ปศุสัตว์
อาชีพทางการเกษตรของประชากรอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนใหญ่ทำนาปลูกข้าวนาปี เมื่อเสร็จจากการเก็บผลผลิตแล้วมักนิยมทำเกษตรนอกฤดู อย่างเช่น ปลูกกระเทียม ถั่วเหลือง และถั่วลิสง หรือปลูกพืชชนิดอื่นบ้างเล็กน้อยเพื่อจำหน่ายและเก็บไว้บริโภคภายในครัวเรือน สำหรับวัวจะเลี้ยงเพื่อใช้งานและบริโภคในครัวเรือน วิธีเลี้ยงด้วยการต้อนฝูงขึ้นไปอยู่และหากินในป่าบนภูเขา ขาดการดูแลเอาใจใส่ จนทำให้วัวมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ตัวเล็ก ผอม ขี้โรค ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการนำมาใช้งานหรือบริโภค หรือแม้แต่ขายก็ได้ราคาต่ำ ทั้งนี้ ทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอสบเมยเห็นว่า หากชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงวัวให้มาเป็นแบบควบคุมอย่างมีระบบตามแนวทางมาตรฐาน พร้อมไปกับการส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงวัวตามแนวทางโครงการวัวแก้จน ตามนโยบายของรัฐบาลก็จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายวัวเพิ่มขึ้น จึงชักชวนชาวบ้านที่มีความพร้อม มีความสนใจและสมัครใจเข้าเป็นกลุ่มนำร่องดำเนินงานตามแผนมาแล้วกว่า 3 ปีจนประสบความสำเร็จ ผลักดันกิจกรรมกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงวัวให้เกิดขึ้น สร้างบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกันในชุมชน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้แล
หากพูดถึงไข่นกกระทาคงไม่มีใครไม่รู้จัก นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ในไข่นกกระทายังประกอบไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย อย่างเช่น สารโคลีน ที่ช่วยเพิ่มความจำ ในไข่นกกระทามีอัตรส่วนไข่แดงที่สูงกว่าไข่ไก่ และมี HDL มากขึ้น HDL ยังมีส่วนช่วยในการลดระดับ LDL ที่หมุนเวียนและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้มีคอเลสเตอรอลที่ดี ช่วยในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ เพราะมีความสมดุลของไขมันและโปรตีน เป็นแหล่งโภชนาการสำหรับคนตั้งครรภ์ และยังสามารถช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้อีกด้วย เพราะในไข่นกระทามีธาตุเหล็กปริมาณมาก เป็นต้น คุณสายยนต์ พลเสนา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยแถลง อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบัน คุณสายยนต์ เป็นเกษตรกรฟาร์มไข่นกกระทา คุณสายยนต์ บอกว่า ย้อนกลับไปเมื่อตนเองอายุ 20 ปี ก็คงเป็นวัยรุ่นทั่วๆ ไป แต่วันหนึ่งเห็นเพื่อนสนิทเลี้ยงนกกระทา จึงได้เกิดการเเลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณสายยนต์ เกิดความสนใจที่อยากเลี้ยงนกกระทา จึงซื้อพ่อและแม่พันธุ์นกกระทามาเพาะเลี้ยงจำนวนหนึ่ง จากเงินลงทุนเพียง 13,000 บาท คุณสายยนต์ กล่าวถึง การจัดการในฟาร์มไข่นกกระทาของตนเอง
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of smallscale farmers” กับผมธนากร เที่ยงน้อย ด้วยความที่ผมสอนวิชาส่งเสริมการเกษตรและวิชาธุรกิจการเกษตร เป็นวิชาหลักมาหลายปี การอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้ชี้ให้เห็นข้อมูลที่ว่า เกษตรกรรายย่อยในประเทศของเรานับวันจะยิ่งอยู่อย่างยากลำบากหากไม่ปรับตัวเองในอนาคตเกษตรกรรายย่อยอาจจะล้มหายตายจากไปจนเกือบหมด เหลือเพียงเกษตรกรรายย่อยที่ปรับตัวในทุกวิถีทางเพื่อให้อยู่รอดในอาชีพเกษตร กับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรด้วยความรู้ ความพร้อมทุกๆ ด้าน ทั้งด้านทุน ความรู้ เทคโนโลยี ตลาด และปัจจัยอื่นๆ ฉบับนี้ผมมีความยินดีเป็นพิเศษที่จะพาท่านผู้อ่านไปพบกับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาสู่อาชีพเกษตรด้วยความรู้และใช้ความรู้นั้นปรับอาชีพเกษตรให้มีความก้าวหน้าไปได้อย่างน่าชื่นชมไปดูกันครับ วิสาหกิจชุมชนเพียวพลัสฟาร์ม พาท่านมาที่วิสาหกิจชุมชนเพียวพลัสฟาร์ม ตำบลพระนอน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ดร.นิติพล พลสา ด๊อกเตอร์หนุ่มที่จบการศึกษาจากหลักสูตรวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่นำ
นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์การผลิตสุกรในประเทศไทยร่วมกับภาครัฐพบว่า การผลิตสุกรมีปริมาณผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคตลอดปี 2565 แน่นอน โดยต้นทุนการเลี้ยงอาจยังอยู่ในเกณฑ์สูงจากปัจจัยหลายด้านที่เข้ามากระทบ แต่ขณะนี้ทุกสมาคมสุกรยังคงให้ความร่วมมือกันรักษาระดับราคาหน้าฟาร์มที่ 100 บาท/กิโลกรัม ตามประกาศราคา ณ วันพระล่าสุด “ภาพรวมทั้งประเทศในขณะนี้ การผลิตและการบริโภคหมูมีความสมดุล แม้ภาคเหนืออาจมีผลผลิตไม่เพียงพอบ้าง แต่ภาคใต้ก็มีหมูที่เกินความต้องการอยู่ ดังนั้น ขอผู้บริโภคมั่นใจว่าผลผลิตหมูของไทยไม่ขาดแคลน และมีเพียงพอต่อการบริโภคไปตลอดทั้งปี” นายสิทธิพันธ์ กล่าว ขณะที่ข้อมูลของกรมปศุสัตว์ ซึ่งทำการสำรวจจำนวนสุกรอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม–พฤษภาคม 2565 พบว่าจำนวนสุกรแม่พันธุ์มีอยู่ประมาณ 1 ล้านตัวในระบบ ขณะที่ปริมาณความต้องการบริโภคในประเทศอยู่ที่เดือนละ 1.5 ล้านตัว และจากผลการสำรวจสุกรขุนในแต่ละเดือนมีประมาณ 9 ล้านตัว ตามรอบการผลิตสุกรขุนประมาณ 6 เดือน นั่นแสดงว่าปริมาณสุกรขุนมีเพียงพอต่อความต้องการในประ
ไก่ชน ระยะไม่กี่ปีมานี้เริ่มมีผู้ให้ความสนใจ เป็นการเลี้ยงเพื่อสร้างเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เพราะไก่ชนสามารถทำการตลาดได้หลายช่องทาง หรือเรียกง่ายๆ ว่า สามารถทำตลาดได้ตั้งแต่ จำหน่ายเป็นไข่ ลูกไก่ ไก่สาว ไก่หนุ่ม ตลอดไปจนถึงไก่ที่ถูกฝึกจนพร้อมชน จึงทำให้ไก่ชนเป็นช่องทางการสร้างรายได้ให้กับผู้ที่สนใจ เพราะนอกจากจะทำเป็นอาชีพหลักได้แล้ว ยังได้เลี้ยงไก่ชนเป็นการสร้างอาชีพเสริมเพราะเป็นงานที่มีความสุข ว่าที่ร้อยตรี ไพฑูรย์ ทองสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและประธานหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ คณะเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เจ้าของฟาร์มไก่ชนพม่าสวนหมาก ตั้งอยู่ที่ตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้ให้ความสนใจกับการเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริม ที่สามารถสร้างรายได้ควบคุมไปกับการทำงานประจำ ว่าที่ร้อยตรี ไพฑูรย์ เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นหลัก และระบบการทำตลาดค่อนข้างที่จะแคบ เพราะเมื่อเลี้ยงแล้วไก่พื้นเมืองจะจำหน่ายได้เฉพาะชั่งกิโลเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถทำตลาดได้หลากหลายมากนัก ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงเป็นไก่ชน
ไก่ที่เราเห็นหรือรู้จักกันทั่วไป มักจะเป็นไก่สายพันธุ์พื้นบ้าน ไก่ชน ที่หาดูได้ง่าย แต่กับไก่แปลกๆ ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากต่างประเทศ อาจจะหาชมได้ยากหน่อย วันนี้เราจึงมานำเสนอไก่สวยงามนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตีนโตเวียดนาม ไก่ต๊อก ไก่โปแลนด์ ไก่มินิโคชิน ไก่ดำ และไก่หัวเราะ คุณสุธน สังจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย บัณฑิตมหาวิทยาลัยแม้โจ้ รุ่น 73 ที่จบทางด้านพืชสวนมา แต่มีอาชีพดูแลความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไอทีให้บริษัทเอกชน ในจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าของไก่สวยงามนานาชาติอาเซียน มีข้อสงสัยว่า ทำไมถึงเลือกเลี้ยงไก่สวยงาม ไม่เลี้ยงเป็นพวก ไก่ชน ไก่พื้นบ้านทั่วๆ ไป คุณสุธน บอกว่า เลี้ยงเพราะความน่ารัก มันไม่เหมือนพวกไก่ชนที่จะต้องดูชั้นเชิง ดูสายพันธุ์ แต่ไก่สวยงามไม่ต้อง อย่างไก่มินิโคชิน มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน แต่ในเมืองไทยมีการนำเข้ามาอย่างแพร่หลาย มีจุดเด่นที่ ตัวเล็กกลมๆ ไซซ์มินิ โตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเศษๆ เราจะเห็นว่าตรงขามีขนงอกออกมา ดูเผินๆ ขาสั้นคล้ายไก่แจ้ เหมาะสำหรับคนที่อยากเลี้ยงไก่ แต่พื้นที่ไม่มาก อย่างหมู่บ้านจัดสรร ออกไข
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี จึงทำให้ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่สายพันธุ์นี้ จึงได้มาเลี้ยงเป็นอาชีพและช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป ฟาร์มไก่ตะเภาทองของเขาตั้งอยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง คุณ ณ นพชัย เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่มาเลือกเลี้ยงไ
หากมองว่าการทำปศุสัตว์เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ต้องมีการจัดการและเฝ้าดูสัตว์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้วละก็ ในยุคปัจจุบันนี้อาจไม่ใช่มุมมองเหมือนเช่นสมัยก่อน เพราะตอนนี้การเลี้ยงสัตว์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอาชีพเสริมของคนในยุคนี้มากขึ้น โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและช่วงวันหยุด มาดูแลสัตว์ที่เลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ สามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้อย่างไม่มีปัญหา มีรายได้ควบคู่กันไปทั้ง 2 ทาง คุณอวิรุทธ์ กาละภักดี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 7 ตำบลกระสัง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ยึดการเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้ คือการนำแกะเข้ามาเลี้ยงบริเวณบ้าน เพื่อทำเป็นงานที่เขารักและได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ ทำให้มีการจัดฟาร์มอย่างเป็นระบบ แกะที่เลี้ยงมีคุณภาพ และตลาดมีความต้องการ พร้อมทั้งรวมกลุ่มกันขาย ทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่องถูกกดราคา สร้างผลกำไรได้เป็นอย่างดีทีเดียว รับราชการอาชีพหลัก เลี้ยงแกะ เป็นอาชีพเสริมรายได้ คุณอวิรุทธ์ เล่าให้ฟังว่า ได้นำแกะมาเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยงานประจำหลักของเขารับราชการ แต่ด้วยมีความชอบในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ จึงได้นำแกะมาทดลองเลี้ยงอยู่ที่บ้าน ปรากฏว่าประสบผล
ปัจจุบัน คนในโลกมี 7,300 ล้านคน คาดว่า ปี ค.ศ. 2050 โลกจะมีประชากร 9,000 ล้านคน สถานการณ์อาหารสำหรับบริโภคอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า แมลงและหนอนจะถูกนำมาเป็นอาหารโปรตีนที่สำคัญ ในโลกมีแมลงเป็นล้านชนิด แต่มีแมลงที่กินกันอยู่ปัจจุบัน ราว 2,000 ชนิด ปริมาณโปรตีนในแมลงบางชนิดใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ เช่น หมู และไก่ แต่บางชนิดก็มีมากกว่า หนอนบางชนิดให้ไขมันได้ดี เช่น หนอน สรุปได้ว่าคุณค่าทางอาหารที่ร่างกายต้องการมีครบถ้วนเหมือนเนื้อสัตว์ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ และการผลิตแมลงเล็กๆ เหล่านี้ยังประหยัดทรัพยากรอาหารสัตว์ได้อีกมาก เพราะวัวน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใช้อาหารถึง 8 กิโลกรัม ส่วนแมลง เช่น เนื้อจิ้งหรีดในปริมาณเท่ากัน ใช้อาหารแค่ 1.2 กิโลกรัม เท่านั้น วัฒนธรรมการกินแมลงของเรามีมานานแล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดดเด่นที่สุดในเรื่องนี้ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง แมงกุดจี่ แมงอีนูน จิ้งโกร่ง บึ้ง เป็นอาหารยอดฮิต ในภาคเหนือแมลงก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารเช่นกัน ด้วงงวงมะพร้าว ด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน จัดว่าเป็นด้วงงวงขนาดกลาง ตัวเต็มวัย ปีกมีสีน้ำ
กระแสเลี้ยงไก่สวยงาม สายพันธุ์ต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยม และตลาดยังมีความสนใจอีกมาก ทำให้ผู้เลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศ ได้รับออเดอร์สั่งจองกันข้ามปี แถมยังผลิตเพื่อส่งขายกันแทบไม่ทัน คุณสุทธิชัย ผลิรัตน์ หรือ คุณต้อย วัย 45 ปี อดีตกุ๊ก ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน ที่ลาออกจากงานกุ๊กและผันอาชีพมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ เริ่มต้นเรื่องราวของคุณต้อยด้วยการทำงานที่ต่างประเทศว่า “ทำงานเป็นกุ๊ก อยู่ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน กว่า 18 ปีแล้ว จนตอนนี้ได้สัญชาติเยอรมันแล้วด้วย แต่ปัจจุบันนี้ได้ลาออกจากงานกุ๊กแล้ว เพราะอยากมาสานต่อความคิดที่อยากทำฟาร์ม และเอาดีด้านการเลี้ยงไก่อย่างจริงจังที่บ้านเกิด อำเภอทุ่งศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช สมัยก่อนตอนเด็กๆ บ้านของผมเคยได้เลี้ยงไก่แจ้ พื้นฐานบ้านเราเป็นเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนทั่วไป แต่ที่ให้ความสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ เพราะสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่เยอรมัน ได้มีโอกาสไปดูพันธุ์ไก่ต่างประเทศ สายพันธุ์ต่างๆ มาพอสมควร ทั้งได้มีโอกาสพบเจอกับคนเลี้ยงไก่ คนที่พัฒนาสายพันธุ์ไก่ที่เยอรมัน ยิ่งทำให้สนใจการเลี้ยงไก่มากขึ้น” คุณต้อย บอกว่า เรานำเข้าไข่ไก่มาจากเมืองนอ
