เทคนิคเกษตร
ชื่อกับข้าวหม้อนี้ไม่ผิดหรอกครับ “ต้มโคล้ง” นั้นต้องใช้ปลาแห้งหรือปลาเค็มเท่านั้น ถ้าเป็น “แกงส้ม” ใส่เนื้อแห้งหรือสดก็ได้ แต่เครื่องปรุงต้องลงหมด ทั้งกะปิ กระเทียม น้ำตาลปี๊บ ส่วน “ต้มส้ม” พระเอกคือ ขิงสดซอย “แกงเลียง” ก็หนักสารพัดผัก แต่ผักประหลาด เช่น ข้าวโพดอ่อน แครอต หรือชะอมชุบไข่ทอด อย่าไปใส่เลย เสียรสเสียชาติกำเนิดของแกงเลียงเปล่าๆ กับข้าวตำราโบราณท่านทดลองทำมาหลายชั่วคน จนรสชาติจัดสำรับได้เข้าที่ เหมาะสมกับฤดูกาลมาเป็นสิบเป็นร้อยปีแล้ว จะเอาวัฒนธรรมของเราไปทำลายเสียทำไม เพื่อเงินเพียงชั่วสมัยนิยมไม่จีรังยั่งยืนกระนั้นหรือ เล่าให้แม่ฟังวันก่อนว่า ที่วัดกระแชง บางไทร อยุธยา เจอกับข้าวชาวบ้านอร่อยมาก มีแกงคั่วปลาโอชิ้นฟักเขียว แกงเขียวหวานขลุกขลิกหน่อไม้สดสับกับไก่ และน้ำพริกปลาร้าปลาดุกย่าง อร่อยนัก แม่บอกอย่าเล่าเลย ทำต้มอะไรง่ายๆ ให้แม่กินดีกว่า มีปลาสด เอาข่าดับคาวเสียหน่อย ใส่หัวหอมแดงเท่านั้น ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำส้มมะขาม ไม่เข้ากะทิหรือเครื่องแกงอะไร ไม่ว่าแกงไทยหรือแกงเทศ ย้ำว่า ขอให้เป็นปลาสด ปรุงรสไม่ต้องเผ็ด ให้แม่ซดแก้หงุดหงิดอบอ้าวจากฝนฟ้าผิดฤดูกาลก็แล้วกัน คนลูกก็จัด
กุ้งเผาเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายคน และมีจำหน่ายอยู่แทบทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งเลี้ยงที่สำคัญตามลุ่มแม่น้ำต่างๆ เช่น แถวอยุธยา ปทุมธานี สิงห์บุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม แถบลุ่มแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำแม่กลองก็มีให้ร้านกุ้งแม่น้ำเลือกกินอยู่หลายร้านด้วยเช่นกัน แต่ละร้านจะมีกุ้งแม่น้ำให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่ประมาณ 10 กว่าตัวต่อกิโลกรัม ไปจน 2 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาขายจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับพื้นที่และราคารับซื้อ มีตั้งแต่ 200 กว่าบาทไปจนถึงโลละพัน สองพัน แม้ว่าจะเป็นอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไป ด้วยคลอเรสเตอรอล แต่เชื่อว่าใครได้เห็นกุ้งแม่น้ำตัวอวบๆ แถมเนื้อหวานสดแน่น มันเยิ้ม แล้วคงอดใจลำบากสำหรับเคล็ดลับการเลือกกุ้งแม่น้ำเผาให้อร่อยนั้น เวลาเผาต้องจะต้องเผาแบบสุกกำลังดี ไม่ควรเผากุ้งนานเกินไป เพราะเนื้อกุ้งจะกระด้างและเหนียวกินไม่อร่อย อีกทั้งกุ้งแม่น้ำที่นำมาเผาก็ต้องเป็นกุ้งแม่น้ำสดๆ ถ้าเป็นกุ้งสดสังเกตได้เลยว่าเวลาเผา เนื้อกุ้งจะฟูขึ้นมาน่ากิน ส่วนการเลือกกุ้งแม่น้ำที่มันเยอะๆ เยิ้มๆ ชวนกิน ต้องสังเกตจากกล้ามกุ้ง ถ้ากล้ามของกุ้งแม่น้ำออกสีเหลืองนิดๆ มันในหัวกุ้งจะเยอะ แต่ถ้าเป็นสีอื่นๆ จะมีน้
อาจเป็นเพราะกระแสสุขภาพทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสของ “ต้มยำเห็ดรวม” มาแรงที่น่าสนใจคือ การใส่น้ำคั้น ใบย่านาง ในต้มยำเห็ด แกงอ่อม แกงเลียง แกงเปรอะ ฯลฯ ช่วยเพิ่มความแซ่บ หอมยิ่งนักล่าสุด ในหมวดน้ำสมุนไพร ซึ่งมีตั้งแต่น้ำใบบัวบก น้ำนมข้าวโพด น้ำเบอรี่ น้ำแรดิช เริ่มมี “น้ำใบย่านาง”“ย่านาง” เป็นสมุนไพรเพื่อการรักษาโรคมานาน หมอยาอีสานเรียกว่า “หมื่นปี บ่ เฒ่า” แปลว่าขนาดอายุถึงหมื่นปียังไม่แก่! เพราะช่วยปรับสมดุลในร่างกายตามตำราว่า ย่านาง มีฤทธิ์เย็น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจึงจัดเป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันโรคได้สารพัดตั้งแต่ความดันสูง เบาหวาน ปวดตามกล้ามเนื้อ รักษาอาการเกร็งชัก โรคเกาต์ ภูมิแพ้ ว่ากันว่าหากดื่มน้ำคั้นใบย่านางเป็นประจำช่วยลดขนาดก้อนเนื้อร้ายให้ฝ่อและเล็กลงได้ ฯลฯใบย่านาง เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมในอาหาร เช่นในแกงหน่อไม้จะช่วยต้านพิษกรดยูริกในหน่อไม้ได้อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายไม่ควรดื่มน้ำคั้นใบย่านาง เพราะสารอาหารอย่างวิตามินเอ ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่อยู่ในใบย่านาง จะทำให้การทำงานของไตลดลง ที่มา :นสพ.มติชน
ขอบคุณที่ให้ความเชื่อมั่นกับหมอเกษตร ทองกวาว มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80 ไม่ใช่มะละกอตัดแต่งพันธุกรรมหรือมะละกอจีเอ็ม อย่างแน่นอนครับ เลข 80 นั้น เป็นการเทอดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา และขอนแก่น เพื่อบอกว่าเป็นแหล่งปรับปรุงพันธุ์ จึงเป็นเรื่องทำเล่นไม่ได้ครับ มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80 เป็นลูกผสมระหว่างมะละกอพันธุ์ฟลอริด้า ทอเลอแลนด์ กับ พันธุ์แขกดำ มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ดอกเริ่มบาน เมื่ออายุ 74 วัน หลังปลูก ลำต้นสูง 132 เซนติเมตร เมื่ออายุครบ 7 เดือน ผลมีรูปทรงยาวรี ส่วนก้นป่องออกมามากกว่าส่วนหัว น้ำหนักเฉลี่ย ประมาณ 700 กรัม ต่อผล ผลสุกแก่ เนื้อสีแดงเข้ม รสหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 13-14 องศาบริกซ์ ให้ผลผลิต 6,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ต้านทานโรคไวรัสจุดวงแหวนได้ดี จะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยที่ใบ แต่ไม่ปรากฏให้เห็นที่ผล เปลือกหนา ผิวมัน ไม่บอบช้ำง่ายในขณะขนส่ง ด้วยมีขนาดผลเล็กพอเหมาะ วิธีรับประทาน ให้ผ่าซีก แล้วใช้ช้อนตักรับประทานได้ทันที ดังนั้น คุณชูศรี พบเห็นรูปร่างมะละกอดังกล่าว ให้มั่นใจได้เลยว่าเป็นพันธุ์ขอนแก่น 80 อ
เพิ่งไปเที่ยวปีนังมาค่ะ ได้ความรู้เรื่องอาหารมาเลย์ แถมได้ลิ้มชิมรสชาติอาหารพื้นถิ่นที่เมืองปีนังมาเยอะมาก ก็เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังมากมายทีเดียว อาหารมาเลเซีย เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก อิทธิพลหลักมาจากชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย นอกจากนั้น ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเปอรานากันและยูเรเซีย ชาวโอรังอัสลี และชนเผ่าต่างๆ ในซาราวักและซาบาห์ โดยรวมแล้วอาหารมาเลเซียมีความหลากหลายมาก ทั้งประเภทและชนิดอาหาร รวมทั้งวิธีการปรุงที่ซับซ้อนและมีเสน่ห์ แต่จะให้คะแนนเทียบเท่ารสชาติอันเป็นสรวงสวรรค์ของอาหารริมทางย่านเยาวราชของบ้านเรานั้น ถือว่ายังไม่ใช่ ไม่ว่าใครจะยกย่องอาหารจีนมาเลย์ในปีนังขนาดไหน ข้าพเจ้าก็ยังไม่ยอมให้แซงหน้าของกินถิ่นเยาวราชในบ้านเราไปได้ ปีนัง ในฉายา “ไข่มุกแห่งตะวันออก” เป็น 1 ใน 13 รัฐ ตั้งอยู่เขตตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมาเลเซีย เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมผสมผสานเสน่ห์ของตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน จึงทำให้เป็นเมืองสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะย่านยอดนิยม อย่าง จอร์จทาวน์ (George Town) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าและได้รับการอนุรักษ์จากองค์กรยูเนสโก ยกย่องให้เป็
ปีนี้วันหยุดต่อเนื่องมีแทบทุกเดือน เลยพอมีโอกาสพาครอบครัวไปพักผ่อนไหว้พระ โดยตั้งใจว่าจะเดินทางแบบวันเดียวเช้ากลับเย็น จึงตกลงล็อกเป้าไปยังจังหวัดที่ตั้งอยู่ขอบตะเข็บติดกับกรุงเทพฯ พอพิจารณาดูแล้วเห็นว่าอยุธยาเหมาะสมที่สุด ทั้งระยะทางและเส้นทาง ที่สำคัญคือเป็นจังหวัดที่มีวัดสำคัญหลายแห่ง ขากลับผ่านเส้นทางบางปะอินพบป้ายระบุชื่อ “ตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม” เห็นว่าน่าสนใจ ทำไมจึงตั้งชื่อแปลก เลยโฉบเข้าไปหาคำตอบสักหน่อย?? “ตลาดโก้งโค้ง” ตั้งอยู่บริเวณบ้านแสงโสม ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตสถานที่แห่งนี้มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของด่านขนอน และเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งสินค้าในชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง ด้วยอากัปกิริยาลักษณะการขายสินค้าของผู้คนในอดีตที่มักนั่งขายกับพื้น ไม่ได้ตั้งวางของสูงเช่นในปัจจุบัน จึงทำให้คนซื้อเลือกของจะต้องโน้มตัวลงเพื่อหยิบของในลักษณะท่าโก้งโค้ง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อตลาดโก้งโค้งนับจากนั้น และความเป็นตลาดกลับต้องหายไปเมื่อคราวเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ 2 แต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ผู
หากจะอธิบายง่ายๆ ไซนัส คือ โพรงอากาศในจมูกของเราที่มีรูระบาย เมื่อมีภาวะใดๆ ก็ตามที่ทำให้ไซนัสเกิดการอุดตัน จะทำให้เกิดอาการไซนัสอักเสบ ภาวะต่างๆ ที่ว่านี้ ได้แก่ ไข้หวัด ภูมิแพ้ เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เนื้องอกในโพรงจมูก ริดสีดวงในโพรงจมูก เป็นต้น การอุดตันของไซนัส เกิดจากการที่ของเหลวในโพรงไซนัสไม่สามารถระบายออกไปได้ เมื่อสะสมคั่งค้างอยู่นานๆ ก็จะทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการไซนัสอักเสบ ลักษณะอาการของผู้ที่เป็นโรคไซนัสอักเสบ คือ ปวดบริเวณโพรงจมูก คัดจมูก มีน้ำมูกไหล หรือน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียว มีกลิ่นเหม็นในโพรงจมูก และมีอาการไอ การรักษาโรคไซนัสอักเสบ 1.ทำการตรวจหาสาเหตุ ต้นตอที่แท้จริงของอาการไซนัสว่าเกิดจากอะไร หากเป็นจากการติดเชื้อไข้หวัด ก็ทำการรักษาเชื้อไข้หวัดให้หาย หากเป็นจากริดสีดวงโพรงจมูกก็รักษาริดสีดวงโพรงจมูกให้หาย 2.พยายามทำการระบายของเหลวที่มีเชื้อแบคทีเรียในโพรงไซนัสออก โดยให้รูเปิดของโพรงไซนัสกว้างขึ้น 3.การล้างน้ำเกลือ สามารถช่วยชำระสารคัดหลั่งต่างๆ ในโพรงไซนัสได้ อีกทั้งยังช่วยให้เยื่อพัดโบกในโพรงจมูกระบายของเหลวในโพรงไซนัสได้ดีขึ้นด้วย 4.การใช้
ในวันที่ผลผลิตทางการเกษตรของชาวม้งดำ หมู่บ้านกั๊ต กั๊ต (Cat Cat Village) เมืองซาปา จังหวัดหล่าวกาย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สามารถเก็บเกี่ยวได้ ชาวม้งดำจะแบ่งส่วนหนึ่งไปจำหน่าย หลังจากนำไปจำหน่ายแล้ว ส่วนที่เหลือจากการจำหน่าย ชาวม้งดำจะเก็บไว้ใช้ในครัวเรือนสำหรับบริโภคหรือเป็นอาหารสัตว์ โดยจะเก็บพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด ฟักทอง ไว้บริเวณชั้นใต้หลังคาของบ้านที่ทำด้วยไม้ไผ่ โดยบ้านส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียว มีประตู แต่ไม่มีหน้าต่าง สร้างด้วยไม้เป็นหลัก และมุงหลังคาด้วยกระเบื้องลอนสำเร็จรูป ซึ่งไม่แตกต่างจากการเก็บผลผลิตทางการเกษตรของไทย
ตะกร้ามีหลายประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับงานต่างๆ กันไป ลักษณะของตะกร้าโดยทั่วไปคือ ปากบาน ตัวสอบลงไปจนถึงก้น ก้นตะกร้ากว้างกว่าก้นกระบุง เพราะว่าลักษณะการใช้งานต่างกัน สมัยเก่าก่อนชาวบ้านมักมีตะกร้าประจำบ้าน เราใช้ก็ต่อเมื่อต้องการใส่ข้าวของไปให้เพื่อนบ้าน ข้าวของที่ใส่ตะกร้าเช่น ฟัก แฟง แตงไทย หน่อไม้ เราชาวบ้านก็จะใส่ตะกร้ากระเดียดข้างไป ถึงบ้านเพื่อนบ้านก็หยิบของออกให้ไป ขากลับบางทีได้ของจากบ้านที่เอาของไปให้กลับมาด้วย คนไทยสมัยเก่าก่อน การซื้อขายแลกเปลี่ยนมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เรา “แบ่งกันกิน” หรือไม่ก็ “ใช้ของแลกของ” สมัยผู้เขียนเด็กๆ เกือบตาบอดเพราะตะกร้ามาคราหนึ่ง เหตุการณ์วันนั้นนึกถึงคราวใด รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ บางครั้งก็ขนลุกกราวเกรียว จะไม่ให้ขนลุกกราวเกรียวได้อย่างไร ถ้าตาบอดตั้งแต่เด็กๆ โอกาสทางการศึกษา อนาคตคงจบสิ้นกัน เรื่องมีอยู่ว่า แม่นำข้าวของต่างๆ ใส่ตะกร้าไปนา แม่บอกว่าจะไป “แปรท้องข้าว” คำว่าแปรท้องข้าว หมายถึง พิธีหนึ่งของชาวบ้านแถวภาคกลาง เมื่อข้าวตั้งท้องแล้ว ชาวบ้านจะเอากระทงเล็กๆ ข้าวตอก ดอกไม้ ผลไม้ ไปยังท้องนาของตน เมื่อถึงก็ปักไม้หลักยาวประมาณ 1 วาลงในนาข้าว
ปัจจุบัน มักพูดกันในวงการศึกษาเรื่องอาหารว่า ความรู้เกี่ยวกับการใช้พืชสมุนไพรรักษาโรค ตลอดจนการรู้จักเก็บหาผักล้มลุก ผักยืนต้นมากิน ดูจะลดน้อยลงเรื่อยๆ คือเราไม่ค่อยรู้จักชนิดของพืชผักกันแล้วนั่นเอง ส่งผลให้การสืบทอดตำรับอาหารที่ปรุงจากพืชท้องถิ่นหรือพืชป่าสูญหายไปมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ ฟังเผินๆ ก็ดูเหมือนจะจริงนะครับ แต่ครั้นเราลองไปเดินจับจ่ายซื้อของตามตลาดนัดหมู่บ้านย่านชุมชนชานเมืองใหญ่ๆ ก็กลับพบว่า มีการเพิ่มขึ้นของแผงผักพื้นบ้านอย่างชัดเจนในช่วงราวสองทศวรรษที่ผ่านมา ผักหน้าตาแปลกๆ เดี๋ยวนี้มีให้เห็นทั่วไป โดยเฉพาะตามหมู่บ้านจัดสรรในกรุงเทพฯ เผลอๆ จะมีมากกว่าตลาดต่างจังหวัดด้วยซ้ำไป การเพิ่มขึ้นของสินค้าใดๆ ย่อมสัมพันธ์โดยตรงกับผู้บริโภค กรณีของผักพื้นบ้าน คำอธิบาย ณ เวลานี้ที่เห็นชัดก็คือ มันตอบสนองรสนิยมการกินของแรงงานวัยหนุ่มสาวจากชนบทที่อพยพโยกย้ายเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ดังนั้น คงไม่เกินเลยความจริงไปนัก หากจะบอกว่า “ความรู้” ที่ชาวเมืองวิตกกันว่าจะสูญหายนั้น ได้ถูกชาวชนบทพลัดถิ่นนำเสนอด้วยการยืนยันวิถีการบริโภคซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยบุรพกาลของพวกเขา ให้เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตาทุกเม
