Future Food Hub จัดงาน Thailand’s Next Opportunity: The Longevity & Sustainable Food Economy เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้าน Longevity, Future Food และ Sustainability ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ นักลงทุนและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และบริการ โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส
บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวเปิดงาน พร้อมแนะนำทิศทางของ Food & Hospitality Thailand (FHT) ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมอาหารและการบริการในภูมิภาค เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.อานนท์ อรรถาภิชาติ ผู้ก่อตั้ง GeneusDNA, ดร.จาริกา มากคช Co-Founder บริษัท Genfosis และ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Founder บริษัท Tastebud Lab ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านแนวโน้มผู้บริโภค เทคโนโลยีสุขภาพ นวัตกรรมอาหาร และโอกาสทางธุรกิจในยุค Longevity Economy
ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า Longevity, Future Food และ Sustainability ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของผู้บริโภคแต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร โรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล และ Wellness ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการขายสินค้าและบริการ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ถูกกล่าวถึงภายในงานคือ 6 เสาหลักแห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว หรือ Six Pillars of Longevity ประกอบด้วย
1. Nutrition การรับประทานอาหารที่เหมาะสม
2. Movement การเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกาย
3. Sleep การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ
4. Stress Management การจัดการความเครียด
5. Connectivity การมีความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงกับผู้คนในสังคม
6. Purpose in Life การมีเป้าหมายและความหมายในการใช้ชีวิต
ทั้ง 6 ปัจจัยนี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวทางการดูแลสุขภาพ แต่กำลังกลายเป็นตลาดใหม่สำหรับผู้ประกอบการ ตั้งแต่อาหารเพื่อสุขภาพ โปรแกรมออกกำลังกาย เทคโนโลยีช่วยนอนหลับ บริการจัดการความเครียด ไปจนถึงการออกแบบชุมชนและพื้นที่ใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาวะในระยะยาว ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการ “หลักฐาน” มากกว่าคำโฆษณา อีกหนึ่งข้อสรุปสำคัญจากเวทีเสวนาคือ ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการเชื่อคำโฆษณาหรือผู้มีชื่อเสียง ไปสู่การมองหาหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย ผลการทดสอบ หรือการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและ Gen X ขึ้นไป แนวโน้มนี้ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจ Functional Food อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ แม้ไทยจะมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่การแข่งขันในตลาดโลกจำเป็นต้องมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจน หากสามารถต่อยอดสารสกัดสมุนไพรไทยด้วยงานวิจัย มาตรฐาน และการสื่อสารที่น่าเชื่อถือ ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มและความได้เปรียบในตลาดสากลได้
Personalized Health เปลี่ยนการขายสินค้าเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว
เวทีเสวนายังชี้ว่า Personalized Health จะเป็นหัวใจสำคัญของตลาด Longevity เทคโนโลยีอย่างการตรวจ DNA การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และ AI ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น และสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจ ต่อยอดจากการขายสินค้าเพียงครั้งเดียว สู่การสร้างรายได้ระยะยาวผ่านโปรแกรมดูแลสุขภาพ การติดตามผล และบริการแบบสมาชิก ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าทางธุรกิจและความภักดีของลูกค้า
นวัตกรรมต้องตอบโจทย์ทั้งวิทยาศาสตร์และตลาด
ภายในงานมีการนำเสนอนวัตกรรมจากสมุนไพรไทย วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างผำ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้แพ้อาหาร Dairy-free และโซลูชันด้าน Precision Health ซึ่งสะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีข้อมูลวิจัยรองรับ เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และสามารถสื่อสารคุณค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้
Ecosystem คือกุญแจสู่การเติบโต
ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า การพัฒนาธุรกิจ Longevity ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย แพทย์ มหาวิทยาลัย ภาครัฐ นักลงทุน และผู้ให้บริการเทคโนโลยีFuture Food Hub จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ตลาด และแหล่งทุน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดสอบตลาด และขยายธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น พร้อมสนับสนุนการวิจัยด้าน DNA และข้อมูลสุขภาพ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและสุขภาพเฉพาะบุคคลในอนาคต
Future Food Village จะเป็นพื้นที่รวบรวมนวัตกรรมด้าน Future Food, Functional Food, Longevity, Health, Wellness และSustainability พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการ แบรนด์นวัตกรรม นักลงทุน ผู้ซื้อ นักวิจัย และพันธมิตรจากอุตสาหกรรมอาหาร โรงแรม ร้านอาหารสุขภาพ และเวลเนส ไว้ในพื้นที่เดียว ภายโซน Future Food Village ผู้เข้าชมจะได้พบกับแบรนด์และบริษัทนวัตกรรมที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบและเทคโนโลยีด้านอาหารและสุขภาพแห่งอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจได้พูดคุย แลกเปลี่ยน และต่อยอดความร่วมมือ โดยมีแบรนด์ที่ยืนยันเข้าร่วมแล้ว ได้แก่
• Priva Fiber Up – แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพจาก Priva Thailand ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใยอาหาร (Dietary Fiber) ที่มุ่งดูแลสุขภาพลำไส้ ระบบขับถ่าย และส่งเสริมสุขภาวะของผู้บริโภค
• Premier Innova – บริษัทด้านการวิจัยและพัฒนาสารสกัดมูลค่าสูงจากวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรไทย ด้วยเทคโนโลยีนาโนเพื่อยกระดับสู่ส่วนผสมสำหรับอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ Health & Wellness Innovation
• DCG Supply Co., Ltd. – ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายถั่ว ธัญพืช และผลไม้อบแห้งคุณภาพ สำหรับผู้ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบทางเลือก

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้อัปเดตแนวโน้มใหม่จากเวที Longevity & Sustainability Conference พบผู้เชี่ยวชาญและผู้นำอุตสาหกรรมจากหลากหลายภาคส่วน พร้อมเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่าย สำรวจความร่วมมือ และต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดใหม่ การสร้างแพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกฝ่ายสามารถพบกัน ทดลองร่วมกัน และพัฒนาธุรกิจร่วมกัน จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Future Food, Longevity และ Wellness Innovation ของภูมิภาค
ร่วมค้นหาโอกาสใหม่ของธุรกิจใน Future Food Village ขอเชิญผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย โรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และผู้ที่สนใจนวัตกรรมอาหารและความยั่งยืน เข้าร่วมงาน Future Food Village @ Food & Hospitality Thailand 2026วันที่ 19–22 สิงหาคม 2569 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ฮอลล์ 1–4 ชั้น G ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี
https://ers-th.informa-info.com/seminar/register/1432?cid=website
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: Line: @tastebudmkt / โทร: 095-235-4775
เว็บไซต์: https://www.tastebudlab.com
