ไม้ดอกไม้ประดับ
ไม้ประดับ พืชอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนให้ความสนใจ แม้จะไม่ใช่พืชเศรษฐกิจหรือพืชยอดนิยมที่เกษตรกรนิยมปลูกกัน แต่ทว่าการค้าไม้ประดับก็สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ขายได้ไม่แพ้พืชชนิดอื่นๆ เพราะต้นไม้ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญหล่อเลี้ยงใจให้กับมนุษย์ อย่างน้อยก็ช่วยให้เกิดร่มเงาและสร้างอากาศที่ดีให้กับบริเวณบ้าน คุณอัมพร กุมาลา แม่ค้าจำหน่ายไม้ประดับอยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ที่ 2 ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เล่าให้ฟังถึงอาชีพการค้าไม้ประดับว่า เดิมทีมีอาชีพทำไม้มาก่อน ก่อนจะเปลี่ยนอาชีพมาจำหน่ายไม้ประดับขนาดเล็ก เพราะว่ามีคนชวนและเล็งเห็นแล้วว่ามันต่างจากที่คนอื่นทำกัน ปัจจุบันทำอาชีพจำหน่ายไม้ประดับมาถึง 19 ปีแล้ว ก้าวแรกในการขายไม้ประดับ คุณอัมพร เล่าว่า เริ่มแรกขายไม้ไทยก่อนจำพวกไม้หอม ประยง กันเกา ลำดวน ลำดวนดอย ต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกมีแหล่งที่มาคือจังหวัดปราจีนบุรี โดยจะซื้อไม้เล็กเข้ามาเป็นถุง แล้วจึงค่อยนำมาเปลี่ยนไซซ์กระถางไปเรื่อยๆ ซึ่งไม้เล็กที่ซื้อมาจะเป็นถุงเล็กๆ เริ่มแรกต้องนำมาเปลี่ยนกระถางก่อน ดินที่ใช้จะเป็นดินที่ผสมขึ้นเอง เพื่อลดค่าใช
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hedychium coronarium Roem. ชื่อสามัญ Butterfly Lily, Ginger Lily, White Ginger, Garland Flower. ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่ออื่นๆ มหาหงส์ หางหงส์ ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ เลเป ยันเต (ระยอง, จันทบุรี) กระทายเหิน ต๋าเหิน หนูถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางเพศเกี่ยวกับกลิ่น กลายเป็นว่านสาวมหาเสน่ห์ ทั้งๆ ที่หนูเป็นญาติกับตระกูลขิง ข่า ที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ในดิน แตกลำต้นเป็นก้านโผล่ขึ้นมา แปลกใจอยู่ที่ เมื่อเขาขุดพี่ขิง พี่ข่า เขาก็เอาไปต้มยำทำแกง สำหรับหนูเขาบอกว่าหัวใต้ดินมีความหอม เขาจึงเอาไปผสมทำลูกประคบหน้าให้สวย ผิวงามเกลี้ยง ส่วนดอกก็หอม นำไปสกัดทำน้ำมันหอมระเหยและครีมให้ผิวหนังชุ่มชื้น ดังนั้น ขณะที่ประคบหน้าก็ได้กลิ่นหอมรัญจวนจากดอกไปด้วย หนูจึงแปลกใจว่า ลูกเป็ดขี้เหร่อย่างหนูกลับมาดังอยู่ในวงการเสริมสวย ทำสาวทำเสน่ห์กันได้อย่างไร เรื่องคุณสมบัติความหอมเห็นทีจะไม่แปลกใจ เพราะเขาต้องใช้กรรมวิธีหลายขั้นตอนที่จะทำให้หอมและประทินผิว แต่แปลกใจกว่านั้นคือเรื่องชื่อที่เรียกหนูว่า “สะเลเต” ฟังแล้วหนูตกใจเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง แทบว่าถ้าใครเรียกจะไม่หันไปมอง แต่เวลาไปดูในทะเบียนบ้านจริงๆ
บอนสี เป็นอีกไม้ประดับใบที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังได้รับความนิยม เพราะบอนสีเป็นไม้ที่สามารถพัฒนาได้ต่อเนื่อง หรือเรียกง่ายๆ ว่า สามารถทำให้เกิดเป็นลูกไม้ใหม่ได้ตลอด จึงทำให้ผู้ปลูกทั้งรายเก่าทำไม้ใหม่ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงผู้เล่นรายใหม่เองจากที่เคยปลูกเพื่อขยายพันธุ์ทำจำนวน ก็สามารถเรียนรู้และต่อยอดพัฒนาบอนสีให้เป็นเกิดลูกไม้ใหม่ติดตลาดได้เช่นกัน คุณสาโรจน์ สมดี อยู่บ้านเลขที่ 12/7 หมู่ที่ 10 ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จากเดิมที่ปลูกเลี้ยงบอนสีเป็นเพียงงานอดิเรก ต่อมาได้มองเห็นถึงการทำตลาดที่ยั่งยืน จึงทำให้เขาเกิดความสนใจในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ให้ต่อเนื่องมากขึ้น คือการผสมบอนสีให้เกิดเป็นลูกไม้ใหม่อยู่เสมอ ก็จะช่วยให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการเลือกซื้อ และการทำตลาดได้ต่อเนื่องด้วยเช่นกัน จากไม้สะสม สู่อาชีพทำเงิน คุณสาโรจน์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเป็นพนักงานบริษัทและมีพี่ที่รู้จักนำบอนสีมาให้ปลูก ต่อมาเขาเองก็รู้สึกชอบและเก็บสะสมมาเรื่อยๆ โดยช่วงที่ทำงานประจำอยู่นั้น ไม่ได้คิดว่าไม้ประดับอย่างบอนสี จะเป็นความภาคภูมิใจขนาดที่ว่าสามารถออกจากงานประจำ มาทำเป็น
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกเลี้ยงอะโกลนีมาไว้หลายกระถาง ประดับไว้ในบ้าน ในระยะแรกที่ซื้อมาก็สวยงามดี ต่อมาไม่ถึงปีต้นกลับไม่งามเหมือนเดิม ใบสีไม่สด แถมใบตั้งชันขึ้น รูปทรงจึงไม่สวยงาม จึงขอเรียนถามว่า ผมจะต้องบำรุงอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ อาวุธ กระแสวงศ์ นนทบุรี ตอบ คุณอาวุธ กระแสวงศ์ อะโกลนีมา เป็นไม้ที่มีรูปทรงสวยงาม ใบมีสีสดใส การปลูกให้งามต้องรู้นิสัยของไม้ชนิดนี้ เริ่มตั้งแต่วัสดุปลูก มีหลายสูตร ดังนี้ สูตรที่หนึ่ง แกลบดิบ แกลบดำ เปลือกถั่วลิสง และใบไม้ผุ อัตรา 1 : 1 เท่ากัน สูตรที่สอง ดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน กาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน และเปลือกถั่วลิสง 1 ส่วน และ สูตรที่สาม กาบมะพร้าวสับและขุยมะพร้าว อัตรา 1 ส่วนเท่ากัน ก่อนใช้ปลูก คลุกเคล้าให้เข้ากัน อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คืออะโกลนีมาทุกพันธุ์ต้องการแสงแดดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น จึงต้องทำร่มเงาให้ ส่วนใหญ่นิยมใช้ซาแรนสีดำตัดแสง กรณีที่ได้รับแสงมากเกินไปจะทำให้ใบตั้งชัน รูปทรงไม่สวยงาม ซึ่งตรงกับกรณีของคุณ ประการสำคัญการตั้งโรงเรือนต้องให้แสงสว่างได้รับทิศทาง หากแสงส่องเข้าได้มากใ
จากปัญหาภาคการเกษตรของไทยย่างก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่ลูกหลานคนรุ่นใหม่นิยมออกไปทำงานในเมืองใหญ่และไม่สนใจประกอบอาชีพเกษตรกรรม ส่งผลให้แรงงานภาคเกษตรเริ่มขาดแคลน ประกอบกับภาคเกษตรเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญเพื่อการบริโภคของคนไทยและการสู่เป็นครัวของโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีนโยบายที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรเพื่อพลิกชีวิตคนเมืองสู่อาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิด มาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ดาวเรือง ไม้ดอกอีกชนิดที่นิยมปลูกกันมาในหมู่เกษตรกรรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นไม้ทำเงิน ปลูกง่าย เก็บเกี่ยวได้เร็ว ลงทุนน้อย แต่ผลตอบแทนดี และที่สำคัญยังเป็นที่ต้องการของตลาดสูง เพราะเป็นไม้ดอกสารพัดประโยชน์ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ดอกดาวเรืองยิ่งเป็นที่ต้องการสูงเป็นเงาตามตัว คุณอลิสา เรืองพิศาล อายุ 35 ปี หนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร หลังลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพ
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา กุหลาบ เป็นดอกไม้สวยงาม อยู่ในวงศ์ Rosaceae หรือเรียกกันว่า วงศ์กุหลาบ เป็นพืชที่โดดเด่นและนิยมปลูกกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง รวมทั้งเป็นดอกไม้ที่สามารถทำรายได้สูงในตลาดการค้าดอกไม้ของแต่ละประเทศทั่วโลก กุหลาบได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นราชินีของดอกไม้ Queen of flower นอกจากกุหลาบแล้ว พืชในวงศ์นี้ที่เราคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดียังมีอีกหลายชนิด เช่น บ๊วย พรุน อัลมอนด์ ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล สตรอเบอรี่ แบล็คเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ และแอปปริคอท จึงนับได้ว่าพืชในวงศ์กุหลาบมีความใกล้ชิดและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์รวมทั้งสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจการค้าโลกเป็นอย่างมาก การขยายพันธุ์กุหลาบ สามารถทำได้หลายวิธีการ เช่น วิธีเพาะเมล็ด วิธีตอน วิธีติดตา และวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช วิธีสุดท้ายเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการขยายพันธุ์พืชกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับอีกหลายชนิด สำหรับการขยายพันธุ์กุหลาบด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้มีการดำเนินการมานานแล้วแต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ส่วนใหญ่ทำกันในแวดวงวิชาการ เช่น การผลิตกุหลาบเพื่อให้เกิ
ในช่วงที่สภาพอากาศเย็นลงในขณะนี้ กรมวิชาการเกษตร ขอเตือนภัยเกษตรกรผู้ปลูกเบญจมาศ ระวังโรคราสนิมขาว ซึ่งมีสาเหตุมาจากรา Puccinia horiana P. henn. โดยอาการเริ่มแรกสังเกตว่า จะพบจุดแผลสีเหลืองขนาดเล็กที่ด้านบนใบ ต่อมาแผลจะขยายใหญ่ขึ้น บริเวณด้านใต้ใบ ที่ตำแหน่งเดียวกันจะพบเชื้อราสาเหตุโรคสีขาวนวล ซึ่งต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้นเป็นจุดนูนกลมสีขาวอมชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว พบเกิดกระจายอยู่ทั่วใบ ทำให้เนื้อใบตรงข้ามกลุ่มเชื้อกลายเป็นสีเหลืองและไหม้ ใบมีลักษณะพอง บิดเบี้ยว ถ้าโรคระบาดรุนแรงจะทำให้ใบเหลือง ไหม้ แห้ง และร่วง หากโรคเกิดกับดอกตูม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกจะแห้ง ไม่คลี่บาน โดยวิธีการป้องกันนั้น กรมวิชาการเกษตร แนะนำให้ใช้กิ่งชำ หรือต้นพันธุ์ที่ปราศจากโรค หรือก่อนปลูกแช่กิ่งชำหรือต้นพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น สารเฮกซะโคนาโซล 5% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ทีบูโคนาโซล 43% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดฟีโนโคนาโซล + โพรพิโคนาโซล 15%+15% EC อัตรา 15 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 10 นาที และควรปลูกเบญจมาศให้มีระยะห่างกันพอสมควร เพื่อให้มีการระบายอากาศที่ดี หมั่น
เก๊กฮวย หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งรวมๆ กันว่า เบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนู ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น หรือพื้นที่ที่อุณหภูมิในช่วงกลางคืนต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า พื้นที่ใดที่เคยปลูกเบญจมาศได้ ก็ปลูกเก๊กฮวยได้เช่นกัน เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ เคยนำเสนอ เรื่องราวการปลูกเก๊กฮวยอินทรีย์ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ตามลิ้งค์ข่าว https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_51247 ล่าสุด ได้อัพเดท ข้อมูลกับ คุณอดิศักดิ์ การพึ่งตน หรือ คุณอ้น นักวิชาการเกษตร ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งคุณอ้นเล่าว่า ตอนนี้พื้นที่การปลูกเก๊กฮวยที่แม่โจ้ลดลง แต่ก็ยังมีแปลงปลูกอยู่ ส่วนต้นพันธุ์นั้นก็ยังมีจำหน่าย ในราคา ต้นละ 2 บาท (อายุต้นพันธุ์ 1 เดือน สูง 20 เซนติเมตร) คุณอ้น กล่าวว่า เมื่อเทียบการปลูกเบญจมาศ กับการปลูกเก๊กฮวยนั้น การปลูกเก๊กวยดูแลง่ายกว่า เพราะเบญจมาศเป็นไม้ตัดดอก ฟอร์มดอก ก้าน ใบ ต้องสวย ส่วนเก๊กฮวย เก็บแค่ดอก ถ้าไม่มีหนอน ก็ใช้ได้แล้ว ส่วนราคารับซื้อดอกสดหน้าสวน กิโลกรัมละ 50 บาท และดอกแห้งที่อบแล้ว กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่งคุณอ้น บอกว่า ราคาซื้อขายกัน
นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร. อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) วว. และคณะ เข้าร่วมการประชุมสรุปการดำเนินงานโครงการมาลัยวิทยสถาน อว. ภายใต้โครงการไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่ง วว. ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการครบวงจรในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกสายพันธุ์ ระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับตามหลักความพอดีไม่เหลือทิ้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยด้วยต้นทุนที่เหมาะสม มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มมูลค่าเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัด พร้อมนี้ยังได้มอบถังขยายชีวภัณฑ์ระดับชุมชนและบรรจุภัณฑ์ไม้ดอกไม้ประดับออนไลน์ ผลงานวิจัยพัฒนา วว. ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลยจำนวน 11 ราย โอกาสนี้ นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม นายอำเภอภูเรือ และ นางอารีรัตน์ ศิร
จากหนังสือ “ตำราเล่นกล้วยไม้” ของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ.2460 กล่าวไว้ว่า “เหตุใดจึงเรียกกล้วยไม้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเพราะไม่มีลำต้น เป็นแต่เพียงไม้เกาะอยู่กับต้นไม้ฤาหินแลแตกออกเป็นหน่อๆ มีใบบ้างทิ้งใบเสียบ้าง แลโดยมากชนิดพิศดูก็คล้ายผลกล้วยเสียจริงๆ เหตุฉนี้กระมังจึงเรียกว่า กล้วยไม้” สมัยก่อน กล้วยไม้เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเลี้ยงกันในบ้านของเจ้านาย หรือขุนนางที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ปลูกเลี้ยงกันเพื่อเพิ่มบารมีไว้ประกวดประขันกันว่า มีกล้วยไม้ดี พลโทวิสูตร คงอุทัยกุล เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพ่อเข้าป่าเอากล้วยไม้แปลกมาปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านอยู่เรื่อยๆ เช่น ไอยเรศ เอื้องเงินหลวง เพราะในเวลานั้นป่าที่จังหวัดชุมพรยังอุดมสมบูรณ์ ต่อมาได้ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ กับพี่ชายซึ่งก็ชอบปลูกกล้วยไม้ จึงเห็นดอกอยู่ตลอด ต่อมาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อย จปร.หลังจากเข้ารับราชการทหารก็ต้องเข้าป่าอยู่ตลอด เห็นกล้วยไม้ที่อยู่ในธรรมชาติมากมาย เช่น รองเท้านารีเหลืองกระบี่ที่ภูเก็ต ฟ้ามุ่ยที่เชียงใหม่ เมื่อมีโอกาสได้ไปสิงคโปร์ก็พบรีน่าโรเวลที่นั่น แต่ยังไม่มีโอกาสปลูก
