News
เชื่อว่าสายเนื้อไม่มีใครไม่รู้จัก “เนื้อโพนยางคำ” สุดยอดผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุน ผลผลิตชั้นยอด จากแหล่งผลิตฟาร์มเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด สู่โต๊ะอาหารภัตตาคารทั่วไทยมากว่า 47 ปี ถือเป็นสหกรณ์การเลี้ยงสัตว์และแปรรูปเนื้อโคระดับแนวหน้าของประเทศ มีชื่อเสียงด้านการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “เนื้อโพนยางคำ” สหกรณ์แห่งนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2523 ที่บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อในพื้นที่ โดยการนำแม่พันธุ์โคพื้นเมืองไทยมาผสมกับพ่อพันธุ์สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ได้แก่ ชาโรเลส์และลิมูชิน จากประเทศฝรั่งเศส รวมถึงสายพันธุ์อื่น ๆ เพื่อให้ได้โคที่โตไว เนื้อนุ่ม มีไขมันแทรกที่ดีเยี่ยม ปัจจุบันสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด มีสมาชิก 6,210 ราย ครอบคลุมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่จ.สกลนคร นครพนมและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีมูลค่าการสร้างรายได้จากการจำหน่ายโคเนื้อและผลิตภัณฑ์แปรรูปเฉลี่ยประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อปี โดยมีปริมาณการผลิตโคขุนเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรู
วันนี้การเรียนเกษตรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือทำงานในแปลงอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนสู่การเรียนรู้ที่ผสมผสานทั้งเทคโนโลยี การจัดการ ต้นทุน และตลาด เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปสร้างอาชีพได้จริง แนวทางนี้เป็นสิ่งที่สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้ กำลังผลักดันอย่างต่อเนื่อง ว่าที่ร้อยตรี นิพนธ์ ภู่พลับ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้ กล่าวว่า สถาบันฯ ดูแลวิทยาลัยในเครือข่าย 12 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืน ทั้งด้านการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การลดการใช้สารเคมี และการสร้างความเข้าใจให้นักเรียน นักศึกษามองเห็นความสำคัญของการทำเกษตรที่ไม่ทำลายธรรมชาติ อีกเรื่องที่สถาบันฯ ให้ความสำคัญคือ การสร้างงานและสร้างอาชีพ เพราะการเรียนเกษตรไม่ควรจบแค่ผลิตเป็น แต่ต้องขายเป็นด้วย นักศึกษาต้องรู้จักต่อยอดผลผลิตให้ได้มาตรฐาน มีตลาดรองรับ และสามารถสร้างรายได้ ซึ่งจะนำไปสู่การทำเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farm ได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังมีการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น IoT ผ่านการอบรมพัฒนาการใช้ IoT ในการจัดการฟาร์มเกษตร รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการข้อมู
มะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นสินค้าส่งออกมูลค่าสูงติด 1 ใน 5 ของกลุ่มไม้ผลที่สำคัญของประเทศไทย ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดจำนวน 234,745 ไร่ และเป็นพื้นที่ให้ผลผลิตจำนวน 188,430 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกรจำนวน 15,816 ครัวเรือน มีแหล่งผลิตสำคัญเพื่อการส่งออกอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีพื้นที่ให้ผลผลิตรวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ของพื้นที่ให้ผลผลิตทั้งประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2568 ประเทศไทยมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมรวมจำนวน 731,094 ตัน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา และยังพบว่า ส่วนใหญ่ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม ร้อยละ 80 ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ เนื่องจากมีเอกลักษณ์ด้านรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก สร้างมูลค่าการส่งออกมะพร้าวผลสดสูงถึง 6,462 ล้านบาท นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังพิธีเปิด “โครงการส่งเสริมและพัฒนาเสถียรภาพการผลิตมะพร้าวน้ำหอม หลักสูตร อบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่สู่การพัฒนาเสถียรภาพการผลิตมะพร้าวน้ำหอม ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาบริหารจัดก
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เดินเกม New Business ครั้งสำคัญ ขยายฐานรายได้นอกธุรกิจเครื่องดื่มเข้าสู่ภาคเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยรายใหญ่ของไทย จัดตั้ง “บริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด” ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โดย ICHI ถือหุ้น 51% และกลุ่มเอกยงวงศ์ถือหุ้น 49% การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์สร้าง New Growth Engine ของอิชิตัน กรุ๊ป จากเดิมที่รายได้หลักอยู่ในธุรกิจเครื่องดื่ม สู่ธุรกิจที่มีอุปสงค์ระยะยาวและมีการซื้อซ้ำตามรอบการเพาะปลูก โดยตลาดปุ๋ยเคมีไทยมีมูลค่า กว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดปุ๋ย Compound NPK ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์พรีเมียมหลักที่ JV จะเข้าไปแข่งขัน มีมูลค่า ประมาณ 32,000 ล้านบาท กลยุทธ์ของ “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” จะไม่เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ แต่ใช้โมเดล Asset Light และต่อยอดโครงสร้าง พื้นฐาน ทีมขาย เครือข่ายพันธมิตรจากต่างประเทศทั่วโลก และคู่ค้าภายในประเทศ ตลอดจนความเชี่ยวชาญด้าน Sourcing และ Supply Chain ที่กลุ่มเอกยงวงศ์มีอยู่แล้ว ช่วยลดเวลาและความเสี่ยงในการเข้าส
“เย็นเย็น” ผู้นำตลาดชาสมุนไพร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สู้ร้อนสู้เผ็ด สู้ด้วยเย็นเย็น” ที่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้ง “เย็นเย็นจับเลี้ยง” ที่เย็นลึกจากภายใน ด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น 12 ชนิด และ “เย็นเย็น เก๊กฮวย” ที่ช่วยสู้ร้อน ให้ความหอมติดจมูก ล่าสุดตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ด้วยการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ “ไทย โคโค่” ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทย นำความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของทั้งสองแบรนด์มาร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องดื่ม เปิดตัว “เย็นเย็นจับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม” มุ่งสร้างโอกาสการดื่มรูปแบบใหม่ เพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคน้ำมะพร้าวไทยในประเทศ และต่อยอดมูลค่าวัตถุดิบของเกษตรกรไทยในระยะยาว การผนึกกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจ โดยนำวัตถุดิบขึ้นชื่ออย่างมะพร้าวน้ำหอมไทยจากสวนพันธมิตรคุณภาพของ ไทย โคโค่ เข้าสู่กระบวนการผลิตมาตรฐานสูงภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อคงรสชาติหอมหวานละมุนตามธรรมชาติ มาผสานเข้ากับเอกลักษณ์ชาสมุนไพรฤทธิ์เย็น 12 ชนิดของเย็นเย็น เกิดเป็นประสบการณ์การดื่มรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งความอร่อย สดชื่น รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย ให้ผู้บริโภค
เมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า องค์กรภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรมประมง และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการกำกับดูแลและตรวจสอบการนำเข้า–ส่งออกปลาหมอคางดำ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ นายชัยภัฏ กล่าวว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่เครือข่ายฯ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เส้นทางการส่งออกปลาหมอคางดำจากประเทศไทยในช่วงปี 2556–2559 หลังพบข้อมูลการส่งออกโดยบริษัทปลาสวยงาม 11 บริษัท รวมกว่า 320,000 ตัว จำนวน 222 ครั้ง ก่อนมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในปี 2560 ซึ่งแสดงว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับประเด็นปลาหมอคางดำหลายราย ที่ผ่านมาสังคมให้ความสนใจอย่างมากกับคำถามว่าปลาหมอคางดำเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร แต่เครือข่ายฯ เห็นว่าอีกเส้นทางหนึ่งที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจังคือ “เส้นทางการส่งออก” ว่าปลาหมอคางดำที่ถูกส่งออกจากประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวมีต้นทางมาจากที่ใด ใครเป็นผู้เพาะเลี้ยงหรือครอบครอง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.ตันติมา กำลัง นักวิจัยอาวุโส ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ นางสาวปฐมพร พูลสวัสดิ์ นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม และคณะนักวิจัย พร้อมด้วย นายปุณณภพ โผผิน และ นายณรงค์เดช วงษ์สะอาด นักประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง นำผลงานวิจัยด้านสารชีวภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยและวัสดุเหลือทิ้งการเกษตร เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในงานสัมมนาและนิทรรศการทางวิชาการ “Senate Forum 202 6: ถอดรหัสอนาคตประเทศไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” เวทีวิชาการและงานวิจัย…เสริมพลังนิติบัญญัติเพื่ออนาคตของประเทศไทย จัดโดยคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและหน่วยงานวิจัยชั้นนำ โดยได้รับเกียรติจาก นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดและเยี่ยมชมนิทรรศการ ระหว่างวันที่ 8- 9
กรุงเทพฯ 7 กันยายน 2569 – กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดงาน “OTOP TRADER 2026” ภายใต้แนวคิด “สร้างคุณค่า เชื่อมโยงการค้า ขยายตลาดสู่สากล” เปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP รวมถึง OTOP Trader ได้พบปะผู้บริโภค เครือข่ายธุรกิจ และคู่ค้าศักยภาพ พร้อมนำสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพจากทั่วประเทศมาจัดแสดงและจำหน่าย ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายน 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ OTOP Trader กิจกรรมที่ 2 การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 โดยมี นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธี และ นางสาวริตยา รอดนิ่ม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน ก่อนร่วมทำพิธีเปิด ถ่ายภาพ และเยี่ยมชมการจัดงาน นายไพโรจน์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ควบคู่กับการสร้างบทบาทของ OTOP Trader ให้สามารถเชื่อมโยงสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนกับความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิท
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม (“หมอคง”) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16 แถลงนโยบายและวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กร มุ่งยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “ความหวังของประเทศ” และ “มหาวิทยาลัยของประชาชน” ผ่านการผสานแนวคิดหลัก คือ Glocalization การยกระดับจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นออกสู่เวทีสากลด้วยมาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับ Syntegration การบูรณาการพลังความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของบุคลากรเข้าด้วยกัน และ Sustainability ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยสู่สังคม ผ่านจุดแข็งของ มก. ทั้ง Climate Change, Food Security, Sustainable Agriculture, Biodiversity, Energy, Water และ Circular Economy พร้อมมุ่งสู่การเป็น “Living Lab” ที่ทดลองและสร้างความยั่งยืนได้จริง โดยมีอธิการบดีทำหน้าที่เป็น “คอนดักเตอร์” (Conductor) ในการกำกับและประสานศักยภาพของนักวิจัย อาจารย์ นิสิต และเจ้าหน้าที่ให้ก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างลงตัว เพื่อตั้งเป้าหมายสูงสุดในระยะเวลา 4 ปี ในการทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กลายเป็
ศาลปกครองพิพากษากรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือปลาหมอคางดำ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดภายใน 180 วัน ขณะที่ยกคำขอไม่พิพากษาในส่วนที่ผู้ฟ้องเรียกร้องให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าเสียหายแก่รัฐ วันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ผู้ฟ้องรวม 54 คนยื่นฟ้องกรมประมงกับพวกรวม 18 คน จากการที่กรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามที่พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ที่เป็นกฏหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น จึงมีคำสั่งให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามพระราชกำหนดการประมง ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาด และออกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน โดยให้กรมประมงปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่แพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปล
8 กันยายน 2569 – นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน แสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งที่ 74 (The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เป็นผู้จัดงานหลัก ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ผู้ร่วมจัด และยังได้รับการสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสมาคมการค้าสำคัญในอุตสาหกรรมฯ 17 องค์กร ภายในงานครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมเป็น Exhibitor ทั้งในและต่างประเทศกว่า 1,300 บริษัท รวม 2,800 คูหา จัดแสดงเต็มพื้นที่ชั้น G และ LG (Hall 1 – 8) รวมถึง Plenary Hall คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ กว่า 45,000 คน มีเงินสะพัดเข้าประเทศกว่า 160 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยกว่า 5 พันล้านบาท นางสาวกิริฎากล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำของโลก อีกทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งของโลกเป็นผู้ส่งออกพลอยสีที่เจียระไนแล้ว และเป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินอันดับ 2 ของโล
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย สานต่อการประกาศทิศทางธุรกิจสู่บทบาทใหม่ “โซลูชัน โพรไวเดอร์” (Solution Provider) จัดงาน Big Field Day “นาปี นาดี ฐานะดี” ณ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ หรือศูนย์เกษตรเจียไต๋ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดแปลงถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมชวนเกษตรกรเรียนรู้การรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน วัชพืช โรค และแมลง ตลอดจนสัมผัสเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรจากเจียไต๋และพันธมิตรอย่างใกล้ชิด ภายในงาน นักเกษตรเจียไต๋ ได้นำประสบการณ์จากการพัฒนา “โซลูชันนาข้าว” และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มาถ่ายทอดแนวทางรับมือกับความท้าทายตลอดฤดู ตลอดจนปัญหาวัชพืช โรค และแมลงในพื้นที่ พร้อมแนะนำให้เกษตรกรหมั่นตรวจแปลง สังเกตความผิดปกติ วิเคราะห์สาเหตุ และบริหารจัดการให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อลดความเสียหายและควบคุมต้นทุนก่อนปัญหาจะลุกลาม นอกจากนี้ ยังได้แนะนำ แผนจัดการการเพาะปลูกเจียไต๋ (Crop Management Plan หรือ CMP) ซึ่งนำข้อมูลด้านสภาพพื้นที่ ดิน น้ำ สภาพอากาศ ปัญหาในแปลง ตลอดจนต้นทุน และเป้าหมายของเกษตรกร มาใช้วางแผนการเพาะปลูกให้เหมา
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า สำหรับการมาตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ในวันนี้ เป็นการหารือกรอบแนวคิดและการเสนอข้อคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงติดตามการขับเคลื่อนงานและโครงการสำคัญในภาพรวมของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน 3 ประเด็น ดังนี้ 1) แนวคิดการบริหารจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำยม เพื่อลดความเสียห
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าจัดงานสัมมนา “โอกาสตลาดอเมริกาเหนือ ผ่าน FTA อาเซียน-แคนาดา” ✨ 📌 วันพุธที่ 9 กันยายน 2569🕰️ เวลา 08.30-14.00 น.📍 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 กรุงเทพฯ เตรียมยกทัพกูรูเสวนาเรื่องโอกาสและความท้าทาย กลยุทธ์การเจาะตลาดแคนาดา เจาะลึกสินค้าและบริการไทยที่มีศักยภาพ และแนวทางการใช้ประโยชน์จาก FTA อาเซียน-แคนาดา (ACAFTA) ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปีหน้า ✅ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา สามารถลงทะเบียนผ่าน QR code ได้ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทางเว็บไซต์กรม www.dtn.go.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center 02-507-7555
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เดินหน้าขับเคลื่อน “Inclusive Innovation” หรือนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ทุกคนเข้าถึงได้ ผ่านโครงการ “7 Inspirations นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการสื่อสารสังคมด้านคนพิการ” เฟส 4 พร้อมนำเสนอนวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์ในรูปแบบภาพยนตร์สั้น 7 เรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวของคนพิการต้นแบบ 7 ประเภท เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดอคติ และส่งเสริมเจตคติเชิงบวกต่อคนพิการในสังคมไทย พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของ สจล. ในการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่อยอดสู่การสร้างผลดีในชีวิตจริงเพื่อทุกคนในสังคม พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โอกาสเข้าถึงอย่างเท่าเทียมภายในงาน KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “7 Inspirations” ภายในงาน “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและใช้ชีวิตได้อย่างมีศ
ศูนย์วิจัยข้าวล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดนิทรรศการ “การใช้ประโยชน์จากเยื่อฟางข้าว” ภายใต้กิจกรรม “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการใช้ประโยชน์จากเยื่อฟางข้าว เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยในการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาต่อยอด สร้างมูลค่า และพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคส่วนต่างๆ จาก “ฟางข้าว” ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงวัสดุเหลือทิ้ง จึงกำลังเปลี่ยนเป็น “วัตถุดิบแห่งโอกาส” ที่สามารถสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้กับภาคการเกษตรและสังคม ในโอกาสดังกล่าว ศูนย์วิจัยข้าวล้านนาได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวร่วมจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการฟางข้าวแบบไม่ต้องเผาแก่เกษตรกร องค์กรชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งได้นำเสนอผลงานแก่ ศาสตราจารย์ ดร.ยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้เห็นถึงศักยภาพขององค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการนำ “เศษวัสดุเห
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และบริษัทในกลุ่ม ส่งเสริมการจ้างงานและสนับสนุนอาชีพคนพิการอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานตามศักยภาพของแต่ละคน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2569 CPF และบริษัทในกลุ่มได้รับรางวัล “องค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2569” จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย CPF ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยมต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สะท้อนถึงความต่อเนื่องในการส่งเสริมการจ้างงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบัน CPF และบริษัทในกลุ่ม 12 แห่ง จ้างงานและสนับสนุนคนพิการรวม 719 คน ผ่าน 3 แนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพและวิถีชีวิตของแต่ละคนแนวทางแรก การจ้างงานในสถานประกอบการ จำนวน 181 คน ให้ปฏิบัติงานในสำนักงาน หน่วยงานต่างๆ และร้านอา
ไลอ้อน (ประเทศไทย) ดัน 64 ร้านค้า ประชันไอเดียสุดสร้างสรรค์ ชิงเงินรางวัลรวม 1.64 ล้านบาท สะท้อนพลังพันธมิตรค้าปลีกไทย พร้อมเผยโฉมสุดยอดแชมป์ทั้ง 4 ภูมิภาค บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทยมายาวนานตลอด 57 ปี ประกาศความสำเร็จของกิจกรรม “Pao 50 Years Campaign Store Display Contest” มหกรรมประกวดการจัด Display หน้าร้านครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ซักผ้า “เปา” ภายใต้ธีม “50 ปี เปา ยืนหนึ่ง สะอาดหอมคู่คนไทย ฉลองใหญ่อลังการ” โดยได้รับความร่วมมือจากร้านค้าพันธมิตรชั้นนำ 64 แห่ง จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมสร้างสรรค์พื้นที่จำหน่ายให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสะอาดและความหอม ถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ผ่านผลงาน Display สุดสร้างสรรค์ พร้อมประกาศผลผู้ชนะรวม 20 รางวัล มอบเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,640,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายร้านค้าครั้งสำคัญของแบรนด์ในวาระครบรอบครึ่งศตวรรษของ “เปา” นายธนศักดิ์ พรอริยพรหม ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้า บริษัท ไลอ้
วันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเสวนาเรื่อง “การเตรียมพร้อมและเสริมทักษะการเผชิญเหตุการณ์รุนแรงในสถานศึกษา ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เครื่องมือ และนวัตกรรมที่ช่วยให้ครู นักเรียน และบุคลากรสามารถเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์รุนแรงได้อย่างเหมาะสม การจัดเสวนาในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเผชิญเหตุและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรงในสถานศึกษา ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างสภาพแ
ไทยพร้อมก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลาง Longevity” เปิดเวทีประวัติศาสตร์ “Longevity Economic Forum 2026” บูรณาการภูมิปัญญาไทย-อินเดีย ผนึกกำลังทุกภาคส่วน พลิกโฉมประเทศด้วยมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านล้านบาท กรุงเทพฯ – ท่ามกลางวิกฤตระบบสาธารณสุขทั่วโลกที่ต้องแบกรับภาระจากโครงสร้างสังคมสูงวัย ประเทศไทยก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ล่าสุด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ บริษัท ทีวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท แมนดาล่า โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเวที “LONGEVITY ECONOMIC FORUM 2026” พร้อมร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ รัฐบาลอินเดีย โดยกระทรวงอายุรเวท โยคะ และการแพทย์ทางเลือก (AYUSH) มุ่งผสานศาสตร์อายุรเวทและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเกษตรอาหารปลอดภัย ไปจนถึงเทคโนโลยี Wellness เตรียมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้าง New S-Curve สู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ พลิกวิกฤต Sick Care สู่ขุมทรัพย์ 3 ล้านล้านบาท นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) และอดีตรัฐมนต
