ศาลปกครองพิพากษากรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดภายใน 180 วัน ขณะที่ยกคำขอไม่พิพากษาในส่วนที่ผู้ฟ้องเรียกร้องให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าเสียหายแก่รัฐ
วันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ผู้ฟ้องรวม 54 คนยื่นฟ้องกรมประมงกับพวกรวม 18 คน จากการที่กรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามที่พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ที่เป็นกฏหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น จึงมีคำสั่งให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามพระราชกำหนดการประมง ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือ ปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาด และออกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน
โดยให้กรมประมงปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในพื้นที่แพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2570 และมาตรการอื่นที่จำเป็นต่อไป โดยให้กระทรางเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติการต่างๆนั้นบรรลุผลใน 180 วัน

นอกจากนี้ ศาลมีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามพิจารณาออกประกาศพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามในพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนทีเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ในส่วนของการเรียกร้องบริษัทเอกชน ผู้ร้องสอด หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐอันเกิดจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 นั้น ศาลปกครองพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวมิได้มีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีในส่วนนี้ จึงยกคำขอในส่วนนี้โดยไม่มีคำพากษาใดใด
