News
ประเทศชิลี – นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มอบหมายให้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS Committee) ครั้งที่ 6 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย–ชิลี (Thailand–Chile Free Trade Agreement: TCFTA) ณ กระทรวงการต่างประเทศชิลี นั้น การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหารของไทย พร้อมยกระดับความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชกับประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก นางสาวรวินันท์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีความคืบหน้าที่สำคัญในการผลักดันการเปิดตลาด ลำไยและมังคุดสดของไทย โดยฝ่ายชิลีได้แจ้งว่าจะเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตนำเข้า คาดว่าจะสามารถเปิดตลาดและเริ่มส่งออกสินค้าได้ภายในปี 2570 ซึ่งเป็นผลจากการหารือและติดตามความคืบหน้าร่วมกันของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระบบมาตรฐานและมาตรการด้านสุขอนาม
เนื่องในวันแตงโม วันที่ 3 สิงหาคม บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมธุรกิจการเกษตรของไทย นำเสนอความเชี่ยวชาญด้านสายพันธุ์แตงโม ภายใต้แนวคิด “ทุกผลผลิตที่ดี เริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นที่ดี” พร้อมชวนทำความรู้จักสายพันธุ์แตงโมคุณภาพที่ได้รับการพัฒนาให้มีลักษณะโดดเด่นและเหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลายของเกษตรกรและตลาด สำหรับเจียไต๋ การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ และต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นในแปลงปลูก เพราะเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะปลูก แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิต การดูแลแปลง และการเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หนึ่งในสายพันธุ์เด่นของเจียไต๋ ได้แก่ แตงโมซอนญ่า โปร 75 สายพันธุ์ที่โดดเด่นด้วยผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 6–8 กิโลกรัม ให้ผลผลิตประมาณ 8–9 ตันต่อไร่ เปลือกแข็งแรง เหมาะสำหรับการขนส่ง เนื้อสีแดง รสชาติหวานและกรอบ โดยแนะนำให้เก็บเกี่ยวในช่วงอายุประมาณ 65–70 วัน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและขนาดเหมาะสม อีกหนึ่งสายพันธุ์คือ แตงโมแอมเบอร์โกลด์ แตงโมเนื
เพราะผู้ประกอบการร้านอาหาร ยังคงต้องการวัตถุดิบท้องถิ่นที่หารับประทานยาก มาทำเป็นเมนูเด็ดประจำร้าน สร้างเอกลักษณ์ให้นักชิมจดจำและเป็นจุดขาย โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงมุ่งมั่นเฟ้นหาวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อและมีเอกลักษณ์มานำเสนอ หนึ่งในความต้องการของร้านอาหารแนวซีฟู้ดที่ได้รับการเรียกร้องก็คือ “หอยหินงาม” หรือ “หอยสับเค็จ” หอยท้องถิ่นที่พบมาก บริเวณเกาะหัวเสร็จ อำเภอพุมเรียง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีระบบนิเวศทางทะเลอุดมสมบูรณ์ หอยชนิดนี้เป็นที่ต้องการของร้านอาหาร และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้านักชิมที่ชื่นชอบการร้บประทานหอยในลักษณะเนื้อแน่นสีขาว เคี้ยวหนุบหนับ รสหวานตามธรรมชาติ มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ผัดฉ่า ต้มตะไคร้ใบโหระพา ผัดน้ำพริกเผา ทอดกระเทียม ฯลฯ ซึ่งชูวัตถุดิบให้โดดเด่นจนติดอกติดใจผู้คน นางสาวฐิติพรรณ สินเพราะนิติกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอาหารทะเลและสินค้าแปรรูป บริษัท
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพลล์) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 556 ราย ระหว่างวันที่ 10-25 กรกฎาคม 2569 ในหัวข้อ “เดินป่าศึกษาธรรมชาติการท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ของคนไทย จริงหรือ?” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เพื่อนำข้อเสนอแนะไปปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติต่อไป ผลสำรวจพบว่า การท่องเที่ยวรูปแบบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ (Nature Trail) กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยร้อยละ 52.80 ระบุว่ามีความสนใจการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ มีเหตุผลสำคัญอันดับแรกคือ ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายเมื่อได้เดินทาง (ร้อยละ 39.26) รองลงมาคือ ความต้องการประสบการณ์ที่ท้าทาย (ร้อยละ 26.38) และการเรียนรู้ระบบนิเวศและสัตว์ป่า (ร้อยละ 19.02) ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนทางจิตใจ การเรียนรู้ และการได้รับประสบการณ์จ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 11 ได้หารือและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด รวมทั้งโครงการสำคัญด้านการเกษตร อาทิ โครงการนำร่องแปลงต้นแบบการปลูกทุเรียนในสวนยางพาราภายใต้แนวคิด “1 สวน 2 รายได้ ยางอยู่ได้ ทุเรียนเติบโต” และโครงการ “นาเดียวหลายรายได้” เพื่อยกระดับการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำและเกษตรคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ยังพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์ ได้แก่ การยกระดับศักยภาพการส่งออกโคเนื้อไทย การจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย โครงการส่งเสริมการผสมเทียมโคด้วยน้ำเชื้อสายพันธุ์ลูกผสม การจัดทำฐานข้อมูลโคเนื้อและโครงสร้างราคาโคเนื้อตลอดห่วงโซ่ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาภาคปศุสัตว์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร และยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร ให้มีความเข้มแข็งและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างรายได้และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพให
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นโยบาย Local Growth Engine นำกลไกส่งเสริม “ศูนย์ชุมชนเกษตรรักษ์โลก” ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ทุเรียนต้นแม่น้ำมูลโคราช เพิ่มคุณภาพกระบวนการผลิต ด้วยวิจัยและนวัตกรรม พร้อมมอบป้าย”ศูนย์ชุมชนเกษตรรักษ์โลก” ให้แก่กลุ่มเกษตรกร 9 แห่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย ดร.กฤติเดช อนันต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และคณะ พร้อมกันนี้ นายจารพัฒน์ ไตรพัฒนจันทร์ เกษตรอำเภอหนองบุญมาก นายอภินันท์ ใจรื่น ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอหนองบุญมาก นางมนัสนันท์ ไชยนุรัตนรัตน์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา นายอุทัย หนูวุ่น หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานเพื่อการผลิตทุเรียนคุณภาพส่งออก ณ ศาลาบ้านด่านตลอด ตำบลหนองไม้ไผ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหว
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าวรางวัลการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย “รางวัลธัชชา” (TASSHA Awards) ประจำปีงบประมาณ 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในงานแถลงข่าวพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นักวิจัย และผู้สนใจเข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. เดินหน้ายกระดับการส่งเสริมงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ โดยจัดให้มี “รางวัลการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (รางวัลธัชชา)” เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัย บุคคลผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัย และผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ภายใต้การขับเคลื่อนของวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (TASSHA) ใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และช่
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลิกฟื้นผืนดินสิงห์บุรี จากเศษชีวมวลสู่ทองคำดำแห่งเกษตรกรรมยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 เพื่อผลักดันจังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองนำร่อง Low Carbon (Sing Buri Sandbox) โดยได้รับเกียรติจาก นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา และประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้สนใจในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 100 คน โครงการนี้ดำเนินการโดย ดร.ชัญชณา ธนชยานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และคณะนักวิจัย MTEC ภายใต้โครงการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิการผลิตไบโอชาร์ เพื่อจัดทำมาตรฐานคุณภาพและการกักเก็บคาร์บอนอย่างถาวรในระดับอาเซียน โดยมุ่งแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุการเกษตร เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย และผักตบชวา ควบคู่ไปกับการแก้ไขวิกฤตดินเสื่อมโทรมที่มีอินทรียวัตถุต่ำ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรไทยกว่า 62% ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยีและกิจกรรมฝ
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขายสู่ยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาว ภายใต้แนวคิด เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ “Purchase Once, Lifetime Confidence” รองรับความท้าทายและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเร่งสร้าง High-Skilled Workforce ผ่านการ Up-Skill และ Re-Skill ทีมช่าง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับงานบริการอย่างไร้รอยต่อ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเกษตรกร ลดระยะเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล การันตีด้วยความสำเร็จ 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Asia-Pacific Stevie® Awards 2026 และ The Stevie® Awards for Sales & Customer Service 2026 นายไวพจน์ หามาลา Head of Customer Solutions บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต สะท้อนจากเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาสแรกปี 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.4 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากา
กรุงเทพฯ – SCULPTERRA แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับงานภูมิทัศน์ภายใต้หน่วยงาน 3DP (3D Printing) ของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในงาน Grand Opening & Exclusive Showcase พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Olive de Casa ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นโอลีฟชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพาเทคโนโลยี Robotic 3D Concrete Printing เข้าสู่ตลาด Landscape Design, Landscape Furniture และ Premium Outdoor Living ผ่านผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เป็นมากกว่ากระถางต้นไม้แต่เป็น “Sculptural Objects” ซึ่งช่วยเติมเอกลักษณ์ให้พื้นที่สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์อย่างร่วมสมัย SCULPTERRA ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน 3D Concrete Printing ที่ทีม SCG ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการวิจัยและพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง สู่โลกของงานออกแบบและการใช้ชีวิต โดยหลอมรวม Technology, Craftsmanship และ Design ผ่านกระบวนการ Digital Fabrication ซึ่งควบคุมแขนกลให้ขึ้นรูปคอนกรีตทีละชั้นอย่างแม่นยำตามแบบดิจิทัล จุดเด่นสำคัญคือการผลิตโดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ จึงก้าวข้ามข้อจำกัดของวิธีหล่อแบบเดิมและเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์สร้างรูปทรงอิสระ พื้นผิว และรายละเอียดที่ทำได้ยา
ทุกปีมีนักเรียนจำนวนมากที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มวางแผนอย่างไร เลือกสอบรอบไหน หรือเตรียม Portfolio แบบใดให้ตรงกับคณะในฝัน การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ โครงการ Sahapat Admission มหกรรมติวฟรีระดับประเทศ ครั้งที่ 29 ที่จัดโดยบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC โดยผลิตภัณฑ์มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ ริชเชส และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา จึงเดินหน้าจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้น้องๆ #DEK70 ผ่านการอัปเดตข้อมูลระบบ TCAS70 และเทคนิคการเตรียมตัวจากติวเตอร์ชั้นนำของประเทศ “พี่น็อต SmartMathPro-พี่เฟรนด์ OnDemand-พี่อะตอม เด็กโชว์พอร์ต” มาร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางพิชิตคณะในฝันอย่างเข้มข้น เรื่องสำคัญที่ #DEK70 ต้องรู้ ก่อนลงสนามสอบ TCAS70 หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการอัปเดตข้อมูลล่าสุดของระบบ TCAS70 ที่ #DEK70 ควรรู้ เพื่อให้สามารถวางแผนการสอบได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น โดย พี่น็อต SmartMathPro (ดร.ธีระยุทธ บุญมา) ได้รวบรวมสรุปประเด็นสำคัญซึ่ง DEK70 ควรรู้ ก่อนเริ่มวางแผนการสอบ ทั้งการยกเลิกการสอบด้
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “LION อาสา ปลูกป่าชายเลน ประจำปี 2569” ร่วมกับพันธมิตรในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนบริษัทพันธมิตรในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ หน่วยงานภาครัฐ และตัวแทนชุมชน ร่วมกันปลูกต้นโกงกางและพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ภายใต้แนวคิด “รวมพลังคนรักษ์โลก ปลูกป่าชายเลนให้โลกได้หายใจ” เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับเป้าหมายการพั
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สังคมมักตั้งคำถามว่า “สาเหตุเกิดจากอะไร และใครคือผู้รับผิดชอบ” แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เรากำลังเตรียมเกษตรกรให้พร้อมรับมือกับระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคใหม่แล้วหรือยัง ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถอาศัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากโรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น คุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม การเคลื่อนย้ายของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากกัน แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งระบบ ในหลายประเทศที่เป็นผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่ประเมินจากความสามารถในการควบคุมความเสี่ยง ผลิตอาหารที่ปลอดภัย ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป สำหรับประเทศไทย ความจริงคือ ฟาร์มจำนวนไม่น้อยที่ใช้น้ำจากคลองหรือแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง กำล
ทุกวันนี้ ประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ “สัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species)” หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปลาซักเกอร์ ตะพาบไต้หวัน ปลาดุกแอฟริกัน ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ และกุ้งเครย์ฟิช ฯลฯ การกำจัดให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติถือเป็นเรื่องยากมากเพราะสัตว์น้ำต่างถิ่นเหล่านี้ปรับตัวเก่ง แพร่พันธุ์เร็ว แย่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำพื้นถิ่น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ปัญหาการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น นับเป็นบทเรียนสำคัญ ที่สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศ ทรัพยากรสัตว์น้ำ การแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ในการวางแผนจัดการปัญหาอย่างเหมาะสมโดยใช้มาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่น ไม่ควรมองเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแต่เพียงอย่างเดียว ควรเชื่อมโยงถึงความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชน เพราะสัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลาหมอคางดำและกุ้งเครย์ฟิช ฯลฯ สามารถเปลี่ยน
Future Food Hub จัดงาน Thailand’s Next Opportunity: The Longevity & Sustainable Food Economy เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้าน Longevity, Future Food และ Sustainability ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ นักลงทุนและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และบริการ โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวเปิดงาน พร้อมแนะนำทิศทางของ Food & Hospitality Thailand (FHT) ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมอาหารและการบริการในภูมิภาค เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.อานนท์ อรรถาภิชาติ ผู้ก่อตั้ง GeneusDNA, ดร.จาริกา มากคช Co-Founder บริษัท Genfosis และ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Founder บริษัท Tastebud Lab ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านแนวโน้มผู้บริโภค เทคโนโลยีสุขภาพ นวัตกรรมอาหาร และโอกาสทางธุรกิจในยุค Longevity Economy ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า Longevity, Future Food และ Sustainability ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของผู้บริโภคแต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐก
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดย จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกันจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026″ ระหว่างวันที่12-16 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00-21.00 น. ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดของผู้ประกอบการที่ผลิตและจําหน่ายสินค้าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) โดยการจัดงานจัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “เชื่อมรากฐาน สร้างคุณค่า ต่อยอดล้านนาตะวันออกสู่อุตสาหกรรมใหม่” สะท้อนการนำ “รากฐาน” อันทรงคุณค่าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มาต่อยอดสู่มิติใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้ทุนของพื้นที่ทั้งวัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตชาติพันธุ์ งานหัตถกรรม สินค้าเกษตรแปรรูปและอัตลักษณ์ของชุมชน มาเชื่อมเข้ากับแนวคิดการตลาดสมัยใหม่ นำนวัตกรรมเทคโนโลยีและเครือข่ายทางธุรกิจ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม งาน “
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมเตรียมความพร้อมและแถลงข่าว “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงการนำนวัตกรรมและผลงานวิจัยมาสนับสนุนการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการบูรณาการความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชนที่สนใจเข้าร่วม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม
จากเครื่องดนตรีพื้นถิ่นภาคอีสาน กลายเป็นแบรนด์ดังนมท้องถิ่นที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวแก่นนคร เมืองขอนแก่น ภายใต้ชื่อ “แคนมิลค์” ของสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด ที่ปัจจุบันชิงส่วนแบ่งการตลาดที่แบรนด์ใหญ่ต้องจับตา “แคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านเก่าแก่ของภาคอีสาน เราก็เอามาใช้เป็นแบรนด์นมสหกรณ์ ทำให้จำได้ง่าย เพราะแคนเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว” นางบุษกร เถื่อนสมบัติ ผู้จัดการสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด เผยที่มาแบรนด์ “แคนมิลค์” เธอเผยจุดเด่นของแบรนด์นมแคนมิลค์ ว่าผลิตจากนมโคแท้จากฟาร์มเกษตรสมาชิก 100% ผ่านสโลแกน “อร่อยทุกที นมดีมีประโยชน์ ต้องแคนมิลค์” แม้จะสู้นมแบรนด์ใหญ่ไม่ได้ในเรื่องค่าการตลาด แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยเฉพาะประชาชนชาวขอนแก่นนิยมบริโภคนมแคนมิลค์ เพราะเขามั่นใจในวัตถุดิบว่าผลิตจากนมโคแท้ 100% “อย่างไปวางในห้างเซนโทซ่า ซึ่งเป็นห้างท้องถิ่นเก่าแก่ในเมืองขอนแก่น มันจะวางคู่กันกับแบรนด์ใหญ่ๆ เชื่อไหมว่าถ้าเป็นคนขอนแก่นก็จะหยิบนมเราก่อน เพราะเขาชื่อมั่นในแบรนด์แคนมิลค์” ผู้จัดการสหกรณ์โคนมฯ คนเดิมเผย นางบุษกร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสหกรณ์ผลิตแต่นมพาสเจอไรซ์ ไม่มียูเอชที โด
คุณค่าของวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่การยืนยันความเชื่อของฝ่ายใด หากอยู่ที่กระบวนการซึ่งเปิดเผย ตรวจสอบได้ และพร้อมให้ผู้อื่นพิสูจน์ซ้ำ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ ซึ่งผลการศึกษาอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจของสังคม และความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ ในหลายกรณี ความเห็นของสังคมอาจเกิดขึ้นและมีข้อสรุปก่อนที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่หน้าที่ของวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การยืนยันความเชื่อหรือสร้างความพึงพอใจให้ฝ่ายใด หากแต่เป็นการสร้างองค์ความรู้จากวิธีการที่ตรวจสอบได้ ทำซ้ำได้ และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์อย่างเป็นอิสระ ด้วยเหตุนี้ การประเมินงานวิจัยจึงควรเริ่มจากการพิจารณาวิธีการ ไม่ใช่ตัวผู้ให้ทุนหรือผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อของเรา ประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบคือ กระบวนการทางวิชาการในการวิจัยเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ มีการอธิบายขั้นตอนอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและวิธีวิเคราะห์เพียงพอให้ผู้อื่นตรวจสอบหรือทำซ้ำได้หรือไม่ และได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิก่อนการตีพิมพ์หรือไม่ คำถามเหล่านี้มีความส
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านสี กลิ่น และรสชาติ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ความโดดเด่นของ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุยที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนที่น้ำพัดพา ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดปี แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี ให้ใบที่มีคุณภาพและกิ่งข้ออวบใหญ่ เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปดั้งเดิม ทั้งการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิที่เหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝ
