แปรรูปสินค้าเกษตร
จากหัวปลี 5 กิโลกรัม ราคาไม่กี่สิบบาท เพิ่มมูลค่า กลายเป็น 5 กิโลกรัม 1,500 บาท ขึ้นมาได้ยังไงมาดูกัน! คุณเสาวลักษณ์ มณีทอง หรือ พี่จอน บ้านเลขที่ 339 หมู่ที่ 4 ตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก อดีตพนักงานออฟฟิศ ทำงานเกี่ยวกับระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ หวนคืนถิ่นกลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดตาก ที่มาของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มหัวปลี เพิ่มน้ำนมแม่ พี่จอน เล่าว่า ตนเองทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ มานานกว่า 10 ปี จนมีความรู้สึกว่าอิ่มตัวกับงานประจำที่ทำแล้ว อยากกลับบ้านมาดูแลพ่อกับแม่ จึงพยายามมองหาอาชีพที่จะรองรับตัวเองหลังจากลาออกจากงานมาแล้ว ใช้เวลามองหาอยู่นานก็ยังไม่เจออาชีพที่ถูกใจและให้เงินเดือนเท่าๆ เดิมจากที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ จึงมีความคิดที่ว่าในเมื่อหางานหาเงินที่ต้องการไม่ได้ ทำไมไม่ลองกลับมาพัฒนาอาชีพเกษตรของพ่อแม่ให้ดีขึ้น พัฒนาให้หลุดพ้นจากปัญหาการตลาดที่มีมานาน โดยเริ่มจากการมองหาประโยชน์จากสิ่งใกล้ตัว เนื่องจากเกษตรกรในชุมชนมักจะปลูกกล้วยกันเป็นส่วนใหญ่ จึงมองว่าน่าจะเป็นจุดที่สร้างผลิตภัณฑ์เด่นขึ้นมาได้ บวกกับแนวคิดที่อยากจะพัฒนาสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน จนเกิดไอเดี
เทรนด์การบริโภค ผู้คนยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพคือ การลดน้ำตาล ลดไขมัน ทำให้อาหารที่ทำจากพืชธรรมชาติขยายตัวเติบโตมากขึ้น “ช็อกโกแลต” ที่ทำจากผลโกโก้ 100% และใช้สารสกัดหญ้าหวานสตีเวียแทนน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และมีหลากหลายรสชาติให้ผู้ชื่นชอบช็อกโกแลตได้เลือกสรร เดิมช็อกโกแลตแท้ๆ ราคาค่อนข้างสูงเพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทว่าวันนี้สามารถซื้อช็อกโกแลตคุณภาพดี ราคาไม่สูงนักได้ที่จันทบุรี เพราะมีผู้ปลูกโกโก้และผลิตช็อกโกแลตภายใต้แบรนด์ “บีนทูบาร์ ช็อกโคแลต” สามารถไปเที่ยวชม ชิม และซื้อได้ หรืออาจจะมองหาได้ตามร้านจำหน่ายอาหารคีโตทั่วไปทั้งในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด และร้านของฝากจังหวัดจันทบุรี เริ่มจากชอบรับประทานทานช็อกโกแลต อาหารคีโตเจนิก คุณจีรนุช ธรรมอินทอง หรือ คุณปุ้ม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/3 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองทราย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เจ้าของแบรนด์ “บีนทูบาร์ ช็อกโคแลต” เล่าว่า เดิมทำสวนมังคุดรุ่นปู่ย่า รับช่วงต่อจากพ่อแม่ มาร่วม 20 ปี เคยทำงานบริษัทโฆษณา นักจัดรายการวิทยุชุมชน เพิ่งทำธุรกิจช็อกโกแลตขายมาได้ 2 ปีเศ
คุณธนาวดี ศรีมันตะ อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 7 บ้านหนองแคน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร อดีตพนักงานลูกจ้างสหกรณ์ สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการใช้โอกาสที่มี เรียนรู้โครงการสร้างอาชีพต่างๆ ที่ทางสหกรณ์ได้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้กับสมาชิก จนกระทั่งปี 2559 ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการลดพื้นที่ทำนา 5 ไร่ ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการทำนา แห้งแล้ง น้ำไม่พอใช้ จึงตัดสินใจจ้างรถแบ๊กโฮมาขุดบ่อเลี้ยงปลาแทน โดยมีประมงจังหวัด ประมงอำเภอ เข้ามาช่วยเหลือ จัดอบรมให้ความรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงไปจนถึงขั้นตอนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งปลาส้ม ปลาแดดเดียว และปลา 3 รส จนสามารถนำมาประกอบอาชีพได้ เมื่อเรียนรู้จนเกิดความชำนาญจึงอาสาตัวเองเป็นประมงอาสาเมื่อปี 2561 จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ได้มีอาชีพ มีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว เทคนิคเลี้ยงปลาตะเพียน-ปลานิล แบบอินทรีย์ ต้นทุนต่ำ ปลาโตดี หลังจากเข้าร่วมโครงการลดพื้นที่ทำนา คุณธนาวดีก็เริ่มขุดบ่อทดลองเลี้ยง โดยทางประมงจังหวัดได้มอบพันธุ์ปลาให้ 6,000 ตัว ต่อ 1 บ่อ แต่ด้วยความที่มีพื้นที่เยอะลูกปลาไม่พอจึงมีคว
คุณธนัทธร กาญจนพิศาล หรือ คุณนิก อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 11 ตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่มองเห็นอนาคตช่องทางการสร้างรายได้และการต่อยอดจากปลาสลิด มองว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่น่าสนใจ โดยเริ่มจากการเลี้ยงเพื่อขายเป็นปลาสด ต่อมามีการศึกษาการตลาดเพิ่มขึ้น เห็นว่าตลาดสินค้าแปรรูปจากปลาสลิดค่อนข้างไปได้ดี และการเกษตรกับอุตสาหกรรมเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตปลาสลิดราคาอาจจะตก แต่ถ้านำมาแปรรูปก็จะเป็นการชดเชยและต่อยอดรายได้ขึ้นมา การเลี้ยงปลาสลิด ให้ได้คุณภาพ เพื่อนำมาแปรรูป ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน คุณนิก เล่าว่า ตนเองเริ่มเลี้ยงปลาสลิดมานานกว่า 7 ปี ช่วง 3 ปีแรกเลี้ยงเพื่อขายเป็นปลาสดเพียงอย่างเดียว เริ่มมามีการแปรรูปตอนช่วง 4 ปีหลังมานี้ โดยการเลี้ยงของที่ฟาร์มจะแบ่งเลี้ยงทั้งหมด 6 บ่อ ขนาดของแต่ละบ่อไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ขนาด 7-20 ไร่ ต่อบ่อ และมีการทดลองเลี้ยงปลามาหลายรูปแบบ ทั้งเลี้ยงแบบหนาแน่น เลี้ยงแบบเบาบาง จนได้ค้นพบวิธีเลี้ยงแบบพอดีๆ ปลาอยู่สบาย คือประมาณ 1-1 ตันครึ่ง ต่อไร่ วิธีการคำนวณ ปริมาณการปล่อยปลา 1 บ่อ ต้องคำนวณต่อไร่ และคำนวณอัตรารอด และอ
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บรรเทาความเดือดร้อนชาวสวนผลไม้ ที่โดนผลกระทบโควิด–19 ประสบปัญหาการส่งออก มีแนวโน้มราคาตกต่ำ จัดทีมปูพรมรับซื้อทั้งผลไม้ตามฤดูกาล พร้อมชวนคนไทยอุดหนุนชาวสวน ปลุกกระแสรณรงค์บริโภคผลไม้ไทยทุกสาขา นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า COVID -19 ได้ส่งผลกระทบในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เฉพาะอย่างยิ่ง ภาคการเกษตร มีแนวโน้มผลไม้ล้นตลาดมากกว่าปีก่อน แม็คโครจึงเร่งส่งทีมจัดซื้อพูดคุยกับเกษตรกร และรับซื้อผลผลิตเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้ พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่น และประชาสัมพันธ์ สร้างกระแสรณรงค์ให้คนไทยอุดหนุนสินค้าเกษตร ช่วยชาวสวนไทยผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน “เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลผลิตทั้งหมดของผลไม้ตามฤดูกาลที่ออกมาแต่ในละปี จะมีการบริโภคภายในประเทศเพียง 30 เปอร์เซนต์ ส่งออกถึง 70 เปอร์เซนต์ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด -19 ที่เกิดขึ้น ชาวสวนต้องประสบปัญหาในการส่งออก ขณะที่ปริมาณผลผลิตคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มมากกว่าปีที่แล้ว เราทุกภาคส่วนจ
อะโวกาโด ผลไม้มากประโยชน์ นอกจากจะช่วยสร้างสุขภาพที่ดีแล้ว ในปัจจุบันยังมีการพัฒนานำนวัตกรรมต่างๆ มาสกัดทำเครื่องสำอางจากอะโวกาโด และได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ซึมซาบสู่ผิวได้ดี เหมาะแก่การนำมาทำเครื่องประทินผิวเกือบทุกชนิด นับเป็นข่าวดีของเกษตรกรทั่วโลก และเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรชาวไทย และผู้ประกอบการนักคิดนักพัฒนาทั้งหลาย ที่จะมีโอกาสสร้างช่องทางเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง คุณยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ (โจ้) เจ้าของไร่ยังคอยวัลเล่ย์ อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เล่าว่า เรียนจบจากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังจากเรียนจบออกมาไม่มีโอกาสได้ไปทำงานตามที่ใจรักเพราะคุณแม่ป่วยจึงต้องกลับบ้านมาดูแลท่าน ซึ่งในระหว่างที่ดูแลคุณแม่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี จึงเกิดความคิดที่จะพยายามสร้างรายได้ และบังเอิญที่บ้านมีต้นอะโวกาโดที่ปลูกไว้สมัยคุณตาตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งอะโวกาโดที่คุณตาปลูกไว้มีความเป็นมามากมาย “ในปี 2552 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเสด็จมาที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา คุณตาเป็นชาวเขา และเป็นสมาชิกโครงการหลวงรุ่นแรกแถบบริเวณนั้น ครั้งที่ในหลวงรัชก
การถนอมอาหารเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมานาน ชาวบ้านที่ปลูกผักก็จะดองผักเก็บไว้กินได้นานๆ เนื่องจากสมัยก่อนตู้เย็นไม่ได้มีประจำบ้านกันทุกบ้านเหมือนปัจจุบันนี้ ส่วนคนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำจืดก็จะมีการยกยอในหน้าฝนได้ปลามามากแจกจ่ายกันกินแล้วก็ไม่หมดจึงได้ทำปลาแห้ง หมักน้ำปลา ปลาร้าก็เป็นภูมิปัญญาของเรา ชาวประมงติดทะเลก็มีวิถีชีวิตของเขา การหมักกะปิ ทำน้ำปลา ปลาแห้ง ปลาเค็มก็เป็นวิถีชาวบ้านเช่นกัน สมัยนั้นได้แค่เก็บไว้กินให้ตลอดปีหรือไม่ก็แจกญาติพี่น้อง อาจพอได้แลกปัจจัยอย่างอื่นที่ตัวเองไม่มีก็พอได้ แต่ปัจจุบันอะไรๆ ก็ต้องซื้อหาแล้ว ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ทุกบ้านรู้จักการถนอมอาหารด้วยการทำปลาแห้ง ปลาเค็ม มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิถีพื้นบ้านของชุมชน ในฤดูที่ปลามีให้จับอุดมสมบูรณ์ก็ได้แปรรูปปลาสดให้เป็นของแห้งที่สามารถเก็บไว้กินได้นานวันโดยไม่เสียคุณค่าทางอาหาร ถ้าปลาแห้งที่ทำได้มีจำนวนมากในสมัยก่อนก็ใช้แลกกับอาหารและของใช้ที่จำเป็นอย่างอื่น ซึ่งเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย มีโอกาสได้ไปจัดหวัดกระบี่โดยไปเป็นกรรมการตัดสิ
ฉบับนี้ ผู้เขียนจะพาท่านผู้อ่านมาพบกับเกษตรกรที่มีความสุขที่สุด จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจนำมาตั้งเป็นชื่อสวนซะเลย สวนนี้มีชื่อว่า สวนสองแสน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทำแล้วได้เงินมากมายเดือนละเป็นแสน ที่แสนที่ว่านี้ เมื่อแยกออกมาเป็นคำจะได้ 1. “สวน” หมายถึง พื้นที่อยู่อาศัยรวมไปถึงพื้นที่การทำเกษตรต่างๆ 2. “สอง” หมายถึง สองเรา เพราะเจ้าของสวนตั้งใจเริ่มต้นสร้างครอบครัวกับภรรยาสองคน 3. “แสน” คือ แสนสนุกและแสนสบาย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทุกคนควรมี แต่ทำไมช่างหายากเหลือเกิน คุณสมพร เรืองเดช เกษตรกรรวยความสุข อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 4 ตำบลทัพไทย อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เล่าว่า เมื่อก่อนทำงานเป็นพนักงานคุมเครื่องจักรอยู่ที่โรงงานชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมองว่าการทำงานโรงงานสามารถเลี้ยงได้แค่ตนเอง ไม่สามารถเลี้ยงคนในครอบครัวได้ และหากมองไปในระยะยาว เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องถูกเลิกจ้างงานเป็นธรรมดา แล้วหลังจากนั้น ก็จะไม่เหลืออะไรเลย จึงเริ่มคิดและตัดสินใจลาออกจากงานก่อนที่ทุกอย่างจะสาย ตอนยังมีกำลังแข็งแรงอยู่จึงออกจากงานกลับบ้านเพื่อมาเป็นเกษตรกร เพราะมีความคิดที่ว่าอย่างน้อยอาชีพเกษตรอาจไม่ได้ทำให้ร่ำรวย
คุณวันชัย คงศักดิ์ศรีสกุล หรือ คุณเหยี่ยว ดีกรีปริญญาตรี คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หากิจกรรมคลายเครียดจากการเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยการแปลงดาดฟ้าชั้น 5 ของบ้านพักมาเป็นสวนผักอินทรีย์ไว้รับประทานเอง โดยไม่ได้หวังผลเพื่อขายทำกำไร แต่กลับปลูกผักได้ดีมีคุณภาพที่เกิดจากการผลิตปุ๋ยทุกชนิดจากธรรมชาติใช้เอง ทำให้มีผู้คนสนใจที่ติดตามทางเฟซบุ๊กแห่ไปซื้อมากขึ้น จนผลิตไม่ทัน จำเป็นต้องขยายพื้นที่ปลูก วางระบบให้มีมาตรฐานหวังเป็นแหล่งผลิตผักคุณภาพ ปลอดภัยย่านชานกรุง ในชื่อ “FARMSOOK STATION” พืชผักที่คุณเหยี่ยวปลูกมีทั้งผักสลัด ผักไทย พืชสมุนไพรสวนครัว หรือถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือเทศ แตงกวา สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ปลูกพืชกับดินมาตลอด เพียงปรับแนวทางไปตามความเหมาะสมของสภาพ ไม่ว่าจะปลูกในบล็อกซีเมนต์ ปลูกใส่กระถาง และการสร้างโครงเหล็กในช่วงเริ่มต้น จนมาสู่การปลูกด้วยโต๊ะ แม้การปลูกด้วยดินจะเสี่ยงกับการสะสมของเชื้อโรคและศัตรูทางธรรมชาติ แต่สามารถจัดการได้ด้วยแนวทางอินทรีย์ที่ปลอดภัยเป็นหลักก่อน คุณเหยี่ยว ชี้ว่า ในช่วงแรกการเผยแพร่ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์สู่สาธารณะมีน้อยมาก แล้วมีในวงจำกัด จึงจำเป็นต้องอาศ
กลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง จังหวัดนราธิวาส ชูผลิตภัณฑ์เด่น “ข้าวเกรียบผลไม้”, “สะละอินโด” อาชีพเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน หากได้ไปงานขายสินค้าโอท็อปที่จัดโดยหน่วยงานของรัฐตามภูมิภาคต่างๆ ย่อมจะเคยเห็นบู๊ธของกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมักจะร่วมออกบู๊ธด้วย โดยมีสินค้าที่น่าสนใจหลายอย่าง หลักๆ คือ ข้าวเกรียบผลไม้และสมุนไพร 6 ชนิด พร้อมข้าวเกรียบปลาที่มีทั้งแบบอบและแบบทอดให้เลือก บางช่วงจะมีสะละและผลิตผลทางการเกษตรมาขายด้วย นางแยนะ เจะวานิ อายุ 57 ปี ประธานกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งเมื่อปี 2542 ตอนนี้มีสมาชิก 25 คน และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกัน มีการลงบัญชี รายรับ-รายจ่าย และจัดประชุมเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับสินค้าเด่นๆ คือข้าวเกรียบสมุนไพร 6 ชนิด ใบเตย มะเขือเทศ ดอกอัญชัน มันเทศ ข้าวโพด และกระเจี๊ยบ รวมทั้งข้าวเกรียบปลา ซึ่งผลิตภัณฑ์ 7 อย่างนี้ ได้รับเครื่องหมาย อย. ทั้งหมด และในส่วนของข้าวเกรียบปลาก็ได้รับคัดเลือกเป็นโอท็อป 4 ดาวของจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2557 จุดเด่นอีกอย่างของข้าวเกรียบสมุนไพรฝีมือกลุ่มแม่บ้านไอร์กูเล็ง ก็คือ ใช้ส่ว
