แปรรูปสินค้าเกษตร
การดองผักเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่ใช้ถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้กินได้นาน หรือเก็บไว้กินในยามที่อยู่นอกฤดูกาลของอาหาร ทั้งนี้ ชาวเอเชียหลายประเทศนิยมทำผักดองไว้เพื่อเป็นเครื่องเคียง หรือเป็นส่วนหนึ่งในเมนูอาหารได้หลากหลายชนิด ชาวจีนแคะมีวิธีถนอมอาหารแบบโบราณด้วยการใช้ภูมิปัญญานำผักกาดเขียวมาหมักดองตากแห้งเพื่อเก็บไว้เป็นอาหารไว้กินได้อย่างยาวนาน ในชื่อที่รู้จักว่า “ฮั่ม ช่อย ก๊อน”, ผักดำ หรือผักแห้ง โดยเมื่อต้องการกินจะใช้ทำอาหารได้หลายชนิด เช่น นึ่งกับหมูบะช่อ ทำเคาหยก ผัดใส่ไข่ และผักดำต้มหมูสามชั้น ฯลฯ ทั้งนี้ ภูมิปัญญาดังกล่าวได้ตกทอดมาหลายรุ่นจนถึงปัจจุบันที่ยังคงมีชาวจีนแคะนำเมนูอาหารนี้เผยแพร่จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ขณะเดียวกัน การหาผักแห้งที่อร่อยและมีคุณภาพแบบต้นตำรับดูจะหาไม่ง่ายนัก จึงทำให้เมนูรายการนี้ค่อนข้างมีราคาสูง คุณองุ่น คุณากรประพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 12 บ้านสระตาโล ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งท่านที่ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำผักแคะหรือผักแห้งจากบรรพบุรุษไว้กินในครอบครัว ก่อนจะร่วมมือกับ คุณช
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ยังมีแนวโน้มอยู่กับเราไปอีกนาน ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างยังหยุดธุรกิจไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรคเดินหน้าต่อไป แต่ยังมีผู้ประกอบการสมุนไพร ที่พลิกสถานการณ์กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในห้วงวิกฤตนี้ ชุติภา บวรกิจสุธี เจ้าของ บริษัท รัตนบวรกิติสมุนไพร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเหลือง ยาหม่องสมุนไพร หม่องเขียวเสลดพังพอน ยาดมสมุนไพร ภายใต้แบรนด์ “ช้อนทองมงคล” เปิดเผยว่า ทางช้อนทองมงคล ได้รับผลกระทบในช่วงแรกของวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ลูกค้าไม่สะดวกในการหาซื้อสินค้าได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นยาสมุนไพรอยู่ในหมวดยาสามัญประจำบ้าน ที่ทุกบ้านจะต้องมีติดบ้าน จึงทำให้สินค้ายังคงเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของ แบรนด์ช้อนทองมงคล คือ เป็นผลิตภัณฑ์ยาจากสมุนไพรที่สกัดเข้มข้นจากสมุนไพรไทยหลายชนิด เช่น ไพล ว่านเอ็นเหลือง เถาโคคลาน เถาเอ็นอ่อน เสลดพังพอน เกล็ดสะระแหน่ การบูร พิมเสน และยังมีตัวยาอื่นๆ อีกหลากหลายชนิดที่ทรงคุณค่าของสมุนไพรไทย วัตถุดิบที่ใช้เลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย ไม่มีสารสเตียร์ลอย สรรพ
หากเอ่ยชื่อ จังหวัดสุพรรณบุรี สิ่งแรกๆ ที่ผู้คนจะนึกถึงกันก็คือ นักปราชญ์ หรือศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมายของไทย เพราะเมืองสุพรรณบุรีแห่งนี้ ได้สร้างศิลปินชื่อดังระดับประเทศไว้มากมาย แต่ถ้าหากเอ่ยถึงอาหารที่จัดได้ว่าเด็ดดวงอีกเมนูหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ก็คงหนีไม่พ้น “ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย” ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย กำลังเป็นที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในจังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำและมีคลองค่อนข้างมาก จึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ มีอาชีพเกี่ยวกับการประมงพอสมควร อำเภอสองพี่น้อง เป็นอำเภอที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 127,677 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ในแถบอำเภอนี้ติดกับแม่น้ำ ประชากรส่วนใหญ่จึงนิยมประกอบอาชีพประมง เลี้ยงปลาและจับปลาเป็นหลัก “มาตลาดบางลี่ ไม่กินปลาเผาสองพี่น้อง ถือว่ามาไม่ถึงนะ” นี่คือ คำกล่าวของ คุณณรงค์ ศรีทองอ่อน เจ้าของร้านเฮียติ่งปลาเผา ตั้งอยู่ เลขที่ 75/1 ถนนโพธิ์อ้น ตำบลหวายสอ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งคนที่ยอมเปลี่ยนอาชีพจากการขายส่งปลา มาทำธุรกิจอาหาร นั่นก็คือ ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย
ด้วยคุณสมบัติเด่นด้านพืชสมุนไพรของ “บุก” จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพที่เรียกได้ว่า เป็นสินค้าดาวรุ่งพุ่งแรง ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกนิยมใช้ผงบุกกลูโคแมนแนนเป็นสารให้ความข้นหนืด และทำให้เกิดเจลในผลิตภัณฑ์แยมและเจลลี่ รวมทั้งพัฒนาบุกเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพได้หลากหลายรูปแบบ ใช้เพื่อทดแทนไขมันและเพิ่มเส้นใยอาหารในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ คุณธนิสตา ชูทวี ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท มังคิ คิง ฟูด จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 16 ปี โดยพัฒนาจากการสร้างการขยายเครือข่ายแบบ SME จากนั้นเมื่อต่อยอดธุรกิจได้ดีขึ้นจึงปรับรูปแบบมาเป็นบริษัท มังคิ คิง ฟูด จำกัด โดยมีความมุ่งหวังว่าจะพัฒนาให้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต โดยก่อนที่ตนเองจะย้ายมาเป็นผู้อำนวยการใหญ่บริหารการตลาดและนวัตกรรมอาหาร เคยทำงานในวงการบันเทิงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นงานดีไซเนอร์ ช่วยเบื้องหลังในวงการบันเทิง รวมถึงเคยร่วมงานกับ บริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย มาก่อน เรียกได้ว่าผ่านประสบการณ์ทำงานมาหลากหลายบทบาท แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนวการบริหารงาน ในด้านการตลาด การโปรโมชั่น และการขาย ส่
ผลิตภัณฑ์ “น้ำผึ้งอินทผลัม” สินค้าเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ สินค้าสร้างอาชีพเด่นที่สตูล คุณร่าเหม ยังหาด อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 14 ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล อีกหนึ่งเกษตรกรนักสู้ล้มแล้วลุกใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยอาชีพเลี้ยงผึ้งโพรง พร้อมแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งอินทผลัมเพื่อสุขภาพ สร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี คุณร่าเหม บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงผึ้งว่า เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลฉลุง มีอาชีพหลักคือ การทำสวนยางพารา แต่ปัจจุบันผลผลิตยางพารามีราคาที่ตกต่ำมาก ส่งผลให้เกษตรกรมีความสนใจในการสร้างอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ตนเองก็เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจึงมีแนวคิดที่อยากจะหาอาชีพเสริม แต่ก็นับเป็นสิ่งที่ยากมากกับการที่จะเริ่มต้นลงทุนทำอะไรใหม่ๆ ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ทำอะไรก็ขาดทุน จนสุดท้ายได้มาค้นพบกับการเลี้ยงผึ้ง เพราะส่วนตัวมีแนวคิดที่ว่าการเลี้ยงผึ้งถือเป็นอาชีพที่เหมาะสมสำหรับเศรษฐกิจตอนนี้ เนื่องจากเป็นอาชีพที่ใช้เงินลงทุนต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง ไม่ต้องดูแลมาก ไม่มีค่าอาหาร จึงคิดว่าอาชีพเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพเสริมที่เหมาะกับเศรษฐกิ
กล้วยหินบันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นกล้วยพื้นเมืองที่เนื้อแข็งและเมื่อสุกรสชาติจะออกเปรี้ยวเล็กน้อย ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อย โดดเด่นอยู่บนลุ่มน้ำปัตตานี 2 ฝั่งแม่น้ำในเขต ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากที่เคยเป็นกล้วยป่า แต่ปัจจุบัน ขึ้นแท่นเป็นโอทอปของ จ.ยะลา ที่มีกลุ่มแม่บ้านหลายกลุ่มผลิตออกจำหน่าย หลายรูปแบบ อย่างเช่น กลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอก ต.บันนังสตา ซึ่งมี คุณรุสนี มานะแตหะ เป็นประธานกลุ่ม และคุณไซนะ กามะ รองประธานกลุ่มที่คอยช่วยบริหารงานของกลุ่ม ที่ผลักดันให้ กล้วยหินบังนังสตา ภายใต้การค้าว่า “บาตูวัน” คว้าโอทอป 4 ดาว คุณไซนะ เล่าว่า จากที่แต่ละบ้านมีกล้วยหินอยู่แล้ว เพราะเป็นกล้วยดั้งเดิมของพื้นที่รู้กันอยู่ว่าจะถนอมอาหารกันอย่างไร ตอนแรกก็ทำกินกันในครัวเรือน บางขายให้คนนอกบาง จนกระทั่งเมื่อปี 2544 คิดร่วมกลุ่มกัน ชื่อกลุ่มแม่บ้านป่าหวังนอก ตั้งเป้ากันไว้ว่าจะทำกล้วยฉาบหินออกขายรวบรวมแม่บ้านในหมู่บ้านได้ประมาณ 25 คนตอนนั้นร่วมหุ้นกันคนละ 100 บาท ช่วยกันทำผลิตกันเรื่อยๆ กลุ่มของเราจะมีการหมุนเวียนประธานกลุ่ม 4 ปีครั้ง สับ
เป็นที่ทราบกันดีว่ามูลค่าขนมขบเคี้ยวหรือสแน็คในบ้านเรานั้น ยอดขายปีหนึ่งหลายหมื่นล้าน ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ต่างเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ น.ส.พัทธนันท์ แสงสุขเกษมศักดิ์ วัย 44 ปี เจ้าของ บริษัท ทันน่า ฟู๊ดส์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการอีกรายที่เข้ามาสู่วงการผลิตสแน็ค ในชื่อแบรนด์ “แน็คเก็ต” (ชื่อลูกสาว) ซึ่งมีสินค้ารวมกว่า 22 รายการ อาทิ ชีสเชคไส้สับปะรด (ขนมปังกรอบไส้สับปะรด) กล้วยน้ำว้าทอดกรอบรสหวาน, เผือกแท่งทอดกรอบรสเค็ม, ฟักทองทอดกรอบรสหวาน และมันหวานแผ่นทอดกรอบรสหวาน ฯลฯ เชื่อว่าใครที่เป็นลูกค้าร้านเซเว่นฯ คงเคยลิ้มชิมรสกันไปบ้างแล้ว เพราะวางขายมานานถึง 15 ปี โดยช่วงแรก เธอส่งชีสเชคไส้สับปะรดเข้ามาขายก่อน เมื่อปี 2550 พอประสบความสำเร็จ จึงขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ น.ส. พัทธนันท์ เล่าที่มาที่ไปของการมาทำขนมขบเคี้ยวว่า หลังเธอเรียนจบปริญญาตรี คณะพาณิชย์ศาสตร์ฯ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จบ MBA ที่เดียวกัน ก็ทำงานด้านจัดซื้อและการตลาดในบริษัทเอกชน สาเหตุที่เธอมาทำชีสเชคไส้สับปะรด เพราะครอบครัวอยู่อำเภอปรานบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีขนมปังไส้สับปะ
ผมจำได้ว่า สมัยเมื่อสี่ห้าสิบปีก่อน ส้มเขียวหวานตามตลาดบ้านนอกของภาคกลางเป็นผลไม้ราคาถูกมากๆ บ้านเรากินกันเป็นประจำ โดยเลือกซื้อลูกที่ยิ่งกระดำกระด่าง เป็นฝ้า เพราะจะยิ่งมีรสหวานแหลมอมเปรี้ยวกว่าลูกที่ผลสวยๆ เอามาคั้นน้ำกินก็สดชื่น ผมชอบเอาใส่ในถาดทำน้ำแข็ง ได้ก้อนส้มเย็นจัดเป็นน้ำแข็งอมเล่นชุ่มคอ คลายร้อนได้ดีมาก พอโตขึ้นมา ส้มเขียวหวานกลายเป็นแพงอย่างน่าตกใจ แถมผลการสุ่มตรวจส้มในท้องตลาด จากเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช อย่าง ThaiPAN ก็พบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แล้วว่า ส้ม ครองอันดับหนึ่งมาตลอด พบการตกค้างของสารเคมีพิษในระดับสูงแทบทุกตัวอย่างที่เก็บ แถมใครเคยไปแถวสวนส้มในบางอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ย่อมจะสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นผิดปกติในอากาศได้ชัดเจน ความกังวลนี้ยิ่งมีอยู่มากในกลุ่มองค์กรรณรงค์อาหารปลอดภัย ดังเช่นโครงการกินเปลี่ยนโลก Food4change ที่ได้พยายามเสาะหา “ส้มอินทรีย์” (organic) ปลอดสารเคมีตกค้างในสวนเมืองไทย และในที่สุดก็ได้รวบรวมข้อมูล (เท่าที่พบในเวลานี้) ว่ามีส้มอย่างน้อย 5 สวน ที่เจ้าของพยายามหันมาปลูกและดูแลด้วยกระบวนการเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ คือ สวนส้มอุดมพันธุ์ อำเ
“บุหงาปูดะ” หรือ “ขนมดอกลำเจียก” เป็นขนมพื้นเมืองชื่อดังของจังหวัดสตูล แต่คนไทยทั่วไปรู้จักขนมนี้ในชื่อว่า “บุหงาบูดะ” ซึ่งเพี้ยนมาจาก คำว่า “บุหงาปูดะ” หรือ “โกยปูดะ” ที่แปลว่า “ขนมดอกเตย” ซึ่งในที่นี้หมายถึง ดอกเตยปาหนัน หรือบางคนอาจรู้จักในชื่อ ต้นลำเจียก หรือ เตยทะเล ที่ขึ้นอยู่ตามชายทะเลทั่วไป ผลมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ดอกมีสีขาว มีลักษณะคล้ายคลึงกับขนมบุหงาบูดะ บุหงาบูดะ เป็นขนมพื้นบ้านที่ทำสืบทอดกันมานานกว่าร้อยปีแล้ว ในอดีตขนมชนิดนี้ถือเป็นขนมหวานสำหรับชนชั้นสูง ทำกันมาตั้งแต่สมัยพระยาสมันตรัฐ โดยคนในสายสกุลกรมเมือง ที่เข้าไปรับใช้อยู่ในวังเก่าเจ้าเมืองสะโตย หรือจังหวัดสตูลในปัจจุบัน ขนมบุหงาบูดะได้รับอิทธิพลเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย แต่ปัจจุบันไม่พบขนมชนิดนี้ในประเทศมาเลเซียแล้ว แต่หาซื้อได้ในบางอำเภอของจังหวัดสตูล ที่มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย หาซื้อได้ง่ายในพื้นที่อำเภอละงูและในอำเภออื่นๆ สมัยอดีต ขนมบุหงาปูดะ มีเฉพาะสีขาว นิยมใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้เป็นบททดสอบหญิงสาวที่จะคัดเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากขนมบุหงาปูดะเป็นขนมที่ทำยาก คนที่ทำขนมชนิดนี้ได้จะต้องเป็นคนสุขุม เยือก
วงสัมมนาธุรกิจปาล์มชี้ชัด ภาครัฐ นักธุรกิจ และผู้บริโภค เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนน้ำมันปาล์มยั่งยืน ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ด้วยการเรียกร้องบริษัทสินค้าโปรดของพวกเขา และช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงตลาดโลกผ่านการรับรองมาตรฐานสากลของ RSPO เวทีการสัมมนาเชิงธุรกิจเรื่อง เส้นทางสู่การยกระดับตลาดปาล์มน้ำมันยั่งยืนในประเทศไทย ที่โรงแรมนิโก้ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรเจรจาระหว่างประเทศ ว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (RSPO) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย (Sustainable and Climate-Friendly Palm Oil Production and Procurement: SCPOPP) มีการอภิปรายใน หัวข้อ “ถึงเวลา…ยกระดับ น้ำมันปาล์มไทยสู่วิถียั่งยืน” โดยมีผู้แทนภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ และเกษตรกรรายย่อย ราว 70 ราย เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ผ่านแนวคิด “ความรับผิดชอบร่วมกัน” (Shared Responsibility) เพื่อตอกย้ำความสำคัญของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภคในประเทศที่ล้วนมีส่วนร่วมในการผลักดันและส่งเสริม
