แปรรูปสินค้าเกษตร
ปลาร้า หรือปลาแดก เป็นอาหารท้องถิ่นที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในภาคอีสาน โดยแต่ละท้องถิ่นจะมีการทำปลาร้าเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ปัจจุบันปลาร้าได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้าพาสเจอไรซ์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนด้วย และที่ยิ่งก้าวหน้าไปกว่านั้นคือ ในตอนนี้เริ่มมีการต่อยอดพัฒนาน้ำปลาร้าให้ต่างไปจากเดิม และถือการเพิ่มช่องทางให้กับผู้บริโภคได้มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยการต่อยอดพัฒนา จากน้ำปลาร้าปรุงสุก ต่อยอดมาเป็นปลาร้าครีมเข้มข้น และมาถึงผลงานชิ้นโบแดงคือการทำเป็นปลาร้าอัดก้อนขึ้นมาจากฝีมือคนไทยทั้งนั้น คุณประมณฑ์ เยี่ยมบุญญะ หรือ คุณตาล อยู่ที่ 233 หมู่ที่ 4 ตำบลนายม อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ หนึ่งในหุ้นส่วนปลาร้า แบรนด์สุนทรี หญิงสาวมากความสามารถดีกรีเรียนจบปริญญาตรี หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นำความรู้ที่เรียนมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจน้ำปลาร้าจากภูมิปัญญาไทย สู่ระดับความเป็นสากลมากขึ้น คุณตาล เล่าถึงจุดเริ่มต้นกำเนิดแบรนด์ปลาร้าสุนทรีว่า หลังจากที่ตนเองเรียนจบจากมหาวิทยาลัย ก็มีโอกาสได้เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนชื่อดั
ดร.นวัตกร อุมาศิลป์ พร้อมด้วยอาจารย์ และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.ศรีวิชัย) บูรณาการกับรายวิชาภูมิปัญญาไทยเพื่อการออกแบบแฟชั่น และรายวิชาแนวคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสร้างจิตสำนึกอย่างมีคุณค่าเพื่อสร้างมูลค่าของที่มีอยู่ ด้วยการย้อมผ้าด้วยใบหูกวางและใบสัก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายภายใน มทร.ศรีวิชัย และยังเก็บเศษไม้แห้งที่ร่วงหล่นตามพื้นมาเป็นฟืนแทนการใช้แก๊ส สำหรับกรรมวิธีในการย้อมผ้านั้น เริ่มต้นด้วยการตั้งน้ำให้เดือด นำใบหูกวางสดและใบสักสด มาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงต้มเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือสังเกตสีของน้ำ จากนั้นนำน้ำสีมากรอง แล้วต้มต่อพอร้อนมีควันไม่ถึงกับเดือด ใส่เกลือแกง นำผ้าที่มัดเตรียมไว้ลงย้อมในน้ำสีนานประมาณ 1 ชั่วโมง หมั่นพลิกผ้าให้ถูกน้ำย้อมสม่ำเสมอกันทุกๆ 10 นาที นำผ้าที่ได้ลงไปย้อมกับสารช่วยติดสีและล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปตากก็จะได้ผ้ามัดย้อมสีสวยจากใบหูกวางและใบสักสีจากธรรมชาติ สามารถนำไปตัดเย็บได้รูปแบบที่ต้องการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย คือแฟชั่นหนึ่งเดียวในภาคใต้ ครบครันเรื่อ
สภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ ส่งเสริมทายาทเกษตรกรดองผักเสี้ยน กันภูมิปัญญาชาวบ้านสูญหาย นายวิระศักดิ์ ติ่วกุล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ได้จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกด้านการเกษตรในสถานศึกษา กลุ่มยุวเกษตรกร รุ่นที่ 1/2560 โดยร่วมกับ โรงเรียนวัดโคกยาง ต.โคกยาง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มีนักเรียน 150 คน เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างยุวเกษตรกรหรือทายาทเกษตรกร มีชุมชน ผู้ปกครอง เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งครั้งนี้ นางมณฑา นบนอบ เกษตรกรผู้ดองผักเสี้ยนสูตรดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อของตำบลโคกยางเป็นผู้ถ่ายทอด เพื่อให้ทายาทเกษตรกรได้มีความรู้ด้านการเกษตร สามารถช่วยงานในครอบครัวหรือยึดถือเป็นอาชีพต่อไปได้ในอนาคต ผลผลิตที่ได้นำไปจำหน่ายยังตลาดเกษตรจังหวัด ในราคาถุงละ 20 บาท รายรับที่ได้นำมาแบ่งปันเป็นรายได้ระหว่างเรียน และส่วนหนึ่งเข้ากองกลางเพื่อกิจกรรมโรงเรียน ในอนาคตได้เตรียมพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อต่อยอดการตลาด ทั้งนี้ ในตำราแพทย์แผนไทยโบราณ พบว่า ผักเสี้ยนนั้นมีสรรพคุณเป็นยาร้อน คนสมัยโบราณมักใช้ดองกินเพื่อแก้อาการเมา ใช้พอกฝีที่แตกเพื่อป้องกันหนอง ข้อมูลการศึกษาทางวิทยา
สุวรรณ เอิร์ธ ผู้ผลิตสินค้าเกษตรประเภทผักสด รับทรัพย์เพิ่มช่วงโควิด-19 ส่ง ‘ผักสด’ เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ยอดขายเพิ่มกว่าเท่าตัว จากวันละ 6,000-8,000 แพ็ก ขยับเพิ่มเป็น 20,000 แพ็ก ต่อวัน ได้ช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ให้เกษตรกรกว่า 30 ราย ราว 200 ไร่ ความสำเร็จที่เกิดขึ้น อานิสงส์หลักมาจากคนรักสุขภาพเพิ่มขึ้น ตลอดจนได้รับความช่วยเหลือจากร้านเซเว่นฯ ที่มีไอเดียทำชุดผักพร้อมปรุงเพื่อกระตุ้นยอดขาย อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าอยู่บ้านก็สามารถทำอาหารรับประทานเองได้ไม่ยาก นายมานิตย์ ทิพย์ปิ่นทอง หรือ วิทย์ ชายหนุ่มวัย 36 ปี เจ้าของ บริษัท สุวรรณ เอิร์ธ จำกัด เล่าย้อนไปเมื่อปี 2557 เซเว่น อีเลฟเว่น มีโครงการทดลองขายผักสด ด้วยความสนใจ เลยเข้าไปติดต่อขอร่วมโครงการ จากนั้นได้รับการติดต่อกลับ รู้สึกได้เลยว่า ‘เซเว่น’ ไม่ทอดทิ้งผู้ประกอบการรายย่อย และไม่คิดว่าองค์กรใหญ่จะให้ความสำคัญกับเกษตรกรรายเล็ก โอกาสที่ชายหนุ่มได้รับ เจ้าตัวบอกว่า ดีใจมาก ไม่คิดว่าความฝันจะเป็นจริง จากเด็กชาวเขา เรียนจบ ปวส. เคยฝันว่าสักวันหนึ่งจะส่งผักเข้าร้านสะดวกซื้อ ทั้งที่ไม่มีทุนทรัพย์ ไม่มีเครือข่าย ซ้ำยังถูกเอารัดเอาเปรี
กรุงเทพฯ 6 พฤศจิกายน 2563 – ตั้งแต่ พ.ศ. 2464 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการเกษตรได้มาบรรจบกันผ่านสัญลักษณ์รูปเครื่องบิน พาหนะที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ซึ่งได้นำมาใช้เป็นตราสินค้าของเมล็ดพันธุ์คุณภาพเจียไต๋ เพื่อสะท้อนเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของบริษัทในการส่งมอบนวัตกรรมทางการเกษตรเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมของไทย “เมล็ดพันธุ์ตราเครื่องบิน” โดย บริษัท เจียไต๋ จำกัด จึงได้ปูรากฐานแห่งความสำเร็จ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ทันสมัย และผลักดันให้เจียไต๋ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรในปัจจุบัน จากจุดเริ่มต้นของเมล็ดพันธุ์ตราเครื่องบินที่ได้หยั่งรากแก้วและเติบใหญ่ ปัจจุบัน ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ ประกอบด้วย 2 กลุ่มธุรกิจ คือ เมล็ดพันธุ์คุณภาพเจียไต๋ตราเครื่องบิน ที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเกษตรกรมืออาชีพ และเมล็ดพันธุ์เจียไต๋โฮมการ์เด้น ที่ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์การเกษตรเพื่อรองรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบการเพาะปลูก โดยได้ขยายธุรกิจอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมากกว่า 40 ประเทศ มีสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชกว่า 10 แห่ง มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพกว่า 485 สายพั
ปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่หยิบเอาพืชผลทางการเกษตรมาต่อยอด โดยการแปรรูปหรือนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารสร้างมูลค่าจนประสบความสำเร็จ ซึ่งธุรกิจ “กล้วยไข่กรอบแก้ว” และธุรกิจ “น้ำพริกป้าแว่น” จาก 2 แม่บ้าน ที่ขยันแข็งจนสามารถพลิกชีวิตเป็นเจ้าของสินค้า SME ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จและช่วยสร้างงานให้ชุมชนและส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนมาก นับเป็นการเพิ่มมูลค่า “กล้วยไข่” ที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านลำสินธุ์ ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ “กล้วยไข่กรอบแก้ว” จากกล้วยไข่ในสวน ราคากิโลกรัมละเพียง 3 บาท สร้างสรรค์เป็นสแน็คกล้วยชั้นเยี่ยม รสชาติหลากหลาย พอมีโอกาสเข้าไปขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้ไม่นาน ลูกค้าต่างชื่นชอบ สร้างรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 300,000 – 400,000 บาท ต่อเดือน นางประทิ่น นาคมิตร วัย 64 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านลำสินธุ์ เล่าว่า ปี พ.ศ. 2540 เข้ามารับช่วงต่อเป็นประธานกลุ่ม ด้วยความตั้งใจหลัก คือ นำพากลุ่มให้อยู่รอด และช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่นให้มีรายได้ ซึ่งตอนนั้นเห็นกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ ราคาตกต่ำมาก จ
ดอกดาวเรือง คนทั่วไปต่างรู้จักกันดี มีการปลูกจำหน่ายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่สดสวยอร่ามตา ด้วยคุณค่าของดอกดาวเรืองที่ถูกนำมาแปรรูปสู่นวัตกรรมอาหาร และได้นำสารสีจากดอกดาวเรืองอันมากล้นด้วยสรรพคุณ เมื่อนำมาใช้ต่อยอดอาชีพ จึงเป็นที่มาของ โครงการผลิต “ไข่สมุนไพรสารสกัดจากดอกดาวเรือง” ที่เพิ่มมูลค่าจากไข่ปกติ ได้ทั้งคุณค่าโภชนาการและได้อาหารเป็นยาไปพร้อมๆ กัน กระทั่งมีผู้สนใจเรียกซื้อหา ไข่สมุนไพรที่ใครๆ ก็อยากรับประทาน ไข่สมุนไพรสารสกัดจากดอกดาวเรือง เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตลาดเกษตรลอยฟ้าอำเภอบ้านแท่น ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพปลูกดอกดาวเรืองจำหน่ายดอกสด แต่เนื่องจากภาวะตลาดแปรปรวน อันเกิดจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา จึงได้ร่วมกันหาวิธีแปรรูปเป็นสารสีผสมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะไก่ไข่ มีการนำกลีบดอกดาวเรืองสายพันธุ์ลูทีน ดอกสีส้มเข้ม ที่ได้จากการคัดสายพันธุ์ดาวเรืองที่มีปริมาณสารแซนโทฟิลล์สูงกว่าสายพันธุ์ทั่วไป มาใช้เพื่อเติมสีในไข่แดงด้วยการผสมกับอาหารไก่ไข่ที่ได้จากวัตถุดิบในท้องถิ่น อาทิ ปลายข้าว ข้าวโพด มันเส้น กากถั่วเหลืองและใบกระถินที
นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน โดยส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) ที่ผลิตสินค้าดี มีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด โดยจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME มีโอกาสส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 รายการ รวมถึงการพัฒนา SME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายนรเทพ เชาวน์วิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างขายยาห้องยาเภสัช เจ้าของรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่นเอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562 ประเภท SME ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ “โบว์แดง” กล่าวว่า ได้สร้างโรงงานผลิตยาสมุนไพรขึ้น และตั้งชื่อตรา “โบว์แดง” ด้วยแนวคิดที่ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุ
ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับ คุณอัมพวัน รุ่งเรืองเลิศ อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 1 ตำบลป่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นชาวนายุคใหม่ ได้รับการอบรมจากศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ จากส่วนของราชการและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยมี ธ.ก.ส. ให้การสนับสนุน คุณอัมพวัน เล่าว่า มีที่นาอยู่ทั้งหมด 4 ไร่ สมัยพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็จะทำนาแบบคนยุคเก่าคือ แบบวิถีชีวิตแบบเก่า คือหนีไม่พ้นสารเคมี ชาวบ้านที่ยังไม่ได้รับการอบรมเรื่องเกษตรแผนใหม่เขาก็จะทำแบบเดิมๆ คือ เผาตอซัง การเผาทำให้แร่ธาตุอาหารในดินถูกทำลายไปด้วย ปลูกข้าวแล้วก็หนีไม่พ้นปุ๋ยเคมี เพราะมันง่ายดี ทำให้ดินเสื่อม ข้าวที่ได้ไม่เต็มสูตร คนละแวกนี้เขาจะทำนาข้าวเหนียว ขายได้กิโลกรัม 5-6 บาทเท่านั้น นา 4 ไร่ เกี่ยวข้าวแล้วจะได้ไร่ละ 40 กระสอบปุ๋ย 1 กระสอบหนัก 40 กิโลกรัม 40×40 = 1,600 กิโลกรัม คือ ได้ข้าวไม่ถึง 2 ตัน หรือ 2 เกวียน สมัยนั้นได้ราคาเกวียนละ 5,000 บาท ถ้าขายทั้งหมดก็ได้เพียงหมื่นกว่าบาท แต่ต้นทุนนั้นเยอะแยะมากมาย ทั้งค่าปุ๋ย-ค่าแรงงานเก็บเกี่ยว หักค่าใช้จ่ายออกแล้วเหลือไม่ถึง 3,000 บาท เกษตรกรยุคเก่ามีรายได้จากการขายข
“แตงร้าน” เป็นหนึ่งในพืชตระกูลแตงที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และได้รับความนิยมบริโภคทั่วโลก โดยในประเทศไทยนั้นมีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วทุกภาค แต่ละปีนั้นมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 10,000 ไร่ และบางปีอาจสูงถึง 20,000 ไร่ ตามราคาผลผลิตที่สูงขึ้น (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ระหว่างปี 2557-2562) นอกจากนี้ อีกจุดเด่นหนึ่งคือเป็นพืชใช้น้ำน้อย อายุสั้น ให้ผลผลิตเร็ว เกษตรกรจึงนิยมปลูกเป็นพืชเสริมในช่วงฤดูแล้ง หรือระหว่างฤดูการผลิตพืชชนิดอื่น สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ทุกวัน คุณสุพัฒน์ พรมประสิทธิ์ วัย 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านวังหัวแหวน ต.วังหามแห อ.ขาณุวรลักษณบุรี จ.กำแพงเพชร เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกแตงร้านเสริมกับพืชไร่อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง ต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ โดยเมื่อปลูกมาได้สักระยะ รายได้จากพืชเสริมชนิดนี้เริ่มแซงพืชหลัก ทั้งยังสามารถทำเงินได้ไว สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะสั้นเพียง 35-38 วัน ใน 1 ปีสามารถปลูกได้ 3-4 รอบ ต่างจากพืชไร่ที่ปลูกได้เพียงปีละรอบ คุณสุพัฒน์ จึงหันมายึดการปลูกแตงร้านเป็นอาชีพเต็มตัวกว่า 10 ปี บนพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 15 ไร่ กว่าจะมา
