อื่นๆ
กบฮอร์นฟร็อก เป็นกบที่มีสีสันที่สวยงาม จนบางครั้งหลายคนก็เกิดความสงสัยว่า กบ ฮอร์นฟร็อกนั้นมีพิษหรือไม่ เพราะกบที่มีสีสันสวยงามส่วนใหญ่มักจะมีพิษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กบฮอร์นฟร็อกถึงจะเป็นกบที่มีสีสันสวยงามแต่ไม่มีพิษ และยังมีสีสันที่หลากหลายมากมาย มีความสวยงามเฉพาะตัว ทำให้กบฮอร์นฟร็อกเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มตลาดคนรักสัตว์เลี้ยงสวยงาม กบฮอร์นฟร็อกเป็นกบที่เลี้ยงง่าย กินน้อย ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงเพียงนิดเดียว กบฮอร์นฟร็อกเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักความสะอาดอย่างมาก ดังนั้น ผู้เลี้ยงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แต่บอกเลยว่ากบฮอร์นฟร็อกถือเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามยอดนิยมที่ใครเห็นก็ต้องหลงรักในสีสันที่สวยงามอย่างแน่นอน คุณพัชร ตั้งเจริญศิริรัตน์ อายุ 40 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 24/11 ตลิ่งชัน ถนนบรมราชชนนี กรุงเทพฯ 10170 ปัจจุบัน คุณพัชร ประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์และฟาร์มกบฮอร์นฟร็อก คุณพัชร เล่าถึงจุดเริ่มต้นความเป็นมาของฟาร์มกบฮอร์นฟร็อกว่า เริ่มจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในปี พ.ศ. 2563 ทำให้ลูกๆ ของตนเองต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านและไม่สามารถออกไปไหนได้ ในตอนนั้นลูกๆ ของคุณพัชรอยู่ในช่วงว
“โครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” ต.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ผืนป่าที่เป็นต้นแบบของการอนุรักษ์และฟื้นฟู ภายใต้ความร่วมมือ 3 ประสาน โดยภาครัฐ ชุมชน และบริษัทเอกชน ประกอบด้วย กรมป่าไม้ ชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่ป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสักพื้นที่ 6,971 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้พลิกฟื้นจากป่าเขาหัวโล้นสู่ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการฟื้นฟูป่าให้กับเด็ก เยาวชน สถานศึกษา และผู้ที่สนใจ เมื่อเร็วๆ นี้ ค่าย SMART-i CAMP นำเด็กๆ อายุ 6-14 ปี ลงพื้นที่ศึกษาและทำกิจกรรมที่ “โครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” โดยมี นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าไม้เขาพระยาเดินธง กรมป่าไม้ และ นายอนุชิต ศรีสุระ คณะทำงานโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง ให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฯ การเพาะกล้า กระบวนการฟื้นฟูป่า นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าไม้เขาพระยาเดินธง กล่าวว่า ประสบการณ์จากกิจกรรมภาคปฏิบัต
วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช พื้นที่ขนอม จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การออกแบบนวัตกรรมชุมชน ตู้อบลมร้อนพลังงานแสงอาทิตย์” ครั้งที่ 2 โดย ดร. สุพร ฤทธิภักดี อาจารย์เมธาพร มีเดช อาจารย์ ดร.เกริกวุฒิ กันเที่ยง และ อาจารย์นพดล ศรภักดี พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจตำบลแบบบูรณาการ (U2T) มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ U2T ตำบลท้องเนียน ณ ห้องปฏิบัติการอาคารเรียนรวม วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช อาจารย์ชูเกียรติ ชูสกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัย วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พื้นที่ขนอม เป็นประธานกล่าวต้อนรับ คุณอัคฆพันธุ์ ทองจันทร์ หัวหน้าศูนย์บริการวิชาการที่ 9 อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช อาจารย์อภิรัญร์ จันทร์ทอง หัวหน้าหลักสูตรวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยากรในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับระบบอบแห้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มชุมชน วิสาหกิจชุมชนบ้านเขาออก และผู้ที่สนใจ ผ่านระบบออนไลน์ Google Me
วิทยาลัยเทคนิคลำพูน เป็นสถานศึกษาสายอาชีพประจำจังหวัดลำพูน อยู่ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงการศึกษาธิการ ทำการเปิดสอนในระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี ซึ่งเป็นการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่การประกอบอาชีพและเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นหลัก ทั้งการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง (Entrepreneur) และการเข้าสู่สถานประกอบการ ซึ่งได้เปิดสอนในหลายประเภทวิชา เช่น ช่างอุตสาหกรรม ได้แก่ ช่างยนต์ ไฟฟ้ากำลัง ก่อสร้าง-โยธา แมคคาทรอนิกส์ เป็นต้น พาณิชยกรรม ได้แก่ การบัญชี การตลาด โลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล สาขางานธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น คหกรรม ได้แก่ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ สาขาวิชาการโรงแรม คุณปัญญชาติ วงศ์ปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลำพูน ผู้ดูแลสถานศึกษาแห่งนี้ ให้ข้อมูลว่า วิทยาลัยเทคนิคลำพูน มีนักเรียน นักศึกษา จำนวนทั้งหมด 2,828 คน มีพันธกิจหลัก นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนแล้ว วิทยาลัยยังสนับสนุนให้ครูและนักเรียน นักศึกษา นำความรู้ในวิชาชีพลงสู่การพัฒนาชุมชน ซึ่งสายวิชาชีพเกษตร เป็นอีกสายวิชาหนึ่งที่นักศึกษาควรเรี
มีโอกาสได้จับเข่านั่งคุยกับ คุณกิตติชัย ไกลถิ่น ประธานชมรมผู้เพาะพันธุ์ไก่ซารามอประเทศไทย ถึงการเลี้ยงไก่ซารามอ ความนิยม การเพาะพันธุ์ การจัดการประกวด และอื่นๆ อีกมาก ทำให้ได้ทราบว่า ไก่ซารามอ เข้ามาในเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเลี้ยงแล้วจะเพาะให้ได้ไก่ซารามอสวยๆ ทำได้ยาก แม้จะมีการจัดประกวดไก่ซารามอขึ้นทุกปี แต่ก็มีคนเลี้ยงหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาน้อย ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงไก่ซารามาในประเทศไทยกว่า 50 ราย และมีผู้เลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด ไก่ซารามอ มีถิ่นกำเนิดในรัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซีย และเป็นไก่สายพันธุ์พื้นเมืองของรัฐกลันตัน มีลักษณะประจำตัวที่แปลกไม่เหมือนใคร เพราะมีหน้าอกตั้งสูง คล้ายกับทหารยืนตรง น้ำหนักของไก่ซารามอเมื่อโตเต็มที่ 250-500 กรัม ต่อตัวเท่านั้น จึงให้คำนิยามว่า เป็นไก่ขนาดเล็กที่สุดในโลก คุณกิตติชัย เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงไก่ซารามอว่า เขาชอบไก่มาตั้งแต่เล็ก เมื่ออยู่ประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ซื้อลูกเจี๊ยบที่ถูกพ่นสีมาเลี้ยง เมื่อไก่โตขึ้นเป็นไก่เนื้อ จึงนำไปขาย เห็นว่าการเลี้ยงไก่ก็ทำเงินได้ จึงคิดซื้อไก่ขนาดเล็กมาเลี้ยง เพราะไม่ต้องการให้ไก่โต ได้
การหาสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนในยามต้องอยู่บ้านช่วงโควิด-19 ถือว่าสร้างความเพลิดเพลินได้มาก และสัตว์ที่นิยมเลี้ยงอันดับต้นคงหนีไม่พ้นหมา แมว แต่ระยะหลังกระต่ายดูจะมาแรง อาจเป็นเพราะมีนิสัยเงียบ รูปร่างน่ารักและแปลก มีขนฟู เลี้ยงไม่ยาก คุ้นเคยกับคนง่าย จึงหันมาเลี้ยงกระต่ายกันมากขึ้นหลายจังหวัดทั่วประเทศ อย่างที่จังหวัดขอนแก่น มีฟาร์มเพาะ-ขายกระต่ายชื่อ “PRAEW RABBIT FARM” ฟาร์มแห่งนี้มีมานานกว่า 10 ปี มีกระต่ายทั้งพันธุ์ไทยและต่างประเทศไว้บริการลูกค้าในจังหวัดภาคอีสานและอีกหลายจังหวัด ลูกกระต่ายทุกตัวจากฟาร์มแห่งนี้ล้วนมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ มีลักษณะสวยงามตรงตามสายพันธุ์ดั้งเดิม ชนิดสำเนาถูกต้องเพราะผ่านการผสมจากพ่อ-แม่พันธุ์ที่คัดเลือกและเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ คุณปัฑฐณณัฐ อนันธวัฑรธศรี หรือ คุณแพรว เจ้าของเล่าถึงที่มาก่อนจะตั้งฟาร์มแห่งนี้ว่า ตอนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยากเลี้ยงสุนัขแต่มีข้อจำกัดบางประการไม่สามารถเลี้ยงได้ จึงหันมาเลี้ยงกระต่ายแทน แล้วเลี้ยงมาตลอด โดยกระต่ายตัวแรกซื้อมาจากตลาดนัดจตุจักร จึงทำให้รู้จักธรรมชาติและวงจรชีวิตกระต่ายอยู่พอควร หลังจากคลุกคลีกับก
ยุวเกษตรกรในประเทศไทย หมายถึงเด็กและเยาวชน อายุ 10-25 ปี ที่สนใจการเกษตร รวมตัวกันในระดับหมู่บ้าน ขอจัดตั้งเป็นกลุ่มยุวเกษตรกรต่อสำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัด เพื่อรับบริการความรู้วิชาการเกษตรและเคหกิจเกษตรจากโครงการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นโครงการอบรมความรู้ที่เหมาะสมกับอาชีพการเกษตรในท้องถิ่น กลุ่ม ยุวเกษตรกรส่วนใหญ่มีสมาชิก 15-30 คน อายุใกล้เคียงกัน หรือเรียนอยู่ชั้นเดียวกัน มีทั้งประเภทกลุ่มในโรงเรียน กลุ่มนอกโรงเรียน และกลุ่มผสม โดยมีเกษตรกรในท้องถิ่นอาสาสมัครเป็น “ที่ปรึกษายุวเกษตรกร” ประจำกลุ่ม ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลให้คำแนะนำกลุ่มในการดำเนินงานและกิจกรรม เครื่องหมายยุวเกษตรกร มีรูปร่างลักษณะมาจากใบโคลเวอร์สีเขียว 4 แฉก แต่ละแฉกบรรจุอักษร “ก” สีขาว อักษร ก ย่อมาจาก เกศ หมายถึง การฝึกใช้สมอง กมล หมายถึง การฝึกจิตใจ กร หมายถึง การฝึกใช้มือ กาย หมายถึง การฝึกพลานามัย คุณปฐมาพร บัวมาศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งอิฐ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งอิฐ เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 มีที่ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 ตำบลย่านซื่อ
พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดเป็นอีกพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อความสวยงามไว้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ทำเป็นฟาร์มขนาดย่อม เลี้ยงเพื่อขายส่งตลาดนัดจตุจักร แหล่งค้าสัตว์ปีกทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่อความสวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นตลาดค้าส่งรองลงมา เช่น ตลาดนัดสนามหลวง 2 ย่านทวีวัฒนา หรือตลาดนัดจตุจักร 2 มีนบุรี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก อึดใจเดียวก็ถึง ที่ต้องพามาถึงสถานที่แห่งนี้ก็เพราะเป็นที่ตั้งของฟาร์มไก่สวยงามเล็กๆ ฟาร์มหนึ่ง แต่มากด้วยคุณภาพของไก่สวยงามและมากชนิดให้เลือกซื้อ ประสิทธิ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านคลอง 19 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มี คุณประสิทธิ์ พัดเย็นใจ เป็นเจ้าของ ครั้งแรกที่พบคุณประสิทธิ์ไม่ต้องการให้เรียกสถานที่เพาะเลี้ยงไก่สวยงามว่าฟาร์ม เพราะสถานที่เพาะเลี้ยงไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่เพราะคุณภาพของไก่สวยงามที่ออกสู่ท้องตลาด และระบบการจัดการในเรื่องของการคัดคุณภาพไก่ก่อนส่งจำหน่ายให้กับปลายทางเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เราต้องชื่นชมและให้เกียรติเรียกว่า “ฟาร์ม” 12 ปีก่อน คุณ
หากกล่าวถึงสัตว์เลี้ยงสวยงาม สัตว์ชนิดแรกๆ ที่ผู้คนต่างนึกถึงคงหนีไม่พ้นนกสวยงาม นกสวยงามถือว่าอยู่คู่กับคนไทยมานานตั้งเเต่สมัยโบราณ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ได้เกิดการพัฒนานกสวยงามสายพันธุ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดของผู้ที่สนใจนกสวยงามขยายใหญ่และมีผู้คนเข้ามาให้ความสนใจมากขึ้น ทำให้ราคาของนกสวยงามในตลาดมีราคาที่สูงกว่านกทั่วไป อาชีพทำฟาร์มนกสวยงามจึงมีผู้ที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คุณพิศิษฐ์ สุกาญจนโชติ หรือ อาจารย์มิว อายุ 30 ปี อาศัยอยู่ที่ หมู่บ้านลลิล ทาวน์ ไลโอ บลิสซ์ เพชรเกษม-พุทธมณฑลสาย 4 ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและมีอาชีพเสริมทำฟาร์มนกสวยงาม คุณพิศิษฐ์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองเข้ามาสู่วงการนกสวยงาม เนื่องจากตนเองมีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ครอบครัวมีอาชีพเป็นเกษตรกร ไม่ว่าจะการปลูกพืชผัก ผลไม้ รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ อย่างเช่น ไก่หรือนก เพราะเหตุนี้จึงทำให้คุณพิศิษฐ์มีความคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่กำเนิด เมื่อโตขึ้นในช่วงวัย 20 ปี เริ่มมีความสนใจในเรื่องของไก่สวยงามมากขึ้น จึงได้เริ่มนำไก่สวยงามมาเลี้ยง ผลปรากฏว่า ไก
มีโอกาสได้คุยกับคุณหนึ่ง-เกรียงไกร ที่ใครๆ ก็รู้จักดีในนามของผู้ดูแลคุณเล็กฟาร์ม (Kunlekfarm) ฟาร์มที่นำเข้าและเพาะพันธุ์แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ จากต่างประเทศ ที่การันตีคุณภาพคับแก้ว ได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนรักแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ ในอันดับต้นๆ ของประเทศ คุณเล็กฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณหนึ่ง บอกเราว่า ชื่อฟาร์มมาจากชื่อของคุณแม่ ที่ก่อนก่อตั้งอยู่ในวัยใกล้เกษียณ ต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำหลังเกษียณ แต่ในท้ายที่สุดผู้ที่สัมผัสกับฟาร์มจริงๆ ก็คือตัวของคุณหนึ่งเอง แรกเริ่มจากการเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซียมาก่อน แต่พฤติกรรมของแมวเปอร์เซียตัวนั้นมีความเป็นตัวเองสูงมาก จับเมื่อไรจะถูกกัด ทำให้เกิดความรู้สึกว่า หากเลี้ยงแมวอีกจะต้องเป็นแมวที่เชื่องที่สุด และแมวอยู่กับคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทำอย่างไรให้แมวติดคน เรียกอีกแบบว่า เลี้ยงแมวให้เหมือนหมา ตบโต๊ะก็มา เรียกชื่อก็รู้ และไม่กลัวน้ำ คุณหนึ่งบอกกับเราว่า ราว 7-8 ปีที่แล้ว แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ ขายในราคาเริ่มต้นที่ 80,000 บาท ถือว่าแพงมาก เราจึงอยากเพาะโดยการนำเข้าแมวจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นนำเข้าพ่อแม่พั
