เทคนิคเกษตร
“ว่านสาวหลง” จัดเป็นว่านเมตตามหานิยม เป็นพืชล้มลุก อยู่ในวงศ์ขิง-ข่า สกุลเดียวกันกับเร่วและกระวาน สามารถพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ในฐานะพืชสมุนไพรเพื่อความงาม เนื่องจากทุกส่วนของพืช มีกลิ่นหอมแรง นำมาต้มอาบบำรุงผิวพรรณ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ทั้งต้นและส่วนใต้ดินของว่านสาวหลงมีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง เช่น สบู่และโลชั่นบำรุงผิว ฯลฯ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรที่อยู่รอบศูนย์ฯ เรียนรู้เทคนิคการเพาะชำและปลูกว่านสาวหลงให้ได้ผลผลิตที่ได้มาตรฐาน และสามารถให้ผลผลิตสูงสุด รวมทั้งรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากว่านสาวหลง ให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข การปลูกว่านสาวหลง ในป่าธรรมชาติ ว่านสาวหลงจัดเป็นไม้พื้นล่างของป่า การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของว่านสาวหลงจะแทงหน่อออกมาตามไหลที่แพร่ไปตามพื้นดิน หากต้องการปลูกเพื่อการค้าต้องปลูกในบริเวณที่ร่มรำไร มีความชื้นในดิน ค่อนข้างสูง น้ำไม่ท่วมขัง และปลูกในดินทราย เพื่อจะเก็บเกี่ยวผลผลิต (ไหล)
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเวลาไปซื้อปลาสลิด มักไม่ค่อยเห็นหัวปลา บางคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาปลาสลิดเป็นยังไง เหตุผลก็คือหัวของปลาสลิดไม่มีเนื้อ และแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต่างจากปลาช่อนที่หัวมีทั้งแก้มและคาง แต่ถึงแม้หัวของปลาสลิดจะไม่มีเนื้อแต่ก็มีประโยชน์กว่าการนำไปทิ้งให้ศูนย์เปล่า ด้วยการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใส่สวน กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดีมากอีกทางหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ถือว่าใช้ทุกส่วนได้คุ้มค่ามากๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกคนมาทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาสลิด สูตรเด็ดนี้ได้มาจาก คุณพ่อวีระ รุ่งแสง เจ้าของปลาสลิดเกษตรพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลาสลิดแห่งบ้านแพ้ว สำหรับใครที่มีสวนครัวเล็กๆ หรือสวนไม้ผล ก็สามารถนำน้ำหมักนี้ไปรดพืชให้เจริญเติบโตได้เร็ว รับรองว่าสวนของคุณจะเขียวชอุ่ม งามสะพรั่งแน่นอน อุปกรณ์ หัวปลาสลิด หรือเศษปลาสลิด 1 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตร จุลินทรีย์ EM 100 มิลลิลิตร ขั้นตอนการทำ หั่นหัวปลาสลิดหรือเศษปลาสลิดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้หมักได้ง่าย ผสมกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ EM ลงในน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน ใส่เศษปลาสลิดลงไปในน้ำที่ผสมแล้ว คนให้ส่
กว่า 10 ปีมานี้ ตลาดส้มโอทับทิมสยาม ผลไม้เด่นอีกชนิดของชาวปากพนัง นครศรีธรรมราช ดูจะคึกคักและมาแรงมาก ส่งผลให้ชาวสวนหันมาทุ่มเทดูแลเอาใจใส่การปลูกอย่างเต็มที่ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อย หวาน และกลิ่นหอมให้กับพันธุ์ส้มโอเนื้อแดงมากขึ้น คุณชนะวัฒน์ มากลับ มีพื้นที่ปลูกส้มโอทั้งหมด 9 ไร่ จำนวนประมาณ 220 ต้น ปลูกส้มโอทับทิมสยามอย่างมีคุณภาพ ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด บริหารจัดการสวนอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐานของสำนักงานเกษตร เพื่อให้ได้ส้มโอทับทิมสยามที่มีรสอร่อย มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดส้มโอทับทิมสยามในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน คุณชนะวัฒน์ปลูกส้มโอทับทิมสยามด้วยการใช้กิ่งพันธุ์ตอนมาจากสวนของชาวบ้านในพื้นที่ กับอีกส่วนหนึ่งซื้อมาเสริม ปลูกในพื้นที่แปลงใหม่ เนื่องจากปากพนังเป็นพื้นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมขัง การปลูกส้มโอจึงต้องยกร่อง โดยขุดดินชั้นล่าง ความลึก 2-3 เมตร ขึ้นมาทำเป็นคันดินปลูก แล้วปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยคอก ปลูกพืชคลุมดินแล้วไถกลบ ลักษณะและขนาดร่องปลูกมีความกว้างประมาณ 10 เมตร และร่องคู 5 เมตร วิธีปลูก จะทำดินขึ้นมาปิดรอบต้นกิ่งตอน ปักไม้ค้ำยันต้น แ
บ้านโนนตูมถาวร หมู่ที่ 12 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีเสน่ห์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีวัฒนธรรมความเชื่อจากเชื้อสาย “ขอม หรือ “เขมร” ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ หรืออีสานใต้ พื้นที่ติดกับ “เขาพระวิหาร” รอบหมู่บ้านส่วนใหญ่ติดกับเทือกเขาพนมดงรัก หนึ่งในป่าต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายหลั่งไหลหล่อเลี้ยงชีวิตในจังหวัดศรีสะเกษ ที่สำคัญพื้นที่หมู่บ้านยังเป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดง คือมีดินสีแดงที่มีแร่ธาตุสูง เพราะเคยเป็นแหล่งกำเนิดภูเขาไฟ จึงเหมาะแก่การทำการเกษตร จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ ลำไย มังคุด ลองกอง มะปราง มะม่วง ที่ให้ผลผลิตดีและรสชาติอร่อย โดยเฉพาะทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่มีลักษณะแตกต่างจากทุเรียนที่ปลูกที่อื่น คือ กลิ่นไม่แรง เนื้อละเอียด นุ่ม แห้ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI -Geographical Indication) ร.ต.เหมราช สุดาชาติ อดีตข้าราชการนายทหาร ประจำกระทรวงต่างๆ เกือบ 20 ปี ด้วยหัวใจ “รักษ์บ้านเกิด” จึงบอกกับตัวเองหลังเรียนจบปริญญาโท ในปี 2561 ว่า ถึงเวลาทำตามฝันกลับมาบ้านเกิด เพื่อนำความรู้มา
จังหวัดสตูล โดยเฉพาะอำเภอควนกาหลง มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการเพาะปลูก “ กล้วยหอมทอง ” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ด้วยเป็นที่ราบกว้างขวาง ดินอุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งน้ำที่เพียงพอ ทำให้กล้วยหอมทองสามารถเจริญเติบโตได้อย่างงดงาม วิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ภายใต้การนำของ “บังฮับ” หรือ นายกิตตินันท์ นุ้ยเด็น ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร จังหวัดสตูล ผู้พลิกฟื้นสวนยางเก่ามาทำเกษตรเชิงพาณิชย์ ปลูกกล้วยหอมทองส่ง ขายร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ห้างสรรพสินค้าแมคโคร และเครือเซ็นทรัลห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ถึงแม้เกษตรกรในจังหวัดสตูลจะปลูกกล้วยหอมได้คุณภาพดี เป็นที่ยอมรับของตลาด แต่เกษตรกรยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ หน่อพันธุ์ไม่เพียงพอ ต้นพันธุ์ไม่ปลอดโรค และไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของพืช รวมทั้งทำให้ความเสถียรของพันธุ์ลดลงเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรยังไม่มั่นคง เรียนรู้การทำกล้วยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สำนักงานเกษตรจังหว
“พายุโซนร้อน” ที่เคลื่อนตัวพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอนำเสนอมาตรการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร หลังน้ำลด ให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกพืช สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง กรณีน้ำท่วมขังเน่าเสียในพื้นที่การเกษตร ทำให้เกิดลูกน้ำและยุงรำคาญ กรมพัฒนาที่ดินได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ สารบำบัดน้ำเสีย สารเร่งซุปเปอร์ พด.6 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายขยะสด ช่วยบำบัดน้ำเน่าเสีย และขจัดกลิ่นเหม็นได้ การฟื้นฟูสวนยางพารา หลังน้ำลดต้องทำอย่างถูกวิธี เพื่อให้ต้นยางกลับมาสมบูรณ์และให้ผลผลิตได้ตามปกติ โดยเริ่มจากระบายน้ำออกจากสวนโดยเร็วที่สุด หากน้ำท่วมขังนานเกิน 30 วัน ควรขุดร่องน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำ และหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำหรือใช้เครื่องจักรกลหนักในระยะแรกที่ดินยังเปียกชื้น เมื่อดินแห้งแล้วจึงค่อยพรวนดินบริเวณโคนต้นยางอายุน้อย และใส่ปุ๋ยหมักที่ผสมสารเร่งเพื่อให้ดินฟื้นตัว สำหรับต้นยางที่ได้รับความเสียหาย ให้ตัดแต่งกิ่งและทาปูนขาวบริเวณรอยแผล งดการกรีดยางจนกว่าสภาพต้นยางจะกลับมาสมบูรณ์ สำหรับสวนยางพาราที่ประสบอุทกภัยจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเส
การทำเกษตรในวันนี้ ไม่ได้มีโจทย์เพียงว่าจะปลูกอะไรให้ได้ผลผลิตดี แต่ยังต้องตอบให้ได้ว่า “ปลูกแล้วขายที่ไหน” และทำอย่างไรให้มีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี เพราะขณะที่รายได้จากพืชไร่ที่เป็นรายได้หลักอาจเข้ามาเป็นช่วงๆ ส่วนค่าใช้จ่ายของครัวเรือนกลับเกิดขึ้นทุกวัน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย จึงเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนสมาชิกสหกรณ์ให้มีทางเลือกด้านอาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกพืชผัก เป็นพืชที่สามารถวางแผนการผลิตให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน พร้อมกับเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับตลาด เพื่อให้การผลิตไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “อยากปลูกอะไร” เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการรู้ด้วยว่า “ตลาดต้องการอะไร” สหกรณ์เชื่อมตลาด หนุนปลูกผักตามถนัด สร้างรายได้ต่อเนื่อง คุณวีรภัทร เณรศาสตร์ สหกรณ์จังหวัดสุโขทัย เผยว่า จากการสำรวจอาชีพของสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ พบทั้งมีการทำนา ปลูกอ้อย และปลูกพืชผัก แต่เมื่อพิจารณารายได้ของเกษตรกรแล้ว การทำเกษตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงมองว่าสหกรณ์ควรเข้าไปทำหน้าที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อเปิดทางเลือกให้สมา
เช็กลิสต์พืช 7 ชนิด ได้รับฉายา “พืชไล่แมลงวัน” ปลูกไว้ได้ทั้งประโยชน์-ความสวยงาม ไม่ต้องพึ่งสารเคมี แต่ละชนิดหาที่ไทยง่ายมาก เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณไม้จากบริษัท Leaf Culture ประเทศอังกฤษ แนะนำพืช 7 ชนิดที่มีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งแมลงวันไม่ชอบ เหมาะสำหรับปลูกภายในบ้านเพื่อช่วยไล่แมลง พร้อมเพิ่มความสวยงามให้พื้นที่อยู่อาศัย เรียกว่าเป็นวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยและไม่ต้องพึ่งสารเคมี 1. ลาเวนเดอร์ ลาเวนเดอร์มีดอกสีม่วงหอมผ่อนคลาย และยังมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยไล่แมลงตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับวางใกล้หน้าต่างหรือบริเวณที่มักมีแมลงวันรบกวน สามารถปลูกในกระถางหรือทำเป็นช่อดอกไม้แขวนก็ได้ ช่วยเพิ่มความหรูหราให้บ้านพร้อมทั้งป้องกันแมลงไปในตัว 2. ไธม์ ไธม์เป็นสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมแรง สามารถไล่แมลงวันและยุงได้ดี เหมาะวางในพื้นที่มีแดด เช่น ริมหน้าต่างหรือระเบียง มีข้อดีทั้งปลูกง่าย ใช้ประกอบอาหารได้ ช่วยลดการใช้สเปรย์เคมีภายในบ้าน 3. สะระแหน่ หรือ ใบมิ้นต์ สะระแหน่ หรือ ใบมิ้นต์ มีความหอมสดชื่นและเป็นไม้สมุนไพรที่ช่วยป้องกันแมลงวันและมดได้อย่างดี สามารถปลูกในก
คุณไพฑูรย์ ฝางคำ เกษตรกรต้นแบบ กลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำนา ทำการเกษตรผสมผสานโดยได้น้อมนำเอาแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ในไร่นาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใช้แนวคิดปลูกถั่วเขียวอินทรีย์หลังทำนา เพื่อปรับสภาพหน้าดินให้มีธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์นั่นเอง จุดเริ่มต้น คุณไพฑูรย์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีสภาพพื้นดินของจังหวัดศรีสะเกษนั้น เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตจากข้าว ชาวบ้านจะปล่อยให้พื้นที่รกร้างว่างเปล่า ทางกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จึงมีความคิดที่จะทำให้พื้นที่ดินดังกล่าวของชาวบ้านนั้นให้เกิดประโยชน์ รวมถึงปรับปรุงและบำรุงดินให้มีแร่ธาตุอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จึงลงมือปลูกถั่วเขียวแบบอินทรีย์ โดยใช้การปลูกแบบหมุนเวียน เพื่อพักและฟื้นฟูหน้าดินหลังการทำนาปี “ตอนที่รวมกลุ่มเกษตรกรแรกเริ่มก็มีจำนวนไม่เยอะครับ แต่ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้ามาร่วมกลุ่มกับทางเราเพิ่มมากขึ้น มีสมาชิกทั้งหมด 106 ราย พื้นที่รวมกันก็ประมาณ 1,900 กว่าไร่ โดยสภาพพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ เดิมหลังจากที่ชาวบ้านท
คุณบวร ศาลาสวัสดิ์ ชาวจังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบ บนเนื้อที่ 10 ไร่ มีต้นมะพร้าวอยู่ประมาณ 400 ต้น เรียกง่ายๆ ว่า คร่ำหวอดในเรื่องการปลูกมะพร้าวเป็นอย่างมาก จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงทำให้การปลูกมะพร้าวเป็นงานที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี คุณบวร เล่าให้ฟังว่า เดิมทีปลูกพืชจำพวกหอมแดงและพริก ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้ลงมือทำอย่างเต็มตัว จึงปรับเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นดูบ้างที่ไม่ใช่พืชล้มลุก จึงได้ตัดสินใจพลิกผืนดินมาทำสวนมะพร้าวตั้งแต่ปี 2548 โดยหาซื้อพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมก้นจีบจากอำเภอบ้านแพ้วเข้ามาปลูก “ช่วงนั้นมองว่าดินที่สวนน่าจะปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ดี จึงปรับเปลี่ยนดูบ้าง เลยหาซื้อต้นพันธุ์มา ซึ่งต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกได้ต้องเอามาจากต้นแม่ที่มีอายุอย่างต่ำ 10 ปีขึ้นไป เพราะถ้าเอาอายุน้อยเกินไป จะทำให้ต้นที่ปลูกเมื่อโตเต็มที่ ต้นจะยืดสูงเกินไปและออกลูกช้า มีผลแล้วอาจไม่ดกเท่าที่ควร ดังนั้น สายพันธุ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ” ซึ่งอายุต้นกล้าที่นำมาปลูกควรมีอายุประมาณ 5 เดือน จึงจะเหมาะสม ในขั้นตอนแรกก่อนที่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม คุณบวร บอกว่า เตรียมพื้นที่ปลูกให้เป็นร่องสวนเสียก่
