อื่นๆ
ย้อนกลับไปราวปี พ.ศ.2547 Maine Coon หรือ แมวเมนคูน ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนักในประเทศไทย หากเป็นกลุ่มแมวที่นำเข้าจากต่างประเทศ และได้รับความนิยมในยุคนั้น น่าจะเป็น Persian หรือแมวเปอร์เซีย หรือเรียกอีกอย่างว่า แมวเปอร์เซียน เป็นที่รู้จักและต้องการมากกว่า ทั้งยังมีฟาร์มเพาะขยายพันธุ์ จำหน่ายภายในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย ต่างกับแมวเมนคูน ที่ตลาดเพาะจำหน่ายขยายพันธุ์ ยังไม่มีทิศทาง เช่นเดียวกับการทำฟาร์มแมว ของคุณเจตนิภัทธ์ หวังใจสุข หรือคุณซอล ที่ก่อนหน้านี้การทำฟาร์มแมวเปอร์เซียเป็นกิจการและงานที่รักของคุณแม่มาตั้งแต่คุณเจตนิภัทธ์ยังเด็ก เป็นการเพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายแมวเปอร์เซีย 1 ในจำนวนไม่กี่ฟาร์มในขณะนั้น จากฟาร์มแมวเปอร์เซียที่ได้รับความนิยมอย่างดี แต่กลับเปลี่ยนสายพันธุ์แมวเป็น “เมนคูน” ทั้งที่แมวเปอร์เซียยังได้รับความนิยมไม่ตก ข้อข้องใจนี้คุณเจตนิภัทธ์ อธิบายว่า เพราะแมวเปอร์เซียมีฟาร์มที่เพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายในประเทศไทยจำนวนหนึ่ง ส่วนแมวเมนคูนในยุคนั้น ความแพร่หลายและความนิยม รวมถึงการเป็นที่รู้จักของคนไทย เรียกได้ว่า “ศูนย์” ประกอบกับคุณแม่ชอบสุนัข แต่มีเชื้อสายไทย-มุสลิม
“เกรทเดน” (Great Dane) เป็นสุนัขที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการว่า เป็นสุนัขสายพันธุ์เดียวที่สูงที่สุด ยังไม่พบว่ามีสายพันธุ์ใดสูงได้มากกว่าสุนัขพันธุ์นี้ ด้วยความสูงระดับที่ไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ของมัน ทำให้ เกรทเดน กลายเป็นสายพันธุ์ที่คนรักสุนัขพันธุ์ใหญ่ให้ความสนใจ และด้วยความสูงใหญ่ที่พูดถึง ความกังวลเรื่องของสายพันธุ์ในอดีตที่ชาวยุโรปนำมาจากสุนัขนักล่า พัฒนาสายพันธุ์มาสู่ สุนัขเลี้ยงและเฝ้าบ้าน อาจมีข้อกังวลในใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นนักกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ 29 เกือบ 30 ปีแล้วที่คุณพิสิฎฐหันมาจับการเลี้ยงสุนัขเพื่อเพาะและจำหน่าย ทั้งที่ไม่มีความรู้ใด แต่ด้วยความสนใจอย่างถึงที่สุด ทำให้เขาไขว่คว้า เรียนรู้ และสะสมเป็นประสบการณ์ จนถึงปัจจุบันนี้ สุนัขพันธุ์เกรทเดนในฟาร์มมีต่างประเทศขอซื้อนำไปเลี้ยง การทำการค้าใดๆ คุณพิสิฎฐมองว่า การทำการตลาดสำคัญที่สุด จึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาบริหารจัดการทางด้านการตลาด ด้วยการทำเว็บไซต์เอง และเมื่อสุนัขเข้าถึงลูกค้า ด้วยมาตรฐานของสายพันธุ์ที่เกินราคา ทำให้เกรทเดน ชื่อ ANANKENNEL (อนันต์ฟาร์ม) เป็นฟาร์มที่ได้รับการยอมรับและไว้
ชมรมไก่แจ้ทวารวดี เป็นชมรมไก่แจ้ที่รวมเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของ คนเลี้ยงไก่แจ้สวยงามทุกเพศ ทุกวัย และสมาชิกคนรักไก่แจ้ รวมถึงผู้เลี้ยงไก่แจ้ในหลายจังหวัด โดยมีคุณธรรมรัตน์ สมเสร็จ หนุ่มใหญ่วัย 40 ปีเศษ เป็นประธานชมรม ทั้งยังก่อตั้งฟาร์มเล็กๆ ที่รวบรวมสายพันธุ์มาตรฐานไก่แจ้ขึ้น ใช้ชื่อว่า ไก่แจ้ “น้ำพักน้ำแรง” บ้านคุณธรรมรัตน์ เพื่อเพาะและขยายพันธุ์ไก่แจ้ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น คุณธรรมรัตน์ บอกว่า ปัจจุบันไก่แจ้ ถูกจัดให้เป็นไก่สวยงาม เมื่อมีเวทีประกวดจะดูที่ความสวยงามเป็นหลัก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรูปร่างลักษณะแล้ว ไก่แจ้สายพันธุ์ต่างประเทศจะได้เปรียบ เพราะมีคุณลักษณะที่สวยงามกว่า ส่วนไก่แจ้สายพันธุ์ไทย จะได้เปรียบเรื่องของสีสัน เพราะความชอบเลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรกในวัยเยาว์ ไก่แจ้ นก และปลา จึงเป็นสัตว์ที่คุณธรรมรัตน์เลือกมาเลี้ยงและให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีขนาดเล็ก จับต้องได้ โดยก่อนหันมามุ่งมั่นกับการขยายพันธุ์ไก่แจ้อย่างจริงจัง คุณธรรมรัตน์มีไก่แจ้ที่เลี้ยงไว้ดูเล่นหลายร้อยตัว กระทั่งปี 2540 ถูกชักชวนให้เข้าวางการไก่แจ้ เริ่มจากการเป็นสมาชิกชมรมอนุรักษ์ไก่แจ้แห่งประเทศไทย
ในอดีตผู้หลักผู้ใหญ่มักจะบอกว่า ปลากัดเป็นปลาที่ตายยาก มีความอดทนสูง อดอาหารได้นาน ไม่ต้องใช้เครื่องทำออกซิเจนในน้ำ เท่ากับว่า จะเลี้ยงอย่างไรก็รอด ไม่ใช่ความคิดที่ผิด เพราะปลากัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายเช่นนั้นจริงๆ แต่ขั้นตอนที่ยากที่สุด เพื่อให้ปลากัดมีชีวิตรอด ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ปลาเจริญเติบโตแล้ว แต่เป็นปลาเล็กแรกเกิดถึง 10 วัน “ระยะนั้น เป็นระยะที่อันตรายที่สุด ถ้าอนุบาลให้รอดก็รอด แต่ถ้าอนุบาลไม่ดี ก็ตายยกครอก” คุณทศพล กล่าว คุณทศพล กิ่งมะลิ เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างเต็มที่ จนต้องกลับมาดูแลคุณย่าที่อายุมาก ในอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ จึงต้องหาอาชีพที่ลงตัวทำสร้างรายได้ให้กับตนเอง แนวคิดของคุณทศพล คือควรทำสิ่งที่เราถนัด ชอบ จึงจะง่ายและดำเนินไปด้วยดี ซึ่งสิ่งที่คุณทศพลคิดขณะนั้น คือ อยากเลี้ยงปลากัด “ตอนเด็กๆ ผมเลยเพาะ เลี้ยง มันง่ายครับ เลยนำเงินราว 10,000 บาท ประมูลปลากัดแฟนซีมา ตั้งใจจะเพาะเลี้ยงแล้วขาย ผสมได้ เพาะง่าย ได้ลูกปลา แต่พอเป็นลูกปลาแล้ว ทำให้ลูกปลารอดไม่ได้ แม้จะพยายามหลายวิธีตามที่ได้ศึกษามาก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็ตายเกือบหมด” 3 ปีทีเดียว ที่คุณทศพล ลองผิดลอ
ที่ผ่านมาอดีตถึงปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงเล่นก็มีจุดเริ่มต้นมาจากสัตว์ป่า ที่นำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้มีพฤติกรรมอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก หรือสัตว์น้ำ ต่างก็ต้องใช้เวลาในการพัฒนาสายพันธุ์หลายสิบปี แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ “อ้น” สัตว์ฟันแทะ ถูกนำมาเลี้ยงโดย ผู้ใหญ่ณรงค์ จูมโสดา ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เพราะถึงปัจจุบันเกือบ 10 ปีแล้ว ที่ “อ้น” กลายเป็นสัตว์เลี้ยงทำเงินให้กับผู้ใหญ่ณรงค์อยู่ตลอด คุณวัลนา พันสาลี หรือ น้องจ๋า ลูกสาวของผู้ใหญ่ณรงค์ อุ้มอ้นตัวเขื่อง น้ำหนักกว่า 3 กิโลกรัม มาอุ้มเล่นด้วยความคุ้นมือ แต่ก็ไม่ได้ให้ใครเข้าไปจับตัวอ้น เพราะไม่แน่ใจว่า อ้นจะคุ้นมือหรือไม่ เพราะหากไม่คุ้นมือ ก็อาจกัดผู้ที่ไปจับได้ “ตัวนี้อุ้มเล่นได้ เพราะคุ้นมือและเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก จริงๆ แล้ว อ้นไม่เหมาะที่จะนำมาอุ้มเล่น เพราะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรก และยังไม่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสัตว์เลี้ยง อ้นเป็นสัตว์ป่า อาศัยอยู่ใต้ดินภายในป่า แต่มีชาวบ้านจับได้ 1 คู่ เมื่อปี 2552 แล้วนำมาให้พ่อเลี้ยง พ่อก็เลี้ยงไว้ พออ้นขยายพันธุ์ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จนม
ปลาปอมปาดัวร์ (Pompadour) หรือที่เรียกกันว่า Discus เป็นปลาในตระกูลปลาหมอสี (Cichlidae) มีถิ่นกำเนิดในลุ่มแม่น้ำอะเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ เป็นปลาราคาแพงที่เพิ่งเข้ามาในตลาดปลาสวยงามบ้านเราเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ด้วยการสั่งจากต่างประเทศ ในช่วงนั้นมีกลุ่มที่ชื่นชอบมองว่าเป็นปลาเศรษฐกิจที่ดีในอนาคต อีกทั้งสภาพภูมิอากาศและอาหารปลาบ้านเรามีลักษณะใกล้เคียงกับทวีปอเมริกาใต้ สิ่งเหล่านี้นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอื้อต่อการเพาะพันธุ์ ขณะเดียวกัน นักพัฒนาสายพันธุ์ก็มีความเป็นเลิศสามารถรักษาเอกลักษณ์ปอมปาดัวร์ให้ยังมีจุดเด่นและสีสันสวยงามประดุจปลาแห่งใต้ท้องทะเลจนได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งปลาตู้” “P&Y Discus Farm” เป็นฟาร์มปลาปอมปาดัวร์ที่เกิดในช่วงนั้น เป็นแหล่งเพาะ-ขยายพันธุ์ชื่อดังที่สะสมประสบการณ์มาเป็นเวลาหลายสิบปี มีปลาคุณภาพทุกสายพันธุ์ จนเป็นที่ยอมรับและส่งปลาขายยังต่างประเทศกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก ปัจจุบันมี คุณนิพนธ์ สนธิสถาพร หรือ คุณปอม และ คุณสุภาพร สนธิสถาพร หรือ คุณเย็น เป็นผู้ดูแล ตั้งอยู่เลขที่ 14/19 ซอยสุขุมวิท 57 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ คุณปอม เล่าว
“เต่าซูลคาต้า” หรือ เต่าเดือยแอฟริกา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก หรือมีขนาดที่รองลงมาจากเต่ายักษ์กาลาปากอส และเต่ายักษ์อัลดาบรา เต่าซูลคาต้าจัดเป็นเต่าที่มีลักษณะกระดองที่แบนราบ เมื่อยังอยู่ในวัยเล็ก ลำตัวมีสีขาวไปจนถึงสีน้ำตาลเหลือง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและตัวเต็มวัยสีของกระดองจะพัฒนาเป็นสีน้ำตาลและสีเหลือง ขาทั้งสี่ข้างแข็งแรง โดยเฉพาะขาคู่หน้ามีเกล็ดขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน เต่าซูลคาต้า เป็นเต่าที่โดยปกติแล้วจะกระจายพันธุ์บริเวณพื้นที่แห้งแล้ง อย่างเช่น ทะเลทราย เป็นต้น ถือว่าเป็นเต่าที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศร้อน จึงทำให้เต่าซูลคาต้าค่อนข้างเหมาะอย่างมากกับสภาพอากาศของประเทศไทย ปัจจุบัน เต่าซูลคาต้าถือเป็นสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักที่คนนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนในที่อยู่อาศัย เพราะการดูแลที่ง่าย สามารถเลี้ยงอยู่ภายในบ้านได้ เพียงแค่มีแดดรำไร เพราะเต่าซูลคาต้านั้นชื่นชอบแสงแดดรำไรเป็นอย่างมาก เต่าซูลคาต้า เป็นเต่าบกขนาดใหญ่ที่กินพืชตามแหล่งธรรมชาติ เช่น หญ้า วัชพืช ผลไม้ เป็นต้น แต่เต่าซูลคาต้าที่ถูกนำมาเลี้ยงดูสามารถกินผักตามท้องตลาดทั่วไปได้ เต่าซูลคาต้าเป็นเต่ากินพืช จ
ถ้าพบเด็กแรกเกิดถึง 1 ขวบ จะชมว่าน่ารัก เขาไม่ให้พูดว่าน่ารัก ให้พูดว่า น่าเกลียดน่าชัง ถือเป็นคำชมเด็กนั้นๆ แต่ถ้าพบแมวสฟิงซ์ แมวไร้ขน มีแต่เนื้อกับหนัง จับไปลูบไปก็ไม่พบขน อาจจะเจอแต่เนื้อและหนังที่ย่นๆ ของแมวสฟิงซ์แทน ถ้าเจอแบบนี้คนรักแมวสฟิงซ์จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่ารัก ไม่ต้องพูดน่าเกลียดน่าชังเหมือนเด็ก รู้สึกอย่างไรก็พูดไปตามนั้นได้เลย ลองถามคนรักแมวสฟิงซ์ ว่ารู้สึกอย่างไรกับแมวสฟิงซ์ คำตอบที่ได้ยินก็คือ แมวสฟิงซ์ก็เหมือนแมวทั่วไป แตกต่างกันตรงที่ แมวสฟิงซ์น่ารัก คลอเคลียกับเจ้าของ รักเจ้าของ ติดเจ้าของ นิสัยเปรียบได้กับสุนัขที่รักเจ้าของอย่างไรอย่างนั้น คุณบริพัตร ประชากริช และ คุณปัจฉิมกานต์ สมสืบ สองสามีภรรยาที่ใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่กับแมวสฟิงซ์ ทำความเข้าใจ รักและเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่น แต่เห็นช่องทางธุรกิจจากแมวสฟิงซ์ แม้ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักแมวกลุ่มหนึ่ง แต่ก็เป็นกลุ่มที่เหนียวแน่นและหนาแน่นมากพอสมควร “เริ่มจากเลี้ยงแมวไทย แต่เห็นแมวสฟิงซ์แล้วรู้สึกว่าแปลก ไม่มีขน หน้าตาน่ากลัว และไม่ค่อยมีคนเลี้ยง ยิ่งเมื่อสืบดูราคาพบว่า มีราคาแพงพอสมควร จึงลองพยายามหาแหล่งขายที่ราคาไม่ส
อาชีพที่ทุกคนมองหาในปัจจุบันนี้หลังจากที่บางคนตกงาน บางคนว่างงาน บางคนทำเป็นอาชีพเสริม อาชีพที่ทุกคนสนใจคือ ทำเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาแรงงาน ลดต้นทุน ใช้พื้นที่น้อย การดูแลน้อย หนึ่งในอาชีพที่ว่านี้คือ การเลี้ยงกบสวยงาม ข้อดี ใช้พื้นที่น้อย ให้อาหารอาทิตย์ละครั้ง ทำเองคนเดียวได้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คำว่าใช้พื้นที่น้อย แต่ทำเงินได้ค่อนข้างดี จึงเป็นที่สนใจของคนไม่น้อย หนุ่มวัย 35 ปี คุณยุทธ์รัตน์ เอื้ออารีย์ พนักงานบริษัทชื่อดัง ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานหันมาเลี้ยงกบสวยงามเพิ่มรายได้ในครัวเรือน สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อวัน 600 บาท เท่ากับ 18,000 บาท ต่อเดือน “ผมทำงาน บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ เอเซีย จํากัด ครับ ผมอาศัยเวลาหลังเลิกงานและวันหยุดมาเลี้ยงกบสวยงาม ผมพยายามมองหาอาชีพเสริม แต่มาเลือกที่เลี้ยงกบสวยงาม เพราะว่ากบสวยงามนั้นไม่ต้องยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อยอย่างผม เลี้ยงง่าย ไม่ต้องให้อาหารบ่อย ต้นทุนต่ำ ใช้สถานที่ไม่มาก นี่แหละครับ เข้าทางวิถีชีวิตอย่างผม และยังทำให้ผมมีรายได้เพิ่มมาอีก ขอให้ใจรักครับ คนที่แวะเวียนมาหาผม มาเห็นกบสวยงามต้องหยุดดูทุกคนเพราะสีสันสวยงาม จับเล่น
“ตอนแรก เก็บลูกแมวจากตลาดนัดมาเลี้ยง เพราะความชอบเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด สัตว์แต่ละชนิดการแสดงออกก็ไม่เหมือนกัน ทำให้เราเปิดโลกของแมวมากขึ้น จึงเริ่มศึกษาจริงจัง มองที่ความชอบของตนเองก่อนว่าชอบแบบไหน ยังไง ซึ่งเราชอบแมวที่มีลายเหมือนเสือ จึงมองไปที่เอ็กโซติกเพ็ด แต่ในยุคนั้น เขาดุมาก จึงหันไปมองสายพันธุ์อื่น” คุณอำไพ มงคลสน หรือ พี่นุ้ย ผู้ที่ชื่นชอบแมว จนเลี้ยงและทำเป็นฟาร์มเล็กๆ เพาะ ให้ผู้รักแมวเหมือนกันได้แบ่งไปเลี้ยง เมื่อเลี้ยงแมวหลากหลาย กระทั่งจบที่ชอบ เป็นสายพันธุ์เมนคูน ตอบโจทย์ตรงที่ หน้าตาดุเหมือนเสือ ลายเหมือนเสือ รูปร่างใหญ่ แต่เป็นแมวที่ใจดีมาก นิสัยดี อุ้ม กอด ฟัด จับ ได้ทั้งหมด จาก 1 ตัวแรก เป็นเพศผู้ ตัวที่สองตามมา เป็นเพศเมีย ทำให้พี่นุ้ยเริ่มบรีดด้วยตัวเอง จากการศึกษาอย่างละเอียดถึงสายพันธุ์ การขยายพันธุ์ การดูแล ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะเพาะขาย จนมีคนใกล้ชิดเอ่ยปากว่า แมวที่เลี้ยงไว้น่าจะทำรายได้ได้ พี่นุ้ยจึงหันกลับมามอง และตั้งใจบรีดให้ได้ลูกแมวที่ดี สำหรับผู้ที่รักแมวจริงๆ “พี่ตั้งใจบรีดให้ได้คุณภาพที่ดี ไม่ได้เน้นขายเชิงพาณิชย์ ฉะนั้น แต่ละปี จึงมีลูกแมวจากที่นี่ออกไปอย
