แปรรูปสินค้าเกษตร
“กฤษฎา”เตรียมชงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการยางพาราควบคุมการผลิต-ราคายางพารา พร้อมเรียก 4 ประเทศ ผู้ผลิตยางหารือแนวทางใหม่เพื่อลดการกรีดยาง นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ขณะนี้เตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการยางพารา เนื่องจากอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ปี 2542 ซึ่งกำหนดให้ยางพาราเป็นสินค้าควบคุม เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูกลไกราคายางพารา โดยคณะกรรมการฯ จะประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาคราชการ เอกชน และชาวสวนยางพารา และมีอำนาจหน้าที่ในการไปดูต้นทุนยางพารา ดูการผลิตยางว่าราคาใดเหมาะสมกับการรับซื้อ หรือราคาใดเหมาะสมกับการส่งออก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร “หากสามารถตกลงเรื่องข้อกฎหมายกับกระทรวงพาณิชย์ได้ ก็เตรียมนำเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะเสนอในที่ประชุม นอกจากแนวทางการหยุดกรีดยาง 3 เดือน ในการประชุม วันที่ 2 มี.ค. 61 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เรียกประเทศผู้ผลิตยางพาราส่งออก อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย มาร่วมหารือซึ่งทุกประเทศตอบรับคำเชิญเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่ประเทศอินเดีย ที่ทางกระทรวงเกษตรฯ กำลัง
เอสซีจี เทรดดิ้ง ลุยตลาดสินค้าเกษตรพรีเมี่ยม ประเดิม “ทุเรียนนาโนแรปปิ้ง” ยั่วลูกค้าจีนในคิง เพาเวอร์-เอเชียทีค ขยายฐานตลาดนอกอาเซียน รุกจีน-อินเดีย ผนึกประชารัฐ D4 จับมือพันธมิตรต่อยอดอีคอมเมิร์ซ เปิดแผนสเต็ปแรกดิสทริบิวชั่นเซ็นเตอร์กระจายสินค้าเครือ เอสซีจี สู่ strategic city ก่อนขยับลงทุน นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด ในเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีที่ผ่านมา ยอดขายเอสซีจี เทรดดิ้ง มีมูลค่า 37,000 บาท ขยายตัว 13% จากปี 2559 โดยสัดส่วนกำไรประมาณ 1-2% ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่เอสซีจี เทรดดิ้ง ดำเนินการมาครบรอบ 40 ปี มีแผนจะขยายธุรกิจตามทิศทางนโยบายหลักของเครือเอสซีจี เพื่อก้าวสู่การเป็น “regional company” จากในอดีตที่เป็น “ASEAN company” สัดส่วน 75-80% และนอกอาเซียนมีเพียง 20-30% แต่จากนโยบายดังกล่าว บริษัทจะมุ่งเป้าขยายตลาดไปสู่จีนและอินเดีย “ขณะนี้ได้มีการตั้งทีมงานเพื่อศึกษากลยุทธ์ในการทำตลาดจีน และอินเดียขึ้นมา โดยมี นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เป็นประธาน China Exploration Team เริ่มศึ
วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานวัดศรีเมือง ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เกษตรกรชาวไร่สับปะรด ในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ และ อ.นายายอาม จำนวนหลายสิบราย นำสับปะรดสุก จำนวนหลายสิบตัน มาวางขายในแผงตลอดสองข้างทางเข้ามาในวัด พร้อมคัดแยกขนาดผลสับปะรดแต่ละเบอร์ ก่อนนำป้ายมาเขียนติดบอกราคา โดยสับปะรดเบอร์เล็กที่ชาวสวนติดป้ายขาย เหลือเพียงลูกละ 1 บาท เท่านั้น น.ส.อาภรณ์ ทองจาด อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/4 ม.1 ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่ประกอบอาชีพทำไร่สับปะรดมานานกว่า 10 ปี ในปีนี้ราคาดิ่งลงหนักสุดเข้าขั้นวิกฤติกว่าทุกปี ที่ผ่านมา โดยปีที่แล้วสับปะรดเบอร์ใหญ่ขายอยู่ที่ ลูกละ 15-17 บาท แต่ปีนี้เหลือเพียงลูกละ 10 บาท ส่วนเบอร์เล็กตกเกรดจากปีที่แล้วขายอยู่ที่ ลูกละ 3-5 บาท ปีนี้ลดเหลืออยู่ที่ลูกละ 1 บาท แม้ว่าจะลดราคาขายแบบยอมขาดทุนขนาดนี้ แต่ยังไม่มีพ่อค้าสนใจมารับซื้อ มีเพียงแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย มาเหมาไป ปอกใส่รถเข็นขาย ส่วนสาเหตุที่ทำให้ราคาสับปะรดปีนี้ตกต่ำมากที่สุด คาดว่าน่าจะเกิดจากแหล่งรับซื้อปลายทางหยุดรับซื้อผลผลิตชั่วคราว ให้เหตุผลว่าล้นตลาด เนื่องจากผลผลิตสับ
“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” ถือเป็นประโยคที่สามารถใช้ได้กับแทบทุกสถานการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องการทำงาน รวมไปถึงเรื่อง “การทำธุรกิจ” ด้วย และหากพูดถึงธุรกิจส่วนตัว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีความฝันอยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องประดับ รวมไปถึงการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง คงมีหลายคนที่เชื่อว่าหากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น แต่ในโลกของการทำธุรกิจ “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะการทำธุรกิจต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า “ประสบการณ์” ด้วย คุณมนต์สินี นวลศิริโกศล หรือ คุณติ๋ม และ คุณกัณฑ์พัฒน์ นวลศิริโกศล หรือ คุณเค อดีตเจ้าของกิจการ “แครอทเค้ก คุณติ๋ม” เค้กเพื่อสุขภาพ ที่เคยประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าเบเกอรี่และคนรักสุขภาพ ที่ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาทำธุรกิจขายขนมและผลไม้อบแห้งเนื่องจากพิษทางเศรษฐกิจและอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากพนักงานประจำ ก้าวสู่เจ้าของร้านเบเกอรี่ คุณติ๋ม ปัจจุบันอายุ 60 ปี เดิมเป็นคนอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แ
“ บุญเสริม – กองแก้ว อินบำรุง ” สองสามีภรรยามีอาชีพทำนาปลูกข้าวเกือบร้อยไร่ อยู่ในพื้นที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี เดิมเขาใช้สารเคมีดูแลแปลงนา แต่เจอสารเคมีตกค้างเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์สารสะเดาสกัด “นีมเพาว์เวอร์” ดูแลแปลงนาแทน กระแสบอกต่อ จากปากต่อปากในกลุ่มเพื่อนเกษตรกร ที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์สารสะเดาสกัด “นีมเพาว์เวอร์” แล้วได้ผลดี ทำให้บุญเสริมเกิดสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ตัวนี้ จึงทดลองซื้อ“นีมเพาว์เวอร์” มาใช้ในแปลงนา ตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน หลังทดลองใช้ บุญเสริมรู้สึกประทับใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ “นีมเพาว์เวอร์” อย่างมาก เพราะใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก สามารถฉีดพ่นได้ทั้งเช้า-เย็น ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกร และผู้บริโภค “ เพลี้ยไฟ ” เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญที่พบบ่อยในแปลงนา ต้นข้าวอายุ 20-25 วัน เมื่อเจอช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง จากแดดร้อนจัด ๆ เปลี่ยนเป็น “ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ” มักเจอเพลี้ยไฟระบาดในแปลงนาได้ง่าย สังเกตได้จากใบข้าว มีอาการห่อตัว และมีสีแดง หากไม่รีบกำจัดเพลี้ยไฟ ต้นข้าวจะค่อยๆ หดลง หากต้นข้าวมีอาการแบบนี้เมื่อไหร่ คุณบุญเสริมจะรีบฉีดพ่นสารสะเดา “นีมเพาว์เวอร์” กำจั
ใครๆ ก็รู้ว่า พริก เป็นพืชเศรษฐกิจขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี แต่การปลูกพริกก็มีความเสี่ยงสูงจากปัญหาโรคพริก เช่น โรคกุ้งแห้ง โรครากและโคนเน่า โรคใบหงิก ใบด่าง โรคเหี่ยว ฯลฯ หากดูแลป้องกันไม่ดี ก็เสี่ยงขาดทุนได้ง่าย เกษตรกรส่วนใหญ่จึงนิยมฉีดพ่นสารเคมีกำจัดโรคแมลง ในแปลงปลูกพริก คนกินก็เสี่ยงบริโภคพริกที่ปนเปื้อนสารเคมี เกษตรกรมือใหม่หัวใจอินทรีย์อย่าง “ คุณคมสันต์ – คุณจำเริญ มาโยธา ” ประสบความสำเร็จใน การปลูกพริกปลอดสารพิษอย่างงดงาม เพราะใช้สารสกัดสะเดา “ นีมเพาว์เวอร์” เป็นตัวช่วยป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานและผู้บริโภค คุณคมสันต์ – คุณจำเริญ มาโยธา สองสามีภรรยาชาว อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี มีรายได้หลักจากการรับจ้างขับรถแมคโคร ในปีนี้พวกเขาตัดสินใจปลูกพริกเพื่อเป็นรายได้เสริมเลี้ยงดูครอบครัว ปรากฏว่า พริกปลอดสารพิษของพวกเขา ขายดี เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะพริก มีคุณภาพดี ไม่เน่าเสียง่าย มีอายุการขายยาวนาน ถูกใจแม่ค้า คุณคมสันต์ปลูกพริก ประมาณ 1,000 ต้นบนเนื้อที่ 1 ไร่ หลังปลูก 3-4 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้ ระหว่างการป
“หมูย่าง-ปลาดุกร้า” หมูย่างหนึ่งเดียว พัทลุง ปลาดุกร้าสมุนไพรรายแรกประเทศไทย ยอดขายพุ่งหลายเท่าตัว หมูย่าง 1 สัปดาห์ ทำยอดขาย 300,000 บาท ปลาดุกร้าสมุนไพร ขยายตัว มูลค่ายอดขายเพิ่ม 4 เท่าตัว ชี้ ทิศทางตลาดอาหารสุขภาพ นางเพียงเพ็ญ คงแสง ประธานกลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก เลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2561 ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก จ.พัทลุง ยอดการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณจาก 40 กก./รอบ เป็น 200 กก./รอบ เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง แต่กำลังการผลิตก็ยังคงไม่เพียงพอ เพราะขาดโรงเรือนที่ทำการแปรรูป จึงไม่สามารถเพิ่มการผลิตได้ ทั้งนี้ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เป็นสูตรน้ำหมักสมุนไพรเงาะป่าซาไกที่กำลังได้รับความนิยม ได้รับการรับรองให้เป็นของดีจังหวัดพัทลุง คือ เป็นภูมิปัญญาเอกลักษณ์จังหวัดพัทลุงด้วย นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง กำลังทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้เป็นสินค้าซื้อเป็นของฝากได้ด้วย ปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มถึง 50,000 บาท จากเดิม 10,000 บาท จากอัตราผลิตเฉลี่ย 2 วัน/รอบ “ปลาดุกร้า ยังคง
เฟสบุ๊ค Napawan Kositsuriyapan ได้เชิญชวนเพื่อนๆ และคนรู้จักให้ช่วยกันแวะซื้อสินค้าผักสดปลอดสารพิษราคาถูกมาก ของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์นิคมศรีสำโรง ที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมปลูกผักกางมุ้ง และใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี ในโครงการ “ ผักปลอดสารพิษ ชีวิตมีสุข ” ผักสดทุกชนิดสดสะอาดปลอดภัย ได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) ภายใต้การควบคุมคุณภาพของกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร สินค้าเกษตรที่จำหน่ายมีหลากหลายชนิด เช่น มะเขือเปราะ มะเขือเทศ ผักชี ผักกาด ผักคะน้า มะพร้าวแกง ฯลฯ ผักสดทุกชนิดบรรจุเต็มถุงแต่ขายราคาถูกมากๆ แค่ถุงละ 10 บาทเท่านั้น คนขายบอกว่า ปลูกผักปลอดสารพิษ เพราะอยากให้คนกินผักปลอดภัย แปลงผักที่ปลูกมีใบรับรองคุณภาพจาก กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่การเกษตรเข้ามาตรวจสอบแปลงปลูกตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมพันธุ์ การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการดูแลปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว ทุกวันนี้ เกษตรกรขายสินค้าหมดบ้างไม่หมดบ้างในแต่ละวัน ชาวบ้านโพสต์เฟสบุ้คขายของไม่เป็น ปลูกได้อย่างเดียว จึงขอเชิญชวนผู้สนใจแวะอุดหนุ
หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมไทยเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนของโลก มุ่งทำตลาดผลไม้เกรดพรีเมี่ยม บุกตลาดออนไลน์จีน จัดกิจกรรม CNX Fruits Destination กระตุ้นตลาดช่วงตรุษจีนของเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2561 ตั้งเป้าขยายยอดค้าออนไลน์-ค้าข้ามแดน ส่งผลไม้ถึงผู้บริโภคจีนต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงกับเมืองผลไม้จันทบุรี นางวิภาวัลย์ วรพุฒพิงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์วิจัยและบริการวิชาการนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาน CNX Fruits Destination ขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โซนตู้ปลาอควาเรียม ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2561 โดยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีกิจกรรมการแข่งขันกินผลไม้ และวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561 มีการแสดงสาธิตการทาอาหารคาว หวาน จากทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และสร้างการมีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีนที่จะเดินทางมามากถึงวันละ 6,000 คน ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งว่าผลไม้ไทยคือสินค้
เตยหอม เป็นไม้ที่มีทรงพุ่มเล็กขึ้นเป็นกอ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ใบมีลักษณะเป็นทางยาวสีอ่อน ขอบใบเรียบ ซึ่งใบจะมีความพิเศษคือมีกลิ่นหอม และสีเขียนของใบเป็นสีที่ได้จากคลอโรฟิลล์ จึงนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบของขนมและอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติและได้กลิ่นที่ช่วยในเรื่องของการผ่อนคลาย จากความหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงนิยมเตยหอมมามัดเป็นกำดอกไม้ เพื่อใช้ในการบูชาพระ ตลอดไปจนถึงการใส่ไว้ในรถเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้สัมผัสกลิ่น คุณณะที กรณ์พรหม อยู่บ้านเลขที่ 141/9 หมู่ที่ 9 ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพทำนาและพี่สาวของเธอได้รับใบเตยจากทางเขตจังหวัดปทุมธานี เพื่อนำมามัดเป็นกำร่วมกับดอกไม้ขาย ต่อมาจึงได้แนวความคิดที่อยากจะปลูกไว้ใช้เอง เพื่อประหยัดต้นทุนในการไปซื้อจากที่อื่นมากำร่วมกับดอกไม้ “ช่วงนั้นเราเห็นว่าน่าจะปลูกเอง ก็เลยมาลงทุนปลูกเตยหอม เพราะมองว่าน่าจะทำรายได้ให้กับเราได้ ซึ่งการปลูกเตยหอมเรื่องน้ำถือว่าสำคัญมาก เพราะว่าต้องให้มีน้ำขังอยู่ตลอด ดังนั้นคนที่จะปลูกเตยหอมพื้นที่บริเวณนั้นอย่างน้อยต้องมีน้ำอยู่ใกล้ๆ พื
