Video Content
อำเภอปากท่อ เป็น 1 ใน 3 อำเภอ ของจังหวัดราชบุรี ที่ไม่มีระบบชลประทาน เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินอำเภอปากท่อ นับเป็นปีที่ชาวบ้าน ตำบลยางหัก ดีใจมาก ที่พระองค์มีพระราชดำริให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 6 อ่าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการพลิกชีวิตชาวบ้านที่นี่ จากเมื่อก่อนทำการเกษตรกันช่วงฤดูฝน ขาดแคลนแหล่งน้ำ แต่หลังจากมีอ่างเก็บน้ำพระราชทาน ชาวบ้านที่นี่ก็มีรายได้ดีขึ้น
ผู้เลี้ยงโคบ้านหนองขาม ต.หนองขาม อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ รวมกลุ่มพัฒนการเลี้ยง “โคไล่ทุ่ง” สู่การเลี้ยง “โคขุน” ระบบมาตรฐานระดับสากล
“เกษตรพอเพียง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่เราปลูก มีกินมีใช้แน่นอน ผักนิด ผักหน่อย ก็ขายได้ ขายได้หมดเลยนะ ทำนิดเดียวยังขายได้เป็นเงินเป็นทอง พอค่ากับข้าว ทุกวันๆ มีออกทุกวัน แล้วได้ค่ากับข้าวทุกวัน ไม่ต้องชักเนื้อเลย” .
ปัญหาปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก พื้นที่การเกษตรขาดน้ำในช่วงฤดูแล้ง คือปัญหาหลักที่ชาวบ้านวังกุ่ม ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ต้องเผชิญ แบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พื้นที่เกือบ 3,300 ไร่ เป็นที่ลุ่มแอ่งเหมือนก้นกระทะ ตั้งติดใกล้กับแม่น้ำยมส่งผลให้ในช่วงฤดูฝน (น้ำหลาก) น้ำเกิดหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเกือบทุกปี ความพยายามแก้ไขปัญหา เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและชาวบ้านวังกุ่มได้ จนกระทั่งการสานพลังความร่วมมือ ของชาวบ้านและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยการน้อมนำยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต ปัจจัยในการพัฒนาชุมชนเกิดความเข้มแข็ง จนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เริ่มต้นจากการลดรายจ่ายในครัวเรือน สนับสนุนให้ปลูกผักและผลไม้ไว้บริโภค เหลือจึงนำไปจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้เสริมที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้เกิดการออมเงิน นำมาพัฒนาความรู้ในด้านการประกอบอาชีพและรณรงค์ให้เกิดการทำปุ๋ยชีวภาพใช้ในชุมชนเอง ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เกิดจากการรู้ปัญหาของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ทำให้การแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วและตรงจุด จนปัจจุบันบ้านวังกุ่มกลายเป็น “หม
ชีวิตที่สันโดษ และเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ เป็นวิถีชีวิตที่คนในชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี หมู่บ้านเล็กๆ ในโอบอ้อมของภูเขาแห่งนี้ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขียวครึ้ม ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่เป็นชาวปกาเกอะญอ ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายและมีชีวิตพึ่งพาผูกพันกับผืนป่า ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและชีวิตที่พึ่งพาผูกพันกับผืนป่า หาอยู่หากินด้วยผลผลิตที่หล่อเลี้ยงจากป่า แต่เมื่อการพัฒนาจากภายนอกเข้ามาได้เริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้คนในชุมชน ต้องลุกขึ้นมาแก้ไขเรียนรู้และพัฒนาร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้บริบทของชุมชนที่ไม่กระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ หลังจากชุมชนเกิดการพัฒนา จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวชุมชนทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจให้กับคนภายนอกเกี่ยวกับวิถีชีวิต และการอาศัยพึ่งพิงธรรมชาติแบบอนุรักษ์ ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวชุมชนที่เกิดขึ้น จะสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิต “คนอยู่ร่วมกับป่า” ยังก่อให้เกิดการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างคนภายนอกกับคนในชุมชนกลายเป็นกุญแจที่เ
