แปรรูปสินค้าเกษตร
โครงการการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชีย (Better Rice Initiative Asia-BRIA) หรือ “เบรีย” เป็นโครงการที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2557 จนถึง 2560 โดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) ในนามของกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในการผลิตข้าว การเชื่อมโยงตลาด และการปรับปรุงโภชนาการในภาคอาหาร ซึ่งมี 4 ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย โครงการเบรียดำเนินการโดยความร่วมมือกับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และไบเออร์ ครอปซายน์ โดยล่าสุดโครงการเบรียลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการ และมอบเกียรติบัตรให้แก่ชาวนาในพื้นที่ที่ผ่านการอบรม “มนตรี พรหมลักษณ์” ผู้ประสานงานโครงการการริเริ่มข้าวที่ดีขึ้นแห่งเอเชีย จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า โครงการเบรียในประเทศไทยปีนี้จัดทำการนำร่องการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน (SRP – Sustainable Rice Production) โดยนำร่องที่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี จำนวน 2 ศูนย์ข้าวชุมชน ได้แก่ ศูนย์ข้าว
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ภายหลังจากสภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยที่ประมาณ 15-16 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยหนาว แต่สำหรับชาวบ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม หรือที่เรียกกันว่าหมู่บ้านอาชีพแปลก ถือเป็นโอกาสทองของชาวบ้านให้มีรายได้จากการทำอาชีพแปลก แปรรูปไส้เดือนมาตากแห้ง ส่งขายต่างประเทศ ปลายทางคือ จีน ไต้หวัน ถือเป็นหมู่บ้านแห่งเดียวในโลกที่มีอาชีพแปลกหมุนเวียนตลอดทั้งปีตามฤดูกาล คือ ฤดูแล้งจะทำการแปรรูปตุ๊กแก ฤดูฝนจะแปรรูปปลิง และในฤดูหนาวจะแปรรูปไส้เดือน ทำมานานกว่า 30 ปี ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดจากการทำอาชีพปริศนาปีละหลาย 10 ล้านบาท เช่นเดียวกัน ในปีนี้ภายหลังเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นโอกาสทองของชาวบ้านในพื้นที่บ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ต่างเร่งทำเงิน ด้วยการไปหาไส้เดือน รวมถึงรับซื้อมาจากชาวบ้าน เนื่องจากในช่วงฤดูหนาว โดยธรรมชาติไส้เดือน ช่วงเช้าหรือสภาพอากาศหนาว มีหมอกชื้น จะมีการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ในที่ชุ่มชื้น ทำให้ชาวบ้านไปเก็บไส้เดือนมาส่งขายในราคากิโลกรัมละประมาณ 30 บาท
คุณสุมนรัตน์ นาคมณี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน มะพร้าว ในอำเภอเกาะพะงันมีพื้นที่ปลูก 30,000 ไร่เศษ ทางอำเภอเกาะพะงันได้ยื่นจด จีไอ หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ปรากฏว่าผ่าน สาเหตุที่ได้รับ จีไอ นั้น เพราะผลผลิตมีคุณภาพดี โดยเฉพาะความมัน เมื่อนำเข้าห้องปฏิบัติการแล้ว ปรากฏว่ามีมากกว่าที่อื่น ช่วงนี้ (เดือนธันวาคม 2559) มะพร้าวราคาดีมาก จากแปลงปลูกของเกษตรกร จำหน่ายได้ ผลละ 17-19 บาท คุณสฤษดิ์ โชติช่วง ประธานศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ในฐานะประธานศูนย์กำจัดศัตรูพืชชุมชนบ้านใต้ เล่าว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรต่อสู้กับศัตรูมะพร้าว คือ ด้วงแรด ด้วงงวง แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ โดยที่ไม่ได้ใช้สารเคมีกำจัด แต่ป้องกันโดยชีววิธี คือเลี้ยงแตนเบียนกำจัดศัตรูมะพร้าวที่กล่าวมา ซึ่งแตนเบียนแต่ละสายพันธุ์ จะกำจัดศัตรูมะพร้าวได้ต่างกัน “ปีที่ผ่านมาได้งบประมาณจาก อบจ. 1 ล้านบาท มาเลี้ยงแตนเบียน ผลการป้องกันกำจัดได้ผลดีมาก หากได้งบประมาณแต่ละปี 3 ล้านบาท จะสามารถป้องกันครอบคลุมได้ทั้งเกาะ และทำสัก 5
กรมส่งเสริมการเกษตรจัดเวทีขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างวิทยากรหลักและถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ทั้งด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ งานส่งเสริมและพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้นักส่งเสริมการเกษตรเป็นพี่เลี้ยงพร้อมให้คำแนะนำแก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างมั่นคง ยั่งยืน นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็งนั้น เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบงานวิสาหกิจชุมชนทุกระดับ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานวิสาหกิจชุมชนอย่างถ่องแท้ ซึ่งการสร้างวิทยากรหลักวิสาหกิจชุมชนมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างวิทยากรหลักวิสาหกิจชุมชน หลักสูตร การดำเนินงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2560 ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อชี้แจงการดำเนินงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ ทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ รวม 105 คน ในประเ
คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถรวบรวมมาเป็นศูนย์รวม เป็นสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) สำเร็จแล้ว โดยมีจากพื้นที่มีสวนยางจำนวน 64 จังหวัด สวนยาง 19 ล้านไร่ ชาวสวนยางทั่วประเทศจำนวน 7 ล้านคน จากจำนวน 1.6 ล้านครัวเรือน มี 76 องค์กรชาวสวนยาง ทั้งนี้ สยยท. จะทำรับเบอร์แบงก์ ที่จังหวัดระยอง เป็นแห่งแรกของประเทศ และจะเป็นต้นแบบขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัด (กยท.) เป็นสำนักงาน ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้ว รับเบอร์แบงก์นั้นจะยึดเอาต้นแบบจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และบางแห่งได้พัฒนาเป็นธนาคารหมู่บ้าน เป็นสถาบันการเงิน ประสบความสำเร็จอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจะถอดแบบมาเป็นรับเบอร์แบงก์ เพื่อให้ชาวสวนยางได้เป็นสมาชิก และทำธุรกรรมทางด้านการเงิน เช่น ฝากเงิน กู้เงิน โดยเฉพาะชาวสวนยางเวลาปลูกยาง โค่นยาง จะมีเงินสงเคราะห์อยู่จำนวน 16,000 บาท/ไร่ ใช้เวลาใช้จ่ายอยู่ 6 ปี โดยจะนำเงินตรงนี้มาอยู่ในรับเบอร์แบงก์ ต่อยอดเป็นดอกเบี้ย ซึ่งชาวสวนยางจะได้รับปร
ทุ่งดอกทานตะวันยักษ์บานสะพรั่งรับลมหนาวกลางเมืองโคราช เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์วิจัยการเกษตรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2559) ที่ศูนย์วิจัยการเกษตรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ตั้งอยู่ติดกับสวนสัตว์นครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชาวจังหวัดนครราชสีมาที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้ โดยศูนย์วิจัยการเกษตรแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ มีทุ่งดอกทานตะวันขนาดยักษ์กำลังบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ โดยดอกทานตะวันยักษ์ดังกล่าวเป็นดอกทานตะวันที่ได้ทำการศึกษาวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูกเชิงพาณิชย์ในอนาคต ซึ่งดอกทานตะวันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30-40 เซนติเมตร และดอกยังร่วงโรยได้ช้า นอกจากนี้ภายในศูนย์วิจัยทางการเกษตรยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ได้แก่ แปลงดอกคอสมอสที่กำลังบานสะพรั่งบนพื้นที่หลายสิบไร่ ฟาร์มเลี้ยงแกะ ฟาร์มกวาง โรงเพาะเห็ด และร้านจำหน่ายผักผลไม้ปลอดสารพิษ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมและซื้อในราคาถูกอีกด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราช
เครือเจริญโภคภัณฑ์นำร่องส่งออก“ลองกอง ผลไม้ดีชายแดนใต้” ในโครงการสานพลังประชารัฐ จำนวน 1,000 กิโลกรัมแรก วางจำหน่ายในซี.พี.โลตัส 9 สาขาที่เมืองกวางโจว นายจอมกิตติ ศิริกุล ผู้บริหารโครงการพิเศษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า หลังจากที่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดช่องทางการจัดจำหน่าย “ลองกอง” จากเกษตรกร 3 จังหวัดชายแดนใต้ทั้งค้าส่งและค้าปลีกจำนวน 1,000,000 กิโลกรัม จากโครงการ “ลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้” ที่ดำเนินการโดย กระทรวงมหาดไทย คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ และ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท โดยนำมาจำหน่ายผ่านร้านค้าส่งและร้านค้าปลีกในเครือฯในประเทศไทย ได้แก่ ห้างแม็คโคร จำนวน 750,000 กิโลกรัม และร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 250,000 กิโลกรัม ล่าสุดเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้นำร่องส่งออกลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้จำนวน 1,000 กิโลกรัมไปทดลองเปิดตลาดที่เมืองจีน ผ่านช่องทางร้านค้าปลีกซี.พี.โลตัส 9 สาขาในเมืองกวางโจว ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการขายและสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลองกองใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงเป
ผู้เขียน/สมยศ ศรีสุโร เราทุกคนนั้นล้วนมีชีวิตกับเวลาเท่ากัน และที่เหมือนกันคือมีหน้าที่นำพาชีวิตก้าวเดินต่อไป แต่ความไม่เหมือนกันอยู่ที่ว่าแต่ละคนย่อมเลือกเส้นทางการก้าวเดินออกไปเพื่อทำหน้าที่สำหรับของชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ฉะนั้น จงก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเราเลือกด้วยตัวเองและความต้องการของเรา เส้นทางนั้นย่อมเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด แต่หากต้องการก้าวเดินบนเส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ให้ได้สมบูรณ์แบบ ความเหมือนที่ต้องมีติดตัวตลอดเวลาคือความขยันและอดทน เพราะนี่คือเหตุผลของความเป็นจริงของชีวิตที่จะสามารถช่วยให้ก้าวไปได้อย่างมั่นใจและมั่นคงตลอดเส้นทาง ก่อนอื่นขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี และขอบพระคุณอย่างมากมายจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน และผู้เขียนเป็นเบื้องต้น คอลัมน์นี้ถือว่าได้รับความสนใจจากแฟนๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องราว ชะอมไม้เค็ด 2009 ทุกเรื่องราวที่มีมาตลอดเวลาจากทางเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ นายสมยศ ศรีสุโร หรือจากที่แฟนๆ ส่งเสียงไปหา โทร. (081) 846-0652 ผมขอสัญญาว่าจะนำทุกเรื่องราวที่แฟนๆ ต้องการทราบในเรื่องชะอมไม้เค็ด 2009 มานำ
“ข้าวนึ่งไทย” ระส่ำ ยอดส่งออก 9 เดือนวูบ 13.6% หลังกำลังซื้อตลาดแอฟริกาซบ ผู้ส่งออกหน้าเก่าอ่วม โดนโรงสีที่หันมาทำธุรกิจส่งออก เล่นเกมหั่นราคาดึงมาร์เก็ตแชร์ตลาดข้าวนึ่งไป 50% ซ้ำผลผลิตอินเดียออกมาถล่มอีก 106.5 ล้านตัน นายสมเกียรติ มรรคยาธร เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ยอดส่งออกข้าวนึ่งของไทยในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) 2559 มีปริมาณ 1.44 ล้านตัน ลดลง 13.4% ถือเป็นชนิดข้าวที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด (ดูตาราง) และยอดตัวเลขการส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2557 ที่เคยส่งออกได้สูงสุด 3.7 ล้านตัน เป็นผลจากตลาดนำเข้าสำคัญยังน่าห่วง โดยเฉพาะแอฟริกา มีกำลังซื้อปรับตัวลดลง ล่าสุดข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุว่า ปริมาณการผลิตข้าวเปลือกของอินเดีย ซึ่งกำลังเก็บเกี่ยวในขณะนี้ มีปริมาณสูงถึง 106.5 ล้านตัน จากปกติมีเพียง 100 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณความต้องการบริโภคข้าวของอินเดียมีไม่ถึง 100 ล้านตัน ทำให้มีซัพพลายส่วนเกินเหลือมากกว่า 6.5 ล้านตัน ผลผลิตข้าวจำนวนมากของอินเดียจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวนึ่งไทยมากที่สุด อาจจะทำให้การแข่งขันส่งออกข้าวนึ่งหลังจากนี้จะรุ
ซีพีเอฟมองเกาหลีใต้ประกาศอนุญาตนำเข้าไก่สดจากไทย ส่งผลดีต่อบริษัทที่มีสัดส่วนส่งออกรายใหญ่ มั่นใจผลิตภัณฑ์ไก่สดซีพีมีจุดแข็ง ทั้งเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมรับคำสั่งซื้อต่อเนื่อง ด้านสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย คาดการส่งออกไก่ไทยไปเกาหลีใต้ จะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้นได้ถึง 3,000 ล้านบาทใน 2-3 ปีข้างหน้า นายประสิทธิ์ ฉลองชัยชาญ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า การที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กลับมานำเข้าไก่สดจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการจะช่วยสนับสนุนภาพรวมการส่งออกไก่สดของไทยขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟก็ได้รับสัญญาณที่ดีจากลูกค้าเดิม ซึ่งเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ไก่ของบริษัทอยู่แล้ว ทยอยกลับมาสั่งซื้อมากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยในเนื้อไก่ ของซีพีเอฟมีมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งบริษัทยังมีความพร้อมในด้านกำลังการผลิตที่จะรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น “การประกาศดังกล่าวจะช่วยขยายตลาดส่งออกไก่สดของซีพีเอฟได้ในระดับหนึ่งทีเดียว และการที่ประเทศไทยมีระยะทางที่ใกล้กว่าประเทศคู่แข่งอย่างสหรัฐอเมริกา แล
