News
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมการเกษตรของไทย ร่วมงาน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร โดยนำเสนอโซลูชันนาข้าวและเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรไทยและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ในโอกาสนี้ คุณอนงค์นาถ วัชรธรรม General Manager – Business Development and External Relation และผู้จัดการ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ ร่วมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมน้อมเกล้าถวายรายงานเกี่ยวกับการสาธิตโดรนการเกษตรไร้คนขับ รุ่น XAG P60 ความจุ 30 ลิตร ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ด้วยระบบบินอัตโนมัติและระบบกำหนดตำแหน่งความแม่นยำสูง สามารถรองรับการฉีดพ่นสารอารักขาพืช การหว่านปุ๋ย และการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระยะเวลาการทำงาน ลดการใช้แรงงาน และลดการสัมผัสสารเคมีของเกษตรกรโดยตรง อันเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับภาค
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. อว. เป็นประธานในพิธีการลงนาม MOU ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม “การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก” โดยในพิธี มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงวิชาการ แต่คือ ‘หมุดหมายสำคัญ’ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวง อว. ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัย มาเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้จริง โดยกระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนท
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของไทย เดินหน้าปลุกกระแสตลาดบิสกิต ด้วยการรีเฟรชแบรนด์ “บิสชิน” (Bissin) ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี ผ่านการเปิดตัวแพ็กเกจจิ้งโฉมใหม่ครอบคลุมสินค้าทุกกลุ่มเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สวิงกิ้งบิสกิต คู่ขากับอะไรก็อร่อย” ที่ต้องการชวนคนรุ่นใหม่ออกจากภาพจำเดิมๆ และตอกย้ำความสนุกของการทานบิสกิตได้อย่างสร้างสรรค์ จากแบรนด์บิสกิตสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่นที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 50 ปี วันนี้ “บิสชิน” เดินหน้าปรับภาพลักษณ์ครั้งสำคัญ เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยแพ็กเกจจิ้งดีไซน์ใหม่ที่ดูโมเดิร์น สีสันสดสะดุดตา และโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์สนุก และเข้าถึงง่าย พร้อมยังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาทั้งรสชาติ และประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อสินค้า โดยยังคงเอกลักษณ์ความอร่อยแบบต้นตำรับไว้อย่างครบถ้วน พร้อมกันนี้ บิสชินยังเปิดตัวแคมเปญใหม่ “สวิงกิ้งบิสกิต คู่ขากับอะไรก็อร่อย” ที่มาพร้อมมู้ดแอนด์โทนสนุก ขี้เล่น และเข้าถึงคนรุ่นใหม
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เปิดตัว “ThaiWater” เวอร์ชันใหม่อย่างเป็นทางการ ยกระดับจากระบบรายงานข้อมูลน้ำสู่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลน้ำอัจฉริยะ ที่ช่วยให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ สามารถติดตาม วิเคราะห์ และคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ฝน พายุ และคุณภาพอากาศ (PM 2.5) ได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำถึงระดับพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ThaiWater เวอร์ชันใหม่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการข้อมูลที่คล่องตัว การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ที่แม่นยำ และการออกแบบประสบการณ์ใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ “แผนที่อัจฉริยะแบบโต้ตอบ” (Interactive Map) ที่สามารถแสดงข้อมูลหลายมิติในหน้าเดียว ทั้งเรดาร์ฝน ปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน และค่าฝุ่น PM 2.5 ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพรวมสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง เพื่อช่วยติดตามแนวโน้มและความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ฟีเจอร์การแจ้งเตือนตาม
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกิจกรรมของ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนศรีสะเกษเกื้อกูลเกษตรกรไทย ต.โพนข่า อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ ภายใต้ “โครงการวิจัยขยายผลการสกัดสารอะมิโนจากพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต้อนรับในนามจังหวัดศรีสะเกษ นายเพิ่มพล เจริญวรรณ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโพนข่า อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ กล่าวต้อนรับในนามตำบลโพนข่า และ นายพิเชษฐ์ พรมโสภา หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน ณ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนศรีสะเกษเกื้อกูลเกษตรกรไทย ต.โพนข่า อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า โครงการยกระดับสารอะมิโนจากพืชด้วย ววน. เป็นอีกประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตสารสกัดอะมิโนจากพืชแก่เกษตรกร พร้อมยกระดับสู่การเป็น “นวัตกรต้นแบบ” ที่สามารถขยายผลสู่ชุมชนได้อย
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พลิกโฉมอาชีวศึกษาไทย ด้วยยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม” พร้อมด้วย นายภูวดล มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บรรยายพิเศษเรื่อง “ยกระดับอาชีวศึกษาสร้างชาติ: พลิกโฉมสิ่งประดิษฐ์สู่นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” คณะผู้บริหาร วช. และ สอศ. รวมถึงนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาจาก 35 สถานศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ขอชื่นชมทีมนักประดิษฐ์สายอาชีวศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากรสายอาชีวศึกษา โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีทั้งภ
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ เตรียมปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์/ฟอง หรือ 6 บาท/แผง โดยปรับราคาจาก 3.40 บาท/ฟอง เป็น 3.60 บาท/ฟอง มีผลวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ที่มา ข่าวสด
หลายๆ คนอยากจะมีแปลงปลูกดอกไม้สวยๆ ไว้ชื่นชม แต่จะปลูกยังไงให้รอดไม่ตุยไปก่อน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำสายพันธุ์กุหลาบที่ใครปลูกก็รอด ปลูกประดับบ้าน ประดับสวน หรือจะปลูกให้แฟน คนที่รัก แทนความหมายดีๆ ให้กันได้ การปลูกกุหลาบต้องมาจากความใส่ใจ คอยดูแล หมั่นรดน้ำ ให้ปุ๋ย เพื่อให้ดอกสมบูรณ์เจริญงอกงาม ก่อนที่จะเริ่มปลูก ควรศึกษาสายพันธุ์ที่จะนำมาปลูกก่อน ว่ากุหลาบชอบอะไร บางสายพันธุ์ชอบแดด ทนโรค แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการปลูกกุหลาบคือดิน ต้องเป็นดินเฉพาะสำหรับปลูกกุหลาบจะทำให้เจริญเติบโตได้ดีนั่นเอง 1. กุหลาบมองเคอร์ Mon Coeur ชื่อภาษาฝรั่งเศส แปลว่า My heart หรือหัวใจของฉัน จุดเด่น : ดูแลง่าย ทนโรค โตเร็ว ไม่มีหนาม เป็นสายพันธุ์ที่ทนความร้อนในไทยได้อย่างดี เป็นรูปทรงถ้วย เป็นกุหลาบพุ่มสูง สามารถสูงได้ถึง 185 เซนติเมตร เป็นสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์หลายๆ คน ทนโรค ทนแมลงได้ดี 2. กุหลาบชัวร์เอมมานูเอล Soeur Emmanuelle เป็นกุหลาบฝรั่งเศส ลักษณะต้นเป็นพุ่มสูง สามารถปล่อยเลื้อยได้ ถ้าปลูกในไทยจะสามารถสูงถึง 3-4 เมตร ดอกใหญ่ สีชมพูม่วงอ่อนๆ มีกลิ่นหอมแรง จุดเด่น : สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ดอกดก
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center) (AIC จุฬาฯ สระบุรี) จัดงาน “Chula Dairy Conference & Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Resilient Thai Dairy: พลิกอนาคตอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ความยั่งยืน” ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสระบุรี 4 ศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ภาวะโลกร้อนและปัญหา Heat Stress ในโคนมที่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม แรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการแข่งขันจากตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี เกษตรกรโคนมจำนวนมากยืนอยู่บนทางแยกระหว่างการปรับตัวหรือการยุติกิจการ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.กิตติศักดิ์ อัจฉริยะขจร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จุฬาฯ ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวว่า “งาน Chula Dairy Conference & Expo 2026 จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และสร้างเครือข่ายควา
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “7 มิถุนายน วันสหกรณ์นักเรียน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “35 ปี สหกรณ์นักเรียน เรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์อนาคต” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้จัดการเรียน การสอนวิชาสหกรณ์และจัดตั้งสหกรณ์นักเรียนในโรงเรียน เริ่มดำเนินการครั้งแรกในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ปัจจุบันขยายผลไปยังโรงเรียน 35,596 แห่งทั่วประเทศ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “7 มิถุนายน วันสหกรณ์นักเรียน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “35 ปี สหกรณ์นักเรียน เรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์อนาคต” โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และ นายภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่
เนื่องในวันอาหารปลอดภัยโลก (World Food Safety Day 2026) ประเด็นเรื่อง “อาหารปลอดภัย” ยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะทุกวันนี้โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โรคและแมลงศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ไปจนถึงปริมาณผลผลิตที่ลดลงและราคาสินค้าเกษตรที่ไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร ซึ่งถือเป็นต้นทางสำคัญของระบบอาหารโลก และทำให้เกษตรกรยุคใหม่ต้องปรับตัวมากกว่าที่เคย ทั้งการเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ การวางแผนจัดการแปลงเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับรูปแบบการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความถนัดของแต่ละคน ในขณะเดียวกัน ความตระหนักเรื่องเกษตรปลอดภัยและอาหารปลอดภัยก็เพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มเกษตรกร ผู้บริโภค และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อาหาร ปัจจุบัน เกษตรกรจำนวนมากจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์สารอารักขาพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย ตั้งแต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด การใช้ในปริมาณที่เหมาะสม การเรีย
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำโดย คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีกับ มร.เคมอล โชชิ ประธานบริษัท บริษัท ยันม่าร์ อะกริบิสสิเนส จำกัด และ มร.มาซาโทชิ ซูยามา ประธานบริษัท บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด ในงานเปิดตัว “ศูนย์เรียนรู้และประสบการณ์เกษตรยันม่าร์” หรือ “YANMAR Solution Experience Center” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ศูนย์ดังกล่าวอยู่ภายในพื้นที่เดียวกับ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ “ศูนย์เกษตรเจียไต๋” เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูก เทคโนโลยี เครื่องจักรกลการเกษตร และแนวทางการบริหารจัดการแปลง ช่วยให้เกษตรกรสามารถมองเห็นแนวทางการนำโซลูชันไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่เพาะปลูก ภายในศูนย์ มีการจัดแสดงการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรในทุกขั้นตอนการทำนา ควบคู่กับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขั
สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ผนึกพันธมิตร 4 สมาคมด้านปศุสัตว์ แจงเหตุผลต้องนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนภาคปศุสัตว์ ลด PM 2.5 ย้ำไม่กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ส่วนประเด็น GMO มีมาตรฐานใช้ทั่วโลกกว่า 30 ปี ไม่กระทบสุขภาพ สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย พร้อมพันธมิตร 4 สมาคมในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง ร่วมแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าวว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีความจำเป็นด้วยเหตุผล 2 ประการ 1. เพื่อบรรเทาผลกระทบภาษีของสหรัฐฯ แม้ปัจจุบันศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก แต่ยังเป็นภัยคุกคามอยู่เนื่องจากสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% และเก็บสูงสุดได้ถึง 15% ไทยจึงมีความจำเป็นต้องเจรจาเปิดตลาดกับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง 2. ภาคปศุสัตว์
ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่มั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอาหารที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก งาน Future Food System Conference and Show 2026 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำระดับโลกจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน สถาบันการเงินระหว่างประเทศ นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของ “ระบบอาหารแห่งอนาคต” งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Taste Bud Lab และ Bio Buddy และได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group 2026 ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เวทีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ระบบอาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการเกษตรอีกต่อไป หากแต่เป็นวาระสำคัญระดับโลกที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สุขภาพ พลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงของมนุษยชาติในระยะยาว ความสำเร็จและผลลัพธ์สำคัญจากการจัดงาน Future Food System Conference and Show 2026 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน จาก 12 ประเทศ โดยมาจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน หน่วยงานภ
THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ซื้อและนักธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยสู่เวทีโลก ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ โดยตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงานได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและนักธุรกิจจาก 130 ประเทศทั่วโลก เดินทางเข้ามาร่วมเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง “ความสำเร็จในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตอาหารคุณภาพ แต่ยังเป็นฮับที่เชื่อมโยงซัพพลายเชนอาหารโลกเข้าด้วยกัน แม้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทาย แต่ผู้ซื้อยังให้ความเชื่อมั่นและพร้อมใจกันมาร่วมงาน ส่งผลให้มูลค่าการค้าในปีนี้เกินเป้าหมายซึ่งเดิมตั้งไว้ที่ 130,000 ล้านบาท” นางสาวสุนันทากล่าว สำหรับการจัดงาน THAIFEX – ANUGA
นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ (คนแรกจากซ้าย) ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศความพร้อมจัดงาน CPHI South East Asia ภายใต้แนวคิด The Gateway to the ASEAN Pharma Industry งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาครบวงจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับเกียรติจาก เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม (ที่ 2 จากขวา) เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ภก.สุรชัย เรืองสุขศิลป์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอุปนายก สมาพันธ์อุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน (TPMA) พร้อมด้วย ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ (คนแรกจากขวา) รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ร่วมเป็นวิทยากรในงานแถลงข่าว ณ ห้อง 109AB ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับงาน CPHI South East Asia งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาครบวงจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด The Gateway to the ASE
โรงงานปลาป่นจังหวัดสมุทรสาครเดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรับซื้อแล้วมากกว่า 33,000 กิโลกรัม หลังกรมประมงปรับขั้นตอนให้เกษตรกรและชาวประมงสามารถนำปลามาจำหน่ายได้สะดวกขึ้น เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่จุดรับซื้อ โดยไม่ต้องขอเอกสารรับรองจากหน่วยงานในพื้นที่ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด โรงงานผลิตปลาป่นมาตรฐานสากลในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า นับตั้งแต่โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพีร่วมมือกับประมงจังหวัดเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 10 บาท และปรับเงื่อนไขให้สะดวกมากขึ้น มีเกษตรกรและชาวประมงจากหลายพื้นที่ ทั้งสมุทรสาคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานคร และเพชรบุรี นำปลามาจำหน่ายอย่างต่อเนื่องทุกวัน “เกษตรกรตอบรับค่อนข้างดี เพราะสามารถนำปลาที่จับได้มาขายโดยตรง ไม่ต้องผ่านผู้รวบรวม ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ ที่ผ่านมา ในแต่ละวันมีผู้นำปลาหมอคางดำมาส่งให้โรงงานไม่น้อยกว่า 30,000 กิโลกรัม” นายปรีชากล่าว ทั้งนี้ โรงงานยังคงเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่
📢 อบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก” โดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ 🍈 เจาะลึกครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ เรียนรู้การผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออกอย่างมืออาชีพ 📅 วันที่ 25–27 มิถุนายน 2569 📍 บรรยายและเสวนา ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร วันที่ 25-26 มิถุนายน 2569 🚌 พร้อมศึกษาดูงานแหล่งผลิตและส่งออกทุเรียนชั้นนำ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569 📍 จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี 🎯 เหมาะสำหรับ ✅ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจ ✅ เกษตรกรผู้ผลิตทุเรียน ✅ นักวิชาการเกษตรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ✅ ผู้สนใจลงทุนและพัฒนาธุรกิจทุเรียนส่งออก 📚 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ ✔️ แนวทางการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐานส่งออก ✔️ การคัดเกรด บรรจุภัณฑ์ และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ✔️ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ✔️ แนวโน้มตลาดและโอกาสทางธุรกิจทุเรียนไทย ✔️ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการตัวจริง 🎓 รับใบประกาศนียบัตรหลังการอบรม ⚠️ รับสมัครเพียง 50 ท่านเท่านั้น สำรองที่นั่งก่อนเต็ม! 📞 สอบถามรายละเอียด 089-494-5172 📧 [email protected] จัดโดย สมาคมพืชสวนแห
กรุงเทพฯ (28 พฤษภาคม 2569) – ภาคการผลิตไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหม่หลายอย่าง อาร์เอ็กซ์ ไบเทค จึงชวนผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมพลิกโฉมการผลิตด้วยนวัตกรรมใหม่ในงาน “Manufacturing Expo 2026” มหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุน ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน รวมกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ ครอบคลุมเทคโนโลยีผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ การเตรียมพื้นผิวและชุบสี และโซลูชันด้านการบริหารจัดการโรงงานและอาคาร 7 งานเฉพาะทางในมหกรรมเดียว ระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายนนี้ เต็มพื้นที่ฮอลล์ 98–104 รวมกว่า 45,000 ตารางเมตร ของ ไบเทค บางนา นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแนวคิดการจัดงานในปีนี้ว่า จัดขึ้นภายใต้ธีม “Innovations that Define All Industries” หรือ “นวัตกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้ทุกการผลิต” “ที่เราเลือกธีมนี้ เพราะคำว่า ‘นวัตกรรม’ เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมงานของเราบอกว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ ปีที่ผ่านมา เราเห็นเจ้าของโรงงานและผู้บริหารระดับสูงในแผน
“ไม่มีประวัตินำเข้า แต่ 11 บริษัทส่งออกปลากว่า 200,000 ตัว ได้อย่างไร?” อาจเป็นเพียงคำถามสั้นๆ แต่กลับสะท้อนความผิดปกติสำคัญในระบบข้อมูลประมงไทย เพราะในขณะที่หน่วยงานรัฐยืนยันว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงครั้งเดียวเพื่อการวิจัย กลับปรากฏข้อมูลการส่งออกปลาชนิดเดียวกันไปยังต่างประเทศจำนวนมหาศาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ถึงวันนี้ สำคัญที่สุดคือ เหตุใดร่องรอยทางการค้าเหล่านี้จึงยังไม่เคยได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณะ ย้อนกลับไปในปี 2553 ประเทศไทยอนุญาตให้นำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงกรณีเดียว คือการนำเข้าปลา 2,000 ตัว เพื่อใช้ในการวิจัย ภายใต้ระบบควบคุมของหน่วยงานรัฐ ต่อมามีคำชี้แจงว่าโครงการดังกล่าว “ล้มเหลว” และปลาทั้งหมดถูกกำจัดไปแล้ว หลังจากนั้น ในปี 2555 เริ่มมีรายงานการพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ก่อนที่สถานการณ์จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายจังหวัดชายฝั่งและระบบนิเวศน้ำกร่อย คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า หากการนำเข้ามีเพียงครั้งเดียว และโครงการวิจัยสิ้นสุดลงตามที่กล่าวอ้าง เหตุใดปลาชนิดนี้จึงสามารถแพร่กระจายได้กว้างขวางเช่นนี้ ประเด็นท
