เทคนิคเกษตร
เหตุที่นำความรู้สมุนไพรเพื่อนเบาหวานมาให้อ่านในคอลัมน์นี้บ่อยๆ เนื่องจากชาวไทยทั้งที่อยู่เมืองหรืออยู่ในหมู่บ้านห่างไกล กำลังเผชิญกับภัยคุกคามใกล้ตัวจากเบาหวานอย่างไม่น่าเชื่อ ใครที่คุ้นเคยกับโรงพยาบาลชุมชนย่อมคุ้นเคยกับคลินิกเบาหวาน ที่เปิดอย่างน้อย 1 วัน ต่อสัปดาห์ ซึ่งมีชาวบ้านรอคิวกันครั้งละหลายร้อยคน ลองหันไปสำรวจคนรอบข้างตัวคุณ เชื่อว่าจะมีอย่างน้อย 1 คนที่คุณรู้จักกำลังเป็นเบาหวาน การดูแลสุขภาพของผู้เป็นเบาหวานนั้น ในทางวิชาการยอมรับกันแล้วว่า การกินยาลดน้ำตาลอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบสุดท้าย การกินอาหารให้เหมาะสม และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการฝึกฝนด้านจิตใจ เรียนรู้การผ่อนคลายเพื่อให้ห่างไกลความเครียดเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ซึ่งหมายถึงพึ่งยาอย่างเดียวไม่พอ ต้องพึ่งตนเอง รู้จักเลือกกินเลือกอยู่ให้สมดุลจึงอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุข ชะพลู หรือ ช้าพลู เป็นผักพื้นบ้าน แต่ก็สามารถนำมาปลูกในบ้านได้ เมื่อเกิดแล้วไม่ต้องกลัวสูญพันธุ์ ตัดทิ้งอย่างไรพอฝนมาหรือรดน้ำก็มีต้นงอกให้ใช้งานได้เสมอ ในแง่อาหารการกิน ชะพลูเป็นตัวเอกของเมี่ยงคำ ใช้ใบห่อเครื่องปรุงต่างๆ ในแง่ยาสมุนไพร ตำรับยา
เคยร่ายยาวเรื่องบอน พืชสารพัดประโยชน์ โดยเฉพาะการใช้ทำเป็นอาหารงานใหญ่ในชนบท ประหยัดค่าวัตถุดิบ ทำอาหารเลี้ยงแขกมากโข เพราะหาได้ตามธรรมชาติ และยังได้พาดพิงถึงพืชในตระกูลเรียงพี่เรียงน้องกับบอนอีกชนิด ก็คือ “คูน หรือ ตุน หรือ ทูน” ถึงแม้จะเป็นพืชที่ชาวชนบทรู้จักกันดี แต่โทษที เวลานี้ชาวเมืองต่างก็หันมานิยมชมชอบที่จะนำมาบริโภคประกอบเป็นอาหาร เป็นผักสด ผักแกล้ม ก็เลยเกรงว่าจะเลือกต้นผิด กลายเป็นพิษภัยอันตรายแก่ร่างกายได้ จึงต้องแยกแยะข้อแตกต่างให้รู้จักกันให้ถ่องแท้ แน่นอน เป็นประโยชน์ต่อเรา คูน ตุน ทูน เป็นพืชวงศ์เดียวกับเผือก บอน คือ วงศ์ ARACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocasia gigantean Hook.f หรืออีกชื่อเรียก Colocasia indica Hoss.f มีชื่อเรียกในท้องถิ่นต่างๆ ไม่เหมือนกัน ดังเช่นชื่อที่จั่วหัวเรื่อง ภาคกลาง ภาคอีสาน เรียก คูน หรือ ทูน ภาคเหนือ เรียก ตูน หรือ ตุน ภาคใต้ เรียก ออดิบ อ้อดิบ หรือ เอาะดิบ หรือ ออกดิบ แถบเมืองกาญจนบุรี เรียก กระดาดขาว ชาวชุมพร เรียก กะเอาะขาว คนประจวบคีรีขันธ์ เรียก บอน พืชชนิดนี้พบมากทางภาคเหนือ อีสาน ตามลำห้วย หนอง คลอง บึง และมีนำมาปลูกที่สวนหลังบ้าน ชอบที่
ปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญโรคอุบัติใหม่ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการว่างงานเป็นจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยต้องปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตให้เข้ากับยุควิถีใหม่ (New Normal) “ศาสตร์พระราชา” ภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นกลไกสำคัญที่ภาครัฐบาลนำมาใช้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยในระยะยาวเช่นเดียวกับ ยุทธศาสตร์การพัฒนานวัตกรรมงานวิจัย เพื่อใช้ฐานความรู้จากงานวิจัยมาช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม การผลิตและการบริการของประเทศไทย ให้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยบนเวทีตลาดโลก ในศตวรรษที่ 21 อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัย ได้ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทร
ปี 2563 จังหวัดอุตรดิตถ์ และหลายจังหวัด ประสบปัญหาความแห้งแล้งรุนแรง พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดไม่สามารถเจริญเติบโตเอาชีวิตรอดอยู่ได้ ส่วนพืชล้มลุกที่เกษตรกรปลูกในระยะนี้ บางส่วนอยู่รอดได้ เพราะเกษตรกรมีแผนการผลิตของตนเอง มีการวิเคราะห์ และคำนวณปริมาณน้ำที่ต้องใช้เลี้ยงดูพืช แต่มีบางส่วนที่ขาดการวิเคราะห์ศักยภาพ ของไร่นาตนเอง ก็เกิดความเสียหาย เรียกกันว่าประสบภัยแล้ง การเกษตร อีกส่วนที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายคือพืชผลประเภทยืนต้น เช่น พืชสวน ไม้ผล ไม้ยืนต้นต่างๆ พืชไร่ พืชผักอายุยาวเกิน 4 เดือน ที่ปลูกเมื่อต้นปี หรือสวนที่ต้นพืชโตถึงให้ผลผลิตแล้ว มีโอกาสขาดน้ำในช่วงนี้ ทำความเสียหายต่อผลผลิต ตั้งแต่คุณภาพผลผลิตต่ำ ปริมาณผลผลิตลดลง หรือไม่ให้ผลผลิต จนถึงต้นตาย เสียหายโดยสิ้นเชิง ความเดือดร้อนเข้ามาเยือน และกระจายความเดือดร้อนไปอีกหลายทิศทาง จนเกิดความอดอยากหิวโหย แย่งชิง กักตุนอาหาร โบราณว่าข้าวยากหมากแพง หรือเรียกว่าเกิด “ทุพภิกขภัย” ร่างกายคน ก็ทานทนเกือบไม่ไหว โรคภัยตามมาทำร้าย ยาดีที่มีอยู่ในพืชอาหาร ที่เรียกว่า “สมุนไพร” ก็รักษาให้หายได้ไม่ค่อยทันใจ เอาไงดี การเกษตรหลายพื้นท
การขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน.WOW ทำให้กระบวนการเรียนการสอนของ กศน.ในยุคนี้มีความทันสมัย เอื้อต่อการเรียนรู้ ได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ ตอบสนองความต้องการของชุมชนช่วยพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชน เปิดโอกาสให้ทุกคนในชุมชนเข้าร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนนำไปสู่การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีแหล่งการเรียนรู้ประเภทห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 920 แห่ง แบ่งเป็นห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” 105 แห่ง ห้องสมุดประชาชนจังหวัด 69 แห่ง หอสมุดรัชมังคลาภิเษก วังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 1 แห่ง และห้องสมุดประชาชนอำเภอ 745 แห่ง ทุกวันนี้ เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทในการใช้ชีวิตประจําวันคนไทยเพิ่มมากขึ้น และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจมากมาย ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศอย่างกว้างขวาง เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงความรู้ให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ กศน. พัฒนาห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุ
น้ำชา ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มประจำวันของชาวจีนเท่านั้น แต่ใบชายังเป็นสินค้าเครื่องบรรณาการของชาวจีนตั้งแต่สมัยโบราณ การดื่มชายังเป็นงานศิลปะ มีประวัติยาวนานมากว่า 3,000 ปี คนจีนและชาวญี่ปุ่นมีพิธีชงชาสำหรับเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เพื่อแสดงมิตรภาพผ่านกาน้ำชา ขณะเดียวกันคนจีนยกย่อง “ชา” ว่า เป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ขจัดโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยยืดอายุขัย นอกจากช่วยดับความร้อนในร่างกาย แก้กระหาย ขับปัสสาวะ ทำให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่น ผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว ยังแก้โรคท้องเสีย โรคบิด ลดไขมัน ลดความอ้วน บรรเทาอาการไอมีเสมหะ โรคหอบหืด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ชะลอความแก่ ต้านโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ดื่มน้ำชายามท้องว่าง โดยเฉพาะน้ำชาที่เข้มข้น เพราะน้ำชาจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหารอย่างแรง ทำให้รู้สึกไม่สบาย นอกจากนี้ การดื่มน้ำชา ระวังอย่าให้น้ำชาร้อนจัดหรือเย็นจนเกินไป จะไม่เป็นผลดี และไม่ควรดื่มน้ำชาตอนกลางคืนหรือก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ จากหนังสือ “สุขภาพ” อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายสิทธิพงษ์ วงศ์จำปา (6 พฤศจิกายน 2553)
กล้วยเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี เกษตรกรส่วนใหญ่จึงรีบตัดกล้วยดิบออกมาบ่มให้สุกด้วยแก๊สเอทิลีนโดยตรงหรือใช้ถ่านแก๊ส แคลเซียมคาร์ไบด์ โดยทุบถ่านแก๊สเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อถ่านแก๊ส ซุกไว้กลางเข่งกล้วย ก่อนที่จะบรรจุผลไม้ลงไปจนเต็มเข่ง ระหว่างการขนส่งกล้วยจะมีการคายน้ำทำปฏิกิริยาทางเคมีกับถ่านแก๊ส กลายเป็นแก๊สอะเซทิลีนไปกระตุ้นให้กล้วยเริ่มกระบวนการสุก แต่ผู้บริโภคไม่ชอบกล้วยลักษณะนี้ เพราะมีกลิ่นแก๊สติดในเนื้อกล้วย และมีรสชาติไม่อร่อยเหมือนกล้วยที่ปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ ความจริงในอดีตคนไทยนิยมบ่มผลไม้ให้สุกด้วยเทคนิคง่ายๆ โดยใช้ “ความร้อนจากธูป” เริ่มจากเรียงกล้วยดิบใส่โอ่ง จุดธูป ประมาณ 7-8 ก้าน ปักใส่แก้วที่ใส่ทรายตั้งไว้กลางโอ่ง ปิดฝาโอ่งให้สนิท รอสัก 2-3 วัน จึงค่อยมาเปิดดู จะเห็นกล้วยสุกเหลืองพร้อมกันและมีรสชาติอร่อยตามที่ต้องการ อีกเคล็ดลับหนึ่งที่น่าสนใจคือ เคล็ดลับการบ่มผลไม้ให้สุก โดยใช้ “เตาดินอบความร้อน” จากภูมิปัญญาชาวบ้านในอำเภอลานสภา จังหวัดนครศรีธรรมราช คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เล่าให้ฟังว่า สมัยปู่ ย่า ตา ยาย นิยมบ่มกล้วยให้สุกด้วยภูมิป
สาขาเกษตรประยุกต์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่ โดย ดร.เศรษฐวัฒน์ ถนิมกาญจน์ อาจารย์นศพร ธรรมโชติ และ อาจารย์ชโลธร ศักดิ์มาศ ร่วมกันออกแบบและประดิษฐ์ “เครื่องอัดก้อนข้าวกรอบรสต้มยำกุ้ง” เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้เป็น 12 ชิ้น ต่อครั้ง ด้วยแรงงานเพียง 1 คน ผลิตภัณฑ์ข้าวกรอบรสต้มยำกุ้งเป็นสินค้าโอท็อป ของกลุ่มสตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ ซึ่งข้าวกรอบรสต้มยำกุ้งมีส่วนผสมหลักคือ ข้าวหุงสุกนำไปอบหรือตากแห้ง แล้วผ่านกระบวนการทอด เรียกว่า “ข้าวพอง” นำข้าวพองคลุกเคล้ากับส่วนผสมปรุงรสต้มยำกุ้งจนเข้ากัน หลังจากนั้น นำมาอัดขึ้นรูปเป็นก้อนโดยนำข้าวพองที่ผสมเครื่องปรุงรสแล้วใส่เบ้าพิมพ์แล้วออกแรงกด ให้ได้ขนาด น้ำหนัก และความหนาของแต่ละชิ้นที่เท่ากัน แกะออกจากเบ้า ก่อนแพ็กใส่บรรจุภัณฑ์ ต้องผ่านกระบวนการอบแห้งเพื่อไล่ความชื้น เพิ่มความกรอบ และยืดอายุของผลิตภัณฑ์ โดยรสชาติคงเดิม ซึ่งปัจจุบันทางกลุ่มสามารถอัดขึ้นรูปเป็นก้อนได้เพียงครั้งละ 1 ชิ้น ด้วยแรงงานคน หากต้องการผลิตจำนวนมากก็ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งแรงงานคนจะมีข้อจำกัด เมื่อออกแรงกดไปนานๆ จะเกิดอาการเมื
ทะเลสาบฮาลา-บาลา อยู่ที่ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่หากใครมีโอกาสเดินทางมาถึงจังหวัดยะลาก็ต้องหาเวลามาล่องเรือสักครั้งเพื่อชมความงามของธรรมชาติ ได้เห็นความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งสองฝั่งทะเลสาบฮาลา-บาลา ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านพื้นถิ่น การทำประมงพื้นบ้านจากแหล่งน้ำที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง จนเกิดเป็นอาชีพที่หลากหลายของชาวบ้านในละแวกนี้ มีการนำปลาจากทะเลสาบมาแปรรูปทำปลาส้มกันมากมาย และหนึ่งในนั้นก็เป็นปลาส้มจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลาส้มบาตูมัส ที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติที่มีอยู่มาต่อยอดสร้างรายได้ ด้วยสโลแกน “ปลาส้มบาตูมัส อร่อยฟิน ไม่ติดกระทะ” คุณไซนับ ดอหิง หัวหน้ากลุ่มปลาส้มบาตูมัส อยู่บ้านเลขที่ 404 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสในช่วงยางพาราราคาตกมารวมกลุ่มสร้างแปรรูปปลาส้มเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้จุนเจือครอบครัว คุณไซนับ เล่าว่า เนื่องจากคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรทำสวนยาง มีรายได้หลักจากยางพารา เมื่อประสบวิกฤตราคายางตกต่ำจึงคิดที่จะหารายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว จึงมีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อแ
ชุมชนที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของไทยก็คือ ชุมชนปากน้ำประแส เป็นชุมชนแห่งหนึ่งของอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชุมชนแห่งนี้เป็นหมู่บ้านชายทะเลที่เคยรุ่งเรืองในอดีต หมายถึงว่า สมัยที่ยังไม่มีถนนบางนา-ตราดนั้น ใครจะเข้ากรุงเทพฯ จะพากันมาลงเรือที่ปากน้ำประแส ปัจจุบันชุมชนปากน้ำประแสยังรักษาสภาพทั่วไปเหมือนในอดีตที่มีอาชีพประมงเป็นหลัก อาหารทะเลของที่นี่ นอกจากสดแล้วราคายังถูกด้วย นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนถ้าได้มาเที่ยวที่นี่ มักจะซื้อปลาแห้ง กุ้งแห้ง และกะปิเป็นของฝาก ล่าสุดก็เมื่อไม่นานมานี้มีเพิ่มขึ้นอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อไปกินเองและเป็นของฝาก สิ่งนั้นคือ ชาใบขลู่ ที่จริงต้นขลู่ซึ่งเป็นวัชพืชได้ขึ้นงอกงามอยู่ที่ชายทะเลและใกล้ๆ กับป่าชายเลนที่ปากน้ำประแสมานานแล้ว ชาวบ้านและชาวประมงอย่างดีก็แค่นำใบอ่อนของต้นขลู่มาลวกกินกับน้ำพริก แต่แล้วอยู่ๆ ชาใบขลู่เกิดโด่งดังขึ้นมาเอง จากประจวบคีรีขันธ์และใกล้เคียงที่ได้นำใบขลู่มาทำเป็นชาใบขลู่ ที่ชาใบขลู่โด่งดังเพราะมีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ลดความดันโลหิต แก้โรคเบาหวาน แก้ท้องอืด ขับลม เส้นตึง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ หากกินทุเร
