เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดเล็กๆ อีกต่อไป แต่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดในยุคนี้ ด้วยมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านบาทต่อปี ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ไปรษณีย์ไทย ได้ร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” เพื่อแก้ปัญหาให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องเดินทางมารับยาสำหรับสัตว์ป่วยเรื้อรังทุกเดือน โดยโครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดภาระทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School มองว่า หากถอดรหัสโครงการนี้จะพบว่า นี่ไม่ใช่แค่การทำในสิ่งที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในหลากหลายมิติ ซึ่งรายละเอียดการวิเคราะห์ได้มาจากการบรรยายในรายการ biz genius ทางช่องยูทูบ Chula Radio Plus “สัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย X ไปรษณีย์ไทย” กับกลยุทธ์ Co-Branding เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้น ลองมองถึงเหตุผลว่าทำไม 2 หน่วยงานจึงมีความเห็นตรงกันที่จะทำเรื่องนี้ คำตอบคือ การที่แบรนด์จะมาร่วมมือกั
บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด คว้ารางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 สาขา Inspirational Brand Award บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตยาดมสมุนไพร “หงส์ไทย” ประกาศความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 ในสาขา Inspirational Brand Award หรือรางวัล “แบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ” ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์สมุนไพรไทยที่ก้าวสู่ระดับสากล สำหรับพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 Thailand Awards Ceremony & Gala Dinner ณ แอทธินี คริสตัล ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชัวรี คอลเลคชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม รางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดโดย Enterprise Asia องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรางวัล Inspirational Brand Award มอบให้แก่แบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจต่อสังคมผ่านการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน นวัตกรรมที่ต่อเนื่อง และความเป็นผู้นำที่แท้จร
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “เงิน” เป็นปัจจัยหลักของร้านอาหาร ทำร้านอาหารก็เพราะอยากได้เงิน แต่จะได้เงินคนอื่นเขามาต้องออกเงินตัวเองไปก่อน การทำร้านอาหารไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จึงต้องมีแผนธุรกิจ อย่าใช้ตำรา “เข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา” เพราะไปๆ มาๆ มันควักวุ่นวายซ้ายขวาไปหมด ยิ่งเป็นคนที่มีหลายกิจการต้องใช้จ่ายเสมอ เอาอันโน้นไปใส่อันนี้ เอาอันนี้ไปใส่อันนั้น เลยไม่รู้ว่าอันไหนกำไรขาดทุนยังไง แผนธุรกิจเล็กๆ แค่ตั้งไว้ในใจว่า จะเปิดร้านอาหารหรือแค่แผงลอยจะใช้เงินทุนสักเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ถึงจะคืนทุนหรือมีกำไร “อย่าลงทุนเกินตัว” “อย่าจมไม่ลง” และรู้จักคำว่า “ประหยัด” อะไรที่เราทำเองได้จงทำ อะไรที่ทำไม่ได้ ต้องเสาะแสวงหาแหล่งที่ให้ข้อเสนอดีที่สุดก่อน คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ถ้าได้จ่ายน้อยแต่ได้ประโยชน์สูงยิ่งดี ตัวอย่างของการใช้จ่ายเกินตัว เกินงบประมาณ จมไม่ลง ไม่รู้จักประหยัดมีเยอะ เพื่อนผมคนหนึ่งก่อนเปิดร้านให้คนครัวทำอาหาร ทดลองอาหาร ชิม เบ็ดเสร็จกว่าจะทดลองเสร็จหมดไป 30,000 บาท ผมรู้เข้าต้องอ้าปากค้าง “หา!” อุแม่เจ้ารายการอาห
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 55 ภายใต้ธีม “ผู้นำซอฟต์พาวเวอร์ไทย ร้อยใจเพื่อแผ่นดิน” นำคณะผู้เข้าร่วม “นุ่งซิ่น กินทุเรียน” พร้อมเรียนรู้คุณค่าแห่งผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล และวิถีชีวิตชุมชน พร้อมทั้งสืบสานแนวทางศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องในโอกาสมหามงคลเดือนสิงหาคม อันเป็นเดือนแห่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงในการฟื้นฟูและส่งเสริม “ผ้าไทย” ให้เป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกยอมรับในฐานะ Soft Power ของชาติ การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงศาสตร์พระราชาเข้ากับการสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างความตระหนักถึงพลังของภูมิปัญญาไทยที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไฮไลต์หลักของการจัดโครงการในครั้งนี้ อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองที่สืบทอดมากว่าร้อยปี รวบรวมผ้าซิ่นโบราณล้ำค่าและเรื่องราวการสร้างสรรค์ลวดลายอันประณีต สะท้อนเอก
เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม โดย พลตำรวจเอก พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ประธานมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมตอกย้ำความสำคัญของการตอบแทนสังคมและพันธกิจด้าน ESG มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล มอบเงินสนับสนุนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนอย่างต่อเนื่อง นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการสนับสนุนว่า เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ควบคู่ไปกับนโยบายการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) โดยเฉพาะในมิติ Social (S) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสในสังคม ผ่านการสนับสนุนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ประจำปี 2568 รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,634,654.33 บาท ประกอบด้วย 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1. โครงการสนับสนุนทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 20 ทุน ทุนละ 34,200 บาท รวมเป็นเงิน 684,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสและการเข้าถึงทางการศึกษาใ
“เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์” เปิดเบื้องหลัง “ความเฉพาะทางที่ครบวงจร” เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่แตกต่าง ในยุคที่ปัญหาโรคกระดูกสันหลังและข้อพบได้บ่อยขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อุบัติเหตุ หรือภาวะเสื่อมตามอายุ การตัดสินใจเลือกสถานพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ป่วยและครอบครัวจำนวนไม่น้อย มักตั้งคำถามว่า “เราควรไปรักษาที่ไหนดีจึงจะปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด?” โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ คือหนึ่งในโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จุดเด่นของโรงพยาบาลนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การมี “หมอเก่ง” แต่คือการผสานทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “ความเฉพาะทางที่ครบวงจร” นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล อธิบายให้เห็นภาพว่า การรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อ เปรียบได้กับการสร้างบ้าน “หมอเก่งเปรียบเสมือนสถาปนิกและวิศวกร คอยออกแบบโครงสร้างให้มั่นคง แต่ถ้าไม่มีช่างก่อสร้างที่มีฝีมือ และไม่มีเครื่องมือก่อสร้างที่พร้อม บ้านก็ไม่อาจแข็งแรงได้” แล
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ คัดสรรสิทธิพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลายให้ตอบโจทย์ทุกช่วงอายุตอบรับทุก Lifestyle ล่าสุดจัดกิจกรรม “Muang Thai Smile Exclusive Fine Dining at Cross” หนึ่งในร้านอาหารที่ได้รับความนิยมและมาแรงมากในปีนี้ การันตีรางวัล Tatler Best 20 Restaurant 2025 บรรยากาศในวันงานเต็มไปด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยนางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ เชฟกุณ-กุณฑิกา ปลื้มธีรวงศ์ เจ้าของร้าน Cross ผู้รังสรรค์ประสบการณ์ Fine Dining อาหารจีนสไตล์ฝรั่งเศสกับ 10 เมนูคอร์สพิเศษ ให้สมาชิกฯ ได้ลิ้มรสอย่างเต็มอิ่มตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม เริ่มต้นคอร์สด้วยการเสิร์ฟ Welcome Drink ชาดอกเก๊กฮวย จากเทือกเขาคุนหลุน ประเทศจีน ต่อด้วยออเดิร์ฟ ที่ไม่ธรรมดาอย่าง ไข่ตุ๋นหอยเชลล์ เผือกทอดไส้หมู Iberico ซอส X.O. พร้อมพาสมาชิกฯ เข้าสู่จานหลักวัตถุดิบพรีเมียมกับเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ทุกจาน อาทิ สลัดปูม้าเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งและคาเวียร์ ตับห่านซอสเปรี้ยวหวาน ซุปไก่กระเพาะปลาสด กุ้งล็อบสเตอร์ ซอส Bisque ปลาเต๋าเต้ยต้มบ๊วย เส้นคาเปล
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ยกระดับบทบาทขับเคลื่อน Soft Power ไทย ใน 4 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ ดนตรี หนังสือ แฟชั่น และ Wellness พร้อมใช้เครื่องมือจัดการความรู้และเครือข่ายพันธมิตรรอบด้าน สร้างผลกระทบเชิงระบบและเชื่อมต่อสู่ระดับสากล ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า ในปี 2568 OKMD เริ่มขับเคลื่อน Soft Power ด้านดนตรีและหนังสือ โดยดำเนินโครงการ Talent Everywhere ครอบคลุม 10 พื้นที่ บ่มเพาะเยาวชนกว่า 1,500 คน พร้อมจัดทำหลักสูตรออนไลน์ ‘The Artist’s Journey’ เข้าถึงได้ผ่าน OFOS Portal ด้านหนังสือมีโครงการ One Book One City ผลิตนิทานภาพท้องถิ่น 3,000 เล่ม เทศกาล TK Book Fair ในสนามกีฬาในร่ม อบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมหนังสือ 6 หลักสูตร และสร้างสื่อความรู้ The KOMMON และ OKMDV สำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า สำหรับ แผนดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 OKMD จะขยายผลสู่ 4 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพเชิงลึก ได้แก่ 1. ดนตรี จะพัฒนา 4 หลักสู
ห้างเซ็นทรัล และ Central App ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โดย คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เตรียมจัดงานใหญ่สุดฮอตให้สายช้อปทั่วประเทศ รับดีลดีแบบไม่ต้องลุ้นดวง ในเทศกาลช้อปเลขเบิ้ล 9.9 ที่ทุกคนรอคอย กับ “CENTRAL 9.9 SALE 2025” ภายใต้แนวคิด “BEST DEALS REQUIRE NO LUCK” ดีลดี ไม่พึ่งดวง เริ่ม 2-11 ก.ย. 68 ชูกิมมิกเด็ด อาทิ “CENTRAL 9.9 SALE 2025” จัดเต็มทุกหมวดสินค้า ทั้งบิวตี้ แฟชั่น แกดเจ็ต และอีกมากมาย มอบดีลพิเศษลดสูงสุดถึง 70% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% รับคูปองส่วนลด 150 บาท เมื่อแลกคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน The1 (เดอะวัน) จำนวน 999 คะแนน (จำนวนจำกัด) หรือช้อปออนไลน์ ผ่าน Central App แจก Mega Code รับส่วนลด 15% สูงสุด 600 บาท, รับส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข พร้อมส่วนลดเพิ่มเติมจากบัตรเครดิตชั้นนำอีกมากมาย คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ดับเบิ้ลดิจิตเป็นแคมเปญฮิตที่นักช้อปเฝ้ารอทั่วประเทศ สร้างยอดขายได้อย่างน่าพอ
บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรนำร่องที่เข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)” จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (ECEE) ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย S&P เป็น 1 ใน 22 องค์กรนำร่องที่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย และแผนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยมี คุณณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) เมื่อเร็วๆ นี้ S&P เชื่อว่าการยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธี SBTi รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถบรรลุเป้าห
