แปรรูปสินค้าเกษตร
ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วโลกเล็งเห็นประโยชน์ของ “การบริโภคผลไม้เป็นยา” เพราะผลไม้เป็นอาหารที่ให้สารอาหารที่จําเป็นต่อร่างกาย คือ วิตามิน แร่ธาตุ และมีใยอาหารในปริมาณสูง ดีต่อระบบขับถ่าย ที่สำคัญผลไม้มีสารอาหารกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน วิตามินอี ซิลีเนียม ทองแดง แมงกานีส และสังกะสี ซึ่งเป็นตัวช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดมะเร็งได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่ง “อินทผลัม” เป็นหนึ่งในผลไม้ทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้รักสุขภาพ สังเกตได้จากยอดขายอินทผลัมเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยสายพันธุ์อินทผลัมยอดนิยมที่ขายดีติดตลาด ได้แก่ “อัจวะห์” อินทผลัมสุดยอดปราถนาของชาวมุสลิมทั่วโลก อัจวะห์ (Ajwa) นับเป็นอินทผลัมสุดยอดปรารถนาของชาวมุสลิมทั่วโลก เพราะ ท่านนบีมุฮัมมัด ซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาอิสลามได้เคยกล่าวว่า “ผู้ใดที่รับประทานอินทผลัมที่มาจากอัจวะห์ 7 เม็ด ในตอนเช้าแล้ว ในวันนั้น พิษร้ายหรือเวทมนตร์จะไม่ทำอะไรเขาเลยตลอดวัน” (ซอเฮียะฮฺบุคอรี, 664) อัจวะห์มีแหล่งกำเนิดจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ปลูกมากแถบมาดินะซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาอิสลาม ลักษณะเด่นของอินทผลัมพันธุ์นี้ก็คือ ผลมีขนา
คุณสัญญา สามารถ เรียนจบจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อดีตเคยเป็นนักวิชาการเกษตรทางด้านวิเคราะห์แผนการตลาดเกษตร ให้กับเอกชน ลาออกเมื่อปี 2547 โดยตั้งใจจะทำยึดอาชีพเกษตรที่ตัวเองรัก คุณสัญญาเคยทำนาจำนวน 5 ไร่ เป็นการทำนาแบบเก็บข้อมูลต้นทุน-กำไรมาตลอดหลายปี กระทั่งพบว่าไม่ว่าจะพยายามทำนาด้วยวิธีใดเมื่อได้คำนวณตัวเลขแล้วไม่คุ้มทุน จากนั้นจึงมาทบทวนว่าควรจะเปลี่ยนไปปลูกพืชแบบผสมทั้งไม้ดอกไม้ประดับ และผลไม้ต่างๆ สลับหมุนเวียน แบบเกื้อกูลตามธรรมชาติ เพื่อให้เสี่ยงน้อย แล้วตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมกับพัฒนาคุณภาพด้วยอินทรียวัตถุเพื่อช่วยลดต้นทุน ไม้ผลควรปลูกแบบยกร่องเพื่อให้มีคุณภาพสมบูรณ์ คุณสัญญามองว่าพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลเนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการปลูกแบบร่องสวนที่มีน้ำหล่อเลี้ยง ดังนั้น จึงปรับพื้นที่ตัวเองให้มีลักษณะเช่นเดียวกัน แล้วเริ่มปลูกมะม่วงเขียวเสวยแบบนอกฤดู จนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย จากนั้นจึงนำชมพู่ทับทิมจันท์มาปลูกแซมมะม่วง เพราะจะได้เกื้อกูลทางการดูแล ขณะเดียวกันนั้น ทางชุมชนตำบลศิลาถือเป็นแหล่งปลูกไม้ดอกขึ้นชื่อของจังหวัด อีกทั้งในพ
กรมหม่อนไหม หนุน “กวนนิโตพาทิสเซอรี” ร้านเบเกอรี่ ชื่อดังเมืองตรัง พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป“ขนมโอปันยากิ-เครปโรลไส้ลูกหม่อน จนกลายเป็นขนมยอดฮิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรในชุมชนบ้านนาโยง นายมงคล คงบัน เจ้าของร้านกวนนิโตพาทิสเซอรีเบเกอร์รี่ชื่อดัง ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนได้รับซื้อลูกหม่อนผลสด หรือ “มัลเบอร์รี่” ของเกษตรกรในชุมชนมาแปรรูปเป็นไส้ขนมโอปันยากิ (Obanyaki) หรือ “ขนมครกญี่ปุ่น” เครปโรล และ “น้ำมัลเบอร์รี่” กลายเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียง ช่วงแรกที่นายมงคลริเริ่มรับซื้อหม่อนผลสดจากเกษตรกรในตำบลนาโยง กิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งราคาค่อนข้างสูง เลยนำมาผลิตเป็นน้ำดื่มมัลเบอร์รี่ หลังจากมีการขยายพื้นที่การปลูกจนมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาลดลงเหลือ กิโลกรัมละ 120-150 บาท จึงเริ่มนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นไส้โอปันยากิและเครปโรลมัลเบอร์รี่ แล้วนำมาเสิร์ฟสไตล์ญี่ปุ่น คือทำเป็นคำๆ เหมือนชูชิ เพื่อให้กินง่ายและดูสวยงาม และสร้างมูลค่าเพิ่มของเบเกอรี่ให้มีราคาเพิ่มขึ้นไปอีก ร้านกวนนิโตพาทิสเซอรีเบเก
ก่อนมันจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนค่อนโลก จนไม่รู้ว่าจะจัดวางมันไว้ในหมวดไหน ระหว่างเครื่องดื่ม อาหาร หรือวัฒนธรรม กาแฟเป็นพืชที่ใช้เป็นยามานับพันปี และเป็นยาอยู่อย่างเดียวเช่นนั้นเรื่อยมา จนเมื่อสักร้อยกว่าปีมานี่เอง ที่เราเสพมันในเวลาปกติไม่เจ็บป่วย ประโยชน์ของกาแฟ พูดกันมานาน มีหมอมีงานวิจัยยืนยันว่ามีผลดีต่อสุขภาพจริง เรื่องลดความดัน เรื่องลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ อะไรต่อมิอะไรนั้น มีผลการวิจัยเกิน 10 ปีแล้ว ผลเสียของกาแฟที่มีคนพูดถึงส่วนใหญ่มาจากคนที่ไม่ชอบกาแฟ หรือแพ้กาแฟ คือกินแล้วใจสั่น ซึ่งเกิดขึ้นกับสารอื่นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องแปลกที่กาแฟยังคงเป็นเครื่องดื่มมีราคา ทั้งที่มันควรจะเป็นเครื่องดื่มปกติ เครื่องดื่มราคาถูกสำหรับทุกคน แม้ในประเทศที่ผลิตกาแฟ คนที่กินกาแฟได้คือ ต้องมีรายได้พอควร กระทั่งกาแฟถ้วยริมถนน ก็ใช่ว่าคนหาเช้ากินค่ำจะกินได้ทุกวัน คนเถียงว่า อเมริกามีกาแฟถูกๆ แก้วละเหรียญไง แต่ 1 เหรียญ สำหรับคนจนในอเมริกา ก็ไม่ใช่น้อย หรือถ้าเขามี 1เหรียญ เขาก็เอาไปหาซื้ออย่างอื่นที่กินแล้วอิ่ม ฉันเห็นกาแฟริมทางแถวอเมริกา ขายถูกแสนถูก ก็ยังมีคนเข้าไม่ถึงมันอ
“ปลาดุกร้า” เป็นอาหารหมักดองประเภทหนึ่ง เนื้อปลาดุกร้าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดี ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ปลาดุกร้ามีรสชาติหวานเค็มผสมกันอยู่ นำมาทำอาหารด้วยวิธีปิ้งย่างหรือทอดไฟอ่อนๆ จนมีกลิ่นหอม ซอยหอม พริกขี้หนู บีบมะนาวใส่ลงไป นำมากินกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็อร่อยแซ่บเว่อร์สุดๆ เอาสเต๊กมาแลกก็ไม่ยอม การผลิตปลาดุกร้า มีวัตถุประสงค์เพื่อถนอมอาหาร โดยทำจากปลาดุกล้วนๆ ทั้งตัว นำมาหมักด้วยเกลือและน้ำตาล เพื่อเนื้อปลาแห้งในระดับปานกลาง ปลาดุกร้าในแต่ละท้องที่จะมีรสชาติแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ กรรมวิธีการหมักและการตากแดด แหล่งผลิตปลาดุกร้าที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่อยู่รอบทะเลสาบสงขลา ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพัทลุง กลุ่มเกษตรกรในอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น กศน.อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช คุณศุภชัย สกุลแก้ว ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีสภาพภูมิประเทศติดชายฝั่งทะเลและมีพื้นที่ราบลุ่ม ที่ชาวบ้านสามารถปลูกข้าว มะพร้าวน้ำหอม และเลี้ยงปลาดุกเป็นอาชีพได้ ที่ผ่านมา กศน.อำ
คำพังเพยที่กล่าวไว้ว่า “ลำบากก่อน แล้วจะสบายในภายหลัง” เห็นจะเป็นคำกล่าวที่เป็นจริงในหมู่ลูกหลานชาวจีน ที่มาจากผืนแผ่นดินใหญ่ ได้ปลูกฝังและพร่ำสอนให้เด็กเล็กรู้จักขยัน ทำงานตั้งแต่ยังเล็ก ฝึกปรือจนชำนาญ หัดค้าขายตามบรรพบุรุษเรื่อยมา พอเติบโตขึ้นมาเรียนรู้จนสามารถเจริญรอยตามได้สำเร็จ เห็นได้จากพ่อค้าแม่ขายที่มีเชื้อสายชาวจีน มีธุรกิจค้าขายหลายขนาด หลายสิ่งหลายอย่างล้วนแต่ถูกสั่งสอนกันมาจนเป็นวัฒนธรรม ประเพณีนิยมสืบสานกันจนถึงปัจจุบัน จนสามารถมีฐานะส่งบุตรหลานไปเล่าเรียนมา ทั้งในและต่างประเทศที่น่าเป็นแบบอย่างของคนไทยที่ไม่ละทิ้งอาชีพดั้งเดิม ที่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย ได้สร้างเอาไว้ สืบสานกิจการไม่รู้จบสิ้น เมื่อกว่า 30 ปีแล้ว ได้รู้จักกับสาวใหญ่ เชื้อสายชาวจีนโดยกำเนิดที่บรรพบุรุษอพยพจากผืนแผ่นดินใหญ่ แล้วมาปักหลักอยู่ในย่านตลาดบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เธอคนนั้นมีนามว่า “วัชรี (ฮุ้ง) จีระศักดิ์” ความขยันและค้าขายเก่ง พูดจาคล่องแคล่ว ได้ทั้งภาษาจีนแต้จิ๋ว และภาษาจีนกลาง จนสามารถบุกเบิกค้าผัก ผลไม้ไทยไปถึงตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ และจีนแผ่นดินใหญ่ในเวลาต่อมา การบอกเล่าชีวประวัติของเธอในอดีตให้ฟังไว้
“ผ้าปาเต๊ะ” หรือผ้าบาติก (Batik) เป็นเครื่องนุ่งห่มที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีต้นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย คำว่า “ปาเต๊ะ”หรือ “บาติก” มาจากภาษาชวา ใช้เรียกชื่อผ้าที่มีลวดลายเป็นจุด ซึ่งวิธีการทําผ้าปาเต๊ะจะใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสี และใช้วิธีการแต้ม ระบาย หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี ผ้าปาเต๊ะบางชิ้นอาจผ่านขั้นตอนการปิดเทียน แต้มสี ระบายสี และย้อมสีหลายๆ ครั้ง ส่วนผ้าปาเต๊ะอย่างง่าย อาจทําโดยการเขียนเทียนหรือพิมพ์เทียน แล้วจึงนําไปย้อมสีที่ต้องการ สมัยก่อนคนชวานิยมใช้ผ้าปาเต๊ะ ในลักษณะ 1. โสร่ง (Sarung) เป็นผ้าที่ใช้นุ่งโดยการพันรอบตัว 2. สลินดัง (salindang) หมายถึง ผ้าซึ่งใช้นุ่งทับกางเกงของบุรุษ หรือเรียกว่า “ผ้าทับ” เป็นผ้าที่เน้นลวดลายประดับเป็นกรอบหรือชาย 3. อุเด็ง (udeng) หรือผ้าคลุมศีรษะ โดยทั่วไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผ้าชนิดนี้สุภาพบุรุษใช้โพกศีรษะเรียกว่า “ซุรบาน” สำหรับสตรีจะใช้ทั้งคลุมศีรษะ และปิดหน้าอกเรียกว่า “คิมเบ็น” (kemben) ต่อมามีการดัดแปลงเป็นเครื่องแต่งกายประเภทอื่นๆ ใช้กันทุกเพศทุกวัย จนกลายเป็นเครื่องแต
ราคาสินค้าเกษตรนั้นขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด สินค้าจำนวนมาก ราคาก็ลดลง สินค้าจำนวนน้อย ราคาก็สูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักอุปสงค์-อุปทาน ในช่วง 4-5 ปีนี้ ต้องยอมรับว่า “มะพร้าวน้ำหอม” นั้นเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของไทยชนิดหนึ่ง เมื่อปี 2560 เคยขึ้นไปถึงลูกละ 30 บาท แม้ว่าจะลงมาบ้างแต่ก็ไม่ต่ำกว่าลูกละ 10 บาท กระทั่งราคาตกเหลือเพียงลูกละ 4-5 บาท เท่านั้น โดยพื้นที่แถว อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมแหล่งใหญ่นั้นจะมีล้งจีน ทั้งล้งของคนจีนเองและล้งไทยที่เป็นมือปืนให้กับล้งจีนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นเรียกได้ว่าทุบตลาดกันปั่นป่วนมาก คุณแดง มาประกอบ หรือ พี่แดง ชาวตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บัณฑิตแม่โจ้ และเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งก่อนหน้านี้เรียกได้ว่าพี่แดงถือเป็นเซียนเรื่องการเกษตร ทำมาแล้วหลายแขนง ปลูกมาแล้วหลายชนิด ทั้งพืชอายุสั้น ผลไม้ แตงโม แคนตาลูป แต่ต้องเลิกปลูกด้วยเหตุผลที่การปลูกพืชผลไม้ต้องใช้คนงานเยอะ และต้องมีเวลาเข้าสวนทุกวัน ไม่สามารถปลีกตัวไปทำอาชีพเสริมได้ จึงเริ่มลองมาศึกษาเรื่องการปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพราะค
ไข่เยี่ยวม้าสีทอง เป็นนวัตกรรมใหม่ทางด้านอาหารหมักของไทยที่มีการพัฒนากระบวนการผลิตเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างอาหารหมักดองพื้นบ้านและแนวคิดในการพัฒนาทางด้านอาหารที่มีความปลอดภัย เพื่อการบริโภค ปัจจุบันได้พบปัญหาไข่เยี่ยวม้ามีการปนเปื้อนของสารตะกั่วมากขึ้น โดยผู้ผลิตมีการเติมสารตะกั่วเพื่อเร่งให้ไข่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเร็วขึ้น สีที่ใช้พ่นหรือเคลือบผิวเปลือกไข่มักจะเป็นสีที่ไม่ปลอดภัยในการใช้สำหรับอาหาร จึงส่งผลให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภค ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผศ.ดร.ชุตินุช สุจริต อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จึงมีแนวคิดในการผลิตไข่เยี่ยวม้าที่มีการเลือกใช้วัสดุส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ เพื่อลดคอเลสเตอรอลในไข่แดง ไม่พบสารตะกั่วในผลิตภัณฑ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานมากกว่า 6 เดือน จึงเป็นการยืดอายุในการตลาดเพื่อการค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพตามแนวคิดในเรื่อง 3 รักษ์ กล่าวคือ รักษ์สุขภาพ ใช้สารเคมีที่ปลอดภัย รักษ์ความเป็นไทย สีในการย้อมเปลือกไข่เยี่ยว
โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่เรียกกันติดปากว่า สินค้าโอทอป (OTOP) เกิดจากเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อปี 2544 ที่ต้องการกระตุ้นการเติบโตของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด One Village, One Product ของเมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น สินค้าโอท็อปส่วนใหญ่ของไทยเกิดจากการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติและภูมิปัญญาของปู่ย่าตายาย ซึ่งเป็นมรดกดั้งเดิมของท้องถิ่น แต่ขาดนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า จึงเกิดการลอกเลียนแบบได้ง่าย สังเกตได้จากหลายจังหวัดมีสินค้า OTOP ประเภทเดียวกันเต็มไปหมด และชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารต้นทุนการผลิตสินค้าให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มทุน และขาดช่องทางขายที่ดี ด้วยเหตุนี้ แม้ชาวบ้านจะผลิตสินค้าได้เก่งสักเพียงใด แต่หาตลาดไม่ได้ ขายของไม่เป็น ก็เจ๊งขาดทุน ต้องเลิกกิจการเป็นจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการตอบสนองนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเพื่อสร้างพลังทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ เกิดการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างท
