จังหวัดสตูล โดยเฉพาะอำเภอควนกาหลง มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการเพาะปลูก “ กล้วยหอมทอง ” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ด้วยเป็นที่ราบกว้างขวาง ดินอุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งน้ำที่เพียงพอ ทำให้กล้วยหอมทองสามารถเจริญเติบโตได้อย่างงดงาม
วิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร
ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ภายใต้การนำของ “ บังฮับ ” หรือ นายกิตตินันท์ นุ้ยเด็น ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่ อ.การเกษตร จังหวัดสตูล ผู้พลิกฟื้นสวนยางเก่ามาทำเกษตรเชิงพาณิชย์ ปลูกกล้วยหอมทองส่ง ขายร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ห้างสรรพสินค้าแมคโคร และเครือเซ็นทรัลห้างสรรพสินค้าชั้นนำ


ถึงแม้เกษตรกรในจังหวัดสตูลจะปลูกกล้วยหอมได้คุณภาพดี เป็นที่ยอมรับของตลาด แต่เกษตรกรยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ หน่อพันธุ์ไม่เพียงพอ ต้นพันธุ์ไม่ปลอดโรค และไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของพืช รวมทั้งทำให้ความเสถียรของพันธุ์ลดลงเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรยังไม่มั่นคง
เรียนรู้การทำกล้วยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล สนับสนุนให้สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไร่ อ.การเกษตร ได้เรียนรู้เทคนิคการผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคอย่างง่าย โดยใช้ต้นทุนต่ำ จากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตลงถึง 70% และลดการใช้พลังงานได้ 30% โดยตั้งเป้าหมายมุ่งยกระดับคุณภาพพืชพันธุ์ให้ได้มาตรฐาน ปลอดโรค และมีความสม่ำเสมอในอนาคต

ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยหอมทองอย่างง่าย จะได้เรียนรู้ตั้งแต่ตั้งแต่การคัดเลือกหน่อกล้วยที่สมบูรณ์ การฟอกฆ่าเชื้อหน่อกล้วย การตัดย้ายเนื้อเยื่อในกล่องพลาสติก เลี้ยงในอาหารระยะขยาย ในถุงพลาสติก เลี้ยงในอาหารระยะเร่งราก ในถุงพลาสติก อนุบาลในถาดเพาะ อนุบาลในถุงดำก่อนนำไปปลูกลงแปลง
ในอดีตเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตไร่ละ 18,780 บาท มีรายได้เฉลี่ย 48,000บาท/ไร่ หลังจากเข้าร่วมโครงการ ในปี 2568 เกษตรกรสามารถผลิตกล้วยหอมมีคุณภาพได้เพิ่มขึ้น เป็น 4.5 ตัน/เดือน และมีต้นทุนผลิตลดลงเหลือไร่ละ 14,530 บาท ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 57,600บาท/ไร่ ทั้งนี้ คาดว่า เกษตรกรจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 9 ตัน/เดือน พร้อมลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้นไม่น้อยกว่า 15% ภายในปี 2570

เคล็ดลับปลูกกล้วยหอมทองคุณภาพสูง
บังฮับส่งเสริมให้สมาชิกใช้ต้นพันธุ์กล้วยหอมทองปลอดโรคในการเพาะปลูก เพราะช่วยให้การบริหารจัดการแปลงทำได้ง่าย และส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิตกล้วยหอมทองด้วย ปัจจุบันบังฮับประสบความสำเร็จในการผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพ เพราะยึดหลักวิทยาศาสตร์การเกษตร 4 ดี ได้แก่ พันธุ์ดี ดินดี แหล่งน้ำดี และการจัดการที่ดี
1.พันธุ์ดี
ใช้หน่อพันธุ์ที่สมบูรณ์ ปราศจากศัตรูพืช โดยใช้การเพาะเนื้อเยื่อ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีการตรวจหาเชื้อก่อนลงแปลง ความยาวของหน่อประมาณ 25-35 เซนติเมตร มีใบแคบ 2-3 ใบ วางหน่อพันธุ์ที่ก้นหลุม จัดวางให้ด้านที่ติดต้นแม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้มีการออกดอกไปในทิศทางเดียวกัน และสะดวกในการดูแลรักษา กลบดินและกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น คลุมดินด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้งและรดน้ำให้ชุ่ม


2.ดินดี เริ่มตั้งแต่การบริหารจัดการแปลง การเตรียมดิน เตรียมแปลงโดยใช้ชีวภัณฑ์ กำจัดเชื้อโรค ไถกลบอินทรีย์วัตถุ ไถพรวนดิน พร้อมกำจัดวัชพืช และตากดินทิ้งไว้ หลังจากนั้นหว่านโรยด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แล้วไถพรวนดินอีกรอบ หากเป็นพื้นที่เดิมให้หว่านโรยด้วยปุ๋ยคอกแล้วไถพรวนดินกลบได้เลย
3.แหล่งน้ำดี คือ มีแหล่งน้ำในพื้นที่สะอาดไม่ปนเปื้อน เพราะเป็นตัวกลางให้ต้นกล้วย สามารถดูดซึมธาตุอาหารในดินไปใช้ และเคลื่อนย้ายอาหารจากรากไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของต้น ในฤดูฝนไม่จำเป็นต้องให้น้ำหากฝนตกสม่ำเสมอ แต่หากฝนทิ้งช่วงจนน้ำในดินแห้ง ควรสูบน้ำเข้าแปลงโดยใช้ระบบมินิสปริงเกอร์รดน้ำ

4.การจัดการที่ดี เริ่มจากเลือกพื้นที่ปลูกที่น้ำท่วมไม่ถึง ใกล้แหล่งขนส่ง การแต่งหน่อ ตัดปลี หลังจากปลูกกล้วยประมาณ 5 เดือน ให้แต่งหน่อ เพื่อให้ต้นแม่มีความสมบูรณ์ หลังปลูกกล้วย 6-8 เดือน กล้วยจะเริ่มแทงปลีออกมา ซึ่งจากระยะเริ่มแทงปลีจนถึงปลีบานแล้วจะใช้เวลาประมาณ 14 วัน หลังจากปลีบานแล้ว 2-3 วัน หรือมองเห็นผลมีขนาดสม่ำเสมอกันแล้ว ให้ตัดปลีออกได้ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ผลในหวีอื่น ๆ เติบโตช้า และผลไม่สม่ำเสมอได้
การห่อหุ้มเครือหลังจากตัดปลีไม่เกิน 15 วัน จะทำการคลุมถุง ถุงที่ใช้ควรเป็นถุงพลาสติกสีฟ้าขนาดใหญ่ และยาวกว่าเครือกล้วย เปิดปากถุงให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี จะได้ผลกล้วยที่มีผิวสวย ไม่มีรอยแมลงทำลาย น้ำหนักดี สีสวย

เทคนิคการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสม
การใส่ปุ๋ย ตามระยะเวลาการเจริญเติบโต แบ่งออกเป็นระยะ ดังนี้
ระยะ 1-3 เดือน 25-7-7 ขนาด 100 กรัม/ต้น
ระยะ 3-5 เดือน มูลไก่แกลบ แคลเซียมโบร่อน และ 15-5-20 ขนาด 100 กรัม/ต้น
ระยะ 4 เดือน ปุ๋ยผสม 16-20-0 จำนวน 50 กก. ผสมกับ 0-0-60 จำนวน 10 กก. ขนาด 100 กรัม/ต้น
ระยะ 5-8 เดือน 13-13-21 ขนาด 100 กรัม/ต้น
เทคนิคการค้ำต้นกล้วย
หลังจากตัดปลีกล้วยทิ้งแล้ว บังฮับจะแนะนำให้สมาชิกการค้ำต้นหรือการค้ำยัน เพื่อป้องกันต้นกล้วยล้ม หรือหักระหว่างเครือกับกาบใบ ค้ำยันทำโดยปักไม้ทางด้านที่ตกปลีห่างจากโคนต้นประมาณ 2-3 ฟุต ปักไม้ลงดินให้ลึก 1 ฟุต ด้านการจัดการโรคแมลง ใช้กระบวนการทางชีวภัณฑ์ วิธีกล และไตรโคเดอร์มา

การเก็บเกี่ยว
การเก็บเกี่ยวเป็นสิ่งสำคัญ ต้องถูกต้อง ถูกวิธี โดยเก็บเกี่ยวกล้วยที่มีลักษณะตรงตามความต้องการของตลาด ตัดในแนวยืนไม่ให้ถึงดิน ชำแหละในน้ำเพื่อลดการเสียดสีจะทำให้ผลผลิตกล้วยหอมทองมีคุณภาพและลดความเสี่ยงจากปัญหาการส่งออกได้ส่วนหนึ่ง หลังจากการตัดปลี 60 วัน จะได้กล้วย 70% เหมาะแก่การขนส่งทางไกล หรือการส่งออก หลังจากการตัดปลี 70 วัน จะได้กล้วย 80% ส่งตลาดโมเดิร์นเทรด เช่น ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต และ Makro หลังจากการตัดปลี 90 วัน จะได้กล้วย 100% ส่งขายในพื้นที่การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ชั่งน้ำหนักก่อนตัดแต่ง เก็บในที่อุณหภูมิต่ำ ขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ
หากใครสนใจเทคนิคการผลิตและขยายพันธุ์กล้วยหอมทองจากการเพาะเนื้อเยื่อ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ บังฮับได้ที่ อีเมล: [email protected] หรือทางไอดีไลน์ และเบอร์โทร 0918368843 ·
