เทคนิคเกษตร
ประเทศไทยใช้ปุ๋ยทุกวันนี้ปีหนึ่ง 4-5 หมื่นล้าน ถ้าเราลดปุ๋ยในนาข้าวได้เมื่อไหร่ ก็คือการลดใช้ปุ๋ยในประเทศได้มาก นอกจากนี้พบว่า ในฟางข้าว ประมาณ 60 ล้านไร่ ที่ทำนาอยู่ ปุ๋ยที่อยู่กับฟางข้าวมีมูลค่า 3-4 หมื่นล้าน แต่เราเผาทำลายไปเกือบครึ่งหนึ่ง คิดง่ายคร่าวๆ ว่า ในฟางข้าว 1 ไร่ เป็นมูลค่าปุ๋ย NPK เป็นพันบาท ถ้าเราไม่เผาก็ต้องหาทางเลือกให้ชาวบ้าน จริงๆ สาเหตุที่ชาวบ้านเผา หนึ่ง ไม่รู้จะจัดการฟางยังไงให้มันไว เพราะทุกวันนี้ปลูกข้าว 2 ปี 5 รอบ และจากการพัฒนาพันธุ์ที่ดีเกินไป ปลูกยังไงก็ออกดอก นี่เป็นข้อดี แต่ข้อเสียคือสภาพแวดล้อมในประเทศเสียหายมาก ศัตรูพืชก็ระบาด สอง ถ้าใช้วิธีปกติ คือ ไถกลบ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 40-60 วัน ถ้าใช้วิธีไถกลบแล้วปลูกเลย ตอซังจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถจะย่อยสลายได้ในระยะเวลาอันสั้น ปลูกข้าวไปก็จะเหลือง ไม่โต แคระแกร็น อาการนี้เรียกว่า อาการข้าวเมา เมาตอซัง ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการนำฟางข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ว่า ประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกข้าว ทั้งฤดูนาปีและนาปรังคร่าวๆ กว่า 66
คุณสำรวย บางสร้อย เกษตรกรจากจังหวัดร้อยเอ็ด อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านสวนปอ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด อาชีพทำไร่นาสวนผสม โดยประสบความสำเร็จจากการจดบันทึกบัญชีอย่างต่อเนื่องและนำข้อมูลทางบัญชี มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ จนสามารถสร้างรายได้และลดต้นทุน รวมถึงสามารถชดใช้หนี้สินให้น้อยลงและมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนทำบัญชีและการเกษตรในชุมชน เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการจดบันทึกบัญชีและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในชุมชนนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์และเห็นผลจริง ทำบัญชีครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปลดหนี้เงินล้าน สำหรับความเป็นมาของคุณสำรวย บางสร้อย ก่อนจะหันมาทำบัญชีในการประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จในชีวิตในวันนี้ได้นั้น เป็นคนที่ประสบปัญหาหนี้สินเป็นหลักล้านบาท จากการนำมารักษาอาการเจ็บป่วยของตนเอง ซึ่งเคยมีปัญหาปลายประสาทตาอักเสบจนตาบอดเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ต้องทยอยขายสมบัติที่มีทั้งที่นา วัว และรถไถนา เพื่อนำเงินมารักษาตนเองจนหมดตัว จากวิกฤตชีวิต ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความคิดในการหันมาจดบันทึกทำบ
“พริก” กับคนไทยเป็นของคู่กันมาช้านาน ในสำรับกับข้าวของคนไทยจึงไม่เคยขาดอาหารจานเผ็ด ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง แม้แต่ของทอดยังต้องมีน้ำจิ้มรสเผ็ดเป็นของคู่กัน แต่ในวันนี้วันที่คนกินหวาดหวั่นพรั่นพรึงกับสารเคมีที่ปะปนอยู่กับผลผลิตเกษตร พริกที่คนไทยกินใช้กันเยอะก็ถูกตั้งข้อกังขาไปด้วย ดังนั้น ฉบับนี้ “รันตี” จึงขอนำท่านบุกเข้าไปในแนวป่า ฝ่าถนนลูกรัง ลัดตัดหลังทุ่งเพื่อมุ่งหน้าไปหาสวนพริกที่กาญจนบุรี สวนพริกที่นี่พยายามจะใช้สารอินทรีย์ชีวภาพให้มากขึ้น ลดสารเคมีให้น้อยลง อยู่ในระดับที่สมดุลเพื่อไม่ให้ตกค้างมาถึงคนกินอย่างเราท่าน เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่นี่มีดีอย่างไร จึงทำให้รันตีต้องพาหนังหน้าสวยๆ ไปตากแดด ตากลม ก้นระบมกับการนั่งรถ เดี๋ยวจะได้รู้กันค่ะ ปลูกพริกอาศัยน้ำฝน พาท่านมาพบกับ คุณสมยศ นิลเขียว เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่บ้านโป่งกะอิฐ ตำบลหนองขาว อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี คุณสมยศ เล่าว่า มีพื้นที่ปลูกพริกอยู่ 3 ไร่ ในแต่ละปีจะปลูกพืชหมุนเวียนคือ ปลูกผักชีสลับกับพริก โดยจะหว่านผักชีก่อนในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากหว่านแล้ว 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผักชีได้ จาก
หลังจาก “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้เผยแพร่เรื่องราวการทำถ่านไบโอชาร์ของ สวนไผ่โป๋ยแจ่ม จ.สระแก้ว ออกไป ปรากฏว่าแฟนๆ ให้ความสนใจล้นหลาม และคอมเมนต์เข้ามาถามถึงกระบวนการทำและวิธีใช้ประโยชน์กันเยอะมาก ทีมงานไม่รอช้า รีบต่อสายตรงถึง พี่ประสาน สุขสุทธิ์ เจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว อีกครั้ง เพื่อขอสูตรแบบเจาะลึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิธีคิด วิธีผลิต ไปจนถึงวิธีใช้บำรุงดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาแจกให้พี่น้องเกษตรกรได้เอาไปลงมือทำตามกัน พี่ประสานอธิบายถึงกระบวนการคิด การผลิตและการใช้ประโยชน์ถ่านไบโอชาร์จากไผ่ซางหม่นเพื่อใช้ในการเกษตร โดยยกตัวอย่างการปลูกไผ่ซางหม่นระยะปลูก 4×4 เมตร จะได้จำนวนต้น 100 ต้นต่อไร่ ผลผลิตที่จะได้จากไผ่ที่ได้มีดังนี้ โดยการผลิตถ่านไบโอชาร์ของที่สวน จะใช้เตาคู่แฝดซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.แพรทอง เหลาภา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ สกลนคร ลักษณะถ่านไบโอชาร์ที่ได้ถ้าดูจากลักษณะทางกายภาพก็จะเห็นเป็นก้อน แต่ถ้าซูมรูปภาพดูใกล้ๆ จะเห็นว่าในถ่านไบโอชาร์จากไม้ไผ่ซางหม่นจะมีรูพรุนสูงมาก นี่คือลักษณะรูพรุนของไผ่ซางหม่น สวนไผ่โป๋ยแจ่ม จังหวัดสระแก้ว (เน้นย้ำว่า
การตอนกิ่ง เป็นการขยายพันธุ์อีกวิธีหนึ่ง การทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากในขณะที่ติดกับต้นแม่ เมื่อรากออกแล้วจึงสามารถตัดออกได้เป็นต้นใหม่ เพื่อนำไปปลูก ต้นที่ได้ก็จะมีลักษณะทางสายพันธุ์เหมือนกับต้นแม่นั่นเอง ✨วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกคนไปดูขั้นตอนการตอนกิ่ง “มะเดื่อฝรั่ง” มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ไม่ยากกว่าที่คิด และสามารถนำไปทำตามกันได้เลย แต่ก่อนอื่นไปเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องใช้กันก่อน 🪣อุปกรณ์ 👉🏻ต้นพันธุ์ที่จะใช้ในการตอนกิ่ง 👉🏻มีดคว้าน 👉🏻ถุงมือ 👉🏻เจลเร่งราก 👉🏻ขุยมะพร้าวอัดแข็ง 👉🏻ลวด หรือเชือก 👉🏻ฟิล์มห่อ 📌ขั้นตอนที่ 1 ก่อนเริ่มลงมือทำ ควรใส่ถุงมือขณะทำการตอนกิ่ง หลังจากนั้นมองหากิ่งที่คิดว่าจะทำการตอนกิ่ง โดยดูจากยอดจนถึงบริเวณที่จะทำการตอนให้ขนาดห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้มีดควั่นระยะห่างจากด้านบนและด้านล่างห่างกันประมาณ 2 นิ้ว 📌ขั้นตอนที่ 2 ควรควั่นตำแหน่งชิดใต้ข้อให้รอบกิ่ง โดยกดมีดเบาๆ ให้ลึกเพียงสัมผัสเนื้อไม้ จากนั้นควั่นแผลล่าง ให้ห่างจากแผลบนลงมาประมาณเท่าเส้นรอบวงของกิ่งหรือ 1.5-2.5 เซนติเมตร กรีดเปลือกในแนวตั้งระหว่างแผลบนและล่าง แล้วลอกเปลือกออก ทิ้งไว้สักพักเพื่อให้ย
“แหนแดง” พืชมหัศจรรย์ มีประโยชน์ทางด้านการเกษตร ประมง เลี้ยงสัตว์ เป็นพืชที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ในภาชนะขนาดเล็ก วัสดุที่มีอยู่ในบ้าน เช่น กะละมัง กล่องโฟม และการเพาะเลี้ยงในบ่อดินหรือทุ่งนา ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เลี้ยง สิ่งสำคัญที่ทำให้แหนแดงเจริญเติบโตมีอยู่ 3 อย่าง คือ น้ำ อาหาร และแสงแดด แหนแดง เป็นพืชตระกูลเฟิร์น เจริญเติบโตบนผิวน้ำ เลี้ยงได้ในบ่อตื้น หากปล่อยลงบ่อในฤดูฝนจะใช้เวลาเติบโตเต็มบ่อ 5 ตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 10-15 วันเท่านั้น แหนแดง เป็นปุ๋ยพืชสดที่ให้ธาตุอาหารสูงมาก โดยมีสัดส่วนไนโตรเจนสูงถึง 5% ในขณะที่ปุ๋ยพืชสดที่ได้จากพืชตระกูลถั่วมีอยู่เพียง 2.5% ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวทำให้สามารถใช้ปุ๋ยพืชสดจากแหนแดงแทนปุ๋ยยูเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลี้ยงแหนแดง 1 ไร่จะได้ผลผลิตมากถึง 3,000 กิโลกรัม ซึ่งแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัมใช้ในพื้นที่ปลูกได้ 2 ตารางเมตร และที่สำคัญธาตุอาหารที่ได้จากแหนแดงแห้ง 6 กิโลกรัม เทียบเท่ากับที่ได้จากปุ๋ยยูเรียประมาณ 10-12 กิโลกรัมเลยทีเดียว ใช้แหนแดงแห้งในการปลูกผัก ใช้อัตราส่วน 20 กรัมต่อวัสดุเพาะ 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์ได้ด้
“ไตรโคเดอร์มา” เป็นเชื้อราที่พบทั่วไปในดิน เศษซากพืช ซากสัตว์ อินทรียวัตถุ และบริเวณระบบรากพืชซึ่งบางสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรค และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถหาอาหารได้มาก ส่งผลให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่มีสปอร์สีเขียวเข้ม เจริญได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุทำลายเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ซึ่งเชื้อราไตรโคเดอร์มาใช้ในการป้องกันการเกิดโรค ดีกว่าใช้เพื่อการรักษาโรค เชื้อราไตรโคเดอร์มา ควบคุมโรคอะไรบ้าง เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราที่ยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด ดังนี้ 1. เชื้อราพิเทียม ทำให้เกิดรากเน่า โคนเน่า โรคยอดเน่าของต้นกล้าในพืชไร่ 2. เชื้อราไฟท็อปทอร่า ทำให้เกิดรากเน่าโคนเน่าในไม้ผล 3. เชื้อสคลอโรเทียม หรือราเม็ดผักกาด ทำให้เกิดโรคกล้าไหม้ โรคเหี่ยวในพืชผัก 4. เชื้อราฟิวซาเรียม ทำให้เกิดโรคเหี่ยวในพืชผัก 5. เชื้อราไรซ็อกโตเนีย ทำให้เกิดโรคเน่าคอดินในพืชผัก เชื้อราไตรโคเดอร์มา ทำลายโรคพืชได้อย่างไร 1. เป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช โดยสร้างเส้นใยพันรัดเส้นใยโรคพืช และเจริญแท
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาคุณภาพลำไย พร้อมกันนี้ได้สรุปองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำไปปรับใช้ในการปฏิบัติดูแลรักษาลำไยเพื่อให้ได้คุณภาพ โดยมี 13 ขั้นตอน การที่ควรปฏิบัติ ดังนี้ ระยะที่ 1 ช่วงเตรียมต้น (กันยายน-ตุลาคม) ขั้นตอนที่ 1 – การตัดแต่งกิ่ง…เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เปิดกลางทรงพุ่มให้ได้รับแสงสว่างมากขึ้น คลุมโคนต้นด้วยใบลำไยที่ตัดทิ้ง ขั้นตอนที่ 2 – แตกใบอ่อน ครั้งที่ 1…ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ 10 กิโลกรัม และใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ร่วมกับ 15-15-15 และ 0-0-60 (ช่วงแตกใบ ครั้งที่ 1) สัดส่วน 1:1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ในระยะนี้ให้ระวังโรคและแมลง ได้แก่ ไรสี่ขา เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง และโรคพุ่มไม้กวาด ระยะที่ 2 ช่วงก่อนออกดอก (พฤศจิกายน-ธันวาคม) ขั้นตอนที่ 3 – ขั้นตอนที่ 4 – แตกใบอ่อน ครั้งที่ 2 จนถึงใบแก่สมบูรณ์…ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลง สารป้องกันกำจัดเชื้อราและฮอร์โมนบำรุงใบ และใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ร่วมกับ 15-15-15 และ 0-0-60 (ช่วงแตกใบครั้งที่ 2) อัตรา 1-2 กิโลก
หากใครมีโอกาสผ่านมาทางวังน้ำเขียว อย่าลืมมองหา ‘น้องกระทิงน้อย’ แอบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าเสาวรสสีเหลืองของเขาแผงม้า รอให้ทุกคนมาเก็บภาพความน่ารัก ที่ “ ไร่เสาวรสเขาแผงม้า (Khao Phaeng Ma Passion Fruit) ดินแดนแห่งความสุขเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่ใกล้กับฟลอร่า พาร์ค อาณาจักรทุ่งดอกไม้นานาชนิดแห่งอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ทุกคนที่มีโอกาสเยี่ยมชมไร่แห่งนี้มักตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์เสาวรสหวาน ที่ติดผลดกมากๆ ผลสวยเกรดพรีเมียม กว่าจะได้ผลผลิตสวยๆ แบบนี้ไม่ง่ายเลย ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากความขยันของ คุณเตอร์ หรือ คุณสถาปัตย์ ถนอมวงศ์ เจ้าของไร่เสาวรสเขาแผงม้า ที่ลงมือทำทุกวันอย่างไม่ยอมแพ้ จุดเริ่มต้น คุณเตอร์เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีพื้นเพเป็นชาวอำเภอแกลง จังหวัดระยอง คุณเตอร์มีโอกาสได้ทำงานกับเอกชนจีน ที่นำเข้าเสาวรสพันธุ์สายน้ำผึ้งหรือเหลืองน้ำผึ้ง เข้ามาปลูกไทย โดยใช้เทคโนโลยีการจัดฟาร์มแบบเต็มรูปแบบ ประสบความสำเร็จให้ได้ผลผลิตสูง เกรดพรีเมียม สินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาด คุณเตอร์มองเห็นศักยภาพและโอกาสทางการตลาดของเสาวรสพันธุ์สายน้ำผึ้ง จึงตัดสินใจเช่าที่
“เขาหาว่า ผมบ้า มาปลูกองุ่นกลางท้องนา” คุณธนกฤต ธนศรีตะเวน หนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ เจ้าของสวนองุ่นธนกฤต บอกเล่าความหลัง เมื่อเขาตัดสินใจพลิกฟื้นผืนนามาทำสวนองุ่นแห่งแรกในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เดิมทีครอบครัวของคุณธนกฤต มีอาชีพทำนา แต่การปลูกข้าวต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ปีไหนฝนฟ้าไม่เป็นใจ ก็ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางปีก็ขายข้าวไม่ได้ราคา ระยะหลังเจอปัญหาภัยแล้งทุกปี ก็สู้ไม่ไหว ตัดสินใจเลิกทำนา หันมาทำสวนองุ่นแทน เพราะองุ่นเป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนดี สามารถวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ในระยะแรก คุณธนกฤตเรียนรู้เรื่องการปลูกดูแลองุ่นจากตำรา และเยี่ยมชมสวนองุ่นในพื้นที่ต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้ในสวนองุ่นของตัวเอง จนได้ผลผลิตคุณภาพดี ที่นี่เน้นปลูกองุ่นไร้เมล็ด เมื่อสวนองุ่นเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาแวะชม-ชิม-ช้อป องุ่นผลสดและน้ำองุ่นในสวน กลายเป็นจุดขาย ทำให้สวนองุ่นแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน มีกลุ่มลูกค้าขาประจำแวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าถึงสวนอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรชื่อดังของอำเภออรัญประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ปลูกด
