แปรรูปสินค้าเกษตร
หกโมงเย็นครอบครัวส่วนใหญ่ล้อมวงรับประทานอาหาร จากนั้นดูละครหย่อนใจ เตรียมเข้านอน แต่ปราโมทย์ ทองสิงห์ เขาเริ่มทำงาน โดยบรรจุข้าวหลามใส่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์ออกตระเวนขาย ผลิตภัณฑ์จะขายหมดก็เช้าวันใหม่ตีสองตีสาม การทำงานของคุณปราโมทย์เป็นอยู่อย่างนี้ คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นงานหนัก แต่สำหรับคุณปราโมทย์แล้วบอกว่าชิน งานที่ทำอยู่สร้างเงิน เขามีบ้านในต่างจังหวัด มีที่ดิน ได้ส่งเงินไปเลี้ยงดูปู่ย่าตายาย ที่สำคัญส่งลูกเรียนจบปริญญาตรี ถิ่นฐานบ้านเดิมของคุณปราโมทย์ อยู่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อแต่งงานกับ คุณฉวีวรรณ พวกเขาทำนา ว่างจากนาก็ทำงานก่อสร้างตามพี่ๆ น้องๆ คุณฉวีวรรณบอกว่า งานก่อสร้างทำได้ แต่ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ช่วงที่กำลังหางานเหมาะสมอยู่นั้น คนแถวชุมแพ ทำข้าวหลาม แล้วเช่าเหมารถมาขายกันแถวปิ่นเกล้า มานอนค้างขายกันจนหมดแล้วก็กลับไปทำกันใหม่ คุณปราโมทย์และคุณฉวีวรรณไปคุยกับญาติพี่น้อง เรื่องการทำข้าวหลาม ซึ่งก็ไม่ยาก จากนั้นจึงทำขาย แต่แทนที่จะทำอยู่ชุมแพ เขามาปักหลักเช่าบ้านอยู่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รวมระยะเวลาที่ทำข้าวหลาม ผ่านมานานถึง 16 ปีแล้ว ใช้ไม้ไผ่ข้าวหลามโดยต
เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ นำโดย ดร.ธนภัท แสงอรุณ นักวิชาการพาณิชย์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกับ ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นำโดย รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ หัวหน้าคณะวิจัย ได้จัดประชุมความร่วมมือภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ เกษตรกรภาคตะวันออก 2 คือ ตราด จันทบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ตาม “โครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การค้าและประชารัฐเมืองคู่มิตรเพื่อธุรกิจสู่สากล (Strategic Partnership for Sister Cities)” ณ ห้องประชุมพราวมณี โรงแรมนิวแทรเวลลอร์ด จังหวัดจันทบุรี ดร.ธนภัท แสงอรุณ นักวิชาการพาณิชย์สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า เมื่อปี 2559 มีข้อตกลงในเวที CLMV Forum ร่วมกันเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การค้าผลไม้ระหว่างกลุ่มจังหวัดของไทย-เพื่อนบ้านลาว กัมพูชา พม่า ในส่วนของภาคตะวันออก 2 คือ มี จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้วที่มีชายแดนติดกัมพูชา ตาม “โครงการหุ้นส่วนยุทธศาสตร์การค้าและปร
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดการประชุมผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 200 ราย เข้าร่วมอบรมสัมมนา เรื่อง “โลคอล แฟรนไชส์ โรดแมป” ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่โรงแรมริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี ว่า ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ท้องถิ่น เมื่ออบรมแล้วจะเข้ารับการคัดเลือก ประเมินความสามารถทางธุรกิจ เตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการพัฒนาธุรกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยธุรกิจที่ผ่านการประเมินจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาธุรกิจตั้งแต่เดือนมีนาคม-กันยายน 2561 ซึ่งจะได้รับคำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแบบตัวต่อตัว และลงพื้นที่ยังสถานประกอบธุรกิจของแต่ละราย และได้เข้าดูงานการดำเนินธุรกิจแบบมืออาชีพของแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพด้วย นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจแฟรนไชส์เริ่มเป็นกำลังสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยเฉพาะการนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ราคาประหยัด ให้เป็นทางเลือกสำหรับสร้างธุรกิจแก่ผู้มีรายได้น้อย ตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เฟส 2 ขณะนี้มีผู้มีรายได้น้อยสมัครเข้าพัฒนาศักยภาพแล้วประมาณ 5 ล้านคน จากที่
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังนำเจ้าหน้าที่ค้าภายในจังหวัด และกรมศุลกากร ออกสุ่มตรวจแหล่งจำหน่ายกระเทียมขนาดใหญ่ ในบริเวณตลาดไท รังสิต เพื่อควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พบว่า มีผู้ค้ากระเทียมไม่น้อยกว่า 5 ราย ไม่แจ้งปริมาณการครอบครอง และไม่มีบัญชีการซื้อและขาย ซึ่งต้องทำเป็นรายวัน จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยโทษหากไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีคุม จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกิน วันละ 2,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการไม่แจ้งการขออนุญาตขนย้ายโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ได้ร่วมกับกรมศุลกากร ตั้งด่านตรวจสอบการลักลอบนำเข้ากระเทียม หอมหัวใหญ่ และหอมแดง อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปรามช่วยให้เกษตรกรในประเทศจำหน่ายได้ในราคาเหมาะสม ทั้งนี้ ได้จัดชุดสายตรวจเพื่อตรวจสอบในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เน้นหนักภาคเหนือและภาคกลาง และในวันที่ 9 มีนาคมนี้ นายสนธิรัตน สนธิจิรวงค์ รัฐมน
เครือเบทาโกร จัดกิจกรรม Bake the Love เปิดโอกาสให้แฟนเพจผู้โชคดีจากการร่วมกิจกรรมในเฟซบุ๊ก Betagro Society ได้เข้าร่วมคอร์สเรียนทำ Hokkaido Milk Bread with Custard Cream โดยใช้ ไข่ไก่ BETGARO Cage Free Eggs ไข่ไก่เพื่อสุขภาพ จากแม่ไก่อารมณ์ดี กับ เชฟธนิณ์สิตา อัศวปิยานนท์ (กลาง) จาก Thailand Culinary Academy ณ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชน อคาเดมี่) กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งท่าอากาศยานนานาชาติไป๋หยุน เมืองกวางโจว ได้สรุปผลการนำเข้ารังนกนางแอ่นจากต่างประเทศ พบว่า จีนนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 20 ตัน ในปี 2558 เป็น 80 ตัน ในปี 2560 หรือเติบโตเกิน 100% ต่อปี ตามความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนำเข้าหลักจากไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ทำให้เป็นโอกาสของรังนกไทย เพิ่มขึ้นและขยายส่วนแบ่งในตลาดจีนมากขึ้น ทั้งนี้ การขยายตลาดรังนกในจีน ผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยจะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานให้ดีต่อเนื่อง และต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำกับจีนไว้อย่างเคร่งครัด เพราะรังนกไทยมีศักยภาพและคุณภาพสูง เมื่อเทียบกับรังนกของคู่แข่ง โดยเนื้อแน่น หอมนุ่ม และไม่ละลายง่าย ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในตลาดจีน มักนิยมซื้อไปให้ผู้ป่วยบริโภคหรือให้เป็นของขวัญแก่ผู้ใหญ่ ก่อนหน้านี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว จีนได้ห้ามนำเข้ารังนกจากทุกประเทศ เนื่องจากตรวจสอบพบสารไนไตรท์เกินมาตรฐานในรังนกแดงที่นำเข้าจากมาเลเซีย จนส่งผลกระทบทำให้ราคารังนกในแหล่งผลิตสำคัญตกต่ำลง แต่ไทยโดยสำน
นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้รับรายงานว่า ผลผลิตหอมหัวใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงเริ่มออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง คาดว่ามีผลผลิตกว่า 2.9 หมื่นตัน ซึ่งผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 1.2 หมื่นตัน จึงมีผลต่อราคารับซื้อต้นทาง เหลือกิโลกรัมละ 6 บาท ต่ำกว่าต้นทุน กิโลกรัมละ 10 บาท ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือ โดยขอให้เร่งดูดซับผลผลิตออกจากตลาดในช่วง 3-6 เดือน จากนี้ประมาณ 5 พันตัน เพื่อพยุงราคารับซื้อต้นทางไม่น้อยกว่า 8 บาท และเมื่อคำนวณค่าบริหารจัดการและขนส่งถึงผู้บริโภค จะจำหน่ายในราคาประมาณ 18 บาท ต่อกิโลกรัม ถือเป็นราคาต่ำกว่าท้องตลาดขณะนี้ขายอยู่ที่ 25-30 บาท ต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ แนวทางดูแลสินค้าเกษตร กระทรวงมอบนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ หากพบว่าสินค้าเกษตรรายการใดมีแนวโน้มผลผลิตใหม่ออกสู่ตลาดมาก ให้เร่งจัดทำแผนรับมือล่วงหน้า โดยเฉพาะจัดเชื่อมโยงตลาดกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ เช่น ห้างส
ที่จังหวัดอำนาจเจริญมีชาวบ้านรวมกลุ่มขนาดใหญ่เพื่อร่วมกันทำเกษตรอินทรีย์ โดยระยะแรกอาจประสบปัญหาทางด้านกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อนในรายละเอียดอยู่บ้าง แต่ด้วยความตั้งใจจริง มีความขยันหมั่นเพียร ไม่ท้อถอยต่อปัญหาหรืออุปสรรคใด ก็สามารถสอบผ่านพร้อมกับก้าวไปสู่ความเป็นมาตรฐานของเกษตรอินทรีย์ในระดับสากล “ตลาดนัดสีเขียว” คือชื่อตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธ บริเวณลานหอนาฬิกาจังหวัดอำนาจเจริญ ภายในตลาดเกษตรอินทรีย์แห่งนี้มีผู้ค้าที่เป็นเกษตรกรตัวจริงนำสินค้าปลอดภัยต่อสุขภาพมาขาย ไม่ว่าจะเป็นพืช ผัก ผลไม้ ข้าว กระทั่งอาหาร ในราคาไม่แพง คุณลำพูน ขันทอง ผู้จัดการตลาด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของตลาดเกษตรอินทรีย์มาจากการปลูกข้าวอินทรีย์เมื่อปี 2554 จนประสบความสำเร็จขายดีมาก หลังจากนั้น ได้ขยายผลต่อยอดไปยังกลุ่มพืช ผัก และผลไม้ จึงเกิดเป็นตลาดนัดสีเขียวแห่งนี้เมื่อปี 2556 แล้วยังเป็นตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ที่ผู้ผลิตทุกรายได้รับรองมาตรฐานในระดับสากล พอในปี 2557 ได้เพิ่มเป็นตลาดเกษตรกรที่นำสินค้าระดับมาตรฐานความปลอดภัยหรือ GAP มาจำหน่ายควบคู่ไปด้วย จึงจัดออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อเป็นทางเลือ
องค์การสะพานปลา (อสป.) เร่งดำเนินโครงการก่อสร้าง ปรับปรุงท่าเทียบเรือและตลาดประมงอ่างศิลา เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและแก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำของ ท่าเทียบเรือตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีและใกล้เคียง ผศ. มานพ กาญจนบุรางกูร ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา เปิดเผยว่า ท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลาเป็น 1 ใน 18 ท่าเทียบเรือประมงขององค์การสะพานปลา ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2501 ตามข้อเรียกร้องของชาวประมง จังหวัดชลบุรี ด้วยขณะนั้น บริเวณชุมชนดังกล่าวไม่มีที่จอดเรือประมงพื้นบ้านและเรือสาธารณะ นับแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลาได้ให้บริการขนถ่ายสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ในอ่าวไทย บริเวณจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ต่อมาได้พัฒนาเป็นตลาดสัตว์น้ำสำหรับนักท่องเที่ยว มีการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำมีชีวิตสดและผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป โดยกลุ่มเกษตรกรทำประมงและชุมชนชาวประมงในตำบลอ่างศิลาและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอ่างศิลาและจังหวัดชลบุรีไม่น้อยกว่า ปีละ 200 ล้านบาท ปัจจุบันได้มีการป
เมื่อเร็วๆ นี้ Sustainable Food Lab (Thailand) หรือ แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) โดยดร.อุดม หงส์ชาติกุล และ คุณอรุษ นวราช ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร และริเริ่มขับเคลื่อน Organic Tourism เปิดห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ระดมพลังสมอง ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร เกษตรกร นักวิชาการ รวมถึงผู้บริโภค ในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 30 คน ที่สนใจด้านเกษตรอินทรีย์ และ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมออกแบบแผนการขับเคลื่อน Organic Tourism เพื่อความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อาหาร สู่การสร้างระบบอาหารสมดุลและยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สามพราน ริเวอร์ไซด์ อ.สามพราน จ. นครปฐม โดยการจัด Social Lab ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์กรสำคัญที่สนับสนุนแนวคิด Organic Tourism ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการท่ องเที่ยวอย่างยั่งยืนของททท. เข้าร่วมกระบวนการนี้ด้วย อีกทั้ ง ททท.พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน หวังดันให้ไทยเป็นประเทศแรกของ
