไม่ ยิ่งเมื่อเหล่าซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิซ่า Blackpink, รีฮันนา และ คิม คาร์เดเชียน พากันอวดน้องลาบูบู้บนโซเชียล ยิ่งทำให้กระแสพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ จากของเล่นธรรมดา สู่ปรากฏการณ์ระดับโลกที่เขย่าวงการธุรกิจอย่างแท้จริง และด้วยพลังจากความฮอตที่ว่านี้เอง Pop Mart บริษัทผู้ผลิตของเล่นชื่อดัง ประกาศเตรียมเปิดตัวตุ๊กตา “ลาบูบู้” (Labubu) เวอร์ชันมินิในสัปดาห์หน้า โดยหวังจะใช้ตุ๊กตาจิ๋วนี้บุกตลาดโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำยอดขายทั่วโลกในปี 2025 ให้ได้ถึง 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากสถิติเดิม Pop Mart ประกาศความมั่นใจว่าจะสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากสถิติสูงสุดในปี 2024 หลังจากเตรียมเปิดตัวตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) เวอร์ชันมินิ เพื่อต่อยอ
LONARK “เซรั่มที่อั้มเลือก” ผลตอบรับดี เผย ไตรมาส 2 สามารถส่งสินค้าเข้าสู่ Modern Trade แบรนด์ดังตอบรับมากกว่า 4 แบรนด์ เชื่อมั่นสินค้ามีจุดแข็ง ตอบโจทย์ผู้บริโภค ในการตัดสินใจเลือกซื้อ “รู้จัก เปิดใจ ลองใช้ เลือกซื้อ” ผลิตภัณฑ์เซรั่ม LONARK LE BLANC RADIANCE SERUM ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกพื้นที่ ให้ผลการตอบรับ “เซรั่ม LONARK กลิ่นหอม สินค้าคุณภาพ ประสิทธิภาพหลังการใช้ดี” LONARK เซรั่มสูตรพรีเมียม 100% ผลิตจากประเทศเกาหลีใต้ ทำการเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกในวันที่ 5.5.2568 เปิดตัวแบรนด์เป็นครั้งแรกของปี 68 ที่ผ่านมานั้น ตอนนี้สินค้าหลักคือ ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้า LONARK LE BLANC RADIENCE SERUM โดยมีการวางจำหน่ายใน Tops ทุกสาขาทั่วประเทศ Tops เป็นห้างแรกที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ เนื่องจากแบรนด์ทำการตลาด สร้างการรับรู้ผ่านพรีเซนเตอร์ซุป’ตาร์อันดับ 1 ของประเทศ “คุณอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ส่งผลกระตุ้นตลาดในด้าน BRAND IMAGE มาพร้อม AWARENESS เป้าหมาย สินค้ามีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ เลือกพรีเซนเตอร์ระดับตัวแม่แห่งวงการบันเทิงใช้จริง เกิดการมองเห็น รู้จัก เปิดใจ ลองใช้ เลือกซื้อ คือกลยุท
Passion ที่อยากให้ทุกคนมี Happiness Every Day ที่กลายมาเป็นพลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นท็อปปิ้งสุดยูนีกอย่าง ‘ไข่มุกโมจิ’ ที่ BEARHOUSE คิดค้นขึ้นด้วยความตั้งใจให้ทุกคนได้กินของอร่อยทุกวัน เพื่อส่งต่อความสุขไปทั่วประเทศ และในฐานะแบรนด์ของคนไทย BEARHOUSE มี Passion ที่อยากจะขยายความสุขนี้ไปต่างประเทศ ผ่านประสบการณ์เล็กๆ ในแต่ละแก้ว คุณซารต์–ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์–อรรถกร รัตนารมย์ สองผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท 21 Sunpassion ได้ถ่ายทอดถึงที่มาว่ามาจาก Passion ทั้ง 21 อย่างที่คุณซารต์มี และ BEARHOUSE ก็คือหนึ่งในนั้น แบรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อเป็นธุรกิจ แต่เกิดจากความตั้งใจจริงที่จะมอบความสุขในทุกๆ วัน ผ่านชานมไข่มุกโมจิที่เต็มไปด้วยความรัก และเพื่อส่งต่อ Passion พร้อมความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกคน “21st Passion Day”จากจุดเริ่มต้นนี้เอง จึงเกิดเป็นกิจกรรม “21st Passion Day” ในทุกๆ วันที่ 21 ของเดือน วันที่ BEARHOUSE อยากส่งต่อแรงใจ เติมไฟในการทำตาม Passion ของตัวเองในทุกๆ วัน และเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ทาง BEARHOU
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ เข้าร่วมการเสวนาคุยเฟื่องเรื่องวิศวกรรมกับสภาวิศวกร ในหัวข้อ “Technology and Innovation Policy for New S-Curve Industry” จัดโดย สภาวิศวกร มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานคณะ S-Curve Smart City and Artificial Intelligence สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ อนุกรรมการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ดร.สุรชัย เปิดเผยว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ยังต้องยึดกรอบ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (12 S-Curve) แต่ต้องปรับตัวตามพลวัตโลก โดย สอวช. มีหน้าที่ทำนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โดยการนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มคุณค่าด้านสุขภาพควบคู่กับรสชาติ เพื่อเจาะตลาดโลก ขณะที่ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ ไทย อาจไม่สามารถแข่งขันได้ในทุกขั้นตอน แต่สามารถพัฒนาแบตเตอรี่แพ็ก
คุณธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกุ้ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยน เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งมายาวนานกว่า 40 ปี และเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับโลก โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและส่งออกอาหารทะเลแปรรูปมาต่อยอด สร้างแบรนด์ “คิวเฟรช” ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่อร่อย มีคุณภาพ และเข้าถึงได้ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภค ได้เห็นโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถการแข่งขันของแบรนด์ในระยะยาว โดยในปี 2567 พอร์ตธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งภายใต้กลุ่มไทยยูเนี่ยนนั้นประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กุ้ง (สัดส่วน 59%) แซลมอนและปลากะพง (สัดส่วน 21%) อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งพร้อมทาน (สัดส่วน 18%) และซีฟู้ดสแน็ก (สัดส่วน 2%) ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบรับจ้างผลิต (Private Label) และภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองอย่าง คิวเฟรช ปัจจุบันธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งในประเทศไทยมีการเติบโตต่อเนื่องและมีฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจค้
