แปรรูปสินค้าเกษตร
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ในปี 2512 และเริ่มต้นโครงการหลวง เพื่อช่วยชาวเขาได้ปลูกพืชที่มีประโยชน์ทดแทนการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ช่วยรักษาป่าไม้และผืนดิน ทำให้มีอาชีพยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านมาถึงปัจจุบัน เป้าหมายของโครงการหลวงยังคงมุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ควบคู่การให้ความรู้ในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพผลผลิตจากแปลงเกษตรกรสู่มาตรฐานสากล เน้นผลผลิตที่มีคุณภาพดี อร่อย เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยปี 2559 มีพื้นที่ส่งเสริมรวม 351.32 ไร่ จำนวน 210 แปลง และมีเกษตรกรเข้าร่วม 183,744 คนใน 42,742 ครัวเรือน หรือ 264 หมู่บ้าน ปีนี้ “โครงการหลวง” ยังขยายศูนย์พัฒนาแห่งใหม่ “โครงการหลวงเลอตอ” ต.แม่ตื่น อ.แม่ละมาด จ.ตาก จากที่มี 38 แห่งในพื้นที่ดำเนินงาน 5 จังหวัดภาคเหนือที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน และพะเยา ปัจจุบันมีผลผลิตหลากหลาย ทั้งผัก ผลไม้ สมุนไพร ดอกไม้ เห็ด พืชเครื่องดื่มป
ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่บ้านร่องกล้า หมู่ที่ 10 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผลผลิตกะหล่ำปลี หรือผักกาดขาว ของบ้านร่องกล้ากำลังออกสู่ตลาด โดยเกษตรกรต่างตัดบรรทุกใส่รถกระบะ จากไร่ส่งขายให้กับตลาดผัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงแม้ว่าราคาจะไม่สูงมากนัก แต่เกษตรกรยังคงใช้พื้นที่จัดสรรของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเพาะปลูกกะหล่ำปลี และลุ้ย กันหลายพันไร่ นายพิพัฒน์ แซ่หยาง อายุ 33 ปี เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง กล่าวว่า ช่วงนี้กะหล่ำปลีที่ปลูกในพื้นที่กำลังได้เวลาเก็บเกี่ยว ไม่ต่ำกว่า 100 ตัน บางรายก็มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ โดยราคากะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 7-10 บาท ส่วนตลาดทั่วไปอยู่ที่ 20-25 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนผักของตนที่ปลูกไว้ 7 ไร่ เป็นผักกาดขาว คาดว่าจะตัดส่งขายได้ 5-7 ตัน สำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จะปลูกกะหล่ำปลีได้ถึง 3 รุ่น ถือเป็นพืชเศรษฐกิจของชาวบ้านร่องกล้า ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองแห่งชาติ เปิดเผยในงานเสวนา “ปลดล็อกแก้ปัญหาราคาข้าวอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ต่อมาถูกดึงไปเป็นพืชการเมือง ทำให้ดึงกลับมาเป็นพืชเศรษฐกิจอีกครั้งค่อนข้างยาก ประเทศผู้ผลิตที่สำคัญคือ ไทยและเวียดนาม อีกกลุ่มคือ อินเดียและปากีสถาน 2 กลุ่มนี้มีข้าวส่วนเกินจากที่บริโภคภายในประเทศ 25 ล้านตันข้าวสารต่อปีที่จะต้องส่งออก การแข่งขันจึงรุนแรงมากขึ้น เวียดนามกับอินเดียสามารถผลิตข้าวได้ในราคาต้นทุนต่ำ ส่วนประเทศที่ขาดแคลนจะอยู่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ประมาณ 7 ล้านตันข้าวสารต่อปี ตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดของอินเดียที่บริโภคข้าวบาสมาติ ตลาดเอเชียมีฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่เวียดนามครองตลาด ช่วงที่ผ่านมา ข้าว 5%, 15% มีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก ข้าวหอมมะลิของไทยที่เป็นข้าวพรีเมี่ยม ก็ถูกเวียดนามกับกัมพูชาตีตลาด ตลาดนี้มีประมาณ 3.5 ล้านตันข้าวสาร ไทยส่งออก 2 ล้านตัน เวียดนาม 1.2 ล้านตัน และกัมพูชา 2-3 แสนตัน เวียดนามส่งออกข้าวหอมมากเพราะบริโภคภายในน้อย ไทยจึงถูกแ
นายปรัชญา ดิลกสัตยา นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งขยายตลาดข้าวสารของสหกรณ์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยให้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เปิดพื้นที่ เพื่อเป็นจุดจำหน่ายข้าวหอมมะลิของสหกรณ์ หรือสั่งซื้อข้าวสารของสหกรณ์เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการระบายผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลผลิต ปี 2559/60 ซึ่งกำลังทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตและจะมีปริมาณข้าวเปลือกออกมามากในช่วงเดือนพฤศจิกายน นั้น สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ได้สนองนโยบายดังกล่าวโดยการประสาน ความร่วมมือกับขบวนการสหกรณ์ในกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นเครือข่ายในการกระจายข้าวสารของของสหกรณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับสมาชิกและประชาชนที่สนใจ ซึ่งข้าวสาร ที่จะนำมาจำหน่ายให้กับสหกรณ์ในเขตกรุงเทพมหานคร จะเน้นข้าวหอมมะลิ 100% บรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ขณะนี้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์แท็กซี่ สหกรณ์เคหสถานและร้านค้าสหกรณ์ที่แจ้งความประสงค์จะสั่งซื้อข้าวส
“ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์” นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดใจถึงเคสส่งออกหรือโรงสีกดดันราคาข้าว โดยสะท้อนภาพตลาดส่งออกที่อึมครึมจนส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวล่วงหน้าลดลงอย่างหนัก – ผู้ส่งออกกดราคารับซื้อข้าวจากโรงสี เราถูกกล่าวหาว่ากดราคา เพราะแจ้งราคาส่งออก 2-3 เดือนล่วงหน้า ดูจากแนวโน้มตลาดฟิวเจอร์ต้องขายลง ถ้าไม่ขายเท่ากับปล่อยให้เพื่อนบ้านขาย เพราะเรามีสต๊อกต้องบริหารจัดการอีก 8-9 ล้านตัน มีข้าวใหม่ต้องส่งออก 20 ล้านตัน ถ้าไม่เล่นราคาจะทำอย่างไร เราไม่ได้ว่า หากรัฐบาลจะไปช่วยเหลือชาวนาทำไป แต่การขายปล่อยเป็นหน้าที่เราทำ ขายล่วงหน้าไปเราเสี่ยงเอง รัฐบาลไม่ได้ขาดทุน แต่ผู้ส่งออกขาดทุน ถ้าไม่ขายจะรอข้าวปีหน้าออกมาอีก 10 ล้านตัน คาดการณ์ปริมาณผลผลิตครบวงจร ตกลงกันว่าจะลดการปลูกข้าวให้เหลือ 25-27 ล้านตันข้าวเปลือก แต่เอาเข้าจริง ๆ เดือนตุลาคม-ธันวาคม ออกมา 25 ล้านตันข้าวเปลือก ยังไม่รวมนาปรังจะออกเดือนกรกฎาคม 2560 อีก 6 ล้านตัน ควบคุมอะไรไม่ได้ แล้วจะมาเบลมเรา ซัพพลายออกมาเยอะ ตลาดฟิลิปปินส์ ที่คิดว่าจะซื้อ 2.5 แสนตันก็ไม่ซื้อ อินโดนีเซียอีก 5 แสนตันก็ไม่ซื้อ เพราะปัจจัยภาย
นอกจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งในภาคการผลิต ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ รู้จักแปรรูปผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้มีงานมีรายได้เลี้ยงชีพอย่างมั่นคง พระองค์ยังทรงเห็นความสำคัญของการมีช่องทางขายสินค้า ที่จะช่วยส่งต่อพืชผล-ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหล่านั้นไปยังผู้บริโภคในรูปแบบที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย จึงเป็นที่มาที่พระองค์ท่านได้ทรงร่วมกับเอกชนพัฒนาร้านค้าปลีกเพื่อคนไทยภายใต้ชื่อ “โกลเด้น เพลซ” (Golden Place) ดำเนินงานโดยบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ให้เป็นต้นแบบการจัดการร้านค้าปลีกที่มีสินค้าคุณภาพหลากหลาย ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าดีในราคายุติธรรม ขณะที่ผู้ผลิตก็ขายสินค้าได้โดยไม่ขาดทุน ซูเปอร์มาร์เก็ตในโครงการส่วนพระองค์ สาขาแรกจึงเกิดขึ้นบนพื้นที่กว่า 400 ตารางเมตร ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (สาขาพระราม 9) เป็นช่องทางจำหน่ายอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค รวบรวมผลิตภัณฑ์จากโครงการตามพระราชดำริ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา สินค้าเด่น อาทิ ข้าวโพดหวานสองสี นมยูเอชที
ธนาคารกรุงไทยร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา เตรียมเปิดพื้นที่สำนักงานใหญ่และสาขาให้ชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค นำร่องเปิดขายข้าวแล้วที่สาขารังสิตคลอง 4 และสาขาในจังหวัดขอนแก่น พร้อมรณรงค์ให้พนักงานทั่วประเทศกว่า 24,000 คน ซื้อข้าวสารกับชาวนา และธนาคารยังจัดซื้อข้าวสารมอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าอีกด้วย นางศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ธนาคารกรุงไทยเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว และได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา โดยเตรียมเปิดพื้นที่สำนักงานใหญ่ รวมทั้งสาขาที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม เพื่อให้ชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ระบายข้าวสารออกสู่ตลาดได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น “ธนาคารได้ประสานกับเครือข่ายเกษตรกรโดยตรง และสั่งซื้อข้าวจากบริษัท ไทยธุรกิจการเกษตร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.
จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการส่งเสริมระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่มุ่งปรับเปลี่ยนระบบการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรรายย่อย มาสู่การรวมกลุ่มที่สามารถใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกลมาช่วยในการผลิต เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น มีความสามารถในการจัดการการผลิตผลผลิตอย่างมืออาชีพ ทำให้คุณภาพสินค้าได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน สามารถเข้าถึงการตลาดและมีอำนาจต่อรองทางการตลาดสูงขึ้น ทั้งนี้ คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวถึงการส่งเสริมการทำนาแปลงใหญ่ ภายใต้โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต ที่กรมการข้าวดำเนินการว่า การส่งเสริมนาแปลงใหญ่ของกรมการข้าว ได้เน้นดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใน 4 ด้าน ประกอบด้วย ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการผลิตข้าวของชุมชนแบบครบวงจร และการเชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ สหกรณ์การเกษตร เพื่อให้ชาวนาจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม “ในด้านการลดต้นทุน กรมการข้าวเน้นให้มีการลดปัจจัยการผลิตและเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตให้เหมาะสม โดยเฉพาะลดการใช้เม
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ข้าวเปลือกราคาตกต่ำ และมีปริมาณข้าวเปลือกชุดใหม่ออกสู่ตลาดภายในเวลาเดียวกันจำนวนมาก ส่งผลให้ชาวนาไทยทั่วประเทศประสบปัญหาเดือดร้อนนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาไทย โดยผนึกกำลังบริษัทในเครือฯ เพื่อร่วมกันช่วยเร่งระบายข้าวเปลือกใหม่ ซึ่งขณะนี้มีนโยบายให้ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจข้าวในเครือฯ เร่งรับซื้อข้าวเร็วขึ้นจากฤดูกาลเดิม เพื่อช่วยระบายผลผลิตข้าวเปลือกในระบบตลาด พร้อมเปิดจุดรับซื้อข้าวตรงจากชาวนารวม 18 จุดทั่วประเทศ เพื่อนำข้าวเปลือกที่รับซื้อดังกล่าวมาดำเนินโครงการ ภายใต้แบรนด์ “ข้าวชาวนาไทย” โดยจะจำหน่ายในราคาต้นทุน นอกจากนี้ บริษัทในเครือฯ ทั้ง เซเว่นอีเลฟเว่น แม็คโคร ซีพีเฟรชมาร์ท ทรูช้อป ทรูคอฟฟี่ และทรูซีเลคท์ พร้อมให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกเป็นช่องทางจำหน่ายเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาไทย โดยมีขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 125 บาท ยิ่งไปกว่านั้น บมจ. ส
วันที่ 11 พฤศจิกายน นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต นายชาลี สิตบุศย์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าว สับปะรดภูเก็ตแคมเปญ”อ่องหลาย โป๊ปี่เป่งอ๊าน” มี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังการแถลงข่าว ที่ ร้านตู้กับข้าว อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวีระชัย กล่าวว่า การจัดงานนี้เพื่อจุดประกายให้เกษตรกรหันมาอนุรักษ์สับปะรดพันธุ์ภูเก็ตแท้ ซึ่งเหลือพื้นที่ปลูกเพียง 2,200ไร่ ให้คงอยู่ต่อไป โดยน้อมรับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทาง ในการพัฒนา และสร้างกระแส และประชาสัมพันธ์ประโยชน์ จุดเด่น และคุณค่าทางโภชนาการของสับปะรดภูเก็ตที่โดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว “การเปิดจอง สับปะรดหรืออ่องหลาย ตั้งแต่ วันที่ 11พ.ย.59จำนวน100ลูก ราคาลูกละ 1,543บาท เพื่อส่งมอบก่อนวันตรุษจีนปี2560 ได้รับการจองหมดแล้วทั้ง100ลูก จากตระกูลดังต่างๆที่มีชื่อเสียง ของประเทศ สับปะรดจำนวนดังกล่าวคัดสรรมาอย่างดีมีการรับรองความปลอดภัยคุณภาพ
